ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 149 บอกใบ้ซึ่งหน้า
ดันน์กำลังทำหน้าเคร่งขรึม ส่วนไคลน์นั่งจ้องมองอีกฝั่าย
พลางอมยิ้ม
“หัวหน้า ผมตระหนักบางสิ่งได้เมื่อวาน”
“สิ่งนั้นคือ?”
ดันน์ย้อนถามเสียงตึงเครียด แผ่นหลังยังคงเอนพิงเก้าอี้
สองมือกอดอกแน่น
ไคลน์เรียบเรียงบทพูดก่อนอธิบาย
“ผมได้ข้อสรุปจากประสบการณ์ส่วนตัวว่า ชื่อของโอสถ
นั้นมีผลอย่างมากในการย่อยพลัง”
“กุญแจสำคัญคือ ‘หลักปฏิบัติ’ สิ่งนี้จะถูกบอกใบ้มา
พร้อมชื่อโอสถเสมอ เพื่อให้ผู้วิเศษทราบว่าตัวเองต้องประกอบ
‘อาชีพ’ อะไร”
“หากตั้งกฎของตัวเองให้สอดคล้องกับชื่อของโอสถ
ความเร็วในการย่อยพลังจะเพิ่มขึ้นจากเดิมหลายเท่า”
“แต่กฎเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งตายตัว ผู้วิเศษลำดับเดียวกันอาจมี
กฎไม่เหมือนกัน เช่นนักทำนายอย่างผม กับนักทำนายของเบ็ค
ลันด์อาจใช้หลักปฏิบัติแตกต่าง”
“ผู้วิเศษต้องค้นหากฎของตัวเองให้พบ ยิ่งหาพบเร็ว
เท่าไร การย่อยพลังก็ยิ่งเป็นไปอย่างเร็วเท่านั้น ร่างกายแต่ละ
คนอาจตอบสนองแต่ละกฎไม่เหมือนกัน ต้องลองผิดลองถูกด้วย
ประสบการณ์ตัวเอง เลียนแบบกันไม่ได้ แม้จะเป็นเส้นทาง
เดียวกันก็ตาม”
“สำหรับตัวผม ระหว่างเดินทางไปยังสโมสรพยากรณ์
และรับงานดูดวงให้คนปรกติ ผมค้นพบกฎของตัวเองเข้าโดย
บังเอิญ หลังจากปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเป็นเวลานาน
ปัจจุบัน ผมไม่ได้ยินเสียงกระซิบหรือเห็นภาพหลอนอีกแล้ว นั่น
คือรายละเอียดการค้นพบของผม”
หลังจากอธิบายทุกเรื่องอย่างละเอียดโดยจงใจไม่เอ่ยวลี
‘เทคนิคสวมบทบาท’ ออกไป ไคลน์ถอนหายใจยาวอย่าง
ผ่อนคลาย
ตนทำสุดฝีมือแล้ว ได้แต่ภาวนาให้เรื่องราวหลังจากนี้
ดำเนินไปด้วยดี ขอให้หัวหน้าไม่นำประโยคเมื่อครู่ไปรายงานกับ
เบื้องบน ไม่อย่างนั้น สายตาของโบสถ์จะเพ่งมาลงยังตนโดยมิ
อาจหลบเลี่ยง
ตามปรกติแล้ว หากผู้วิเศษอัจฉริยะบังเอิญค้นพบเทคนิค
สวมบทบาทเข้า พวกมันจะไม่สามารถลงลึกรายละเอียดและ
ฟันธงอย่างมั่นใจได้เหมือนคำพูดเมื่อครู่ของไคลน์
ถ้าเรื่องนี้ถึงหูโบสถ์ ชายหนุ่มคงไม่แคล้วถูกส่งตัวไปยังวิหาร
ศักดิ์สิทธิ์เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด แถมยังมีประเด็นเส้นทาง
นักทำนายของตระกูลอันทีโกนัสมาเกี่ยวข้องด้วย
แต่หัวหน้าเป็นคนฉลาด หลังจากได้ฟังข้อสรุปจากตน เขา
คงตระหนักถึงเทคนิคสวมบาทได้ทันที่ และเริ่มตั้งข้อสงสัยว่า
เหตุใดเบื้องบนถึงปกปิดเทคนิคนี้ไว้เป็นความลับ
