ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 546 ชายชราชุดแดงผู้คุมสมรภูมิ
ชิ้นส่วนหัวใจแห่งดินแดนแผ่พลังที่แท้จริงของมันออกมา เสาแสงสีขาวพวยพุ่งขึ้นฟ้าภายใต้การชักนำของชายชราชุดแดงทั้งสอง พลังงานไร้รูปร่างกระจายออกไปหลายร้อยลี้ ปกคลุมเมืองฉีโหลวกับอาณาบริเวณรอบนอกเป็นรูปวงกลม
อันหลินพบว่ากิ่งไม้สีดำที่พันรอบกายเริ่มขยับ พร้อมทั้งส่องแสงสีแดงประหลาดด้วย
เขามองรอบกายด้วยความสิ้นหวัง เหมือนว่าจะทำอะไรไม่ได้เลย หรือจะถูกจองจำอยู่ในเมืองฉีโหลวตลอดกาล เขาไม่ยอมหรอก!
“เอ๊ะ หลี่ว์เฉิง มีลูกค้ามาที่นี่อีกแล้ว” ชายชราชุดแดงอ้วนเตี้ยโพล่งขึ้นมา
ชายชราชุดผอมสูงพยักหน้า “ข้าจะไปจับพวกเขามาเป็นอาหาร”
พูดจบร่างของเขาก็หายไปจากหอคอย
สีหน้าของพวกอันหลินเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินบทสนทนาของพวกเขา เกิดความหวังขึ้นในใจอีกครั้ง
กลางเวหาของเมืองฉีโหลว หลี่ว์ต้งปินฉีกมิติแล้วพาหลิวฉู่ฉู่ออกมา
เขามองหอคอยสีดำที่อยู่ไม่ไกล พลังจิตอันยิ่งใหญ่กวาดผ่านไป จากนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไปโดยพลัน “มีผู้แข็งแกร่งหวนสู่ความว่างเปล่าถูกจองจำอยู่มากมาย แม้แต่อันหลินก็อยู่ที่นั่นเหมือนกัน!”
หลิวฉู่ฉู่ตกใจ “อันหลินก็อยู่ด้วยหรือ เช่นนั้นเรารีบไปช่วยเขาเถอะ!”
“ไม่ว่าจะตอบแทนบุญคุณของเซียวถู หรือหนึ่งในสมาชิกของสรวงสวรรค์ ข้าก็จะไปช่วยเขาอยู่ดี แต่ศัตรูไม่ธรรมดาเลย เจ้ารีบไปจากที่นี่ให้ไว ยิ่งเร็วยิ่งดี!” หลี่ว์ต้งปินพูดอย่างจริงจัง
หลิวฉู่ฉู่ได้ฟังก็พยักหน้ากำลังจะถอยหลัง จู่ๆ ชายชราชุดแดงผอมสูงก็ปรากฏกายตรงหน้าทั้งสอง พูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบเฉยชาว่า “ในเมื่อมาแล้ว ไยไม่เข้าร่วมแผนการอันยิ่งใหญ่ของพวกเราเล่า”
“ไป!” หลี่ว์ต้งปินชักกระบี่ออกจากฝักทันใด ลำแสงสีขาวเส้นหนึ่งพุ่งพาดฟ้าดิน แหลมคมอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ตรงไปหาชายชราผอมสูงที่อยู่เบื้องหน้า
ชายชราผอมสูงไม่หลบไม่หลีก ปล่อยหมัดใส่ลำแสงที่พุ่งเข้ามาหา
แรงหมัดมหาศาลทลายลำแสงสีขาวนั่นในพริบตา ทะลวงอากาศกระแทกร่างกายของหลี่ว์ต้งปิน คลื่นพลังที่น่ากลัวก่อตัวเป็นพายุหมุน แม้แต่หลิวฉู่ฉู่ที่อยู่ไม่ไกลก็ถูกโจมตีจนกระเด็น
หลิวฉู่ฉู่ก็ได้ทีอาศัยแรงนี่ลากเสวี่ยหมิงหมิงถอยหลัง ขณะเดียวกันดวงตาก็ฉายแสงทองวาบ เพ่งสายตาไปที่ยอดหอคอยสีดำ
“อาคมเนตร มองทะลุ!”
