ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 522 ผีหลอกที่ต้นแสงดาว!
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของอสูรดารา อันหลินก็งงไปชั่วขณะหนึ่งเช่นกัน
เขามองมือของตนเล็กน้อย ไม่ได้ล่องหนนี่นา!
“เจ้าดาวดวงน้อยอาจหาญดูหมิ่นผู้อื่น!” เสวี่ยจ่านเทียนตบอสูรดาราฉาดหนึ่งทันที
เพี๊ยะ!
เสวี่ยจ่านเทียนตวาดเสียงกร้าวว่า “อย่าคิดจะลบหลู่นายท่านของข้า นายท่านของข้าอยู่ตรงหน้าเจ้าไม่ใช่หรือไง!”
อสูรดาราใช้หนวดกุมหน้าแล้วมองตรงหน้าด้วยความสนเท่ห์ จากนั้นก็หันไปพูดกับเสวี่ยจ่านเทียนด้วยความโมโหว่า “เหลวไหล ทั้งๆ ที่ตรงหน้าข้าไม่มีอะไรอยู่เลยแท้ๆ!”
เพี๊ยะ!
เสวี่ยจ่านเทียนตบหน้าอสูรดาราอีกครั้งแล้วตวาดว่า “เจ้าช่างไม่เกรงกลัวสิ่งใดเลยจริงๆ ถึงได้อาจหาญด่าว่านายท่านของข้าไม่มีอะไร!”
อันหลิน “…”
“เจ้า…” อสูรดาราเบิกตากว้าง ร่างสีทองอ่อนกระเพื่อมอย่างแรง
มันรู้สึกว่าตนถูกรังแกเสียแล้ว!
“ทำไม…อยากจะชนอีกสักทีหรือ” เสวี่ยจ่านเทียนไม่อ่อนข้อเลยสักนิด
ดวงตาของอสูรดาราหม่นหมองลงไป เอาเถอะ มันถูกรังแกแล้วจริงๆ
เพี๊ยะ!
มือตบลงบนใบหน้าของอสูรดาราอีกครั้ง
อสูรดารากะพริบตาปริบๆ ด้วยความงงงวย มองเสวี่ยจ่านเทียนอึ้งๆ
เสวี่ยจ่านเทียนชูปีกทั้งสองข้างขึ้นสูงเป็นเชิงแสดงความบริสุทธิ์ “ครั้งนี้ไม่ใช่ข้าจริงๆ! ฝีมือของนายท่าน!”
อสูรดาราจะร้องไห้อยู่รอมร่อแล้ว “ที่นี่ยังมีคนอื่นอยู่อีกหรือ ต่อให้เจ้าจะชอบตบหน้าข้า ก็ไม่ควรมองข้าโง่เง่า…”
เพี๊ยะ!
มือฟาดลงบนใบหน้าของอสูรดาราเสียงดังอีกครั้ง
หนนี้อสูรดารามองเสวี่ยจ่ายเทียนที่ยกมือขึ้นสูง ฉงนแล้วอย่างแท้จริง
ไม่ใช่เขาจริงๆ ด้วย!
ผีหลอกแล้ว!
อันหลินสวมชุดลวงดารา เมื่อเห็นภาพนี้ก็เริ่มเดาะปากอย่างรู้สึกอัศจรรย์ใจ
ความรู้สึกที่สามารถตบหน้าได้อย่างไม่กลัวเกรงแบบนี้มัน…วิเศษเกินไปแล้ว!
สีหน้าท่าทางของภูตดวงดาวไม่เหมือนเสแสร้ง หมายความว่าภูตดวงดาวไม่เห็นเขาจริงๆ น่ะสิ!
สำหรับอสูรดาราแล้ว คุณสมบัติของชุดลวงดาราสุดยอดยิ่งกว่าชุดล่องหนเสียอีก! อำพรางตัวได้ไม่พอ ยังตัดลมหายใจ ตัดเสียงได้อีกด้วย หายไปจากตรงหน้าของพวกมันอย่างสิ้นเชิง
เสวี่ยจ่านเทียนก็รับรู้ได้ถึงความผิดปกติเช่นกัน ดวงตากลมโตจ้องมองอันหลิน นัยน์ตาเปี่ยมด้วยความปรารถนา
ความสามารถที่ล่องหนตบหน้าดวงดาวได้อย่างต่อเนื่อง…มันก็อยากได้เหมือนกัน!