เรื่องไหนสมควรรายงาน และเรื่องไหนไม่สมควร ตนมั่นใจ
ว่าหัวหน้าคิดเอาเองได้
ไคลน์กำลังกระวนกระวายใจ มิอาจปกปิดท่าทีได้มิดชิด
อย่างไรก็ตาม มันยังเหลือแผนสองอยู่
หากอธิบายถึงขั้นนี้แล้ว หัวหน้ายังไม่ฉุกคิดถึงเทคนิคสวม
บทบาท ตนคงไม่มีทางเลือกนอกจากพูดออกไปตามตรง
จากนั้นค่อยส่งคำร้องเลื่อนลำดับอย่างเป็นทางการ
ใช่แล้ว ถ้าหัวหน้ายังไม่เข้าใจส่วนไหน มันต้องรีบอธิบายให้
กระจ่าง ก่อนถูกจับสาบานต่อหน้าสมบัติศักดิ์สิทธิ์เทพธิดา และ
ไม่สามารถพูดถึงเทคนิคสวมบทบาทได้อีก
เมื่อได้ฟังคำอธิบายของไคลน์ ดันน์นั่งเงียบงันนานกว่ายี่สิบ
วินาที่ นัยน์ตาเทาเข้มทวีความลุ่มลึกยิ่งกว่าเก่า
จนกระทั่ง มันยกมือขวาขึ้นบีบนวดขมับตามนิสัยปรกติ มือ
ซ้ายล้วงหยิบไปปขึ้นมาสูดดมกลิ่นยาสูบแห้ง
หลังจากฟุดฟิดสักพัก ดันน์ใช้มือขวาควักกล่องไม้ขีดไฟ
ออกมาถือ ประหนึ่งหลงลืมกฎเหล็กของเหยี่ยวราตรีชั่วขณะ
มันลงมือจุดไม้ขีดและนำไปจ่อตรงช่องยาสูบ ควันขาวนวล
พลันลอยฟุั้งคละคลุ้งภายในห้องทำงาน กลิ่นหอมหวนชวนให้
เคลิบเคลิ้มสัมผัสจมูกไคลน์บางเบา
“ขอโทษที่ ลืมไปว่าคุณไม่สูบ”
“ยาสูบเป็นอันตรายต่อสุขภาพนะครับ”
ไคลน์ตักเตือนด้วยสีหน้าขึงขัง
ดันน์หลับตาลงพลางครุ่นคิด มือซ้ายโบกไปปเป็นวงกลม
อย่างนุ่มนวล
“ดูเหมือนว่า ผมเริ่มเข้าใจบางสิ่งขึ้นมาบ้างแล้ว”
ไม่เลยหัวหน้า คุณยังไม่เข้าใจอะไรเลยต่างหาก แล้วก็เลิก
เข้ามาแย่งกินอาหารในความฝันผมสักที!
ชายหนุ่มไม่ได้พูดออกไป เพียงอมยิ้ม
“อีกไม่นาน คุณคงขอเลื่อนลำดับอย่างเป็นทางการแล้ว
ใช่ไหม…”
ดันน์กล่าวติดตลกขณะสูดไปปผสมมินต์และยาสูบเข้าไป
หนึ่งฟอดใหญ่
ก็อยากจะส่งพรุ่งนี้อยู่หรอก…
ไคลน์ตอบในใจ มือซ้ายพลางหยิบนาฬิกาใบองุ่นออกมา
ตรวจสอบ
“หัวหน้า ผมขอตัวไปหาลุงนีลล์ก่อน คาบเรียนวิชาเร้น
ลับกำลังจะเริ่ม”
“เชิญ”
ดันน์เงยหน้ามองตามหลังไคลน์ มือซ้ายถือไปปพร้อมกับ
ควันขาวลอยกรุ่น
หลังจากปิดประตูห้องทำงาน ชายหนุ่มเดินตรงไปยังห้อง
บันไดหิน แต่ระหว่างทาง สายตากลับเหลือบเห็นพนักงานใหม่
สองคนภายในห้องทำงานพลเรือน
ชายหนึ่งหญิงหนึ่ง
พนักงานใหม่สินะ…ภายในหัวไคลน์กำลังคิดอะไรเรื่อย
เปือย
ก่อนจะได้ข้อสรุป มันต้องยื่นเรื่องขอเลื่อนระดับภายใน
อาทิตย์นี้
ไม่สิ…ภายในสองวันข้างหน้า
หลังจากยื่นเรื่องกับหัวหน้า ตนต้องเผชิญบททดสอบสุดหิน
จำนวนมากจากวิหารศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นก็กลายเป็นผู้วิเศษลำดับ
แปด ตัวตลก อย่างราบรื่น!
