ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 535 เป้าหมายเพื่อสร้างกองทัพผีดูดเลือด
เมื่อไมรอนยอมศิโรราบ ตอนนี้อันหลินมีทาสระดับหวนสู่ความว่างเปล่าสองตนแล้ว
เขารู้สึกว่าสามารถอาศัยเลือดของตนลองสร้างกองทัพผีดูดเลือดระดับหวนสู่ความว่างเปล่าได้…
อาศัยพลังของกองทัพผีดูดเลือด เขาก็จะได้ผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองมารวดเร็วยิ่งกว่า เพราะพลังส่วนบุคคลมีจำกัด พลังกองทัพต่างหากที่ไร้ขีดจำกัด!
“อะแฮ่ม…จริงสิ เสี่ยวไม่…เจ้ารู้เบาะแสของสหายคนอื่นๆ หรือไม่” อันหลินเอ่ยอย่างเชื่องช้า
ไมรอนแน่นหน้าอกไปชั่วขณะ เสี่ยวไม่หรือ ไยเจ้าไม่เรียกข้าว่าต้าหมี่เล่า![1]
เขาส่ายหน้าพูดว่า “ข้ามาเขตดารามายาเนิ่นนานปานนี้ยังไม่เคยพบผีดูดเลือดตนอื่นเลย”
อันหลินได้ฟังก็ผิดหวัง ก่อนหน้านี้เคยได้ยินโคโค่สตีฟพูดว่าผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่าที่เข้ามาเขตดารามายามีสี่ตน ซึ่งก็หมายความว่าขอเพียงผู้ยิ่งใหญ่เหล่านั้นไม่ตาย เขาก็ ยังดึงอีกสองตนเข้าทีมได้…
“นายท่าน ข้าใช้ความสามารถกำราบไมรอนให้ท่าน...ท่านควรจะ…” โคโค่สตีฟมองอันหลินด้วยแววตาสุกใส เอ่ยเสียงนุ่มนวล
อันหลินได้ฟังก็นึกอะไรขึ้นมาได้ รีบพูดทันควันว่า “ข้าอันหลินเป็นคนรักษาสัจจะ เจ้าช่วยข้ากำราบไมรอน ความดีความชอบเท่ากับสังหารผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่าหนึ่งตน มอบเลือ อดให้ห้ามิลลิลิตร!”
พูดจบเขาก็กรีดปลายนิ้วปล่อยเลือดหยดใหญ่ให้ลอยไปหาโคโค่สตีฟ
โคโค่สตีฟพุ่งไปหาเลือดหยดนั้นด้วยความตื่นเต้นแล้วกลืนลงท้องไป ใบหน้าขึ้นสีแดงเรื่อ หลับตาพริ้มอย่างมีความสุขราวกับกำลังย่อยเลือดหยดนั้น
ไมรอนเห็นเลือดหยดนั้นจนตาโต กลืนน้ำลายไม่หยุด “นายท่าน...ข้า…ข้าขอด้วย!”
อันหลินได้ฟังก็ยิ้มบางๆ “ส่งแหวนมิติของเจ้ามา ข้าจะมอบเลือดให้เจ้าสามมิลลิลิตร ธงนั่นคงจะเป็นอาวุธของเจ้า ข้าให้เจ้าเก็บไว้ก่อนได้”
ใบหน้าของไมรอนฉายความลังเล เขามองโคโค่สตีฟที่สุขใจจนสั่นระริกแวบหนึ่ง ในที่สุดก็ตัดสินใจ “ได้ ตกลง!”
ด้วยเหตุนี้ อันหลินจึงใช้เลือดหยดใหญ่แลกมาซึ่งแหวนมิติของผีดูดเลือด
เขาเปิดมันแล้วตรวจดูสมบัติในแหวนิมิตอย่างอดรนทนไม่ไหว
หนึ่งล้านสองแสนหินวิญญาณ อาวุธวิเศษสิบสามชิ้น ยาวิเศษยี่สิบกว่าเม็ด ผลวิเศษสิบกว่าเม็ด ผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองสองก้อน สีแดงหนึ่งก้อน สีน้ำเงินสิบก้อน สีขาวยี่สิบก้อน.. ..
หึๆ…เลือดสามมิลลิลิตรแลกกับสมบัติพวกนี้ คุ้มแล้ว!
