ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 30 ภารกิจสุดลี้ลับ!
หออวี้ติ่งในอำเภอเป่ยเหลียงแม้จะเป็นเพียงสาขาย่อย ขนาดไม่ใหญ่โตนัก เทียบไม่ได้กับสาขาในระดับเมืองหลวงหรือระดับมณฑล ทว่าก็ยังมีคนเก็บสมุนไพรอยู่ถึงสิบกว่าคน และส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ เมื่อรวมกำลังกันแล้ว นับว่าเป็นขุมพลังที่ไม่เลวเลยทีเดียว
กู้หย่วนเป็นเพียงแค่เด็กใหม่ที่เพิ่งเข้าร่วม หากมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นจริง ไฉนเลยจะตกมาถึงท้องเขาได้?
“เรื่องนี้ เดี๋ยวเจ้าก็จะเข้าใจเอง”
โจวจงยิ้มอย่างมีเลศนัย ทว่ากลับทำเป็นอมพะนำไม่ยอมพูดอะไรต่อ หลังจากคุยสัพเพเหระอีกสองสามประโยค เขาก็หันหลังเดินจากไป
กู้หย่วนขี้เกียจเก็บมาคิดให้รกสมอง เขาเดินตรงไปยังชั้นสองซึ่งเป็นที่ทำงานของหยางฮั่น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
“ใต้เท้า ผู้น้อยกู้หย่วนขอเข้าพบขอรับ”
เมื่อมาถึงหน้าประตูห้องหนึ่ง กู้หย่วนก็เคาะประตู ไม่นานนักเสียงของหยางฮั่นก็ดังลอดออกมา:
“เข้ามา”
กู้หย่วนผลักประตูเข้าไป ก็เห็นหยางฮั่นนั่งอยู่ที่โต๊ะ กำลังถือพู่กันเขียนอะไรบางอย่างอยู่ โดยไม่แม้แต่จะปรายตามองเขาเลย
เมื่อเห็นดังนั้น กู้หย่วนจึงปิดประตูลงอย่างรู้มารยาท แล้วไปยืนรออยู่ด้านข้างอย่างนอบน้อม ไม่ส่งเสียงรบกวนใดๆ
ผ่านไปราวๆ หนึ่งก้านธูป หยางฮั่นถึงได้วางพู่กันในมือลงแล้วเงยหน้ามองกู้หย่วน เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มไม่ได้ปริปากพูดอะไร แววตาของเขาก็ฉายความพึงพอใจออกมาเล็กน้อย
เห็นได้ชัดว่า เด็กหนุ่มตรงหน้านี้ไม่ใช่พวกอ่อนหัดที่ไม่รู้ประสีประสา
“หืม?”
ทว่าในวินาทีต่อมา สายตาของเขาก็ชะงักไป ราวกับค้นพบอะไรบางอย่าง จึงเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจว่า
“นี่เจ้าบรรลุขั้นขัดเกลาผิวหนังระดับสมบูรณ์ กลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์แล้วงั้นรึ?”
ห่างจากตอนที่กู้หย่วนได้รับวิชายุทธ์ไป เพิ่งจะผ่านไปแค่ยี่สิบกว่าวันเท่านั้น
ใช้เวลาเพียงยี่สิบกว่าวันก็บรรลุขั้นขัดเกลาผิวหนังระดับสมบูรณ์ได้ ความเร็วระดับนี้นับว่าไม่ช้าเลยจริงๆ
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังจำได้แม่นว่า วิชายุทธ์ที่กู้หย่วนเลือกไปในตอนนั้นคือเพลงกระบี่อสรพิษวิญญาณ ไม่ใช่วิชายุทธ์สายกำลังภายในเสียหน่อย
ดูท่าแล้ว เจ้าหนูตรงหน้านี้คงจะมีเคล็ดลับอะไรซุกซ่อนอยู่สินะ
“ใต้เท้าสายตาเฉียบแหลมยิ่งนัก เมื่อไม่นานมานี้ผู้น้อยได้กราบผู้อาวุโสท่านหนึ่งเป็นอาจารย์ ที่ก้าวหน้ามาได้ถึงเพียงนี้ ต้องยกความดีความชอบให้กับคำชี้แนะของท่านอาจารย์ขอรับ”
