ราชันย์มังกรอสูรกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 61: นครหลวงต้าเยี่ยน
ตอนที่ 61: นครหลวงต้าเยี่ยน
กำแพงเมืองสีดำทมิฬสูงเสียดฟ้าทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตา ราวกับมังกรยักษ์ที่นอนขดตัวปกป้องไข่มุกอันล้ำค่า ธงทิวรูปมังกรเพลิงโบกสะบัดปลิวไสวตามแรงลม นี่คือ “นครหลวงต้าเยี่ยน” หัวใจสำคัญของอาณาจักรโบราณ ศูนย์รวมอำนาจและความเจริญรุ่งเรืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในดินแดนแถบนี้
แต่ทว่า… บรรยากาศที่หน้าประตูเมืองในวันนี้กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด
ทหารเกราะทองนับร้อยนายยืนตรวจตราอย่างเข้มงวด ในมือของพวกเขาถือใบประกาศจับที่มีภาพวาดของเด็กหนุ่มหน้าตาคมคาย สวมชุดสีดำ และมีเต่าอยู่บนไหล่
“ประกาศจับ! อาชญากรหลงเฉิน! ค่าหัวหนึ่งล้านหินปราณ!”
เสียงตะโกนของนายกองทหารดังก้อง “ใครพบเห็นรีบแจ้งทางการ! หากใครให้ที่พักพิง โทษประหารเก้าชั่วโคตร!”
ท่ามกลางฝูงชนที่ต่อแถวรอเข้าเมือง ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีเทาเก่าๆ สวมหมวกฟางปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง ยืนกอดอกรอคิวอย่างใจเย็น บนไหล่ของเขาไม่มีเต่า… แต่มีก้อนเนื้อนูนๆ ซ่อนอยู่ในอกเสื้อ
“หนึ่งล้านหินปราณ…” ชายหนุ่มพึมพำใต้หมวกฟาง มุมปากยกยิ้มเหยียดหยาม “เย่กู่เฉิง… ชีวิตข้ามีค่าแค่นี้เองรึ? ขี้งกสมเป็นเจ้าสำนักจริงๆ”
ชายหนุ่มผู้นี้แน่นอนว่าคือ หลงเฉิน
เขาใช้วิชา ‘เคลื่อนย้ายเส้นเอ็น’ ปรับเปลี่ยนโครงสร้างใบหน้าเล็กน้อย และใช้วิชาพรางลมปราณกดระดับพลังให้เหลือเพียง ‘หลอมรวมปราณ ขั้น 5’ เพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจ ส่วน เสี่ยวเฮย ถูกสั่งห้ามโผล่หัวออกมาเด็ดขาด
“ชื่อแซ่?” ทหารยามถามเสียงแข็งเมื่อถึงคิวหลงเฉิน
“กู่เฉิน… นักปรุงยาพเนจร” หลงเฉินตอบเสียงเรียบ ยื่นป้ายหยกประจำตัวที่ ‘ยืม’ มาจากศพของศิษย์สำนักเล็กๆ คนหนึ่งในหอสมบัติให้ดู
ทหารรับป้ายไปตรวจสอบ พอเห็นว่าเป็นแค่นักปรุงยาพเนจรระดับต่ำ ก็ทำท่าจะไล่ตรวจค้นตัวอย่างละเอียด
“เปิดหมวกออก! และถอดเสื้อคลุมซะ! ข้าต้องดูว่าเจ้าซ่อนอาวุธไว้ไหม!”
หลงเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย หากถอดเสื้อคลุม ทหารจะเห็น หลินหลาน ที่เขาแบกไว้ด้านหลังโดยใช้ผ้าคลุมพรางตาอยู่
“เจ้าทาส… กัดคอมันเลยดีไหม?” เสียงเสี่ยวเฮยกระซิบในจิตวิญญาณ
“ใจเย็น…” หลงเฉินตอบในใจ
เขาล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อ หยิบถุงผ้าใบเล็กๆ ออกมา แล้วยัดใส่มือทหารยามอย่างแนบเนียน
“พี่ชาย… ข้าพาน้องสาวที่ป่วยหนักมารักษาตัว นางเป็นโรคติดต่อทางผิวหนังที่น่าเกลียดน่ากลัว… เกรงว่าถ้าเปิดให้ดู ท่านอาจจะกินข้าวไม่ลงไปสามวัน”
ทหารยามบีบถุงผ้า สัมผัสได้ถึงก้อนแข็งๆ ของ ‘หินปราณ’ จำนวนไม่น้อย สีหน้าบึ้งตึงเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มทันที
“อ๋อ… โรคติดต่อรึ? น่าสงสารจริงๆ” ทหารยามรีบเก็บถุงเข้ากระเป๋า “ไปเถอะๆ รีบพานางไปรักษา อย่าไปแพร่เชื้อใส่ใครล่ะ!”