หลังสำรวจแหวนมิติแล้ว อันหลินก็กระแอมไอแล้วเริ่มอธิบายเงื่อนไขมอบเลือดที่เหลือให้ไมรอน ‘อาวุธเซียนหนึ่งชิ้นได้เลือดสามมิลลิลิตร หนึ่งล้านหินวิญญาณได้เลือดหนึ่งมิลลิลิตร ร ผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองหนึ่งก้อนได้เลือดหนึ่งมิลลิลิตร…’
ไมรอนได้ยินเงื่อนไขแล้วร่างกายก็โงนเงน
ให้ตายสิ…ขาดทุนย่อยยับ!
หากรู้แต่แรกคงจะแยกขายสมบัติในแหวนมิติทีละชิ้น แบบนั้นจะได้เลือดเยอะกว่านี้!
จากนั้นเขาก็ได้สติมองอันหลินด้วยความเคียดแค้น อันหลินเพิ่งมาพูดเงื่อนไขเอาป่านนี้ก็เพราะจุดประสงค์นี้สินะ…
ครืน
จู่ๆ พลังปราณฟ้าดินก็โหมซัดอย่างบ้าคลั่ง
ท้องนภามีพยับเมฆบดบังดวงดารา กระแสไฟสีทองแหวกว่ายคำรามบนเมฆดำ อานุภาพที่น่ากลัวรวมตัวเหนือศีรษะ
อันหลินสะดุ้งโหยงแล้วกวาดตามองรอบกาย นึกว่าผู้ยิ่งใหญ่บางคนลงมือแล้ว แต่จากนั้นเขาก็เบนสายตามองโคโค่สตีฟที่นั่งขัดสมาธิบนพื้นแล้วสูดหายใจเข้าลึก
“โคโค่สตีฟจะทะลวงขั้นแล้ว พวกเรารีบถอยหลัง!” ไมรอนพูดจบก็ลากอันหลินกับเสวี่ยจ่านเทียนถอยหลัง
พลังปราณโหมซัดร่วมร้อยลี้ กระแสวนขนาดใหญ่ก่อตัวภายในร่างกายของโคโค่สตีฟ ขนาดมโหฬารยิ่งยวด
จากนั้นสายฟ้าทองอนัตตาก็ฟาดลงบนร่างของโคโค่สตีฟ
แสงอัสนีเจิดจ้าปะทุราวกับอาทิตย์สีทองลอยเด่นกลางนภา ทำให้ดินแดนผืนนี้เป็นสีทอง
ขั้นย่อยของระดับหวนสู่ความว่างเปล่าเพิ่มขึ้น อสนีบาตจะคงอยู่ไม่นาน ไม่นานพยับเมฆก็มลายหายไป
โคโค่สตีฟลุกขึ้นยืน พลังมหาศาลยิ่งใหญ่ เมื่อลืมตาใบหน้าที่นิ่งสงบก็มีกลิ่นอายของความเหนือโลกีย์เจือปน
ใบหน้าของไมรอนกลับมีความตกตะลึงปรากฏให้เห็น “เป็นไปได้อย่างไร นางเลื่อนจากขั้นต้นเป็นขั้นกลางไม่ใช่หรือ ทำไมไม่มีวิกฤตปีศาจโลหิตเล่า!”
“วิกฤตปีศาจโลหิตงั้นหรือ” อันหลินกะพริบตาปริบๆ
“ผีดูดเลือดอย่างเรามักจะดูดกินสสารเลือดของสิ่งมีชีวิตอื่นๆ สสารเหล่านี้จะหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเรา มันจะมีผลกระทบต่อรากฐานมรรคา ความรู้สึกที่เคียดแค้นชิงชังที่แฝงอยู่ พล ลังงานด้านลบทั้งหลายก็คือปีศาจโลหิตของพวกเรา”
“ฉะนั้นหลังพวกเราเข้าสู่ระดับหวนสู่ความว่างเปล่า ทุกครั้งที่ยกระดับจะต้องข้ามวิกฤตปีศาจโลหิต…”
ไมรอนหยุดชะงักกลางคัน จากนั้นก็มองอันหลินแล้วสูดหายใจเข้าลึก แววตาเป็นประกาย “ข้ารู้แล้ว เป็นเพราะนายท่าน...เป็นเพราะการขัดเกลาของเลือดของท่าน...”
