ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 343 ทะลวงขีดจำกัดวิถีกายา!
กลิ่นหอมนี้ชวนดมไม่เลวเลย ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือฉุนไปสักหน่อย เมื่อกู้หย่วนเทเลือดมังกรแท้จริงทั้งสองก้อนลงไปในถังไม้ น้ำยาภายในก็เริ่มเดือดพล่านขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ราวกับน้ำร้อนที่ต้มจนเดือดปุดๆ ฟองอากาศผุดขึ้นมาเป็นสาย ซ้ำสียังเริ่มเปลี่ยนไป กลายเป็นสีทองอมเขียว
เนิ่นนานผ่านไป ความเคลื่อนไหวนี้จึงค่อยๆ ลดลง และสงบนิ่งลงในที่สุด
น้ำยาถังนี้ ภายใต้การปรุงแต่งของเขา ได้กระตุ้นสรรพคุณของเลือดมังกรแท้จริงออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซ้ำยังทำให้มันอ่อนโยนและทรงพลังมากยิ่งขึ้น
กู้หย่วนถอดเสื้อผ้าออก แล้วก้าวเท้าลงไปในถังไม้
ทันทีที่เขาทั้งร่างแช่ลงไปในน้ำยา เขาก็สัมผัสได้ถึงไอความร้อนระลอกแล้วระลอกเล่าที่เริ่มซึมซาบเข้าสู่ร่างกายผ่านทางรูขุมขน
ไอความร้อนนี้มหัศจรรย์ยิ่งนัก ไม่ว่ามันจะไหลผ่านไปที่ใด ทั้งผิวหนัง กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ไปจนถึงอวัยวะภายในและเส้นลมปราณของกู้หย่วน ล้วนมีความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นเพิ่มสูงขึ้น
กู้หย่วนตัดสินใจโคจรคัมภีร์ชือไทหงลู่และเริ่มหลอมละลายฤทธิ์ยาตามเคล็ดวิชาที่บันทึกไว้ในนั้น
เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไปทีละน้อย กู้หย่วนสงบจิตสงบใจ เริ่มหลอมละลายฤทธิ์ยาในน้ำยาอย่างอดทน
ฤทธิ์ยาอันอบอุ่นระลอกแล้วระลอกเล่าถูกหลอมละลายอย่างต่อเนื่อง ความแข็งแกร่งทางร่างกายของกู้หย่วนก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างมั่นคงตามไปด้วย
ส่วนสีของน้ำยาในถังไม้ ก็เริ่มจางลงด้วยความเร็วที่ยากจะสังเกตเห็น
หลายวันต่อมา สีของน้ำยาในถังไม้ก็เปลี่ยนเป็นสีเทาอ่อน ภายในมองเห็นสิ่งเจือปนสีเทาเข้มขนาดเล็กจิ๋วราวกับปุยหลิวลอยอยู่ลางๆ
กู้หย่วนลืมตาขึ้น ภายในดวงตาทอประกายแสงอันอบอุ่นและสว่างไสว
ในเวลานี้ ผิวพรรณบนร่างของเขาขาวผ่องละเอียดอ่อน เปล่งปลั่งดุจหยก ซ้ำรายละเอียดในแต่ละส่วนยังสมส่วนพอดี ให้ความรู้สึกงดงามแปลกตาไปอีกแบบ
และภายในร่างกายของกู้หย่วน ไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ไปจนถึงอวัยวะภายใน ล้วนเกิดความเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้น กระดูกสีขาวหยกในยามนี้ มีเส้นไหมสีทองแทรกซึมอยู่มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และความแข็งแกร่งก็เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ยิ่งไปกว่านั้น อวัยวะภายในทั้งห้าก็แผ่ซ่านสีสันที่แตกต่างกันออกไป ได้แก่ สีขาวทอง เขียวคราม ฟ้าน้ำทะเล แดงเพลิง และเหลืองปฐพี แบ่งแยกตามเบญจธาตุ ก่อเกิดและข่มกันเองตามหลักธรรมชาติ
“ฟู่…”
กู้หย่วนพ่นลมหายใจยาวออกมา แล้วตัดสินใจลุกขึ้นยืน
ซ่าๆ!
สิ้นเสียงน้ำไหล กู้หย่วนก็ก้าวออกมาจากถังไม้ เขาโคจรปราณแท้เพียงรอบเดียว ก็ขจัดหยดน้ำบนร่างจนแห้งสนิท เมื่อสวมใส่เสื้อผ้าเรียบร้อย กู้หย่วนก็รู้สึกเบาสบายไปทั้งตัว
ในตอนนี้ เขาได้ดูดซับและหลอมละลายแก่นแท้ทั้งหมดในน้ำยาถังนี้จนหมดสิ้นแล้ว และความแข็งแกร่งทางร่างกายของเขาก็ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น บรรลุถึงขั้นสมบูรณ์ของบทจินตานในคัมภีร์ชือไทหงลู่แล้ว!