…
หลังจากย่างกรายผ่านทางเดินใต้ดินอันเงียบสงัด ไคลน์
หยุดยืนหน้าห้องคลังอาวุธ ประตูถูกเปิดแง้มไว้เล็กน้อยตาม
ปรกติ
เมื่อผลักเข้าไป ชายหนุ่มพลันขมวดคิ้วอย่างตื่นตระหนก
“เกิดอะไรขึ้น?”
สภาพของนีลล์ทำให้มันกระวนกระวาย
ชายชรามีใบหน้าขาวซีด สภาพคล้ายปราศจากเรี่ยวแรง
แถมยังอ้าปากหาวไม่หยุด
“ในช่วงหลายก่อนหน้า ฉันเกิดท้องผูกรุนแรงจนถ่ายไม่
เป็นปรกติ เมื่อคืนจึงทดลองพิธีกรรมเพื่อรักษาอาการท้องผูกลง
เอยด้วย ฉันท้องเสียจนถ่ายไม่หยุด นอนไม่หลับตลอดทั้งคืน
ต้องลุกมาเข้าห้องน้ำทุกสิบนาที่ จนกระทั่งตัดสินใจนอนใน
ห้องน้ำแทน”
พิธีกรรมเจ๋งชะมัด อาการท้องผูกหายเป็นปลิดทิ้งทันทีเลย
หรือ…หลังจากเห็นว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่โต ไคลน์รำพันติดตลกใน
ใจ
ก่อนจะถามอย่างห่วงใย
“แล้วดีขึ้นหรือยังครับ”
ขณะส่งเสียงซักถาม ไคลน์กระทบกรามซ้ายสองหนเพื่อเปิด
เนตรวิญญาณตรวจสอบ สีของออร่าแสดงให้เห็นว่า ระบบ
ทางเดินอาหารและลำไส้ของนีลล์คล้ำกว่าปรกติเล็กน้อย แต่ยัง
อยู่ในขอบเขตปลอดภัย
ชายหนุ่มถอนหายใจโล่งอก
“ดีขึ้นมากแล้ว ได้ยาแก้ท้องเสียจากฟรายช่วยไว้”
นีลล์เล่าพลางอ้าปากหาว อาการคล้ายคนติดยากำลังลง
แดง
“คาบเรียนวันนี้ ให้เจ้าอ่านหนังสือเองเหมือนเดิม ศาสตร์
เหนือธรรมชาติเหลืออีกไม่มากแล้ว สักสองสามวันก็คงจบ
บท”
“ได้ครับ” ไคลน์พยักหน้า
“เดี๋ยวผมเฝั้าคลังอาวุธให้ คุณขึ้นไปนอนข้างบนดีกว่า
ไหม”
นีลล์พลันหันมาจ้องมองชายหนุ่มด้วยดวงตาเปล่งประกาย
ระยิบระยับ
“เจ้าหนุ่ม จิตใจของเจ้างดงามยิ่งกว่าใครทั้งหมด! เป็น
รองแค่ฟรายเท่านั้น! ตกลง คลังอาวุธเป็นของเจ้า!”