อันหลิน “…”
ไมรอนทำหน้าดีอกดีใจ ระดับความอันตรายในการข้ามวิกฤตปีศาจโลหิตของผีดูดเลือดอย่างพวกเขาเหนือกว่าอสนีบาตมากโข มักจะมีผู้ยิ่งใหญ่ผีดูดเลือดสิ้นชีพเพราะเหตุนี้ ตอนนี้เลือดของเขา าบริสุทธิ์แล้ว อย่าเพิ่งพูดถึงประโยชน์อื่นๆ เลย ลำพังแค่ปลดวิกฤตปีศาจโลหิตได้ก็รู้สึกว่าคุ้มค่าแล้ว!
เห็นได้ชัดว่าโคโค่สตีฟก็ตระหนักได้ถึงจุดนี้เหมือนกัน ก้าวไปหาอันหลินด้วยฝีเท้าที่เบาหวิว ท่อนแขนเรียวยาวสม่ำเสมอคล้องแขนของอันหลินแล้วพูดอย่างเย้ายวนว่า “ขอบคุณนายท่า าน! ต้องขอบคุณเลือดของท่าน ข้าถึงพ้นคอขวดและทะลวงขั้นได้สำเร็จ!”
“ขอบคุณข้าก็อย่ายั่วยวนข้า ทำหน้าที่ให้ดี!” อันหลินสลัดแขนของโคโค่สตีฟทิ้งแล้วพูดอย่างไม่สบอารมณ์
“ไม่โรแมนติกเอาเสียเลย…” โคโค่สตีฟบ่นกระเง้ากระงอน ทำท่าทางน่าสงสาร
หากชายคนอื่นเห็นท่าทางเย้ายวนมีเสน่ห์ของโคโค่สตีฟเกรงว่าคงจะละสายตาไม่ได้แล้ว ถึงขั้นว่าทนไม่ไหวโอบนางเข้าสู่อ้อมกอด
อันหลินถอนหายใจแล้วกระชับกอดเสวี่ยจ่านเทียน
ต้องการเลือดของเราก็มากพอแล้ว ยังคิดจะย่ำยีเราอีก
หญิงคนนี้อันตรายเกินไปแล้ว…
แต่โคโค่สตีฟบรรลุระดับหวนสู่ความว่างเปล่าขั้นกลาง กองทัพของอันหลินก็ยิ่งใหญ่มากขึ้นแล้ว
ถ้ามองจากจุดนี้ เขาก็ปลื้มใจมากทีเดียว
ผ่านไปไม่นานแสงทองของภูเขาวงกลมก็เริ่มสว่างโชติช่วง พื้นเริ่มสั่นสะเทือนขึ้นมา
“ปรากฏการณ์เริ่มขึ้นแล้ว นายท่านอยู่ให้ห่างจากภูเขาลูกนี้หน่อย ข้าสังหรณ์ใจไม่ดี” สีหน้าของโคโค่สตีฟเคร่งขรึมขึ้นมา และสายตาของนางก็จับจ้องไปที่หินหยกร่างมนุษย์ที่สูง สิบจั้งทั้งห้าบนยอดเขานั่น
อันหลินพาเสวี่ยจ่านเทียนถอยหลัง แววตาจับจ้องหินหยกรูปมนุษย์ทั้งห้าไม่วางตา
ตำแหน่งหัวใจของหินหยกรูปมนุษย์ส่องแสงสีทองแปลบปลาบเหมือนการเต้นของหัวใจ แรงกดดันที่น่ากลัวยวดยิ่งแผ่ออกจากตำแหน่งของหัวใจ
ไกลออกไปร้อยลี้ ชายเผ่ามังกรที่โบกพัดสีขาวรูปโฉมธรรมดาสามัญกำลังหรี่ตามองสีทองอันไกลโพ้น ก่อนจะพึมพำว่า “เริ่มแล้วหรือ…”
อีกทิศทางหนึ่ง มารฉลามที่ถือประคำสีขาวแยกเขี้ยว ใบหน้ามีรอยยิ้มชั่วร้าย “คิดว่าข้าจะไปทั้งอย่างนี้จริงๆ หรือ บัญชีแค้นนี้…ข้าจะเอาคืนเดี๋ยวนี้แหละ!”
[1] เสี่ยวไม่ (小麦) แปลว่า ข้าวสาลี ต้าหมี่ (大米) หมายถึง ข้าว