ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 326 ทำให้วิหคเผิงปีกทองตกใจหนี!
สำหรับสัตว์วิญญาณอย่างปลาไหลมังกร เรื่องพละกำลังในการต่อสู้หรือการป้องกันอาจจะไม่โดดเด่นนัก ทว่าในฐานะเผ่าพันธุ์มังกรที่มีสายเลือดมังกรแท้ไหลเวียนอยู่ มันย่อมต้องมีพรสวรรค์หรือความสามารถพิเศษบางอย่างแอบแฝงอยู่อย่างแน่นอน
เพียงแต่พรสวรรค์ที่ว่านั้นคืออะไร กู้หย่วนยังไม่รู้แน่ชัด
ทว่าเขาก็พอจะคาดเดาได้ว่า สัตว์วิญญาณระดับนี้น่าจะไม่ได้อยู่ในระดับสีเขียวหรือสีแดง แต่น่าจะเป็นระดับสีทองเสียมากกว่า
พูดถึงเรื่องนี้ สัตว์วิญญาณระดับสีทองที่กู้หย่วนครอบครองอยู่หลายตัว ล้วนแต่มอบพรสวรรค์อันล้ำค่าให้แก่เขามากมาย ซ้ำยังเป็นพรสวรรค์ระดับสุดยอดทั้งสิ้น
ตัวอย่างเช่น มหาวิชาเทวะอสนีบาตเทวะม่วงสวรรค์จากแมงมุมอสนีบาตเทวะม่วงสวรรค์ หรือพรสวรรค์ใจกระบี่จากผีเสื้อกระบี่เงาเขียว
วิชาเทวะกลืนนภากลืนปฐพีจากพญางูเขมือบสวรรค์ และพรสวรรค์วิญญาณทองคำจากตะขาบสวรรค์หลังเงิน
ด้วยวิชาเทวะและพรสวรรค์เหล่านี้เอง ที่ทำให้รากฐานของกู้หย่วนลึกล้ำและแข็งแกร่งจนยากจะหยั่งถึง ทิ้งห่างผู้บำเพ็ญเพียรในระดับเดียวกันไปไกลลิบ
ไม่เพียงเท่านั้น แม้แต่พลังรบของเขาก็ไม่ใช่สิ่งที่ผู้บำเพ็ญเพียรในระดับเดียวกันจะเทียบเคียงได้ อย่างน้อยๆ หากต้องเผชิญหน้ากับผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตเทียนเหรินทั่วไป ต่อให้มาคนเดียวเขาก็สังหารได้คนเดียว มาสองคนเขาก็สังหารได้เป็นคู่
ต่อให้เป็นยอดผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตาน ตราบใดที่ไม่ได้ก่อรูปจินตานระดับหนึ่งหรือระดับสอง กู้หย่วนก็ไม่หวั่นเกรงแม้แต่น้อย
ไม่มีเหตุผลอื่นใดเลย แม้ว่าตอนนี้เขาจะไม่มีค่ายกลกักมังกรคอยช่วยเหลือ ทว่าเมื่อนำไปเทียบกับตอนที่เพิ่งเข้ามาในมิติเอกเทศมังกรชาดใหม่ๆ ทั้งระดับพลังฝึกตนและความแข็งแกร่งของกู้หย่วนในตอนนี้ ล้วนได้รับการยกระดับขึ้นอย่างน่าสะพรึงกลัว
ในด้านระดับพลังฝึกตน เขาได้บรรลุถึงขอบเขตเทียนเหรินขั้นสมบูรณ์พร้อมแล้ว อยู่ห่างจากขอบเขตจินตานเพียงก้าวเดียวเท่านั้น
ในด้านพลังรบ ความแข็งแกร่งทางร่างกายของเขาก็เพียงพอที่จะต่อกรกับยอดผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตานได้โดยตรง ผนวกกับยอดศาสตราวุธอย่างทวนมังกรดำในมือ ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตานขั้นสาม กู้หย่วนก็มั่นใจว่าจะสามารถสังหารอีกฝ่ายให้ตกตายคาที่ได้อย่างแน่นอน!