กู้หย่วนโกหกหน้าตายโดยที่หน้าไม่แดงใจไม่เต้น
“อืม ก็ดี ในเมื่อเจ้ากลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์แล้ว พรุ่งนี้พอดีมีอยู่ภารกิจหนึ่ง ข้าจะใส่ชื่อเจ้าเพิ่มเข้าไปด้วยก็แล้วกัน”
หยางฮั่นพยักหน้าอย่างเข้าใจ ความประหลาดใจในใจเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว
ก็แค่ขั้นขัดเกลาผิวหนัง มันเป็นเพียงก้าวแรกของผู้ฝึกยุทธ์ ความเร็วแค่นี้ก็ไม่ได้ถือว่าสลักสำคัญอะไร ด้วยประสบการณ์ของเขา ย่อมรู้ดีว่ามีวิธีมากมายที่สามารถทำแบบนี้ได้
อย่างเช่นการฝึกวิชามารนอกรีต หรือกลืนกินยาวิเศษบางอย่างเข้าไป
ประกอบกับช่วงนี้กู้หย่วนกว้านซื้อนกพิราบยาและสมุนไพรบำรุงอื่นๆ เขาก็พอจะรู้ข่าวมาบ้าง เมื่อรวมกับการมีอาจารย์คอยชี้แนะ การจะกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ได้เร็วขนาดนี้ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใด
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
หยางฮั่นเคาะโต๊ะพลางเอ่ยว่า
“พรุ่งนี้ตอนเที่ยง หออวี้ติ่งของเราจะมีการขนส่งสมุนไพรล็อตหนึ่งไปยังตำบลชิงหลิ่ว คนเก็บสมุนไพรระดับอาวุโสของสาขาเราถูกส่งตัวไปทำธุระอื่นกันหมดแล้ว ตอนนี้จึงเจียดคนไม่ค่อยได้ ถึงตอนนั้น เจ้าก็ไปในฐานะผู้ติดตามก็แล้วกัน”
พูดจบ เขาก็ยื่นหนังสือสัญญาฉบับหนึ่งให้กับกู้หย่วน
กู้หย่วนรับมาดู ก็พบว่าบนนั้นมีข้อมูลคร่าวๆ เกี่ยวกับภารกิจในครั้งนี้เขียนเอาไว้
ใจความหลักคือ สินค้าที่ต้องขนส่งในรอบนี้มีมูลค่าไม่น้อย จำเป็นต้องให้เขาติดตามไปในฐานะผู้คุ้มกัน อาวุธให้เตรียมไปเอง ส่วนเรื่องอาหารและที่พัก ทางกองคาราวานจะเป็นผู้จัดการให้
ภารกิจคุ้มกันครั้งนี้ ไปกลับใช้เวลาไม่เกินสิบวัน เมื่อภารกิจเสร็จสิ้น จะได้รับแต้มผลงานยี่สิบแต้ม และเงินอีกห้าตำลึง
ลองคำนวณดูแล้ว ค่าตอบแทนนี้ช่างงามหรูจริงๆ หากเป็นเวลาปกติ ภารกิจแบบนี้ไม่มีทางตกมาถึงมือของกู้หย่วนแน่
นอกจากนี้ กู้หย่วนยังสังเกตเห็นว่า ที่ด้านล่างของสัญญาฉบับนี้ มีลายเซ็นของคนอยู่สองสามคน หนึ่งในนั้นมีชื่อของโจวจงอยู่ด้วย มิน่าเล่าเมื่อกี้เจ้านั่นถึงได้ทำตัวมีลับลมคมนัยอมพะนำ ที่แท้มันก็รู้เรื่องนี้อยู่ก่อนแล้วนี่เอง
กู้หย่วนลงนามและประทับรอยนิ้วมือของตัวเองลงไปอย่างฉับไว เมื่อเห็นหยางฮั่นยกถ้วยชาขึ้นดื่ม เขาก็รู้ธรรมเนียม รีบกล่าวขอตัวลาทันที
ทว่าพอกู้หย่วนเดินพ้นประตูออกมา คิ้วของเขาก็ต้องขมวดเข้าหากัน
“ภารกิจนี้… มันมีอะไรแปลกๆ!”
ไม่รู้ทำไม เขากลับรู้สึกตงิดๆ ว่าภารกิจในครั้งนี้มันดูพิลึกพิลั่น
หออวี้ติ่งทั้งหมดมีคนเก็บสมุนไพรอยู่สิบกว่าคน ทำไมถึงได้บังเอิญขนาดนี้ บังเอิญว่าคนเก็บสมุนไพรส่วนใหญ่ถูกส่งตัวออกไปทำภารกิจอื่นพร้อมกันหมด?
