ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 381 กวาดล้าง
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 381 กวาดล้าง
ตอนที่ 381 กวาดล้าง
ลูเมี่ยนเพ่งพินิจนาฬิกาพก ยืนยันว่าไม่มีความผิดปกติทางกลไก
ในชั่วโมงก่อนหน้า เขาไม่ได้กระแทกหรือทำนาฬิกาพกตก ไม่น่าส่งผลกระทบใดๆ
“นับจากตอนปรับนาฬิกา ความผิดปกติที่สัมผัสได้ มีเพียงภวังค์เล็กๆ ขณะออกจากบาร์หัวเดียวกระเทียมลีบ กับเสียงระฆังแว่ว อา…การ์ดหน้าคาบาเร่ต์แกะดำที่สวมแว่นตาข้างเดียวก็หายไปหนึ่งคน สิ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกับนาฬิกาพกที่เดินช้าลงหรือไม่?” ลูเมี่ยนใคร่ครวญอย่างจริงจัง คิดหาสาเหตุที่อาจเป็นไปได้
เขาวางแผนเขียนจดหมายถามมาดามเมจิกเชี่ยนเมื่อกลับถึงเขตตลาด
โดยปกติ เด็กหนุ่มไม่ควรรบกวนอาร์คาน่าใหญ่ด้วยเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ แต่การที่นาฬิกาพกเดินช้าลง มีโอกาสสูงที่ต้นตอจะมาจากถนนเพรง อีกทั้งอามุนด์ประจำคาบาเร่ต์แกะดำก็ยังเปลี่ยนไป เมื่อนำทั้งหมดมารวมกัน มันก็ไม่ควรถูกมองข้าม
ลูเมี่ยนเก็บนาฬิกาพก แล้วลงจากรถม้าโดยสารที่ป้ายหนึ่ง เลี้ยวเข้าถนนใกล้เคียง ระแวดระวังคนสัตว์ที่ผ่านไปมา
เด็กหนุ่มเปลี่ยนรถม้าโดยสารอีกสามเที่ยว ไปคนละทาง พยายามสังเกตและเลี่ยงผู้ติดตามที่อาจมี
นี่คือการฝึกฝนตนเองของ ‘นักล่า’
ครบทุกขั้นตอน ลูเมี่ยนเข้าห้างสรรพสินค้า วางกระเป๋าสะพายบรรจุถุงมือสนับ ‘ทุบตี’ ในห้องสุขาสาธารณะ ใส่ต่างหูหนีบ ‘คำลวง’ กลับคืนร่างเดิม
เขาถอดแจ็กเกตสีน้ำตาล เปลี่ยนเป็นเสื้อกั๊กสีเข้มในกระเป๋า กลับเขตตลาดคนซื่อในฐานะชาร์ล·ดูบัวส์
ลูเมี่ยนถอนหายใจยาวหลังส่งจดหมายถึงมาดามเมจิกเชี่ยน ระบุถึงภวังค์ชะงัก เสียงระฆังแว่ว และการเปลี่ยนแปลงของการ์ดหน้าคาบาเร่ต์แกะดำ
แม้ไม่เคยประสบหายนะใหญ่หลวงเวลาไปถนนเพรง แต่เขามักรู้สึกไม่สบายใจ มีความหวาดกลัวที่บอกไม่ถูกกระเพื่อมในใจ
ไม่นาน ผู้ส่งสารตุ๊กตานำจดหมายตอบกลับจากมาดามเมจิกเชี่ยนมาให้
“สัมผัสของเธอทั้งไวและถูกต้อง”
“ทั้งภวังค์ชะงักและเสียงระฆัง ล้วนเกิดจาก ‘เทวทูตกาลเวลา’ ของมิสเตอร์ฟูล พระองค์พบเป้าหมาย กำจัดอามุนด์ทั้งหมดในคาบาเร่ต์แกะดำและทั่วทรีอาร์ การที่นาฬิกาของเธอเดินช้าลงหนึ่งนาที ก็เป็นผลจากการต่อสู้ครั้งนี้”
“หลังจากนี้สักพัก เธอไม่ต้องคอยพะว้าพะวังกับอามุนด์แล้ว แน่นอน เธอคงเข้าใจดีว่าสัตว์ในตำนานพรรค์นั้น ไม่มีทางถูกจัดการจนดับสูญได้ง่ายนัก ตามอาณาจักรต่างๆ ทั่วทวีปเหนือใต้ ยังมีอามุนด์เหลืออยู่อีกมาก ส่วนลึกของใต้ดินทรีอาร์ที่พลังของเทวทูตเอื้อมไปไม่ถึง ก็อาจยังซ่อนอามุนด์ไว้อีกหลายตัว”
อ่านจดหมายตอบกลับของมาดามเมจิกเชี่ยนจบ ลูเมี่ยนชะงักไปหลายวินาที
ภวังค์ชะงักครู่หนึ่ง แทนการต่อสู้ในระดับเทวทูต?
