ราชันย์มังกรอสูรกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 34: ขาใหญ่ประจำถิ่น
ตอนที่ 34: ขาใหญ่ประจำถิ่น
แสงแดดยามสายสาดส่องลงมายังกระท่อมไม้ผุพังท้ายเขา ขับไล่หมอกหนาบางส่วนให้จางลง เผยให้เห็นร่องรอยการ “ปรับปรุงภูมิทัศน์” แบบหยาบๆ ที่หลงเฉินเพิ่งลงมือทำไปเมื่อคืน หญ้ารกทึบหน้าบ้านถูกถางจนโล่งเตียน ประตูที่เคยห้อยรุ่งริ่งถูกซ่อมแซมให้พอกันลมกันฝนได้ แม้สภาพโดยรวมจะยังดูเหมือนบ้านผีสิง แต่ก็ดูสะอาดสะอ้านขึ้นถนัดตา
หลงเฉินนั่งขัดสมาธิอยู่บนแคร่ไม้ไผ่หน้าบ้าน ในมือถือไก่ป่าย่างที่ส่งกลิ่นหอมฉุย เสี่ยวเฮยเกาะอยู่บนเข่าของเขา ใช้สองขาหน้าฉีกน่องไก่กินอย่างมูมมาม
“จืด! จืดชะมัด!” เสี่ยวเฮยบ่นทั้งที่ปากยังเคี้ยวตุ้ยๆ “ไก่ป่าแถวนี้ไม่มีพลังปราณเลยสักนิด! เนื้อเหนียวอย่างกับเคี้ยวยางรถม้า! เมื่อไหร่ข้าจะได้กินเนื้อสัตว์อสูรระดับ 3 ที่เจ้าสัญญาไว้ฮะ!”
“กินๆ ไปเถอะน่า ดีกว่าอดตาย” หลงเฉินตอบพลางกัดเนื้ออกไก่ “เราเพิ่งมาถึงวันแรก ทรัพยากรยังไม่พร้อม รอข้าหาช่องทางทำเงินได้ก่อนเถอะ”
“เฮอะ! ช่องทางทำเงิน? ในป่าช้าแบบนี้เนี่ยนะ?” เสี่ยวเฮยกลอกตามองบน “เจ้าจะขายอะไร? ขายผีรึไง?”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้นจากทางเดินเข้าสู่หุบเขา ทำลายความสงบยามเช้าจนหมดสิ้น
“เฮ้ย! ไอ้เด็กใหม่! อยู่ไหนวะ! โผล่หัวออกมาต้อนรับรุ่นพี่หน่อยเร็ว!”
เสียงตะโกนหยาบคายดังก้องกังวาน นกกาบนยอดไม้แตกฮือบินหนี หลงเฉินหยุดเคี้ยวไก่ ค่อยๆ เงยหน้ามองไปยังต้นเสียง
ปรากฏร่างของชายหนุ่มในชุดศิษย์สายนอกสามคนเดินวางก้ามเข้ามา คนนำหน้าเป็นชายร่างใหญ่ศีรษะล้านเลี่ยน มีรอยแผลเป็นพาดผ่านคิ้วซ้าย หน้าตาถมึงทึงบอกยี่ห้ออันธพาลชัดเจน ส่วนอีกสองคนข้างหลังเป็นลูกสมุนหน้าตาเจ้าเล่ห์
“นั่นไงลูกพี่! ไอ้เด็กที่ชื่อหลงเฉิน!” ลูกสมุนคนหนึ่งชี้มือมาที่หลงเฉิน “ที่เขาเล่าลือกันว่าทำหินวัดปราณแตก แล้วโดนถีบส่งมาอยู่ที่นี่”
ชายหัวล้านแสยะยิ้ม เดินอาดๆ เข้ามาหยุดยืนตรงหน้าหลงเฉิน เท้าข้างหนึ่งเหยียบลงบนแคร่ไม้ไผ่จนส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด
“ไง… ไอ้หนู” ชายหัวล้านก้มหน้ามองหลงเฉินด้วยสายตาข่มขู่ “ข้าชื่อ ‘โก่วลี่’ เป็นขาใหญ่คุมโซนท้ายเขานี้ เห็นเจ้าเพิ่งย้ายมาใหม่ คงยังไม่รู้ธรรมเนียมสินะ?”
หลงเฉินวางน่องไก่ลงบนใบตองอย่างใจเย็น หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดปาก แล้วเงยหน้ามองโก่วลี่ด้วยแววตาเรียบเฉย
“ธรรมเนียม?” หลงเฉินเลิกคิ้ว “ธรรมเนียมการเหยียบแคร่คนอื่นด้วยรองเท้าสกปรกๆ น่ะรึ?”
โก่วลี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะร่าหันไปมองลูกน้อง “ฮ่าๆๆ! ดูสิพวกเรา! มันปากดีใช้ได้ว่ะ! สงสัยจะยังไม่รู้สถานะตัวเอง”
มันหันกลับมาจ้องหลงเฉิน แววตาเปลี่ยนเป็นดุร้าย “ฟังให้ดีนะไอ้หน้าอ่อน! ที่นี่คือถิ่นของข้า ใครก็ตามที่มาอยู่ที่นี่ต้องจ่าย ‘ค่าคุ้มครอง’ เพื่อแลกกับความปลอดภัยจากสัตว์ร้าย… และจากตีนของข้า!”
