ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 273 บัวเขียวรังสรรค์!
หากกู้หย่วนมีอาวุธเวทธาตุอัสนีสักชิ้นละก็ ฤทธาคาถาอาคมสายฟ้าทั่วๆ ไปย่อมยากที่จะทำอันตรายเขาได้
และเถาวัลย์ทัณฑ์อัสนีที่อยู่ตรงหน้านี้ ดูจากสภาพแล้ว เห็นชัดๆ ว่าเป็นรากวิญญาณที่เติบโตมาไม่รู้กี่หมื่นปีแล้ว
เถาวัลย์ทัณฑ์อัสนีเช่นนี้ อย่าว่าแต่นำมาหลอมสร้างอาวุธเวทหรือของวิเศษเลย ต่อให้นำไปหลอมสร้างเป็นของวิเศษระดับวิญญาณ (หลิงเป่า) ก็เกรงว่าจะมีคุณสมบัติมากพอด้วยซ้ำ
ยอดฝีมือระดับหยินเสินหรือผู้ยิ่งใหญ่ระดับหยางเสิน หากต้องเผชิญกับทัณฑ์อัสนี การมีของวิเศษที่หลอมจากเถาวัลย์ทัณฑ์อัสนีชนิดนี้ ย่อมช่วยให้พวกเขาได้เปรียบขึ้นมากทีเดียว
นอกจากเถาวัลย์ทัณฑ์อัสนีต้นนี้แล้ว กู้หย่วนยังเห็นดอกบัวสีขาวอีกหลายต้นในแปลงยาอีกแห่ง… อืม จะพูดให้ถูกคือ ในสระน้ำต่างหาก
น้ำพุวิญญาณในสระใสแจ๋วจนมองเห็นก้นสระ ซ้ำยังมีความเหนียวข้นอยู่บ้างเล็กน้อย บนผิวน้ำมีใบบัวสีเขียวมรกตขนาดใหญ่เท่าล้อรถลอยละล่องอยู่
ดอกบัวสีขาวราวน้ำแข็งขนาดเท่ากะละมัง ส่งประกายแสงเรืองรอง ราวกับสลักเสลาขึ้นจากหยกขาวมันแกะชั้นเลิศ แผ่กลิ่นอายอันบริสุทธิ์ผุดผ่อง
ไร้มลทินแปดเปื้อน ไม่เปรอะเปื้อนธุลีดิน
ณ บริเวณกึ่งกลางของดอกบัวหยกขาวเหล่านี้ มีบัวเขียวขนาดเท่าฝ่ามือดอกหนึ่งเบ่งบานอยู่ โดดเด่นเป็นสง่าราวกับกระเรียนในฝูงไก่ สะดุดตาเป็นอย่างยิ่ง
ด้านนอกสระน้ำแห่งนี้ มีม่านแสงอาคมบางๆ ชั้นหนึ่งปกคลุมอยู่ ดูเผินๆ เหมือนจะบางเฉียบจนแค่เอื้อมมือแตะก็คงแตกสลายไป
ทว่ากู้หย่วนเพียงแค่ปรายตามอง ก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาทันที
จากนั้นสายตาของเขาก็จับจ้องไปยังบัวเขียวดอกนั้นโดยไม่กะพริบ นัยน์ตาสาดประกายเร่าร้อน ดั่งเปลวเพลิงที่แทบจะหลอมละลายเหล็กกล้าได้
บัวหยกขาวเหล่านั้นมีชื่อว่าบัวขาวหมิงอวี้ เป็นบัววิญญาณที่พบเห็นได้ยากยิ่ง ภายในอัดแน่นไปด้วยปราณวิญญาณบริสุทธิ์ มีความมหัศจรรย์ไม่เบา กลีบดอกของมันไม่เพียงนำมาหลอมโอสถวิญญาณได้เท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาหลอมอาวุธเวทได้อีกด้วย
ตามที่กู้หย่วนรู้มา ผู้อาวุโสหกแห่งยอดเขาโอสถซึ่งเป็นผู้ฝึกตนหญิง อาวุธเวทประจำตัวของนางก็หลอมขึ้นจากบัวขาวหมิงอวี้อายุห้าพันปีดอกหนึ่ง