ท้ายที่สุดแล้ว ทวนมังกรดำที่ผสานเข้ากับความแข็งแกร่งทางร่างกายของเขา ได้ผลักดันพลังรบของเขาให้พุ่งทะยานขึ้นไปถึงระดับที่น่าสะพรึงกลัวแล้ว
ต่อให้ไม่มีค่ายกลกักมังกร หากนักพรตชิงมู่ที่เคยปะทะกันก่อนหน้านี้ยังมีชีวิตอยู่ และต้องมาเผชิญหน้ากับกู้หย่วนอีกครั้ง เขาก็มั่นใจเต็มร้อยว่าจะสามารถสังหารอีกฝ่ายได้อย่างแน่นอน
หากสามารถทำให้ปลาไหลมังกรเชื่องได้ เขาก็จะได้รับพรสวรรค์ที่ทรงพลังไม่แพ้ใจกระบี่หรืออสนีบาตเทวะม่วงสวรรค์อย่างแน่นอน
ซึ่งนั่นจะยิ่งทำให้รากฐานของเขาลึกล้ำและแข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก
เมื่อคิดได้เช่นนี้ กู้หย่วนก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด รอให้ออกไปจากที่นี่ หรือจัดการเรื่องตรงหน้าให้เสร็จสิ้นเสียก่อน เขาจะลงมือฝึกฝนปลาไหลมังกรให้เชื่องทันที
ส่วนตอนนี้ยังไม่ค่อยสะดวกนัก
เพราะถึงอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นจินหยวนเฟยหรือตู้หยุนถู เขาก็ต้องจัดการให้เด็ดขาดเสียก่อน
หากไม่กำจัดเสี้ยนหนามสองตัวนี้ทิ้งไป กู้หย่วนก็คงนอนตาไม่หลับ
เวลาผ่านไปราวๆ หนึ่งก้านธูป กู้หย่วนก็ลอบกลับมายังสถานที่เดิมอย่างเงียบเชียบ
จากนั้น เขาก็พบว่าในตอนนี้ ตู้หยุนถูกับจินหยวนเฟยกำลังปะทะกับวิหคเผิงปีกทองอยู่อย่างดุเดือด
แม้จะเป็นการรุมสองต่อหนึ่ง ทว่าตู้หยุนถูกับจินหยวนเฟยกลับไม่ได้เปรียบเลยแม้แต่น้อย
ในยามนี้ ตู้หยุนถูกำลังควบคุมง้าวอู๋โกวเข้าปะทะกับวิหคเผิงปีกทองอย่างดุเดือดจนสูสี ส่วนจินหยวนเฟยก็คอยหาจังหวะก่อกวนอยู่รอบนอก
ทว่าถึงกระนั้น ทั้งตู้หยุนถูกับจินหยวนเฟยต่างก็สะบักสะบอมเต็มไปด้วยบาดแผล ลิงทองคำจินหยวนเฟยมีบาดแผลฉกรรจ์ที่บริเวณเอวและหน้าท้อง บาดแผลที่น่ากลัวที่สุดนั้นเกือบจะตัดร่างของเขาขาดเป็นสองท่อนเลยทีเดียว
อวัยวะภายในไหลทะลักออกมาให้เห็น หากไม่ใช่เพราะมีวิชาเทวะบางอย่างช่วยสมานแผลเอาไว้ จินหยวนเฟยคงกลายเป็นศพลิงไปนานแล้ว ถึงกระนั้น กลิ่นอายของเขาก็อ่อนระโหยโรยแรงลงอย่างเห็นได้ชัด ขนสีทองที่เคยส่องประกายก็หม่นหมองไร้แสงสี
ส่วนตู้หยุนถูนั้น แขนข้างหนึ่งของเขาขาดหายไป รอยแผลเรียบเนียนราวกับถูกของมีคมตัดฉับ ใบหน้าของเขาซีดเผือดไร้สีเลือด กลิ่นอายอ่อนล้าลงไปมาก
วิหคเผิงปีกทองเองก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน บนร่างของมันมีบาดแผลลึกถึงกระดูกปรากฏให้เห็นหลายรอย บริเวณขอบแผลเป็นสีดำคล้ำ ส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้ง มีน้ำหนองไหลเยิ้มออกมา