ชายชรารีบหยิบหมอนขึ้นจากตัก มันลุกพรวดพร้อมกับวิ่ง
ออกจากห้องด้วยความเร็วน่าทึ่ง ประหนึ่งสายลมพัดผ่านก็มิ
ปาน ทิ้งให้ไคลน์นั่งมองตามหลังด้วยสีหน้ามึนงง
…
เช้าวันเดียวกัน บริษัทรักษาความปลอดภัยหนามทมิฬมีงาน
จิปาถะเข้ามา ภารกิจเกี่ยวกับการคุ้มกันพ่อค้าร่ำรวยไปทำ
ธุรกิจแถวท่าเรือ ผู้รับงานคือเลียวนาร์ดและโคเฮนรี่ ทั้งสอง
ได้รับส่วนแบ่งก้อนโตจนไคลน์ต้องอิจฉา
วันทั้งวันผ่านไปอย่างน่าเบื่อ ช่วงเช้าเรียนศาสตร์เหนือ
ธรรมชาติด้วยตัวเอง ตอนเที่ยงทานอาหารกลางวันร่วมกับโร
แซนและอ่านหนังสือพิมพ์ ช่วยบ่ายออกไปยิงปืน ก่อนจะนั่งรถ
ม้าตรงไปยังบ้านครูฝึกกาเวน
การฝึกของวันนี้นรกแตกเป็นพิเศษ คล้ายกับกาเวนไป
หงุดหงิดใครมา
แฮ่ก…แฮ่ก…ชายหนุ่มหายใจหอบขณะยืนอาบน้ำ
ภายในคฤหาสน์หรู
เมื่อเสร็จจากการฝึก มันยังเหลือภารกิจหนักหน่วงของ
ตัวเองอีกหนึ่งเรื่อง คือการเช่ารถม้าตระเวนสำรวจบ้านปล่องไฟ
แดงสิบหลัง
…
สีหน้าไคลน์คล้ายคนตายเมื่อรถม้าขับผ่านบ้านปล่องไฟแดง
ต้องสงสัยหลังสุดท้าย
บทสรุปการค้นหาคือ ไม่มีบ้านหลังใดจาก ยี่สิบห้าแห่ง
สามารถกระตุ้นสัมผัสวิญญาณหรือทำให้เกิดความรู้สึกเดจาวู
หมายความว่า อีกฝั่ายไม่ได้ย้ายบ้านหนีหลังจากตนมองเห็น
นิมิตความฝัน
ไคลน์ได้แต่นึกตัดพ้อในใจ มันต้องใช้เวลานานแค่ไหนกัน
กว่าจะสำรวจบ้านปล่องไฟแดงกว่า หนึ่งพันหกร้อยหลังรอบทิง
เก็นจนครบ
เฮ่อ…งานแบบนี้ให้ใครทำแทนก็ไม่ได้ ต้องมาจากสัมผัส
วิญญาณของตัวเองเท่านั้น
อย่าเพิ่งท้อแท้ อย่าเพิ่งหมดหวัง หากหมั่นค้นหาอย่าง
ต่อเนื่อง เราอาจทำสำเร็จได้ภายในสามเดือน… ไม่สิ สอง
เดือน
หรืออาจโชคดีพบพรุ่งนี้เลยก็ได้
เมื่อกลับถึงบ้าน ตนจะจำแนกข้อมูลใหม่หมดและแบ่งบ้าน
ต้องสงสัยตามระยะทาง
ชายหนุ่มปลอบใจตัวเอง คงไม่ฉลาดนักหากมัวหดหู่กับ
ผลลัพธ์ไม่สมหวังไปตลอด
หลังจากตัดสินใจได้ ไคลน์เตรียมสั่งคนขับรถม้าให้มุ่งหน้า
ตรงไปยังถนนดารารันต์ แต่ทันใดนั้นพลันฉุกคิดบางสิ่ง
ตำแหน่งปัจจุบันของตน ค่อนข้างใกล้กับบ้านของมิสเตอร์
อะซิก
ก่อนอะซิกหยุดยาวและออกไปท่องเที่ยว มันเขียนจดหมาย
แจ้งไคลน์ไว้ว่า จะเดินทางกลับภายในสัปดาห์นี้ แต่ไม่สามารถ
ระบุวันเวลาได้ชัดเจน
ในเมื่อมาใกล้ขนาดนี้แล้ว แวะบ้านมิสเตอร์อะซิกสักหน่อย
คงไม่เสียหาย รถม้าถูกเช่าในอัตราค่าบริการชั่วโมงละสองซูล
และปัจจุบันก็ใกล้ครบกำหนดแล้ว
ไม่ว่าอีกฝั่ายจะอยู่บ้านหรือไม่ แต่ตนก็จะเช่ารถม้าถึงแค่
หน้าบ้านอะซิก
หากไม่มีใครอยู่ ก็ทิ้งจดหมายไว้และเดินไปขึ้นรถม้า
สาธารณะกลับถนนดารารัตน์ตามปรกติ
…
สี่นาทีถัดมา รถม้ารายชั่วโมงจอดหน้าบ้านมิสเตอร์อะซิก
และวิ่งจากไป
บ้านในเขตนี้มีคุณภาพดีกว่าบนถนนดารารัตน์ แต่ยังไม่โอ่
อ่าเทียบเท่าถนนฮาเวิส หน้าบ้านมีสวนหย่อมขนาดกะทัดรัด
ก่อนเข้าไปถึงตัวอาคาร
กริ๊ง! กริ๊ง!