ตอนนี้ห่างจากการเลื่อนระดับเป็นของวิเศษ (ฝ่าเป่า) เพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น
บัวขาวหมิงอวี้ตรงหน้าเหล่านี้มีขนาดใหญ่โตมาก ปราณวิญญาณที่โอบล้อมอยู่ระหว่างกลีบดอกก็หนาแน่นจนแทบจะจับตัวเป็นรูปธรรม เกรงว่าอายุคงไม่หยุดอยู่แค่ห้าพันปี เจ็ดแปดพันปีนี่ถือว่าประเมินไว้ต่ำแล้วด้วยซ้ำ
ทว่าเมื่อเทียบกับบัวเขียวที่อยู่ตรงกลางสุดแล้ว กลับยังห่างชั้นกันลิบลับ
ตามตำนานเล่าขาน เมื่อครั้งฟ้าดินเพิ่งเบิกนภา ณ สถานที่แห่งหนึ่งท่ามกลางฟ้าดินได้ก่อกำเนิดบัวเทวะแต่กำเนิดขึ้นห้าดอก ได้แก่ บัวทองกุศล บัวเขียวฮุ่นตุ้น บัวขาวชำระโลก บัวดำล้างโลก และบัวแดงเพลิงกรรม
บัวเทวะทั้งห้าดอก ล้วนมีอานุภาพที่ไม่อาจจินตนาการได้
หนึ่งในนั้นคือบัวเขียวฮุ่นตุ้น ซึ่งครอบครองเทวฤทธิ์แห่งความโกลาหล มหัศจรรย์ล้ำเลิศเกินเปรียบเปรย
แน่นอนว่าบัวเขียวในสระน้ำตรงหน้านี้ย่อมไม่ใช่บัวเขียวฮุ่นตุ้น แต่ก็มีความเกี่ยวข้องกันอยู่บ้าง มีข่าวลือว่าบัวเขียวฮุ่นตุ้นมีเม็ดบัวทั้งหมดสิบสามเม็ด
ซึ่งส่วนใหญ่ได้สูญหายไปแล้ว มีเพียงไม่กี่เม็ดที่ตกไปอยู่ในมือของผู้ยิ่งใหญ่และมหาลัทธิยุคโบราณ ดอกบัวที่ปลูกขึ้นมาได้นั้นถูกขนานนามว่า บัวเขียวรังสรรค์ ซึ่งแฝงไว้ด้วยพลังแห่งการรังสรรค์ฟ้าดิน
ของพรรค์นี้คือวัตถุวิญญาณที่ก่อกำเนิดจากธรรมชาติ แข็งแกร่งกว่าบัวขาวหมิงอวี้มากมายนัก เพียงแค่นำมาหลอมกลั่นอย่างง่ายๆ ก็จะได้ของวิเศษระดับสุดยอดมาชิ้นหนึ่งแล้ว
หากมีตบะบารมีมากพอ การจะหลอมมันให้กลายเป็นของวิเศษระดับวิญญาณก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย
ของที่อยู่ตรงหน้าเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเถาวัลย์ทัณฑ์อัสนี หรือบัวเขียวรังสรรค์ ในสายตาของกู้หย่วนแล้ว ล้วนเป็นวัตถุวิญญาณระดับสูงสุดในใต้หล้าทั้งสิ้น
นอกจากเถาวัลย์ทัณฑ์อัสนีและบัวเขียวรังสรรค์แล้ว สมุนไพรและรากวิญญาณอื่นๆ ในแปลงยาเหล่านี้อาจมีคุณภาพด้อยกว่าสักขั้นสองขั้น ทว่าก็ยังถือเป็นของหายากยิ่งอยู่ดี
ส่วนในแปลงนาวิญญาณเหล่านั้น ก็มีธัญพืชวิญญาณเติบโตอยู่หลายชนิด ล้วนเป็นธัญพืชวิญญาณชั้นยอดทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นข้าวหยกม่วง ข้าวชิงเถียน และข้าวเขี้ยวมังกร