“ราคาไม่แพง… แค่หินปราณระดับต่ำเดือนละ 10 ก้อน หรือไม่ก็สมุนไพรที่มีค่าเทียบเท่า” โก่วลี่แบมือกระดิกนิ้วยิกๆ “จ่ายมาซะดีๆ แล้วเจ้าจะมีชีวิตที่สงบสุข ไม่งั้น…”
มันเว้นจังหวะ แล้วหักข้อนิ้วดังก๊อบแก๊บข่มขู่ “ข้าอาจจะเผลอทำบ้านเจ้าพัง หรือเผลอเหยียบเจ้าจนกระดูกหักสักท่อนสองท่อนก็ได้ ใครจะไปรู้?”
หลงเฉินมองมือที่แบอยู่ตรงหน้า แล้วยิ้มจางๆ
“ค่าคุ้มครอง… น่าสนใจ”
“ฮ่าๆ! รู้ความนี่หว่า!” โก่วลี่นึกว่าหลงเฉินกลัว “รีบๆ ควักออกมา อย่าให้เสียเวลา”
“ข้าไม่มีหินปราณ…” หลงเฉินตอบเสียงเรียบ “แต่ข้ามี ‘หมัด’ พอจะจ่ายแทนได้ไหม?”
รอยยิ้มบนหน้าโก่วลี่หายวับไปทันที
“แกกวนตีนข้ารึ!” โก่วลี่ตวาดลั่น “คิดว่าทำหินแตกแล้วจะเก่งมาจากไหนวะ! ก็แค่ขยะไร้สังกัด! สั่งสอนมัน!”
โก่วลี่ง้างหมัดที่อัดแน่นด้วยพลังปราณ ‘ก่อรากฐาน ขั้น 9’ ต่อยเข้าใส่ใบหน้าของหลงเฉินเต็มแรง หมายจะชกให้ฟันร่วงหมดปาก
หมับ!
เสียงปะทะที่ควรจะดังสนั่นกลับกลายเป็นเสียงเนื้อกระทบเนื้อที่หนักแน่น ฝ่ามือของหลงเฉินรับหมัดของโก่วลี่ไว้ได้เต็มๆ โดยที่ร่างกายไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่มิลลิเมตรเดียว
“อะไรนะ!” โก่วลี่เบิกตากว้าง พยายามดึงมือกลับแต่ไม่ขยับ ราวกับถูกคีมเหล็กหนีบไว้
“แรงแค่นี้… จะมาเก็บค่าคุ้มครอง?” หลงเฉินส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง “ไปฝึกมาใหม่นะ”
กร๊อบ!!
“อ๊ากกกกก!”
เสียงกระดูกข้อมือแตกละเอียดดังลั่นป่า โก่วลี่ร้องโหยหวน ทรุดตัวลงคุกเข่าด้วยความเจ็บปวด ข้อมือของมันบิดเบี้ยวผิดรูปในองศาที่น่าสยดสยอง
“ลูกพี่!” ลูกสมุนสองคนตกใจหน้าซีด แต่ด้วยความรักตัวกลัวตายมากกว่ารักลูกพี่ พวกมันชักมีดสั้นออกมาแล้วพุ่งเข้าใส่หลงเฉินพร้อมกัน
“ปล่อยลูกพี่ข้านะโว้ย!”
“งับไข่มันเลยหลงเฉิน! ข้าเชียร์อยู่!” เสี่ยวเฮยตะโกนเชียร์อย่างสนุกสนานพลางแทะน่องไก่ต่อ
หลงเฉินไม่แม้แต่จะลุกขึ้นยืน เขาเพียงแค่สะบัดขาเตะกวาดออกไปสองครั้งซ้อน
เปรี้ยง! เปรี้ยง!
เท้าที่หนักหน่วงดุจท่อนซุงอัดกระแทกเข้าที่หน้าแข้งของลูกสมุนทั้งสองคนอย่างแม่นยำ
กร๊อบ! กร๊อบ!
“โอ๊ยยยย! ขาข้า!”
“แม่จ๋า! ขาหักแล้ว!”
ลูกสมุนทั้งสองลงไปนอนกลิ้งเกลือกกับพื้น กุมขาที่หักพับงอเป็นตัว V ร้องครวญครางน้ำหูน้ำตาไหล
ภายในเวลาไม่ถึงสามลมหายใจ “ขาใหญ่ประจำถิ่น” และลูกสมุน ถูกจัดการจนหมดสภาพด้วยท่านั่งกินไก่ของหลงเฉิน
หลงเฉินลุกขึ้นยืนช้าๆ ปัดเศษฝุ่นออกจากกางเกง แล้วเดินเข้าไปหาโก่วลี่ที่นอนกุมมือร้องไห้อยู่
“เจ้า…” โก่วลี่ถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว สายตาที่มองหลงเฉินเปลี่ยนไปเป็นมองปีศาจ “ยะ… อย่าเข้ามานะ! ข้าเป็นคนของศิษย์พี่ ‘จางหู’ แห่งหอคุมกฎ! ถ้าเจ้าทำอะไรข้า เขาไม่เอาเจ้าไว้แน่!”