พูดอีกอย่างก็คือ ต่อให้ไม่นับรวมระดับการบำเพ็ญเพียรวิถีเซียนของกู้หย่วน เอาแค่ระดับการบำเพ็ญเพียรวิถีกายา ตอนนี้กู้หย่วนก็นับว่าเป็นยอดฝีมือระดับจินตานขั้นสมบูรณ์ได้อย่างเต็มภาคภูมิแล้ว
ซ้ำยังมีอาวุธเทวะอย่างทวนมังกรดำอยู่ในมือ กู้หย่วนมั่นใจว่าสามารถต่อกรกับเฒ่ามารที่อยู่มานานอย่างมารเฒ่าซานซือได้อย่างแน่นอน
และหากจะพูดจาล่วงเกินสักหน่อย ต่อให้เป็นท่านอาจารย์อย่างนักพรตเฮ่อหลิง กู้หย่วนก็มั่นใจว่าด้วยพลังฝีมือของตนเองในตอนนี้ สามารถประมือกับอีกฝ่ายได้โดยไม่ตกเป็นรองอย่างแน่นอน
“ไม่เลวเลย บำเพ็ญเพียรมาจนถึงตอนนี้ ในที่สุดก็พอมีพลังคุ้มครองตัวเองได้บ้างแล้ว!”
กู้หย่วนถอนหายใจเบาๆ รู้สึกตื้นตันใจเป็นอย่างมาก
นับตั้งแต่เขาเริ่มบำเพ็ญเพียรจนถึงตอนนี้ เวลาเพิ่งจะผ่านไปได้ปีกว่าๆ เท่านั้น
เวลาเพียงเท่านี้ ดูเหมือนจะสั้นนัก แต่สำหรับกู้หย่วนแล้ว กลับรู้สึกยาวนาน ราวกับว่าเวลาได้ผ่านไปเนิ่นนานเหลือเกิน (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
ในช่วงเวลานี้ เขาได้ผ่านเรื่องราวมามากมาย ได้รู้จักมิตรสหายไม่น้อย และก็ล่วงเกินผู้คนไปมากมายเช่นกัน
ในจำนวนนั้นก็มีทั้งนิกายกู่เสิน หุบเขาใบไม้แดง กระทั่งฝ่ายตระกูลใหญ่ในยอดเขาโอสถสำนักของเขาเอง ก็ยังจับจ้องเขาตาเป็นมัน
อย่างเช่นตอนนี้ ที่นักพรตโยวเมิ่งแห่งฝ่ายตระกูลใหญ่เดินทางมาสืบสวนสาเหตุการตายของนักพรตชิงมู่ ซ้ำยังคิดจะยัดเยียดความผิดนี้ให้กับเขา นี่แหละคือหลักฐานที่ชัดเจนที่สุด!
ในเมื่อตอนนี้ เรื่องที่ตำหนักเซียนมังกรชาดปรากฏขึ้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว ลำดับต่อไป กู้หย่วนก็จะต้องเดินทางไปยังยอดเขาโอสถเสียที
ต่อจากนี้ ต่อให้ใช้หัวแม่เท้าคิด กู้หย่วนก็รู้ได้เลยว่าสถานการณ์คงไม่สงบสุขอย่างแน่นอน จะต้องมีเรื่องราวบางอย่างเกิดขึ้น และจะต้องมีพวกไม่เจียมตัวบางคนสรรหาสารพัดวิธีมาหาเรื่องเขาอย่างแน่นอน
หากต้องการลดปัญหาเหล่านี้ ทางเลือกสองทางของกู้หย่วนก็คือการยกระดับพลังบำเพ็ญเพียรและพลังฝีมือ และอีกทางหนึ่งก็คือการยกระดับสถานะและฐานะของตนเอง
แน่นอนว่าทั้งสองอย่างนี้ ล้วนเกื้อกูลและส่งเสริมซึ่งกันและกัน
ยิ่งระดับการบำเพ็ญเพียรและพลังฝีมือสูงขึ้น สถานะและฐานะก็จะได้รับการยกระดับตามไปด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ย่อมสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาไปได้มากมายโดยปริยาย
ตอนนี้กู้หย่วนมีพลังฝีมือระดับนี้แล้ว ขอเพียงยอดฝีมือระดับหยินเสินไม่ยื่นมือเข้ามาสอด กู้หย่วนก็มั่นใจว่าสามารถเอาตัวรอดได้ และไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวใครหน้าไหนทั้งสิ้น
พูดอีกอย่างก็คือ จนถึงตอนนี้ กู้หย่วนถึงได้มีความมั่นใจมากพอที่จะเดินทางไปยังยอดเขาโอสถอย่างแท้จริง
ต่อให้ถึงตอนนั้นจะมีปัญหาเข้ามาหาถึงที่ ต่อให้มีพวกตาบอดหน้าไหนมาหาเรื่องเขาจริงๆ กู้หย่วนก็สามารถตบตีได้ตามใจชอบ ด่าทอได้ตามใจนึก เขามีทั้งความมั่นใจและพลังฝีมือมากพอที่จะจัดการกับเรื่องพวกนี้แล้ว