และแปลงยาตลอดจนแปลงนาวิญญาณเหล่านี้ ล้วนถูกปกคลุมด้วยม่านแสงอาคมค่ายกลโดยไม่มีข้อยกเว้น
แม้จะเป็นม่านแสงอาคมที่ดูอ่อนแอที่สุด ในสายตาของกู้หย่วน มันก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าค่ายกลกักมังกรที่เขาเคยเผชิญหน้ามาก่อนเลยแม้แต่น้อย
สมุนไพร รากวิญญาณ และธัญพืชวิญญาณมากมายก่ายกองปานนี้ ทำเอากู้หย่วนถึงกับตาร้อนผ่าว ส่วนจี้เยวี่ยเฟยและเหยียนเสี่ยวหลิงนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง แต่ละคนหายใจหอบถี่ขึ้นมาทันที
“เอาล่ะ ชักช้าไม่ได้แล้ว รีบลงมือกันเถอะ หากช้ากว่านี้ รอให้คนข้างหลังตามมาทัน เกรงว่าจะไม่เหลือตกถึงท้องพวกเราแล้ว!”
เหยียนเสี่ยวหลิงถูไม้ถูมือ อดไม่ได้ที่จะเอ่ยเร่งเร้า
กู้หย่วนสบตากับจี้เยวี่ยเฟย ทว่าทั้งสองกลับไม่มีท่าทีร้อนรนเลยแม้แต่น้อย กู้หย่วนหัวเราะพลางกล่าว
“ไม่เห็นต้องรีบ ของพวกนี้ไม่ได้เอามาง่ายๆ หรอกนะ”
พูดตามตรง ของตรงหน้าเหล่านี้กู้หย่วนเองก็ตาร้อนและหวั่นไหวเช่นกัน เพียงแต่เขาก็รู้ดีแก่ใจว่า ของพวกนี้ดีก็จริง ทว่าไม่ได้คว้ามาครอบครองได้ง่ายๆ แน่
เอาใจเขามาใส่ใจเรา หากเขาเป็นนักพรตมังกรชาด เขาก็คงไม่ใจดีเอาถ้ำบำเพ็ญเพียรและของวิเศษของตัวเองมาวางโชว์หราไว้ดื้อๆ แล้วปล่อยให้คนอื่นมาแย่งชิงหรือทำลายเล่นตามอำเภอใจหรอก
จี้เยวี่ยเฟยที่อยู่ด้านข้างก็กล่าวเสริมขึ้นมาประโยคหนึ่ง
“ใช่แล้ว การมีคนช่วยเบิกทางทดสอบให้พวกเราก่อน ก็ถือเป็นเรื่องดีไม่น้อย”
กู้หย่วนปรายตามองจี้เยวี่ยเฟยแวบหนึ่ง ไม่ได้ปริปากพูดอะไร แต่ทั้งสองกลับมีความรู้ใจกันอย่างเงียบๆ ราวกับว่าต่างก็พอจะมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับถ้ำแห่งนี้อยู่บ้าง
กู้หย่วนนึกถึงคำเตือนและคำแนะนำของฉินหงซิ่วก่อนหน้านี้ ส่วนจี้เยวี่ยเฟย ในฐานะศิษย์แห่งภูเขาหลานเค่อ การที่นางจะล่วงรู้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้บ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด
หืม?
เหยียนเสี่ยวหลิงเกิดความระแวดระวังขึ้นมาทันที นางจ้องมองทั้งสองคนตรงหน้าด้วยความเคลือบแคลงสงสัย ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
นี่นางพลาดอะไรไปหรือเปล่า?
ระหว่างสองคนนี้ดูเหมือนจะมีลับลมคมในอยู่นะ แอบไปเตี๊ยมกันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?
