ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 523 ที่แท้ก็อยู่ในโหมดนรกนี่เอง
ผลศักดิ์สิทธิ์ถูกขโมยหรือ
อสูรดาราหลายร้อยตัวหันไปมองทางต้นแสงดาว พบว่าผลดาราพรายสามลูกหายไปแล้ว
เหล่าอสูรดาราอึ้งงัน ใครกันแน่ ถึงสามารถขโมยผลศักดิ์สิทธิ์ไปต่อหน้าต่อตาพวกมันได้!
“ยังจะยืนบื้ออยู่ตรงนี้ทำไม รีบไปจับขโมยสิ!” หัวหน้าเผ่าตะโกนลั่น
เหล่าอสูรดารามองหัวหน้าเผ่าด้วยความงุนงงราวกับกำลังจะบอกว่าผลไม้หายไปได้อย่างไรยังไม่รู้ด้วยซ้ำ จะจับขโมยอย่างไร
“ขโมยหนีไปได้ไม่ไกลแน่ พวกเราแยกย้ายกันไปตรวจตราข้างนอกคนละทิศทาง ต้องเจอตัวขโมยคนนั้นแน่!” หัวหน้าเผ่าพูดเสริมอีกครั้ง
อสูรดาราหลายร้อยตัวได้ฟังก็ตาลุกวาวขึ้นมา มีเหตุผล!
ด้วยเหตุนี้บนยอดเขาของเขาแสงดาวจึงมีฝนดาวตกหลายร้อยดวงปรากฏ พุ่งไปทั่วทุกสารทิศราวกับดอกไม้ไฟ วาดวงโคจรสีทองเป็นสายๆ กลางท้องฟ้ายามราตรี
ยอดเขาว่างเปล่า
พวกมันคิดไม่ถึงเลยสักนิดว่า ตัวการที่ขโมยผลไม้ยังอยู่บนยอดเขา…
อันหลินมองต้นแสงดาวที่อยู่ตรงหน้าด้วยความสนอกสนใจ ขบคิดว่าจะถอนต้นไม้ต้นนี้ไปดีหรือไม่
ขโมยไข่ไม่กี่ฟองน่ะไม่เท่าใดหรอก ขโมยแม่ไก่ไปด้วยต่างหากละที่สุดยอด!
ทว่าภายหลังคิดไปคิดมาแล้วช่างมันดีกว่า ต้นแสงดาวจำต้องดูดซับพลังแห่งดาราจึงจะเจริญเติบโต หากย้ายมันไปที่แผ่นดินบรรพกาล อาจจะไม่รอดก็ได้ เก็บไว้เป็นสมบัติให้ดาวตัวจิ๋วที่น น่าสงสารดีกว่า…
“นายท่านๆ รีบพาข้าไปหาดวงดาวที่สว่างมาก อ้วนมากตัวนั้นหน่อย” เสวี่ยจ่านเทียนตะโกนเสียงดัง
อันหลินเดินไปข้างๆ อสูรดาราที่สว่างไสวตัวนั้นด้วยความงุนงง
เพี๊ยะ!
ฝ่ามือฟาดลงบนใบหน้าของอสูรดาราเสียงดังกังวาน
“ฮ่าๆ ๆ! สะใจนัก!” เสวี่ยจ่านเทียนหัวเราะอย่างชั่วร้าย
อันหลิน “…”
หัวหน้าเผ่า “…”
“เปิดค่ายกลผนึกบรรพต!” หัวหน้าเผ่าไหวตัวทันใด ได้สติอย่างรวดเร็ว จึงรีบกระตุ้นค่ายกลขุนเขาแสงดาวทันที
ครืน
ม่านแสงสีน้ำเงินผุดขึ้นจากภูเขา ปกคลุมไปทั่วทั้งมิติ ทำให้ไร้ช่องทางหลบหนี
“ขโมยล่องหนคนนั้นอยู่ละแวกนี้ หาตัวให้เจอ!” หัวหน้าเผ่าตะโกนด้วยความโมโห
มีอสูรดาราที่อยู่เฝ้าต้นแสงดาวอีกหลายสิบชีวิตตื่นตะลึงเมื่อได้ฟัง จากนั้นก็มีบางตัวเตรียมจู่โจม บางตัวเริ่มใช้อาคมค้นหา
เสวี่ยจ่านเทียน “…นายท่าน ข้าทำผิดมหันต์”
อันหลินไม่คิดเลยว่าเสวี่ยจ่านเทียนจะยอมรับผิดฉับไวเช่นนี้ จึงไม่อยากระเบิดโทสะ
เขามองค่ายกลผนึกขนาดใหญ่แวบหนึ่งแล้วดวงตาก็พลันขาวโพลน
วิชาญาณทิพย์!