หลงเฉินพยักหน้าขอบคุณ แล้วรีบเดินผ่านประตูเมืองเข้าไป
ทันทีที่ก้าวพ้นกำแพงเมือง ภาพความเจริญรุ่งเรืองของนครหลวงก็ปรากฏแก่สายตา ถนนหนทางกว้างขวางปูด้วยหินอ่อน อาคารบ้านเรือนสูงตระหง่าน ร้านรวงขายของวิเศษเรียงราย กลิ่นหอมของโอสถและอาหารลอยคละคลุ้ง
แต่หลงเฉินไม่มีเวลามาชื่นชม เขาต้องหาที่พักที่เงียบสงบและปลอดภัยที่สุดเดี๋ยวนี้
…
“เรือนรับรองเมฆาคล้อย”
โรงแรมหรูหราที่ตั้งอยู่ในเขตคนรวยของเมืองหลวง ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นส่วนตัวและระบบรักษาความปลอดภัย หลงเฉินไม่ลังเลที่จะจ่ายค่าเช่าห้องชุดพิเศษที่แพงหูฉี่ด้วยหินปราณ (ที่ปล้นมา) เพื่อแลกกับความสงบ
ภายในห้องพักที่กว้างขวางและตกแต่งอย่างหรูหรา
หลงเฉินวางร่างของ หลินหลาน ลงบนเตียงหยกเย็นอย่างระมัดระวัง
สภาพของหลินหลานในตอนนี้ดูน่าเป็นห่วงยิ่งกว่าเดิม ผิวของนางขาวซีดจนเกือบโปร่งแสง มีเกล็ดน้ำแข็งบางๆ เกาะอยู่ตามใบหน้าและแขนขา ลมหายใจแผ่วเบาและพ่นไอเย็นออกมาทุกครั้ง
“สายเลือดเหมันต์บรรพกาล... ทรงพลังเกินไปสำหรับร่างกายมนุษย์ธรรมดา” หลงเฉินจับชีพจรนาง คิ้วขมวดมุ่น “ไอเย็นกำลังกัดกินอวัยวะภายใน หากปล่อยไว้ไม่เกินสามวัน นางจะกลายเป็นก้อนน้ำแข็งและวิญญาณแตกสลาย”
“แล้วจะทำยังไง? เจ้าทาสมีวิธีรักษาไหม?” เสี่ยวเฮยกระโดดออกมาจากอกเสื้อ เดินวนรอบเตียงด้วยความเป็นห่วง (และหวังว่าหลงเฉินจะปรุงยาเผื่อมันด้วย)
“รักษาให้หายขาดตอนนี้ยังไม่ได้… ข้าต้องหาวัตถุดิบระดับสวรรค์อย่าง ‘หญ้าตะวันเพลิง’ มาเพื่อปรับสมดุล” หลงเฉินกล่าว “แต่ข้าสามารถ ‘สะกด’ อาการของนางไว้ชั่วคราวได้”
หลงเฉินสะบัดมือ เรียก “เตาหลอมมังกรคะนอง” สีแดงเพลิงออกมาตั้งกลางห้อง พร้อมกับสมุนไพรระดับสูงกองโตที่เทออกมาจากแหวนมิติของเย่กู่เฉิง
“ขอบคุณท่านเจ้าสำนักเย่ ที่เตรียมวัตถุดิบไว้ให้ข้าอย่างครบครัน” หลงเฉินแสยะยิ้มเย็นชา
เขาเริ่มลงมือปรุงยาทันที
พรึ่บ!
‘เพลิงวิญญาณแก่นพสุธา’ สีทองอร่ามลุกโชนขึ้นใต้เตาหลอม ความร้อนแรงของมันทำให้อุณหภูมิในห้องสูงขึ้นทันตาเห็น หลงเฉินโยนสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อนแรงลงไปทีละอย่าง ‘โสมอัคคี’, ‘รากมังกรไฟ’, และ ‘หินลาวาบดละเอียด’
หลงเฉินควบคุมไฟด้วยสมาธิขั้นสูงสุด เขาต้องปรุง “โอสถระงับชีพจรเก้ายิน (Nine-Yin Pulse Suppression Pill)” ซึ่งเป็นยาระดับ 3 ขั้นสูงสุด ที่มีความยากในการปรุงเทียบเท่าระดับ 4
“หลอมรวม!”