หากเขาไม่ได้ปรับนาฬิกาพกไว้ก่อน ก็คงไม่พบหลักฐานเชิงประจักษ์แน่นอน!
หากมิใช่เพราะในกายมีตัวตนระดับเทวทูตอย่างเทอร์มีโพลอสถูกผนึกอยู่ เขาคงเหมือนลีอาที่ไม่ได้ยินเสียงระฆัง แม้แต่ภวังค์ก็ยากเกิดขึ้น!
“นี่น่ะหรือ พลังของเทวทูต? การต่อสู้ระหว่างเทวทูตกาลเวลากับอามุนด์ ไม่ส่งผลต่อคนรอบข้าง ไม่เช่นนั้น ชาวถนนเพรงคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองตายได้อย่างไร…”
“นาฬิกาพกช้าไปหนึ่งนาที… ศึกระหว่างเทวทูตที่เกิดขึ้นระหว่างภวังค์ชะงักเพียงชั่วครู่… เทวทูตกาลเวลา… เทวทูตกาลเวลาของมิสเตอร์ฟูลสามารถควบคุมบางส่วนของเวลาได้จริงๆ …”
“เมื่อก้าวข้ามประตูเทวบารมี พลังต่างๆ ก็อัศจรรย์ขึ้นมาก… ‘วัฏจักร’ ซ้ำซากของคนในวง… ‘พลังปกปิด’ ของเส้นทางรัตติกาล… ประตูแสงดาวของมาดามเมจิกเชี่ยน เสียงระฆังของเทวทูตกาลเวลา ล้วนเป็นสิ่งที่เราไม่เคยจินตนาการถึงมาก่อน…” นอกจากประหลาดใจและอัศจรรย์ใจ เป็นครั้งแรกที่ลูเมี่ยนปรารถนาพลังลำดับสูงโดยมิใช่เพื่อคืนชีพพี่สาว
เป็นความใฝ่ฝันจากก้นบึ้งของสัญชาตญาณ
เมื่อคิดว่าสักพักหนึ่งหลังจากนี้ ตนไม่ต้องระแวงว่าอามุนด์จะโผล่มาจากมุมใด แล้วผลักตนเข้าสู่อันตรายใหม่ อารมณ์ลูเมี่ยนก็ดีขึ้นมาก รีบสรรเสริญมิสเตอร์ฟูลอย่างสุดหัวใจ รวมถึงเทวทูตกาลเวลาพระองค์นั้น และอาร์คาน่าใหญ่มาดามเมจิกเชี่ยน
เด็กหนุ่มผ่อนคลายลงไม่น้อย เผาจดหมายตอบกลับทิ้ง เดินไปยังอพาร์ตเมนต์ 601 บ้านเลขที่ 3 ถนนเสื้อนอกขาว
ฟรังก้ากำลังรอให้เขานำข้อมูลเกี่ยวกับบาร์หัวเดียวกระเทียมลีบและโลกิกลับมา
“ข่าวดีกับข่าวร้าย จะฟังอันไหนก่อน” ลูเมี่ยนถามยิ้มๆ หลังปิดประตูห้อง
ฟรังก้ามองเด็กหนุ่มขึ้นลงหลายรอบ
“ดูอารมณ์ดีทีเดียว…”
“ข่าวดีคือ เจอเบาะแสเกี่ยวกับโลกิแล้ว?”
“ข่าวร้ายคือ เราจนปัญญาจะสืบต่อ?”