แสงสีแดงกะพริบวาบ รอยรั่วจุดหนึ่งของค่ายกลถูกลำแสงสีแดงโจมตี ในที่สุดก็เกิดเป็นช่องโหว่
อันหลินพาเสวี่ยจ่านเทียนพุ่งไปหาช่องโหว่นั่นอย่างไม่ลังเล หนีออกจากขุนเขาแสงดาว
“ตามไป! ตามไปทางนั้น!” หัวหน้าเผ่าเห็นดังนั้นก็ตะโกนลั่น
ลำแสงสีทองเส้นแล้วเส้นเล่าถาโถมใส่ช่องโหว่ด้วยพลังอันยิ่งใหญ่
แต่ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่สัมผัสไม่ได้แบบนี้ การพุ่งชนของพวกมันจึงเป็นการโจมตีแบบสุ่มเท่านั้น ชนอากาศมั่วซั่ว คิดจะอาศัยสิ่งนี้โจมตีศัตรูคนนี้ มันช่างน่าขันจริงๆ
อันหลินพาเสวี่ยจ่านเทียนออกห่างขุนเขาแสงดาว หันหลังมองดวงดาวที่โกรธเกรี้ยวและสนเท่ห์ข้างหลังแล้วเผลอถอนหายใจโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะเหาะเหินไปไกลอีกครั้ง
ตอนนี้ภารกิจที่จักรพรรดิจื่อเวยมอบหมายนับว่าสำเร็จลุล่วงแล้ว สิ่งที่เขาต้องทำในตอนนี้คือทำภารกิจของระบบให้สำเร็จ หากภารกิจล้มเหลวต้องเป็นขันทีหนึ่งร้อยปี สิ่งที่ต้องจ่าย สำหรับการล้มเหลวหนักอึ้งจนทำให้เขารับไม่ได้
เขามองเทือกเขาสีดำอันกว้างใหญ่ไพศาลแวบหนึ่ง และไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหนกันแน่ อาณาเขตนอกแผนที่ ไม่มีพิกัดใดเลย ทิวาราตรีสลับกัน…
นอกจากอสูรดาราแล้ว เขาไม่เห็นสิ่งมีชีวิตอื่นเลย ที่นี่รกร้างเกินไปแล้วมั้ง!
หรือเขาจะถูกส่งมายังแดนพิศวงของเขาแสงดาว
อันหลินเหาะไปสามพันลี้อย่างไร้จุดหมาย ในที่สุดก็เหาะออกจากขอบเขตของเทือกเขา มาถึงทุ่งหญ้าแห่งหนึ่ง
หญ้าในทุ่งหญ้าเหล่านี้เป็นสีม่วงเข้ม ทอดมองไปเป็นสีม่วงที่ไร้ขอบเขตเชื่อมต่อกับท้องนภายามราตรี
“ดวงดาวของที่นี่สว่างเกินไปแล้ว ภายใต้ท้องฟ้ายามรัตติกาล แม้แต่ทิวทัศน์ของทุ่งหญ้าก็ยังเห็นชัดถึงเพียงนี้” อันหลินมองทุ่งหญ้าที่ไม่มีสิ่งใดเทียบแล้วอุทาน
“ไม่ใช่ทุ่งหญ้าที่เขียวชอุ่ม ไม่สวย!” เสวี่ยจ่านเทียนเอ่ยปากบ่น
“นายท่าน พวกเราไปจากที่นี่ดีกว่า ทุ่งหญ้านี่ไม่เห็นปลายทาง มีแต่ทุ่งหญ้าสีเขียวที่สภาพแวดล้อมดี มองแล้วสบายตาเท่านั้นที่เหมาะกับเรา!” เสวี่ยจ่านเทียนแนะนำอีกครั้ง
อันหลินกลอกตา “เจ้าชอบทุ่งหญ้าสีเขียวก็อย่าพาข้าไปด้วย! พูดอะไรน่ะ ขืนยังพูดจาเหลวไหลอีกข้าจะทุบเจ้าให้ตาย!”