“จางหู? แมวหู? ข้าไม่รู้จัก”
หลงเฉินย่อตัวลงนั่งยองๆ ตรงหน้าโก่วลี่ แล้วแสยะยิ้มที่ทำให้ขนหัวลุก
“เมื่อกี้เจ้าบอกว่า… ค่าธรรมเนียมเดือนละ 10 ก้อนหินปราณสินะ?”
“ขะ… ข้าล้อเล่น! ข้ายกให้! ไม่เก็บแล้ว!” โก่วลี่รีบปฏิเสธพัลวัน
“ไม่ๆๆ… กฎต้องเป็นกฎ” หลงเฉินส่ายนิ้ว “เจ้ามาเก็บค่าคุ้มครองข้า แต่เจ้าดันอ่อนแอจนคุ้มครองตัวเองยังไม่ได้… แบบนี้ถือว่าผิดสัญญา เจ้าต้องจ่าย ‘ค่าเสียเวลา’ และ ‘ค่าทำขวัญ’ ให้ข้าแทน”
“หา?” โก่วลี่อ้าปากค้าง
“ส่งแหวนมิติมา” หลงเฉินแบมือ
“ต... แต่ในนั้นมีเงินเก็บทั้งชีวิตของข้า!”
กร๊อบ!
หลงเฉินหักนิ้วชี้ของโก่วลี่ไปอีกหนึ่งนิ้ว
“อ๊ากกกก! เอาไปเลย! เอาไปให้หมดเลย!” โก่วลี่รีบถอดแหวนมิติส่งให้ทันทีทั้งน้ำตา
หลงเฉินรับแหวนมาตรวจสอบ พบว่าข้างในมีหินปราณระดับต่ำประมาณ 50 ก้อน และสมุนไพรระดับล่างอีกเล็กน้อย
“จนชะมัด…” หลงเฉินบ่นพึมพำ ก่อนจะหันไปทางลูกสมุนอีกสองคน
“พวกเจ้าด้วย… ส่งมาให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่เหรียญทองแดงเดียว”
ลูกสมุนทั้งสองรีบปลดทรัพย์สินทุกอย่างในตัวส่งให้หลงเฉินอย่างรวดเร็ว แม้แต่ดาบสั้นและรองเท้าบูทคู่ใหม่ก็ถูกหลงเฉินยึดมาด้วย
เมื่อกวาดทรัพย์สินจนเกลี้ยง หลงเฉินก็โยนแหวนเปล่าๆ คืนให้โก่วลี่
“เอาล่ะ… ทีนี้ก็ไสหัวไปได้แล้ว” หลงเฉินชี้มือไปทางทางออก “แล้วจำไว้… นับจากวันนี้ไป พื้นที่ท้ายเขาแห่งนี้เป็นเขตหวงห้าม ถ้าข้าเห็นหน้าพวกเจ้า หรือคนของพวกเจ้าโผล่มาอีก...”
“ข้าจะไม่หักแค่แขนขา… แต่ข้าจะหักคอ”
รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากร่างหลงเฉิน จนโก่วลี่และลูกสมุนรู้สึกเหมือนถูกแช่แข็ง พวกมันรีบพยุงร่างที่บอบช้ำ ลากขากะเผลกหนีออกไปอย่างทุลักทุเล ไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับมามอง
เมื่อความเงียบกลับคืนมา หลงเฉินก็นั่งลงนับของกลางอย่างสบายใจ
“วู้ววว! หินปราณ 80 ก้อน! สมุนไพรอีกหนึ่งกำมือ!” เสี่ยวเฮยกระโดดโลดเต้นบนกองสมบัติ “ไอ้หมูตอนพวกนั้นเป็นตู้เงินเคลื่อนที่ชัดๆ! หลงเฉิน… ข้าว่าเราน่าจะเปิดกิจการ ‘รีดไถโจร’ นะ รวยเร็วกว่าปลูกผักเยอะเลย!”
หลงเฉินยิ้มกริ่ม หยิบหินปราณขึ้นมาโยนเล่น
“แน่นอน... ในสำนักใหญ่แบบนี้ คนโง่ที่รวยๆ มีเยอะถมไป”
“นี่แค่เริ่มต้นเสี่ยวเฮย… ต่อไปเราจะไปเยือน ‘หอโอสถ’ กัน ข้าได้กลิ่นว่าที่นั่นน่าจะมีตู้เงินใบใหญ่กว่านี้รออยู่”
สองคู่หูจอมมาร หนึ่งคนหนึ่งเต่า มองหน้ากันแล้วหัวเราะอย่างชั่วร้าย ท่ามกลางบรรยากาศวังเวงของหุบเขาผีดุ ที่บัดนี้เริ่มจะดูสดใสขึ้นมาถนัดตา
(จบบทที่ 34)