เห็นได้ชัดว่าบาดแผลเหล่านี้เกิดจากง้าวอู๋โกวที่เป็นของวิเศษ
ด้วยความแข็งแกร่งและพลังป้องกันของวิหคเผิงปีกทอง ต่อให้อาวุธวิเศษระดับสูงสุดก็ยากที่จะสร้างรอยขีดข่วนให้มันได้ มีเพียงของวิเศษเท่านั้นถึงจะสามารถสร้างบาดแผลฉกรรจ์ให้มันได้
ทว่าแม้บาดแผลเหล่านี้จะดูน่ากลัว แต่เมื่อเทียบกับขนาดตัวอันมหึมาของวิหคเผิงปีกทองแล้ว มันก็ไม่ได้สาหัสอะไรนัก ซ้ำในตอนนี้ บริเวณบาดแผลเหล่านั้นก็กำลังสาดประกายแสงสีทองออกมาจางๆ ค่อยๆ ชำระล้างปราณมาร ปราณพิษ และรังสีอำมหิตที่เกาะกินบาดแผลอยู่ออกไปอย่างช้าๆ
“พี่ตู้ หากท่านยังมีไพ่ตายอะไรซ่อนอยู่อีก ก็รีบๆ งัดออกมาใช้เถอะ ขืนปล่อยไว้แบบนี้ พวกเราคงหนีไม่พ้นเงื้อมมือของเดรัจฉานตัวนี้แน่!” (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
จินหยวนเฟยพยายามต้านทานการโจมตีระลอกหนึ่งของวิหคเผิงปีกทองเอาไว้อย่างสุดกำลัง อาศัยจังหวะนั้นหันไปตะโกนบอกตู้หยุนถู
สีหน้าของตู้หยุนถูมืดมนลง เขาควบคุมง้าวอู๋โกวที่จำแลงเป็นแสงกระบี่สีแดงดำ เข้าปะทะกับกรงเล็บขนาดยักษ์ของวิหคเผิงปีกทองอย่างจัง บังเกิดเสียงดังกัมปนาทราวกับโลหะกระทบกัน ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ
เมื่อได้ยินคำพูดของจินหยวนเฟย ตู้หยุนถูก็กัดฟันกรอด เอ่ยว่า
“ช่วยถ่วงเวลาให้ข้าสักห้าอึดใจ หากข้าทำสำเร็จ ไม่แน่ว่าอาจจะสังหารเดรัจฉานตัวนี้ได้!”
“ตกลง!”
จินหยวนเฟยกัดฟันรับคำ จากนั้นก็ใช้วิชาเทวะบางอย่าง แสงสีทองบนร่างสว่างวาบขึ้น ภายใต้แสงสีทองนั้น บาดแผลบนร่างของเขาก็ฟื้นฟูขึ้นอย่างรวดเร็ว กระดูก อวัยวะภายใน และผิวหนังที่ฉีกขาดเริ่มสมานเข้าหากัน
แม้กระทั่งกลิ่นอายบนร่างของเขาก็ยังพุ่งทะยานขึ้นอีกหลายส่วน
ทว่าประกายแสงในดวงตาของเขากลับหม่นหมองลงอย่างเห็นได้ชัด ราวกับตะเกียงที่น้ำมันใกล้จะหมด
เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“พี่ตู้ ข้าถ่วงเวลาให้เจ้าได้มากสุดแค่ห้าหกอึดใจเท่านั้น หากไม่สำเร็จ ก็อย่าหาว่าข้าพลิกหน้าหลังเสร็จงานก็แล้วกัน”
“ตกลง! พี่จินวางใจเถอะ หลังเสร็จงานข้าจะตอบแทนท่านอย่างงามแน่นอน”
ตู้หยุนถูเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ก่อนจะกล่าวเสริมว่า
“ขอเพียงออกไปจากที่นี่ได้ ข้าจะต้องตามหาตัวไอ้หัวขโมยที่ฉกปลาไหลมังกรไปให้จงได้!”