เสวี่ยจ่านเทียนหดขอหนี ไม่รู้ว่าทำไมอันหลินถึงได้โกรธขนาดนี้
หูของมันกระดิกน้อยๆ หันสายตามองไปทางอื่นแล้วพูดว่า “นายท่าน เหมือนพลังปราณทางนั้นจะเคลื่อนไหวผิดปกติ อาจจะมีคนกำลังสู้กันอยู่”
อันหลินได้ฟังดวงตาก็วาวโรจน์ทันที ไม่พูดพร่ำทำเพลงเหาะไปทางที่เสวี่ยจ่านเทียนชี้ทันที
ความจริงพิสูจน์แล้วว่า ในดินแดนที่ไร้ชีวิตชีวาแห่งนี้มีคนน่ะเป็นเรื่องดี!
ไม่ว่าจะเป็นศัตรูหรือสหาย ล้วนแต่พิสูจน์แล้วว่าอันหลินไม่โดดเดี่ยว ยังมีคู่ให้สนทนาได้!
เมื่อเข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆ การโจมตีของพลังงานก็เริ่มรุนแรงขึ้นทุกที
อันหลินตกตะลึง การปะทะของพลังงานในระดับนี้คล้ายว่าจะยิ่งใหญ่กว่าตัวเขาไม่น้อยเลย เขตเทพโบราณมีสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ด้วยเหรอ
ไกลออกไปสิบกว่าลี้มีการปะทะอย่างรุนแรงเป็นระยะๆ และมีเสียงที่ดังสะเทือนเลือนลั่น ทำให้แผ่นดินก็พลอยสั่นสะเทือนไปด้วย
อันหลินเบิกตากว้าง จู่ๆ ก็เห็นทะเลเพลิงที่ไฟลามทุ่งปะทุขึ้น ปกคลุมพื้นที่ในรัศมีสิบลี้ในพริบตา แสงเพลิงส่องสะท้อนทั่วทั้งผืนฟ้า
ช่างเป็นกลิ่นอายที่น่ากลัว!
อันหลินพุ่งเข้าไปในชายขอบของเปลวไฟ ในที่สุดก็เห็นวิหคสีชาดที่จมอยู่ในเปลวไฟตัวหนึ่ง
นกตัวนี้มีขนาดใหญ่ร่วมร้อยจั้ง ขนนกสีแดงปกคลุมด้วยเปลวไฟสีทอง ส่วนหางแพนออกเหมือนนกยูงรำแพน ด้านบนมีลวดลายประหลาดของโครงกระดูกผิดรูปสีแดง
ไม่ไกลจากมันมีบุรุษผิวสีทองแดง มีปีกสีดำบนแผ่นหลังคนหนึ่งกำลังยืนอยู่กลางอากาศ
เขากำดาบเล่มใหญ่แล้วตวัดฟันวิหคสีแดง มิติพังทลาย ลำแสงสีดำขลับบฉีกแผ่นดินในรัศมีหลายลี้ในพริบตา
วิหคสีแดงเห็นลำแสงที่ทรงอานุภาพก็กรีดร้องเสียงแหลม ภาพตรงส่วนหางแผ่คลื่นประหลาดทำให้ลำแสงดำทะมึนบิดเบี้ยว
ครืน พลังของลำแสงโหมกระหน่ำใส่สีข้างของวิหคสีแดง ฉีกพสุธาให้เป็นรอยแยกที่ลึกล้ำเป็นทาง
อันหลินมองสงครามที่สะเทือนฟ้าดินตรงหน้าอึ้งๆ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงด้วยซ้ำ
การต่อสู้ระดับนี้…มันสงครามของผู้ยิ่งใหญ่ระดับหวนสู่ความว่างเปล่าชัดๆ!
เขตเทพโบราณ…จะมีระดับหวนสู่ความว่างเปล่าได้อย่างไร!
ไม่สิ!
อันหลินสะดุ้งโดยพลัน เกิดข้อสันนิษฐานที่น่ากลัวบางอย่างขึ้นในใจ
เผ่าปีกทมิฬกับวิหคสีแดงระดับหวนสู่ความว่างเปล่า ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว…
เขาคงไม่ได้มาถึงเขตดารามายาของแผ่นดินบรรพกาลหรอกนะ!
มีแค่คำอธิบายนี้ที่สมเหตุสมผล…
ถึงว่าพลังแห่งดาราของที่นี่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ถึงว่ามีผู้ยิ่งใหญ่ระดับหวนสู่ความว่างเปล่าปรากฏตัว ที่แท้…เขาก็อยู่ในเขตดารามายาที่ระดับหวนสู่ความว่างเปล่าเดินกันให้เกลื่อนใ ในโหมดนรกนี่เอง!