อันหลินเดินไปหยุดตรงหน้าเสวี่ยจ่านเทียนแล้วถามยิ้มๆ ว่า “อยากให้ข้าอยู่หน้าเจ้าหรือหลังเจ้า”
ดวงตากลมดำขลับของเสวี่ยจ่านเทียนฉายริ้วคลื่นสีน้ำเงิน ขนสีขาวลุกตั้งเล็กน้อย พูดอย่างตกใจว่า “ท่านจะทำอะไร อย่าแม้แต่จะคิด! ข้าไม่รับ ข้าไม่ยอม!”
อันหลิน “… เจ้าคิดอะไรของเจ้า ข้าจะให้เจ้าพรางตัวต่างหากเล่า!”
เสวี่ยจ่านเทียนได้ฟังก็ชะงัก จากนั้นก็โล่งอกไปเปลาะหนึ่ง “นึกว่านายท่านชั่วช้าสามานย์ถึงขั้นคลุ้มคลั่งแล้วเสียอีก”
เลือดอัดแน่นอยู่ในอกของอันหลิน “เจ้าคิดไปถึงไหนกันแน่”
“ข้างหน้าแล้วกัน” เสวี่ยจ่ายเทียนเอ่ยขึ้นมาโดยที่ไม่ตอบคำถามอันหลิน
อันหลินเบะปากแล้วคลุมเสวี่ยจ่านเทียนด้วยชุดลวงดารา ทำเอาบริเวณหน้าท้องเริ่มนูนขึ้นมาราวกับตั้งครรภ์ ถุย! เหมือนคนพุงพลุ้ย
ภูตดวงดาวคิดว่าตนโดนผีหลอกแล้ว เจ้าลูกกลมๆ สีขาวหายไปต่อหน้าต่อตามันแล้ว!
อันหลินกำลังจะจากไป แต่เสียงของเสวี่ยจ่านเทียนกลับดังขึ้นอีกครั้ง “ช้าก่อน!”
“มีอะไร” อันหลินสงสัย
“ท่านเข้าใกล้ดาวน้อยตัวนั้นสักหน่อย” เสวี่ยจ่านเทียนกล่าว
อันหลิน “…”
ชั่วขณะที่ภูตดวงดาวกำลังตกตะลึง ร่างกายสีทองนุ่มนิ่มของมันก็ถูกตบอีกครั้ง
เพี๊ยะ
ภูตดวงดาวอ้าปากกว้าง ใช้หนวดลูบแก้มสีแดงของตัวเองอยู่นานก็ยังไม่ได้สติ
ความรู้สึกแสบร้อน ความรู้สึกอัปยศอดสู ความรู้สึกงุนงง ความรู้สึกคับข้องใจ…
“ฮือๆ ๆ…ข้าไปทำอะไรใครหรือ!”
อารมณ์ของภูตดวงดาวระเบิด ในที่สุดก็ร้องไห้ฟูมฟายขึ้นมา
ขณะเดียวกัน เสวี่ยจ่านเทียนก็หัวเราะร่วนในอกของอันหลิน “ฮ่าๆ ๆ…เจ้าดวงดาวงั่งนั่นตลกเหลือเกิน ช่างน่าขันจริงๆ โง่หาใดเทียบไม่มี! ฮ่าๆ ๆ…”
อันหลินกลอกตา จากนั้นเริ่มมุ่งหน้าเหาะไปยังยอดเขาแสงดาว
“ความรู้สึกที่ได้ตบเจ้าดาวน้อยช่างสะใจจริงๆ!” พอเสวี่ยจ่านเทียนหัวเราะจนพอใจแล้วก็เริ่มกระพือปีกเล็กๆ แล้วรำพันด้วยความรู้สึกที่ยังติดใจอยู่
อันหลินคร้านจะเสวนากับอสูรชั่วช้าตนนี้ ต่ำทรามแบบนี้ ถ้าขืนยังสนทนาต่อไป สักวันจะติดนิสัยของมันมา
ขุนเขาแสงดาวสูงอย่างยิ่ง ระหว่างที่อันหลินปีนไต่ขึ้นหน้าผากอย่างต่อเนื่องก็พบเจออสูรดาราไม่น้อยเหมือนกัน
แต่พวกมันต่างก็ไม่เห็นอันหลินที่พุ่งหวีดหวิวผ่านไป รู้สึกเพียงว่าลมแรงระลอกหนึ่งพัดมา แปลกใจอย่างมาก แต่ก็ไม่ได้คิดมากอะไร
หนึ่งพันจั้ง สามพันจั้ง หนึ่งหมื่นจั้ง…
เมื่อภูเขาสูงขึ้นเรื่อยๆ ความหนาแน่นของอสูรดาราก็สูงขึ้นไม่หยุด