ทว่าแม้เหยียนเสี่ยวหลิงจะตื่นเต้นมาก แต่หลังจากได้รับการเตือนสติจากทั้งสองคน นางก็ค่อยๆ สงบสติอารมณ์ลงอย่างรวดเร็ว
นางเข้าใจความหมายแฝงในคำพูดของทั้งสองคนแล้ว
ถ้ำมังกรชาดแห่งนี้ถูกค้นพบมาไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้งแล้ว แต่จนถึงบัดนี้ ของพวกนี้กลับยังคงอยู่รอดปลอดภัย นั่นก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่า ของในแปลงยาและแปลงนาวิญญาณไม่ได้เอามาง่ายๆ
ดีไม่ดีของพวกนี้อาจจะมีอันตรายบางอย่างแฝงอยู่ก็เป็นได้
เวลาผ่านไปไม่นาน เงาร่างหลายสายก็ทยอยปรากฏตัวขึ้นที่นี่อย่างต่อเนื่อง
เมื่อเห็นสถานการณ์โดยรอบ คนเหล่านี้ก็ชะงักงันไปชั่วครู่ ก่อนที่ลมหายใจจะเริ่มหอบถี่ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว สายตาจ้องเขม็งไปที่สมุนไพรและรากวิญญาณในแปลงยาและแปลงวิญญาณชนิดที่แทบจะถลนออกมานอกเบ้า
“นั่นมันข้าวหยกม่วงนี่? นี่มันข้าววิญญาณชั้นเลิศอันดับหนึ่งในใต้หล้าเชียวนะ ได้รับการขนานนามว่าเป็นเสบียงอาหารที่ดีที่สุดในวงการผู้บำเพ็ญเพียร ข้าวเพียงหนึ่งชามก็เทียบเท่ากับโอสถปี้กู่ถึงยี่สิบสามสิบเม็ด ซ้ำยังมีพลังปราณที่อุดมสมบูรณ์และบริสุทธิ์ยิ่งกว่า ปกติหากทานติดต่อกันเป็นเวลานาน จะช่วยบำรุงกายหยาบ ปรับสมดุลอวัยวะภายใน ชำระล้างปราณขุ่นมัว แถมยังมีสรรพคุณช่วยยกระดับตบะบารมีได้อีกด้วย ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับจินตานทานเข้าไป ก็ยังได้รับประโยชน์มากมายมหาศาล!”
“ยังมีข้าวชิงเถียนอีก ข้าววิญญาณชนิดนี้ก็ไม่ด้อยไปกว่าข้าวหยกม่วงเลย… เดี๋ยวก่อน! สวรรค์! ข้าไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม? นั่นมันข้าวเขี้ยวมังกรนี่ ว่ากันว่ามันคือเสบียงอาหารเฉพาะของเผ่ามังกรแท้จริงในตำนาน ข้าวเพียงเม็ดเดียวก็ใหญ่เท่ากล้วยหอมแล้ว มากพอที่จะทำให้ผู้ฝึกตนคนหนึ่งอิ่มจนจุก สรรพคุณของมันยังดีกว่าข้าวหยกม่วงและข้าวชิงเถียนเสียอีก!”
“นั่นมันบัวขาวหมิงอวี้ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นกึ่งอาวุธเวทใช่หรือไม่? อายุของบัวขาวหมิงอวี้เหล่านี้เกรงว่าคงไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ว่าแต่ บัวเขียวดอกนั้นคือรากวิญญาณอันใดกัน?”
“ดอกกระเรียนเซียน! ที่นี่ถึงกับมีดอกกระเรียนเซียนอยู่ด้วย มีข่าวลือว่าของสิ่งนี้มีสรรพคุณในการเพิ่มพูนอายุขัย หากหลอมกลืนลงไปหนึ่งดอก ก็สามารถยืดอายุขัยได้ถึงหนึ่งร้อยปี ทานครบสามดอกถึงจะหมดฤทธิ์ แต่กระนั้นก็เพิ่มอายุขัยได้ถึงสามร้อยปีเชียวนะ ยาล้ำค่าเยี่ยงนี้ ที่นี่กลับมีปลูกไว้ตั้งครึ่งหมู่…”
(จบตอน)