ขณะที่เอ่ยประโยคนี้ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง
หากไม่ใช่เพราะคนที่ลอบลงมือผู้นั้น เขาคงไม่สูญเสียปลาไหลมังกรทั้งสองตัวไป และคงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพน่าสมเพชเช่นนี้!
จินหยวนเฟยมีสายเลือดที่ไม่ธรรมดา แม้จะเป็นผู้บำเพ็ญเพียรเผ่าอสูร ทว่าก็มีระดับพลังฝึกตนที่สูงส่ง เทียบเท่ากับผู้ที่ก่อรูปจินตานระดับสาม
ส่วนตู้หยุนถูนั้นเหนือกว่าอีกขั้น เขาเป็นถึงบุคคลที่ก่อรูปจินตานระดับสอง
ตามหลักแล้ว ด้วยระดับพลังฝึกตนและความแข็งแกร่งของทั้งสองคน ไม่สมควรจะต้องมาตกอยู่ในสภาพเอน็จอนาถเช่นนี้เลย
ทว่าวิหคเผิงปีกทองนั้นมีระดับพลังฝึกตนที่สูงกว่าพวกเขาทั้งสองคนอยู่หนึ่งขั้นเต็มๆ ไม่เพียงแต่จะมีร่างกายที่แข็งแกร่งกว่า ทว่าความเร็วของมันก็ยังรวดเร็วยิ่งกว่าด้วย
พญาครุฑปีกทองผู้เป็นบรรพบุรุษของมัน เป็นวิหคศักดิ์สิทธิ์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเร็ว เป็นถึงนกที่บินได้รวดเร็วที่สุดในโลกหล้า วิหคเผิงปีกทองตัวนี้ก็สืบทอดพรสวรรค์วิชาเทวะส่วนหนึ่งมาจากบรรพบุรุษเช่นกัน
ตู้หยุนถูกับจินหยวนเฟยงัดเอาวิชาทั้งหมดที่มีออกมาใช้ ไม่ว่าจะสู้หรือหนี ก็ล้วนล้มเหลวไม่เป็นท่า
จะสู้ ก็สู้ไม่ชนะ จะหนี ก็หนีไม่พ้นการไล่ล่าของอีกฝ่าย
ทว่าตู้หยุนถูก็ไม่มีเวลามานั่งโกรธแค้น เขาทุ่มเทโคจรลมปราณแท้ทั้งหมด ควบคุมง้าวอู๋โกวอย่างสุดกำลัง ไม่นานนัก ง้าวอู๋โกวก็จำแลงเป็นแสงกระบี่สีแดงดำ และขยายขนาดขึ้นจนมีความยาวกว่าสามสิบจั้งภายในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ จากนั้นก็ฟาดฟันเข้าใส่หัวของวิหคเผิงปีกทองอย่างจัง
กระบี่นี้ทรงพลังและดุดันยิ่งนัก ทันทีที่แสงกระบี่ฟาดฟันออกไป ฟ้าดินรอบด้านก็ดูจะหม่นหมองลง แม้แต่ดวงอาทิตย์บนท้องฟ้าก็คล้ายจะถูกบดบังรัศมีไป
รังสีอำมหิตอันหนาวเหน็บแผ่ซ่านไปทั่วทิศทาง อุณหภูมิในรัศมีหลายสิบลี้ลดฮวบลงอย่างกะทันหัน
ฮู้ววว ฮู้ววว
สายลมหนาวพัดกระหน่ำ เสียงลมพัดฟังดูวังเวงและน่าสะพรึงกลัว คล้ายกับมีเสียงร้องโหยหวนอันแปลกประหลาดเจือปนอยู่ด้วย ฟังแล้วชวนให้ขนลุกซู่
กิ๊ซซซ!!!
วิหคเผิงปีกทองเองก็สัมผัสได้ถึงภัยคุกคามแห่งความตายเช่นกัน
(จบตอน)