หลงเฉินวาดมือกลางอากาศ ส่งพลังปราณมังกรเข้าไปควบคุมการผสานตัวของสมุนไพร
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม…
ปัง!
ฝาเตาเปิดออก เม็ดยาสีแดงฉานดุจโลหิตลอยออกมา กลิ่นหอมร้อนแรงตลบอบอวล
หลงเฉินรีบนำเม็ดยาไปป้อนใส่ปากหลินหลาน แล้วใช้พลังปราณช่วยผลักดันยาลงสู่กระเพาะ
ทันทีที่ยาออกฤทธิ์ ร่างกายของหลินหลานก็เริ่มมีสีเลือดฝาดขึ้น เกล็ดน้ำแข็งตามตัวละลายหายไป ลมหายใจกลับมาสม่ำเสมอ แม้ร่างกายนางจะยังเย็นเฉียบ แต่ชีพจรที่เคยปั่นป่วนบัดนี้สงบนิ่งลงแล้ว
“สำเร็จ… ยานี้จะช่วยระงับอาการของนางได้ 1 เดือน” หลงเฉินปาดเหงื่อ
“แต่ข้าจะปล่อยนางไว้แบบนี้ไม่ได้… ที่นี่คือเมืองหลวง ศัตรูมีอยู่รอบด้าน”
หลงเฉินหยิบหินปราณระดับจิตวิญญาณออกมา 8 ก้อน (ของล้ำค่าที่เย่กู่เฉิงหวงแหนนักหนา) เขาเดินไปวางหินปราณไว้ที่มุมห้องทั้ง 8 ทิศ
“เสี่ยวเฮย! ช่วยข้าเขียนอักขระ!”
“ได้เลย! ขอค่าจ้างเป็นยาเม็ดนึงนะ!”
หลงเฉินและเสี่ยวเฮยช่วยกันสร้าง “ค่ายกลพิทักษ์ฟ้าดิน” ขึ้นรอบเตียงของหลินหลาน ม่านแสงสีทองจางๆ ปรากฏขึ้นครอบคลุมร่างของนางไว้ ตัดขาดจากโลกภายนอก เก็บรักษาอุณหภูมิและซ่อนกลิ่นอายสายเลือด
เมื่อวางค่ายกลเสร็จ หลงเฉินมองน้องสาวบุญธรรมด้วยสายตาอ่อนโยน
“หลับให้สบายนะหลินหลาน... พี่จะไปหาทางรักษาเจ้า”
“และระหว่างนั้น… พี่จะไปถล่มไอ้พวกที่มันคิดร้ายกับเราให้ราบคาบ”
หลงเฉินหันหลังกลับ แววตาอ่อนโยนหายวับไป แทนที่ด้วยความมุ่งมั่นและกระหายเลือด
“เสี่ยวเฮย… ได้ข่าวว่า ‘มิติลี้ลับสุสานมังกร’ กำลังจะเปิดในอีกสองวัน”
“ใช่ๆ! ข้าได้ยินพวกทหารคุยกันหน้าเมือง! ว่ากันว่ามีสมบัติเยอะแยะเลย!”
“สมบัติข้าไม่สนเท่าไหร่…” หลงเฉินยิ้มมุมปาก “แต่ที่ไหนมีสมบัติ ที่นั่นย่อมมี ‘แกะอ้วน’ จากสำนักใหญ่มาชุมนุมกัน”
“เราต้องการเงิน… ต้องการทรัพยากร… และต้องการสมุนไพรหายาก”
“ไปกันเถอะ… ไปทักทายเหล่าอัจฉริยะแห่งเมืองหลวงกันหน่อย ดูซิว่ากระเป๋าตังค์ของพวกมันจะหนักแค่ไหน!”
หลงเฉินเปลี่ยนชุดเป็นชุดรัดกุมสีดำ สวมหน้ากากครึ่งหน้าปิดบังใบหน้า แล้วเดินออกจากห้องพัก ทิ้งหลินหลานไว้ในความคุ้มครองของค่ายกลระดับสูง มุ่งหน้าสู่ความวุ่นวายครั้งใหม่ที่จะทำให้ชื่อของ “โจรระห่ำ” กระฉ่อนไปทั่วทั้งสุสานมังกร!
(จบบทที่ 61)