อันหลินเห็นถ้ำที่อสูรดาราพักอาศัย รวมถึงอสูรดาราที่อาบแดดบนหน้าผา
สองหมื่นจั้ง สามหมื่นจั้ง ห้าหมื่นจั้ง…
นี่อาจเป็นภูเขาที่สูงที่สุดที่อันหลินเคยปีน
จนกระทั่งถึงห้าหมื่นจั้ง ในที่สุดเขาก็เห็นยอดเขา ขณะเดียวกันก็เห็นอสูรดาราหลายร้อยตัวเช่นกัน
พวกมันทำกิจกรรมบนยอดเขา อย่างเช่นดวงดาวที่เดินเหินได้เหล่านั้น แม้แต่แสงก็สว่างกว่าดวงดาวที่พบเจอก่อนหน้านี้
สิ่งที่เขาดีใจที่สุดก็คือ เขาเห็นต้นไม้ใหญ่ที่สูงร่วมร้อยจั้ง รวมถึงผลดาราพรายที่แขวนห้อยอยู่บนต้นไม้แล้ว!
ใช่แล้ว ผลดาราพรายที่เหมือนกับในคู่มือภาพเปี๊ยบเลย!
ผลดาราพรายมีขนาดใหญ่เท่าเสวี่ยจ่านเทียนกำลังส่องแสงแปลบปลาบดุจดวงดาวที่พร่างพราย เจิดจ้าแยงตาเหลือเกิน!
สุดยอด!
ส่งมอบหนึ่งลูก ตนเก็บไว้ได้อีกตั้งสองลูก…
อสูรดารามากมายรอบๆ ต้นแสงดาวกำลังอาบแดด ดูดซึมพลังแห่งดาราอันมหาศาล
และมีอสูรดาราบางส่วนกำลังชื่นชมผลดาราพราย จ้องผลไม้เหล่านี้ด้วยแววตากระหาย น้ำลายไหลออกจากมุมปาก
แต่ทว่าในตอนนี้เอง ผลดาราพรายลูกหนึ่งก็อันตรธานหายไปท่ามกลางสายตาของประชาชี…
เหล่าอสูรดาราต่างก็ชะงัก จากนั้นก็ออกแรงขยี้ดวงตาแล้วเบนสายตามองต้นแสงดาวอีกครั้ง แล้วก็พบว่าผลดาราพรายลดไปอีกลูกหนึ่ง ผลดาราพรายสามลูกเหลือแค่หนึ่งลูกแล้ว
“ท่าน…ท่าน…ท่านหัวหน้าเผ่า เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!” มีอสูรดาราลนลานทำอะไรไม่ถูก ตะโกนดังลั่น
“มีอะไรถึงได้ลนลานเช่นนี้” ดวงดาวสีทองที่สว่างโชติช่วง รูปร่างค่อนข้างกำยำเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เนิบช้า
“ท่านรีบดูที่ขุนเขาแสงดาวสิ จู่ๆ ผลดาราพรายก็หายไป!” อสูรดาราพูดอย่างร้อนรน
“ฮ่าๆ…กอร์โด เจ้าดื่มมากไปแล้วกระมัง ผลดาราพรายอยู่ดีๆ จะหายไปได้อย่างไร…” หัวหน้าเผ่าหัวเราะร่วนแล้วเบนสายตามองขุนเขาแสงดาว
จากนั้นรอยยิ้มก็นิ่งค้างแล้วจางหายไป
ตอนนี้เวลานี้ ต้นแสงดาวกลายเป็นโล้นโกร๋น ผลดาราพรายสามลูกหายไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว…
“นี่…นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
หัวหน้าเผ่าเบิกตากว้าง มองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง
หนึ่งอึดใจต่อมา เสียงกรีดร้องของหัวหน้าเผ่าก็ดังขึ้น
“ข้าศึกบุก! มีข้าศึกบุก ผลศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราถูกขโมยแล้ว! อย่าปล่อยให้มันหนีไปได้!”