ดวงตาสีเหลืองของนางก็มีอักขระหมุนวน หอคอยสีดำกลายเป็นโปร่งแสง ภาพข้างในก็เริ่มชัดเจนขึ้น
จากนั้นนางก็พบว่าพวกอันหลินถูกกิ่งไม้สีดำพันธนาการจนกระดิกกระเดี้ยไม่ได้แล้ว
“เอ๊ะ มีอีกคนอยู่ด้วยหรือ” หลิวฉู่ฉู่ขมวดคิ้ว ตัดสินใจว่าจะยังไม่แหวกหญ้าให้งูตื่น
หลี่ว์ต้งปินถูกหมัดกระแทกจนกระอักเลือดถอยกระเด็น เขาทุ่มเทสุดกำลัง ไม่ได้ดูถูกพลังของชายชราผอมสูงชุดแดง แต่ก็ยังบาดเจ็บไม่น้อยหลังผ่านไปหนึ่งกระบวนท่า
พลังของหมัดนั่นเหนือกว่าพลังที่ระดับสุดยอดหวนสู่ความว่างเปล่าขั้นกลางจะทำได้ แต่เขาไม่รู้สึกถึงกลิ่นอายของชายชราชุดแดงเลยสักนิด ราวกับว่าชายชราที่อยู่ตรงหน้าเป็นวิญญาณที่ไม่มีตัวตนอยู่
และในตอนนั้นเอง รอยแยกของเมืองฉีโหลวก็แยกออกอีกครั้ง
สาวหิมะผมเงินพลิ้วไหวสองคนก้าวออกมา เมื่อใช้พลังจิตสำรวจรอบกายแล้วนัยน์ตาก็เป็นประกาย
“เป็นโอกาสที่ดี ซูจิ้งเซียง! มีผู้แข็งแกร่งมนุษย์ถ่วงเวลาศัตรูคนหนึ่งไว้ พวกเรารีบเข้าไปชิงชิ้นส่วนหัวใจแห่งดินแดนกันเถอะ!” สาวหิมะที่ถือภูตวิญญาณเหมันต์พูดอย่างฮึกเหิม
“เอ๊ะ ชิ้นส่วนหัวใจแห่งดินแดนชิงง่ายดายปานนั้นเลยหรือ” จู่ๆ ก็มีเสียงเอื่อยๆ แว่วมา
วินาทีต่อมา ชายชราชุดแดงอ้วนเตี้ยก็ปรากฏกายต่อหน้าสาวหิมะทั้งสองแล้วมองอีกฝ่ายอย่างยิ้มแย้ม
“เยี่ยนฮวา เจ้ารีบไป ข้าจะถ่วงเขาไว้เอง!” ซูจิ้งเซียงพลิกมือ วงล้อน้ำแข็งก็ก่อตัวกลางฝ่ามือ ก่อนจะเอ่ยปากกับหญิงสาวข้างกาย
เยี่ยนฮวาได้ฟังก็ตอบสนองฉับไว เท้าย่ำอากาศแล้วเหาะไปยังยอดหอคอยสีดำ
ซูจิ้งเซียงก็โยนวงล้อน้ำแข็งใส่ชายชราอ้วนเตี้ยในตอนนี้เช่นกัน
วงล้อสีขาวขยายใหญ่ร่วมพันเมตรในพริบตา พลังแห่งเหมันต์มหาศาลกัดกร่อนมิติรอบทิศอย่างบ้าคลั่ง พลังแช่แข็งและพลังทำลายล้างพุ่งไปจู่โจมชายชรา
ชายชราอ้วนเตี้ยเองก็นำกู่ฉินออกมาแล้วโคลงศีรษะพูดว่า “เสียงมายาสิ้นเปลืองพลังเหลือเกิน ท่าทางจะใช้ได้แค่เสียงพิฆาตเสียแล้ว เพียงแต่ต้องลำบากแม่นางเสียแล้ว…”
พูดจบสองมือของเขาก็เคลื่อนไหวฉับไว โลดแล่นเหนือสายฉิน เสียงที่รวดเร็วดุดันปะทุออกมา
มิติในรัศมีสิบลี้เริ่มหยุดนิ่ง คลื่นเสียงกลายเป็นกระบี่และดาบที่เนืองแน่น แหวกอากาศไปฉีกวงล้อน้ำแข็งสีขาวให้เป็นแสงสีขาวระยิบระยับ จากนั้นก็พุ่งไปหาสาวหิมะทั้งสอง
เยี่ยนฮวาที่มุ่งหน้าไปชิงชิ้นส่วนหัวใจแห่งดินแดนเพิ่งใช้อาคมทลายมิติที่หยุดนิ่ง กระบี่และดาบคลื่นเสียงอันแหลมคมนับไม่ถ้วนก็ประเดประดังเข้ามา
ส่วนซูจิ้งเซียงที่พูดว่าจะถ่วงชายชราอ้วนเตี้ยไว้บัดนี้ก็เริ่มเอาตัวรอดไม่ได้แล้ว…
สามสิบลี้นอกหอคอยสีดำ หลิวฉู่ฉู่ง้างธนูสีชมพู ศรพลังงานสีแดงดอกหนึ่งก็ก่อตัวสำเร็จ อุณหภูมิที่น่ากลัวทำให้มิติรอบๆ เริ่มบิดเบี้ยว
“วิชาเทวะ ศรเพลิงทลาย!”
ฟิ้ว ศรยาวหลุดออกจากสายแล้ววาดวงโคจรประหนึ่งฝนดาวตกกลางอากาศ
เป้าหมายของศรเพลิงทลายดอกนั้นก็คือกิ่งไม้สีดำที่อยู่บนพื้นภายในหอคอย
ชายชราชุดแดงทั้งสองต่างก็ถูกหน่วงเหนี่ยว ตอนนี้ได้เวลาช่วยอันหลินแล้ว!
หลี่ว์ต้งปินที่เสกค่ายกลกระบี่บงกช เปลี่ยนจากฝ่ายรุกเป็นรับเห็นศรสีแดงดอกนั้นก็ดีใจ ออกแรงถ่วงเวลาชายชราสูงผอมที่อยู่ตรงหน้ายิ่งกว่าเดิม
ครืน
จู่ๆ ศรเพลิงทลายก็เหมือนปักอะไรบางอย่างเมื่อเข้าใกล้หอคอยในรัศมีหนึ่งจั้ง หยุดชะงักกลางอากาศ ผนังหอคอยสีดำเกิดคลื่นกระเพื่อม หัวศรแดงฉานดุจโลหิต เสียงแผดร้องหวีดหวิวกระจายตัวไปทั่วทุกสารทิศ สุดท้ายก็ระเบิดทำให้ท้องนภากลายเป็นทะเลเพลิงทันใด
ทะเลเพลิงชนกับหอคอยสีดำ เยื่อหุ้มโปร่งแสงแยกออกมาด้วยตัวเอง ทำอะไรหอสูงไม่ได้เลยสักนิด
“พวกเจ้าอย่าได้เสียแรงเปล่าเลย คิดว่าพวกเราสองคนออกโรงแล้วจะไม่ป้องกันหอสูงหรือ พวกเราไม่ได้โง่ปานนั้นหรอกนะ” ชายชราผอมสูงโจมตีพลางเอ่ยอย่างนิ่งเฉยไปด้วย
การโจมตีของเขารุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่ละหมัดล้วนแฝงด้วยพลังมหาศาลราวกับขุนเขาใหญ่เบียดมา
หลี่ว์ต้งปินถอยกรูด จวนจะแพ้พ่ายแล้ว
ไม่คิดเลยว่าจะมีค่ายกลคุ้มกันอีกด้วย ไม่มีหนทางแล้วจริงๆ หรือ…
หลิวฉู่ฉู่เม้มปากสีแดงเรื่อแล้วง้างธนูอีกครั้ง
ภายในหอคอยสีดำ
พวกอันหลินต่างก็จนปัญญา ทำได้เพียงรอคอยการทำพิธี
กิ่งไม้สีดำท่อนหนึ่งกลายเป็นปากรูปหลอดที่แหลมคม เคลื่อนไหวอย่างมีจังหวะ และจุดที่เพ่งเล็งก็คือหัวใจของพวกเขา
หัวใจของเสวี่ยจ่านเทียนไม่ชัดเจน ด้วยเหตุนี้จุดที่เพ่งเล็งของมันกลับเป็นปาก
เสวี่ยจ่านเทียนจะร้องไห้อยู่แล้ว คิดถึงขั้นจะกัดลิ้นฆ่าตัวตายแล้ว
ในตอนนั้นเอง จู่ๆ อันหลินก็รู้สึกว่ากระเป๋าคับแน่นนิดหน่อย
ไม่สิ แน่นสุดๆ ต่างหาก
“คุณพระ! ตัวอะไรน่ะ แน่นจะตายแล้ว!” อันหลินรู้สึกว่าเอวของตนถูกวัตถุมหึมาบางอย่างดุน
จากนั้นเขาก็พบว่าเอวของตนสาดแสงสีขาวเจิดจ้า
จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงแตกดังแกรก
จู่ๆ อันหลินก็นึกอะไรขึ้นมาได้ “ทีน่าเหรอ”