ไคลน์ดึงกระดิ่งเชือกหน้าบ้านอย่างเบามือ
ไม่กี่อึดใจถัดมา เสียงฝีเท้าดังกุกกักจากภายใน พร้อมกับ
บานประตูถูกผลักเปิดออก
เป็นอะซิก บุรุษผิวสีแทน สวมชุดอยู่บ้านตามสบาย เชิ้ตขาว
และกั๊กน้ำตาล กางเกงสีเข้าชุด ใบหน้ายิ้มแย้มเฉกเช่นทุกครั้ง
“ไคลน์เองหรือ ผมกำลังจะเขียนจดหมายถึงคุณพอดี”
อะซิกฉีกยิ้มกว้าง
“เพิ่งกลับมาถึงเมื่อคืน”
ไคลน์จ้องมองติ่งหูขวาตามสัญชาตญาณ ไฝขนาดเล็ก
ของอะซิกยังปรากฏในจุดเดิม
“มิสเตอร์อะซิก ผมพบเบาะแสอดีตของคุณแล้ว”
“จริงหรือ?”
สีหน้าอะซิกพลันตื่นเต้น ดวงตาเริ่มส่องประกาย ความเศร้า
เจือจางลงหลายส่วน
“เข้าไปคุยข้างในกันเถอะ”
ไคลน์เสนอแนะพลางกวาดสายตามองรอบ
อะซิกพยักหน้ารับพร้อมกับขยับตัวหลบเพื่อเปิดทาง
จากนั้นก็ล็อกประตูบ้านลงกลอนมิดชิด ไคลน์ถูกนำทางมายัง
โซฟาตัวใหญ่ใจกลางห้อง
“เบาะแสเป็นแบบไหน”
อาจารย์ผิวแทนถามร้อนรน
ชายหนุ่มคาดไม่ถึงว่าจะได้พบอะซิก บทพูดจึงถูกเรียบเรียง
ในหัวสมองอย่างกะทันหัน
“ภารกิจล่าสุด…ผมออกเดินทางไปปราบวิญญาณ
อาฆาตในหมู่บ้านลามุด”
“ลามุด…”
อะซิกพึมพำเสียงค่อยพลางขมวดคิ้ว
ไคลน์นั่งสังเกตท่าทีอีกฝั่าย
“ระหว่างภารกิจปราบวิญญาณอาฆาต หน่วยของผมได้
พบเรื่องประหลาดขณะตระเวนสอบปากคำชาวบ้าน ชาวบ้าน
คนหนึ่งอ้างว่า เขามีภาพวาดของต้นตระกูลบารอนลามุด ใน
ตอนแรกผมไม่เชื่อ จึงขอให้นำภาพออกมาแสดง แล้วก็ต้อง
ตะลึงหลังจากได้เห็นบุคคลในภาพอย่างชัดเจน”
“ยกเว้นทรงและสีผม ปฐมบารอนลามุดมีรูปลักษณ์
เหมือนกับคุณทุกประการ โดยเฉพาะไฝใต้ติ่งหูขวา เหมือนกัน
ทั้งขนาดและตำแหน่งจนน่าตกใจ”
“จากการสอบปากคำ ชาวบ้านเล่าว่า ภาพสีน้ำมัน
ดังกล่าวมีอายุราวสี่สิบปี เป็นภาพวาดเลียนแบบ โดยภาพ
ต้นฉบับคือสมบัติเก่าแก่ของปราสาทโบราณบนภูเขา”
“คุณอาจทราบดีอยู่แล้ว บุคคลพิเศษอย่างพวกเรา มีพลัง
สำหรับตรวจสอบว่าชาวบ้านพูดโกหกหรือไม่”
อะซิกก้มหน้าตั้งใจฟังไคลน์โดยไม่กล่าวแทรก แขนสองข้าง
กำลังกอดอก
ผ่านไปห้านาที่ อะซิกถอนหายใจยาว
“คำอธิบายของคุณ ยังไม่ช่วยให้ความทรงจำของผม
กลับคืนมาสักเท่าไร เกรงว่า ผมคงต้องสำรวจปราสาทหลัง
ดังกล่าวด้วยตัวเอง ช่วยพาไปหน่อยได้ไหม?”
“ด้วยความยินดี” ไคลน์ฉีกยิ้ม
“แต่ผมต้องแวะกลับบ้านก่อน ไม่อย่างนั้น พี่ชายกับ
น้องสาวคงเป็นห่วงมากแน่”
“ไม่มีปัญหา” อะซิกลุกยืนพร้อมฉีกยิ้ม