“ไม่ใช่ทั้งคู่” ลูเมี่ยนแย่งนั่งบนเก้าอี้เอนหลังของฟรังก้า
ฟรังก้างงงันไปครู่หนึ่ง คิดไม่ถึงว่าหมอนี่จะหน้าด้านได้เพียงนี้
เธอยังไม่ทันได้โวยวาย ลูเมี่ยนก็ชิงพูดตัดหน้า
“ข่าวดีคือ เทวทูตกาลเวลาของมิสเตอร์ฟูลออกโรง กำจัดอามุนด์ในคาบาเร่ต์แกะดำและทั่วทรีอาร์ หากครั้งหน้าในงานชุมนุม โลกิไม่ขาดไปโดยไร้สาเหตุ ก็แสดงว่าเขาไม่ได้ถูกอามุนด์ปรสิต”
“ข่าวร้ายคือ สำเนาข้อมูลที่คุณซื้อมา พิมพ์จากเครื่องพิมพ์ดีดกลไกในห้องใต้ดินของบาร์หัวเดียวกระเทียมลีบจริงๆ … แต่นั่นเป็นถิ่นของหน่วยแปด เราไม่มีทางสืบอะไรได้อยู่แล้ว อา… ตอนนี้ผมค่อนข้างมั่นใจว่ามันคือฐานลับของหน่วยแปด”
ลีอาถึงกับเป็นบาร์เทนเดอร์ในร้าน
ฟรังก้าฟังแล้ว เร้าใจบ้าง ขมวดคิ้วบ้าง
“คุณเห็นเทวทูตกาลเวลาของมิสเตอร์ฟูลด้วย? ทำไมฉันถึงสัมผัสไม่ได้เลยว่า มีความเคลื่อนไหวใหญ่ๆ เกิดขึ้นในทรีอาร์…”
“ที่พูดมาก็จริง ไม่ว่าโลกิจะเป็นคนของหน่วยแปดหรือไม่ การถามตรงๆ ว่าช่วงนี้ใครใช้เครื่องพิมพ์ดีดนั่นบ้าง ย่อมทำให้เราถูกหน่วยแปดจับตามอง… ยิ่งถ้าหาข้ออ้างไปใช้เครื่องพิมพ์ดีด แล้วลองทำนายหาผู้ใช้งานคนล่าสุด ผลลัพธ์ก็คงออกมาเป็นหน่วยแปดบางคน หรือแม้กระทั่งนักบุญ…”
“ฐานลับของหน่วยแปดที่อยู่ตรงข้ามคาบาเร่ต์แกะดำ ต้องมีผู้วิเศษลำดับสูงประจำการแน่นอน!”
ฟรังก้ามัวจดจ่ออยู่กับเรื่องสำคัญ จนลืมไล่ลูเมี่ยนให้ลุกออกจากเก้าอี้เอนหลังของเธอ
ลูเมี่ยนเล่ารวบรัด เรื่องนาฬิกาพกช้าไปหนึ่งนาที เรื่องจดหมายตอบกลับของมาดามเมจิกเชี่ยน ฟรังก้าได้ฟังก็ส่ายหน้าด้วยความทึ่ง
หลังเล่าเรื่องเทวทูตกาลเวลาจบ ลูเมี่ยนคิดแล้วพูด
“ตอนชุมนุม โลกิปกปิดใบหน้าไม่ดีนัก ผมสงสัยว่าเขามีพลังคล้าย ‘ใบหน้าของไนเซอร์’ หรือ ‘คำลวง’”
ฟรังก้าพยักหน้ารับ
“ถ้าเขาเป็นคนของหน่วยแปดจริง ก็อาจเป็นผู้วิเศษเส้นทาง ‘นักทำนาย’ … อย่างน้อยลำดับ 6 ‘ผู้ไร้หน้า’ จุดเด่นใกล้เคียงกับ ‘คำลวง’ ของคุณมาก อา… ผู้วิเศษหน่วยแปดมีนักทำนายอยู่ไม่น้อยเลยล่ะ”
“‘ผู้ไร้หน้า’ คือลำดับถัดจาก ‘นักมายากล’ ?” ลูเมี่ยนได้ ‘คำลวง’ มาก็สงสัยว่าเป็นเส้นทางนักทำนาย แต่ไม่แน่ใจชื่อลำดับที่สอดคล้อง
“ใช่ เส้นทางนี้ตั้งแต่ลำดับ 7 ‘นักมายากล’ ก็ลึกลับฆ่ายาก ถนัดแปลงโฉม พอถึงลำดับ 5 ความสามารถยิ่งน่ากลัว เปลี่ยนคนให้เป็นหุ่นเชิดไร้ตัวตนโดยไร้ร่องรอย ชื่อ ‘นักเชิดหุ่น’” ฟรังก้าก้าวเข้าสู่โลกศาสตร์เร้นลับ เข้าร่วมชุมนุมทาโรต์เร็วกว่าลูเมี่ยน เห็นได้ชัดว่ามีข้อมูลเส้นทางสู่เทพมากกว่า
ลูเมี่ยนแลกเปลี่ยนข้อมูลเส้นทางนักทำนายกับฟรังก้าครู่หนึ่ง แล้วก็กลับมากังวลอีกครั้ง ว่าจะหาตัวโลกิในโลกจริงด้วยวิธีใด
จังหวะนั้น เสียงก้าวเท้าแจ่มใสดังขึ้นบันได จินนาเปิดประตูห้อง 601
เธอมองลูเมี่ยนที่นั่งบนเก้าอี้เอนหลัง กับฟรังก้าที่ยืนข้างๆ แล้วถามด้วยความสงสัย
“กำลังคุยอะไรกัน?”