ทว่า สิ่งที่ควรค่าแก่การกล่าวถึงก็คือ กู้หย่วนมีความคิดตั้งใจเอาไว้ว่า หลังจากไปถึงยอดเขาโอสถแล้ว เขาจะไปยื่นเรื่องขอเป็นศิษย์สืบทอด
ฐานะศิษย์สายในของเขาในตอนนี้ ท้ายที่สุดแล้วก็ยังด้อยเกินไป เวลาเจอกับพวกผู้อาวุโสระดับจินตาน ก็ต้องลดตัวลงมาหนึ่งระดับโดยอัตโนมัติ ซ้ำทรัพยากรและสิทธิประโยชน์ที่ได้รับก็ยังด้อยกว่าอยู่ดี
หากสามารถกลายเป็นศิษย์สืบทอดได้ ไม่เพียงแต่ทรัพยากรและสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล แต่ฐานะก็จะสูงส่งขึ้นมากเช่นกัน เวลาเจอพวกนักพรตชิงมู่ หรือนักพรตโยวเมิ่ง อารมณ์ดีก็ทักทายสักคำ
ถ้าอารมณ์ไม่ดี ก็เมินเฉยไม่สนหัวได้เลย
แม้ตอนนี้กู้หย่วนจะมีทรัพย์สินมากมาย ไม่ได้ขัดสนทรัพยากรการบำเพ็ญเพียรทั่วไปเลย แต่ยอดเขาโอสถก็เป็นถึงสำนักอันดับหนึ่งแห่งแคว้นฉิน มีรากฐานที่ลึกล้ำและมั่นคง ภายในสำนักย่อมต้องมีของดีซุกซ่อนอยู่ไม่น้อยอย่างแน่นอน
ต่อให้เป็นกู้หย่วนก็ยังอดใจหวั่นไหวไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากที่สถานะสูงขึ้นแล้ว เขาก็จะสามารถเข้าถึงแวดวงที่ใหญ่ขึ้น และได้รับข่าวสารระดับสูงที่เป็นประโยชน์มากขึ้นอีกด้วย
ความจริงแล้ว เอาแค่เรื่องที่เขาสังหารนักพรตชิงมู่ก่อนหน้านี้มาพูดก็แล้วกัน
หากตอนนี้กู้หย่วนมีสถานะเป็นศิษย์สืบทอดล่ะก็ คงไม่มีใครเอาเรื่องนี้มาเชื่อมโยงกับเขาอย่างแน่นอน เพราะตัวเขาได้ก้าวเท้าเข้าไปเป็นระดับสูงของยอดเขาโอสถข้างหนึ่งแล้ว การจะมาใส่ร้ายเขานั้นไม่ใช่เรื่องที่จะพูดกันเล่นๆ ได้ เพราะมันอาจจะก่อให้เกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่ตามมา
ต่อให้เรื่องนี้จะมีเงาของกู้หย่วนเข้ามาเกี่ยวข้องจริงๆ แต่ถ้าเขาเป็นศิษย์สืบทอด นักพรตโยวเมิ่งก็คงไม่กล้าแสดงท่าทีแบบนี้หรอก แต่จะต้องใช้วิธีการที่ระมัดระวังรอบคอบยิ่งกว่านี้ในการเข้ามาสืบสวนแทน
ทว่า มีสิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้เลยก็คือ หากกู้หย่วนกลับไปที่ยอดเขาโอสถ แล้วยื่นเรื่องขอเป็นศิษย์สืบทอด ถึงตอนนั้นจะต้องเกิดคลื่นลูกใหญ่ซัดกระหน่ำอย่างแน่นอน
เพราะจำนวนโควตาของศิษย์สืบทอดนั้นมีอยู่อย่างจำกัด ในแต่ละรุ่นจะมีโควตาศิษย์สืบทอดเพียงสิบสองที่นั่งเท่านั้น ตอนนี้มีศิษย์สืบทอดอยู่แล้วเก้าคน จึงเหลือโควตาว่างอยู่อีกเพียงสามที่นั่ง
และโควตาศิษย์สืบทอดทั้งสามที่นั่งนี้ สองที่นั่งเป็นของฝ่ายตระกูลใหญ่ ส่วนอีกหนึ่งที่นั่งเป็นของสายหลักสำนัก
ในเวลานี้ โควตาทั้งสามที่นั่งกำลังถูกศิษย์สายในหลายคนจับจ้องตาเป็นมัน พวกเขาหมายปองและมองว่ามันเป็นของในกระเป๋าตัวเองไปแล้ว
ทันทีที่กู้หย่วนวางแผนจะก้าวขึ้นเป็นศิษย์สืบทอด ย่อมต้องกระตุ้นความเป็นศัตรูของคนจำนวนมากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงตอนนั้น ก็คงมีปัญหาตามมาไม่น้อยเช่นกัน
ทว่า ด้วยพลังฝีมือของกู้หย่วนในปัจจุบัน การจะเป็นศิษย์สืบทอดนั้น ถือว่าเหลือเฟืออย่างแน่นอน!
(จบตอน)