ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 275 สถานะถูกเปิดโปง!
เมล็ดพันธุ์วิชาเทวะไม่เหมือนสิ่งอื่นใด มันคือแก่นแท้ที่ผู้ฝึกตนควบแน่นขึ้นมาหลังจากบำเพ็ญวิชาเทวะสำเร็จ ซ้ำยังเป็นส่วนหนึ่งของรากฐานวิชาเต๋าของผู้ฝึกตนผู้นั้นด้วย
อีกทั้งเมื่อตบะบารมีเพิ่มพูนขึ้น มันก็จะผลิดอกออกผลตามไปด้วย จากความสำเร็จขั้นต้นเลื่อนระดับสู่ความสำเร็จขั้นสูง
เงื่อนไขแรกสุดสำหรับการเลื่อนขั้นจากเขตแดนเทียนเหรินสู่เขตแดนจินตาน ก็คือต้องบำเพ็ญวิชาเทวะให้ถึงขั้นสูง จากนั้นวิชาเทวะแต่ละแขนงจะต้องประสานเข้าด้วยกัน และสอดคล้องกับรากฐานเต๋า ท้ายที่สุดจึงจะหล่อหลอมจินตานได้สำเร็จ
วิชาเทวะเหล่านี้ ก็คือเปลือกนอกและโครงร่างของจินตานนั่นเอง!
ยิ่งวิชาเทวะลึกล้ำล้ำเลิศเพียงใด ศักยภาพในภายภาคหน้าก็จะยิ่งไร้ขีดจำกัดมากขึ้นเท่านั้น
วิชาเทวะแบ่งออกเป็นระดับล่าง ระดับกลาง ระดับสูง ระดับสุดยอด และมหาฤทธาวิชาเทวะในตำนาน
เปรียบเทียบง่ายๆ หากผู้ฝึกตนบำเพ็ญวิชาเทวะระดับกลางสำเร็จ ก็มีโอกาสที่จะเลื่อนขั้นสู่เขตแดนจินตานได้
หากบำเพ็ญวิชาเทวะระดับสูงสำเร็จ ก็มีโอกาสที่จะหล่อหลอมจินตานระดับกลางได้ แน่นอนว่านี่เป็นเพียง ‘โอกาส’ เท่านั้น
หากบำเพ็ญวิชาเทวะระดับสุดยอดสำเร็จ ก็มีโอกาสที่จะหล่อหลอมจินตานระดับสูงได้
ส่วนจินตานระดับหนึ่งนั้น จำเป็นต้องอาศัยทั้งจังหวะเวลาแห่งฟ้า ภูมิประเทศที่เกื้อหนุน และความสามัคคีของผู้คน ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้เลย
นอกจากนี้ การบำเพ็ญวิชาเทวะยังมีกฎเหล็กอยู่อีกข้อหนึ่ง นั่นคือเมื่อวิชาเทวะควบแน่นกลายเป็นเมล็ดพันธุ์แล้ว ก็เท่ากับว่ามันได้หยั่งรากฝังลึกลงในร่างกายของผู้ฝึกตนแล้ว ยากที่จะเปลี่ยนแปลงได้
การจะเปลี่ยนไปบำเพ็ญวิชาเทวะแขนงอื่นนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย เพราะเมล็ดพันธุ์วิชาเทวะคือส่วนหนึ่งของรากฐานผู้ฝึกตน
หากมันได้รับความเสียหาย รากฐานทั้งหมดก็จะบกพร่องตามไปด้วย!
ส่วนการจะยกระดับวิชาเทวะนั้น ยิ่งยากเย็นแสนเข็ญราวกับปีนป่ายขึ้นสวรรค์
ทว่าในเวลานี้ เมล็ดพันธุ์อสนีบาตเทวะม่วงสวรรค์ที่กู้หย่วนบำเพ็ญอยู่ กลับมีสัญญาณของการยกระดับขึ้น สิ่งนี้หมายความว่าอย่างไร คงไม่ต้องพูดให้มากความ!
อสนีบาตเทวะม่วงสวรรค์คือวิชาเทวะระดับสุดยอด หากยกระดับขึ้นไปอีก มันก็จะกลายเป็นมหาฤทธาวิชาเทวะแล้ว
หากบำเพ็ญมหาฤทธาวิชาเทวะสำเร็จ นั่นก็การันตีได้เลยว่าเขาจะมีรากฐานสำหรับจินตานระดับหนึ่งอย่างแน่นอน! ในอนาคตอาจมีโอกาสบรรลุเป็นเซียนแท้จริงระดับหยวนเสินเลยด้วยซ้ำ!
กู้หย่วนเองก็คิดไม่ถึงเลยว่า เถาวัลย์ทัณฑ์อัสนีต้นนี้จะมีประโยชน์ต่อเขามากมายถึงเพียงนี้ และยิ่งคิดไม่ถึงว่า นักพรตมังกรชาดจะใจกว้างและตรงไปตรงมาถึงขนาดมอบเถาวัลย์ทัณฑ์อัสนีท่อนเบ้อเริ่มให้เขามาดื้อๆ
“ผู้น้อยกู้หย่วน ขอขอบพระคุณผู้อาวุโสมังกรชาดขอรับ!”
กู้หย่วนประสานมือคารวะเถาวัลย์ทัณฑ์อัสนีตรงหน้าอย่างนอบน้อม
เขาไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วนักพรตมังกรชาดยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ แต่นักพรตมังกรชาดจะต้องเตรียมการบางอย่างเอาไว้แล้วแน่ๆ สำหรับผู้อาวุโสผู้สูงส่งท่านนี้ กู้หย่วนรู้สึกเลื่อมใสจากใจจริง และให้ความเคารพอย่างสูง
และมาถึงตอนนี้ เขาก็มั่นใจแล้วว่า ข้อมูลที่ฉินหงซิ่ว เทพธิดาดอกท้อผู้นั้นเปิดเผยออกมา ไม่ใช่เรื่องโกหกจริงๆ
นักพรตมังกรชาดผู้นี้เป็นคนรักหน้าตา ชอบคนที่รักษากฎระเบียบ และไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบฟรีๆ แน่นอน
ดังนั้น สิ่งที่กู้หย่วนทำไปนับว่าถูกต้องแล้ว
เพียงแค่แสดงความเคารพ และปฏิบัติตามกฎระเบียบ อีกฝ่ายก็จะไม่สร้างความลำบากให้ ซ้ำยังมอบผลประโยชน์ให้ด้วย
ทว่าคนอื่นๆ กลับตกตะลึงจนตาค้าง
พวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่า กู้หย่วนจะไม่ได้ลงมือทำลายค่ายกล แต่กลับเลือกที่จะควักของออกมาเพื่อแลกเปลี่ยนกันดื้อๆ
ที่สำคัญคือดันทำสำเร็จซะด้วย เขาสามารถใช้หญ้าวิญญาณเร้นลับเพียงต้นเดียว แลกกับเถาวัลย์ทัณฑ์อัสนีมาได้หนึ่งท่อนจริงๆ เรื่องนี้ทำเอาผู้ฝึกตนทุกคนถึงกับอึ้งกิมกี่ไปเลย
เปิดหูเปิดตาจริงๆ ไม่นึกเลยว่าจะมีวิธีแบบนี้ด้วย!
ทันใดนั้น ก็มีคนควักสมุนไพรวิญญาณออกมาต้นหนึ่ง เดินไปหยุดอยู่หน้าแปลงยาแปลงหนึ่ง ทำตามอย่างกู้หย่วนทุกกระเบียดนิ้ว หวังจะใช้วิธีแลกเปลี่ยนสิ่งของอย่างนอบน้อมเช่นกัน
“นี่คือเถาวัลย์โลหิตอสรพิษพันปี ผู้น้อยอยากจะใช้สิ่งนี้เพื่อแลกกับดอกกระเรียนเซียนสักหนึ่งดอก ขอผู้อาวุโสมังกรชาดโปรดเมตตา”
สิ้นเสียง เขาก็รีบยื่นของในมือออกไปอย่างร้อนรน สองตาจ้องเขม็งไปที่ดอกกระเรียนเซียนในแปลงยา แทบจะทะลุออกมานอกเบ้า
ทว่าสิ่งที่แตกต่างออกไปก็คือ เมื่อของในมือเขาสัมผัสกับม่านแสงค่ายกลชั้นนั้น มันก็แตกสลายดัง “เพล้ง” แม้แต่สมุนไพรรูปร่างคล้ายงูที่มีลวดลายเกล็ดปกคลุมอยู่ด้านใน ก็ยังถูกสั่นสะเทือนจนกลายเป็นผุยผง
ชายคนนั้นถึงกับยืนเอ๋อรับประทาน ส่วนคนอื่นๆ ก็อ้าปากค้าง!
เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?
เห็นชัดๆ ว่าเขาก็ทำตามวิธีของกู้หย่วนแท้ๆ แล้วทำไมถึงไม่เพียงแต่จะไม่ได้ผล แต่เถาวัลย์โลหิตอสรพิษพันปีของเขาถึงได้ถูกทำลายไปด้วยเล่า?
นอกจากชายคนนี้แล้ว ยังมีอีกหลายคนที่ลองทำตาม ทว่าสุดท้ายก็จบลงด้วยความล้มเหลวโดยไม่มีข้อยกเว้น
ศิษย์พี่ใหญ่แห่งหุบเขาใบไม้แดงก็เป็นหนึ่งในนั้น เมื่อเห็นสมุนไพรวิญญาณในมือของตัวเองถูกทำลาย เขาก็ปวดใจแทบกระอักเลือด
จากนั้น เขาก็หันปลายหอกไปทางกู้หย่วน
“ไอ้หนู นี่แกเล่นตุกติกอะไรกันแน่?! ทำไมแกทำแบบนี้ถึงไม่เป็นไร แต่พวกเราทำกลับไม่ได้ผล หรือว่าแกจงใจจะหลอกลวงพวกเราฮะ?!”
ในใจเขากำลังเก็บกดอย่างหนัก เดิมทีก็บาดหมางกับกู้หย่วนอยู่แล้ว ตอนนี้เลยฉวยโอกาสสาดโคลนใส่กู้หย่วนเสียเลย
พร้อมกันนั้น ก็อาศัยจังหวะนี้ปลุกปั่นความโกรธแค้นของทุกคน ให้พุ่งเป้าความโลภและความโกรธไปที่กู้หย่วน
ผู้ฝึกตนทั้งหลายก็เริ่มตระหนักถึงความผิดปกติ มีคนส่งเสียงสนับสนุนอย่างเจ้าเล่ห์
“ใช่แล้ว ไอ้หนู แกอธิบายเรื่องนี้มาให้ชัดเจนเลยนะ ไม่งั้นต่อให้แกจะมีฝีมืออยู่บ้าง ก็รับมือกับสหายเต๋าทุกท่านที่อยู่ที่นี่ไม่ได้หรอก”
สิ้นประโยคนี้ คนส่วนใหญ่ไม่ได้เอ่ยปากอะไร ส่วนหนึ่งมีแววตาวูบไหว ราวกับจะเห็นด้วยกลายๆ ส่วนคนที่เหลืออีกส่วนน้อยก็พากันส่งเสียงสนับสนุน
“ช่างเป็นพวกโง่เง่าเต่าตุ่นเสียจริง โดนหลอกใช้แล้วยังไม่รู้ตัวอีก คนพรรค์นี้น่ะ ตายๆ ไปซะได้ก็สมควรแล้ว!”
ใบหน้าของกู้หย่วนฉายแววรำคาญใจ เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
ทำไมถึงชอบมีคนรนหาที่ตายอยู่เรื่อยเลยนะ หรือว่าเบื่อชีวิตกันแล้ว?!
สิ้นคำพูด ชายที่เพิ่งพูดจบเมื่อครู่ก็มีสีหน้าแข็งค้าง วินาทีต่อมา ศีรษะของเขาก็ระเบิดออกราวกับแตงโมถูกทุบ
จากนั้น ลำแสงสีเงินสายหนึ่งก็พุ่งวาบผ่านอากาศด้วยความเร็วปานดาวตก พริบตาเดียวก็มาเกาะอยู่บนไหล่ของกู้หย่วน
ผู้ฝึกตนทั้งหลายเพ่งตามอง ถึงได้สังเกตเห็นว่า ลำแสงสีเงินสายนี้ แท้จริงแล้วคือตะขาบสีเงินความยาวประมาณหนึ่งเชียะ ตัวของมันส่องประกายสีเงินเจิดจ้า ราวกับถูกหล่อหลอมขึ้นจากแร่เงินบริสุทธิ์
ท่ามกลางความดุร้ายน่าเกรงขาม กลับแฝงไว้ด้วยความงดงามแปลกประหลาด ราวกับเป็นสัตว์วิเศษที่ถือกำเนิดขึ้นจากการรังสรรค์ของฟ้าดิน!
“นี่มัน… ตะขาบสวรรค์หลังเงิน! เจ้าคือ กู้หย่วน!”
มีคนร้องอุทานออกมา สายตาที่มองกู้หย่วนเปลี่ยนไปในทันที
เป็นที่รู้กันดีทั่วหล้าว่า กู้หย่วนแห่งยอดเขาโอสถ เลี้ยงสัตว์เลี้ยงวิญญาณสุดพิเศษเอาไว้หลายตัว
ตัวหนึ่งคือ ผีเสื้อกระบี่เงาเขียว ทายาทของผีเสื้อกระบี่หยกมรกตแมลงวิเศษยุคโบราณ ส่วนอีกตัวก็คือ ตะขาบสวรรค์หลังเงิน ที่ร้ายกาจไม่แพ้กัน
ช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ กู้หย่วนได้สร้างวีรกรรมสะท้านฟ้าไว้หลายเรื่อง จนชื่อเสียงของเขาในสายตาของใครหลายคน แทบจะเทียบชั้นได้กับหลี่ฉางเซิง เสิ่นอวี้หมิง และหวังจู๋ ยอดฝีมือรุ่นเยาว์แห่งวงการผู้ฝึกตนแดนใต้ไปแล้ว
หนำซ้ำในสายตาของคนจำนวนไม่น้อย ชื่อเสียงความโหดเหี้ยมของเขายังลือกระฉ่อนกว่าเสียอีก
การสังหารยอดฝีมือระดับจินตานด้วยระดับการฝึกตนเพียงขั้นเทียนเหริน ไม่ใช่เรื่องที่คนทั่วไปจะทำได้หรอกนะ
สหายของผู้ฝึกตนที่เพิ่งถูกสังหารไปเมื่อครู่นี้ เดิมทียังมีท่าทีทั้งตกใจและโกรธแค้น หวาดระแวงกู้หย่วนแต่ก็จ้องมองอย่างเอาเรื่อง ราวกับอยากจะแก้แค้นให้เพื่อน
ทว่าพอได้ยินคำว่า “กู้หย่วน” สองคำนี้ พวกเขาก็สะดุ้งเฮือก รีบถอยกรูดไปหลายก้าว ทำท่าทางเหมือนไม่รู้จักคนตาย ไม่สนิทด้วยเลยสักนิด เห็นได้ชัดว่าปอดแหกไปแล้ว!
ศิษย์หุบเขาใบไม้แดงหลายคนก็อ้าปากค้าง นึกไม่ถึงเลยว่าคนที่พวกตนไปหาเรื่อง จะเป็นกู้หย่วน
ถ้ารู้แต่แรกว่าเป็นกู้หย่วน ให้ตายพวกเขาก็ไม่กล้าไปตอแยด้วยหรอก
แต่ตอนนี้จะมาเสียใจก็สายไปเสียแล้ว ในเมื่อไปหาเรื่องเขาเข้าแล้ว
ศิษย์หลายคนก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ทว่ากลับเห็นศิษย์พี่ของตนไม่ขยับเขยื้อน เอาแต่จ้องมองกู้หย่วนตาค้าง จึงอดไม่ได้ที่จะร้องเรียก
“ศิษย์พี่ใหญ่?”
ทว่าสิ่งที่ผิดคาดก็คือ ในเวลานี้ศิษย์พี่ของพวกเขายังคงยืนนิ่งงันเป็นรูปปั้นอยู่ที่เดิม ไม่ไหวติง
(จบตอน)