“กำลังคิดปัญหายาก” ลูเมี่ยนตัดหัวท้าย บอกจินนาว่าเขากับฟรังก้ากำลังตามหาศัตรูที่ใช้โค้ดเนม ‘โลกิ’ เจอปัญหาล้นหลาม สุดท้ายก็ถามว่า “คุณพอจะมีไอเดียบ้างไหม”
“วิธีที่ฉันนึกออก พวกคุณตัดทิ้งไปหมดแล้ว” จินนาส่ายหน้าหัวเราะ
โดยไม่รอให้สองสหายเอ่ยปาก เธอครุ่นคิดแล้วพูด
“ชาร์ล คุณก็ลองแทนตัวเองเป็นโลกิ แทนตัวเองเป็นพวกที่ชอบแกล้งชาวบ้านดู ลองคิดถึงวีรกรรมเก่าๆ ในมุมมองอีกฝ่าย เผื่อจะพบเบาะแสอะไรบ้าง… ในฐานะพวกชอบแกล้งเหมือนกัน คงเข้าถึงได้ไม่ยากกระมัง”
การแกล้งของฉัน ไม่เหมือนกับของพวกนั้นน่ะสิ… ลูเมี่ยนไม่ได้พูดออกมา พยายามระลึกถึงแรงจูงใจ ความคิด และอารมณ์ที่เกิดขึ้นขณะแกล้งคน เพื่อวิเคราะห์การกระทำและเป้าหมายของชาววันเอพริลฟูล
ผ่านไปสักพัก เด็กหนุ่มขมวดคิ้ว
“การแกล้งคนล้วนทำไปเพื่อเก็บเกี่ยวความสนุก ในยามที่เป้าหมายอับอายหรือได้รับผลกระทบ คนพวกนั้นใช้พี่สาวผมเป็นเป้าแกล้ง แต่ไม่รู้ผลลัพธ์สุดท้าย จึงยากจะได้รับความสุขแท้จริง…”
“เช่นเดียวกับการยุให้ฟรังก้าสำรวจใต้ดิน พวกเขาจะติดตามฟรังก้าด้วยวิธีใด จึงจะเห็นจุดจบอันน่าเศร้าของเธอ? ต้องอย่าลืมว่า ต่อให้ฟรังก้าไม่เข้าร่วมชุมนุมนั่นอีก สาเหตุก็อาจมาจากอย่างอื่น”
สามคนในห้อง ต่างครุ่นคิดถึงปัญหานี้
หากผู้แกล้งไม่ได้เห็นบทสรุปของเหยื่อ ก็จะถือว่ายังไม่ถูกเติมเต็ม ไม่ได้รับความสุขตามที่คาดหวัง แล้วพวกโลกิใช้วิธีใดยืนยันชะตากรรมของโอลัวร์หรือฟรังก้า?
สักพัก ลูเมี่ยนพูดเสียงนิ่ง
“การแกล้งอาจทำไปเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ลงมือโดยมีจุดประสงค์อื่นเคลือบแฝง หรือไม่ก็ต้องมีวิธีสอดส่องเป้าหมาย”
ฟรังก้ารู้สึกขนลุกวูบ สายตากวาดไปรอบห้องโดยไม่รู้ตัว
“วิธีอะไร?” จินนาถามแทน
ลูเมี่ยนส่ายหน้าช้าๆ
“ไม่รู้เหมือนกัน เรื่องนี้อาจมีเบาะแสสำคัญซ่อนอยู่”
ระหว่างคุยกันเป็นช่วงๆ สลับเงียบ ทั้งสามนึกคำตอบไม่ออก ต้องพักเรื่องนี้ไว้ก่อน
บนทางกลับคาบาเร่ต์ลมเอื่อย ลูเมี่ยนมองแสงอาทิตย์ยามบ่าย ลองถามหยั่งเชิง
“เทอร์มีโพลอส ฉันใช้ ‘ศาสตร์ดูดวง’ ตามหาโลกิได้ไหม”
เสียงกังวานหลายชั้นของเทอร์มีโพลอสดังขึ้น
“หลังออกจากถนนเพรง หากเจ้าไม่พยายามสลัดการติดตาม ป่านนี้คงเจอโลกิแล้ว”
……………………………………………………..