อีกอย่าง… ก็แค่ภารกิจขนส่งธรรมดาแท้ๆ แต่ค่าตอบแทนที่ให้มันจะไม่ดูสูงเกินจริงไปหน่อยหรือ?
“เดี๋ยวก่อน ด้วยสถานะของข้าในตอนนี้ ต่อให้รู้ตัวว่ามีความผิดปกติแล้วจะทำอะไรได้? หรือข้าจะกล้าปฏิเสธงั้นรึ?”
คิดไปคิดมา กู้หย่วนก็หลุดยิ้มเยาะตัวเองออกมา ส่ายหน้าไปมาเบาๆ
“ในเมื่อเป็นคำสั่งโดยตรงจากหยางฮั่น เขาย่อมต้องรู้ตื้นลึกหนาบางอะไรบางอย่างแน่ เผลอๆ อาจจะวางแผนอะไรเอาไว้แล้วด้วยซ้ำ ขืนปฏิเสธไปมีหวังได้เรื่องแน่ ดีไม่ดี แค่ปริปากพูดออกไปก็อาจจะนำภัยมาสู่ตัวได้!”
เมื่อคิดได้เช่นนี้ กู้หย่วนก็รู้สึกจนใจอยู่บ้าง
นี่แหละคือข้อเสียของการเข้าร่วมกับขุมอำนาจบางอย่าง ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎระเบียบ ผู้บังคับบัญชาสั่งมา ผู้น้อยก็ต้องทำตาม หาไม่แล้ว พวกเขามีสารพัดวิธีที่จะดัดหลังเจ้าได้
สิ่งเดียวที่เขาพอจะทำได้ในตอนนี้ คือระมัดระวังตัวให้มากที่สุด
วันรุ่งขึ้น ช่วงเช้า
กู้หย่วนสะพายห่อสัมภาระและถือกระบี่ยาว มารอที่หน้าหออวี้ติ่งตั้งแต่เช้าตรู่
เวลานี้ บนถนนหน้าหออวี้ติ่งได้มีกองคาราวานมารวมตัวกันพร้อมแล้ว
กองคาราวานนี้มีทั้งผู้นำทาง คนขับรถม้า ผู้คุ้มกัน พ่อครัว ฯลฯ รวมแล้วประมาณยี่สิบกว่าชีวิต มีรถม้าทั้งหมดหกคัน และม้าอีกสามตัว
ในบรรดารถม้าทั้งหกคัน มีห้าคันที่บรรทุกสมุนไพรไว้จนเต็มเอี้ยด มีเพียงคันเดียวที่ว่างเปล่า แต่กลับมีสาวใช้รุ่นเยาว์สองคนคอยเฝ้าอยู่
ส่วนคนเก็บสมุนไพรที่ร่วมขบวนมาด้วยนั้น นอกจากโจวจงแล้ว กู้หย่วนยังเห็นชายชรารูปร่างผอมกะหร่องอีกคนหนึ่ง ชายผู้นี้ถือกล้องยาสูบที่ทำจากเหล็กกล้าบริสุทธิ์ยาวราวๆ สามฉื่อ (ประมาณ 1 เมตร) เบ้าสูบยามีขนาดเท่ากำปั้นเด็กทารก ดูแล้วน่าจะทุบกะโหลกคนให้แหลกได้ง่ายๆ ช่างดูน่าเกรงขามยิ่งนัก
กู้หย่วนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตรายบางเบาแผ่ออกมาจากชายชราผู้นี้
ไม่นานนัก ก็มีคนอีกสามคนเดินออกมาจากภายในหออวี้ติ่ง
สิ่งที่เหนือความคาดหมายของกู้หย่วนก็คือ คนที่เดินนำหน้ามากลับเป็นผู้ดูแลหยางฮั่น ส่วนอีกสองคนที่เดินตามหลังมาเป็นชายหญิงรุ่นราวคราวเดียวกัน
หญิงสาวผู้นั้นหน้าตาสะสวย คิ้วดุจใบหลิว ริมฝีปากดั่งผลอิงเถา ผิวพรรณขาวเนียนละเอียด เห็นได้ชัดว่าเป็นหญิงงามที่หาตัวจับยากผู้หนึ่ง
ที่เอวคอดกิ่วอันบอบบางของนาง ยังประดับไว้ด้วยมีดโค้งเล่มงามวิจิตร
ส่วนชายหนุ่มอีกคน เมื่อพิจารณาจากหน้าตาแล้ว กลับดูละม้ายคล้ายคลึงกับหยางฮั่นอยู่หลายส่วน ดูทรงแล้วน่าจะเป็นลูกหลานของหยางฮั่น
ทว่ากู้หย่วนกลับสังเกตเห็นว่า ชายหนุ่มผู้นี้มักจะลอบมองหญิงสาวอยู่บ่อยครั้งด้วยสายตาที่ซ่อนเร้น แฝงไปด้วยความหลงใหลอยู่ไม่น้อย
“มากันครบแล้วใช่ไหม?”
หยางฮั่นกวาดสายตามอง
“ดีมาก ข้าจะขอแนะนำตัวสั้นๆ พวกเจ้าจะได้คุ้นเคยและทำงานร่วมกันได้”
เขาชี้ไปที่หญิงสาวก่อน แล้วเอ่ยว่า
“แม่นางท่านนี้แซ่เซี่ย นามเต็มคือ เซี่ยซิ่วเสวี่ย เป็นบุตรสาวของเจ้าหออวี้ติ่งสาขาเรา”
“ครั้งนี้ก็เป็นคนเก็บสมุนไพรที่ร่วมเดินทางไปกับพวกเจ้าด้วยเช่นกัน”
จากนั้นก็ชี้ไปที่ชายหนุ่มข้างๆ
“ส่วนนี่คือ หยางเจี้ยนเฟย เป็นคนเก็บสมุนไพรเช่นกัน”
หญิงสาวที่ชื่อเซี่ยซิ่วเสวี่ยก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว ค้อมกายคารวะกู้หย่วนและคนอื่นๆ เล็กน้อย
“ยินดีที่ได้รู้จักทุกท่าน”
พวกกู้หย่วนรีบประสานมือคารวะตอบรับ และเอ่ยนามแนะนำตัวกันทีละคน
เรื่องของหยางฮั่นยังพอทำเนา การที่เขาอ้างว่าสินค้าในรอบนี้มีมูลค่ามหาศาล เพื่อความปลอดภัยจึงต้องมาคุมขบวนด้วยตัวเอง เหตุผลนี้ก็ยังพอฟังขึ้นอยู่บ้าง
แต่การที่บุตรสาวของเจ้าหอกลับมาร่วมทำภารกิจด้วยเนี่ยสิ มันออกจะพิลึกพิลั่นเกินไปหน่อย กู้หย่วนยิ่งมั่นใจในข้อสันนิษฐานของตัวเอง ภารกิจในครั้งนี้มันต้องมีเงื่อนงำซ่อนอยู่แน่ๆ!
หออวี้ติ่งมีสาขาย่อยมากมาย นอกจากผู้ดูแลสำนักงานใหญ่ที่จะถูกเรียกว่าเจ้าหอใหญ่แล้ว ผู้ดูแลสาขาย่อยแห่งอื่นๆ ล้วนถูกเรียกว่าเจ้าหอทั้งสิ้น
และได้ยินมาว่า เจ้าหอประจำอำเภอเป่ยเหลียงผู้นี้เป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเซียนเทียน เขาเป็นคนที่ลึกลับมาก มักจะเก็บตัวฝึกตนอยู่เสมอ ปกติแทบจะไม่ปรากฏตัวให้เห็น อย่างน้อยกู้หย่วนก็ไม่เคยเห็นหน้าเขาเลยสักครั้ง
ในฐานะบุตรสาวของเจ้าหอ ฐานะของนางย่อมสูงส่งเกินกว่าที่คนเก็บสมุนไพรธรรมดาๆ อย่างพวกกู้หย่วนจะเทียบติด และไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องลดตัวลงมาทำภารกิจแบบนี้เลยสักนิด
ดังนั้น พอได้ยินว่าหญิงสาวผู้นี้จะร่วมเดินทางไปด้วย คนตาไวดูก็รู้แล้วว่ามันมีอะไรผิดปกติ
อย่างน้อย กู้หย่วนก็สังเกตเห็นว่าตาเฒ่ากล้องยาสูบคนนั้นเคาะขี้เถ้าบุหรี่ออก ท่าทางดูระแวดระวังขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
มีเพียงโจวจงคนเดียวเท่านั้น ที่ดูเหมือนจะยังคงไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย