ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 154 แบ่งปัน ‘ประสบการณ์’
ขณะจ้องมองนัยน์ตาไคลน์ ดันน์สูดลมหายใจเข้าปอดพร้อม
กับเอนหลังพิงเบาะ
มันผ่อนลมหายใจอีกครั้งและกล่าวว่า
“คุณมั่นใจแล้วหรือ”
สีหน้าดันน์เปลี่ยนไปเล็กน้อย ว่ากันตามตรง มันรอให้ไคลน์
ส่งคำร้องขอเลื่อนลำดับอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้
หัวหน้า ทำไมคุณถึงดูโล่งใจนัก…
ไคลน์ไม่เก็บซ่อนรอยยิ้ม
“ผมมั่นใจมากครับ หัวหน้าคงทราบดีแล้วใช่ไหม
หลังจากโอสถถูกย่อยโดยสมบูรณ์ จะเกิดความรู้สึกพิเศษเหนือ
คำบรรยาย ไม่ต้องให้ใครมาบอกว่าพลังของคุณถูกย่อย
เรียบร้อย”
“ความรู้สึกพิเศษเหนือคำบรรยาย…”
ดันน์พึมพำเสียงค่อย คิ้วเริ่มขมวดชนกัน
หือ…? หรือหัวหน้าจะเลื่อนลำดับโดยไม่เคยย่อยโอสถ
สมบูรณ์เลยสักครั้ง
อาจเป็นเช่นนั้น เนื่องจากไม่ตระหนักถึงเทคนิคสวมบทบาท
และการตั้งกฎ ผู้วิเศษทั่วไปจะใช้ ‘เวลา’ ในการย่อยโอสถ
แทน ประกอบกับการสวมบทบาท ‘เล็ก ๆ’ จากจิตใต้สำนึก
โดยไม่รู้ตัว
หัวหน้า…
ไคลน์เงยหน้ามองดันน์โดยไม่กล่าวสิ่งใด คล้ายกับปล่อยให้
อีกฝั่ายครุ่นคิดอย่างอิสระ
ผ่านไปอย่างเงียบงันราวหนึ่งนาที่ นัยน์ตาเทาของดันน์เงย
ขึ้นจ้องมองไคลน์
“รอให้ครบหนึ่งปีดีกว่าไหม…”
หัวหน้าพูดแบบนี้เพราะต้องการลดความเสี่ยงให้ตัวเรา
สินะ…ด้วยมาตรฐานของมาดามดาลี่ย์ โบสถ์รัตติกาลจะไม่
สงสัยหากเหยี่ยวราตรีสามารถเลื่อนระดับภายในหนึ่งปี
แต่ไม่ใช่หนึ่งเดือนครึ่งแบบนี้
หรือก็คือ หากไคลน์รอยื่นคำร้องปีหน้า มันจะไม่ถูกโบสถ์
เพ่งเล็งจนเป็นอันตราย อย่างดีก็เพียงเฝั้าจับตามองในระยะแรก
คงมีเหตุผลสำคัญบางประการ ทางโบสถ์ถึงต้องปกปิด
เทคนิคสวมบทบาทไว้เป็นความลับจากบุคลากรระดับล่าง
ไคลน์เรียบเรียงคำพูดก่อนตอบ
“ตอนแรกผมก็คิดแบบนั้น รอให้ครบหนึ่งปีแล้วค่อย
เลื่อนลำดับ เพราะยังมีพื้นฐานหลายเรื่องให้เรียนรู้ ตัวอย่างเช่น
ศิลปะการต่อสู้ แต่หัวหน้า คุณไม่คิดว่าชะตามีชีวิตของผมมี
ความผิดปรกติบ้างหรือ มันแฝงเหตุบังเอิญไว้มากเกินไป ไม่ว่า
จะเรื่องคดีลักพาตัวแสนธรรมดา แต่ดันนำพาไปสู่สมุดบันทึก
ตระกูลอันทีโกนัสห้องฝังตรงข้าม รวมถึงการส่งถึงอย่างล่าช้า
ของ 2-049 แต่รีเอล·บีเบอร์กลับยังไม่หลบหนีออกจากเมือง
ทิงเก็น และพยายามเก็บตัวดูดซับพลังอยู่แถวท่าเรือ ความ
บังเอิญขณะร่วมงานวันเกิดเพื่อนสนิทน้องสาว แล้วดันพบ
เบาะแสด้านมืดของเฮเนส·วินเซนต์เข้า และการบังเอิญ
เผชิญหน้าสมาชิกชุนมุมแสงเหนือขณะเดินทางไปยืมหนังสือใน
ห้องสมุด…ผมไม่มั่นใจว่าเหตุการณ์บังเอิญเหล่านี้หมายถึง
อะไร แต่หนึ่งสิ่งแน่ชัดคือ ตัวผมกำลังหวาดระแวงอย่างหนัก
และเป็นสาเหตุให้ต้องรีบยกระดับพลังโดยเร็ว”
ไคลน์ฉวยโอกาสพูดถึงบุคคลลึกลับหลังฉากซึ่งคอยบงการ
โชคชะตาในเงามืด ชายหนุ่มจงใจแอบชี้นำความไม่ชอบมาพา
กลให้เหยี่ยวราตรีทราบ โดยไม่เผยความพิเศษของตัวเอง
ออกไป
ไคลน์มีเจตนาหยิบยืมพลังเหยี่ยวราตรีให้ช่วยสืบสวนเรื่อง
บ้านปล่องไฟแดง
ด้วยวิธีการถ่ายทอดแบบนี้ สมาชิกคนอื่นจะเข้าใจเพียงว่า
ชายหนุ่มมีความรอบคอบและช่างสังเกตมากกว่าปรกติเท่านั้น
ไคลน์พยายามอธิบายอย่างราบรื่นด้วยเหตุและผล ถ้อยคำ
ชักแม่น้ำทั้งห้าถูกเตรียมล่วงหน้านานแล้ววันแล้ว
ปัจจุบัน ดันน์กำลังนั่งฟังอย่างตั้งใจ ปลายนิ้วเคาะบริเวณ
ริมฝีปากคล้ายกับใช้ความคิด
มันไม่กล่าวสิ่งใดเป็นเวลานาน จนกระทั่งไคลน์พูดจบ ดันน์
จึงเงยศีรษะขึ้นและกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“ฟังดูสมเหตุสมผลมาก…อาจมีพลังลึกลับคอยบงการ
ในเงามืดอยู่จริง”
โดยไม่เปิดโอกาสให้ไคลน์พูด
“ตกลง คุณสามารถส่งคำร้องพิเศษได้”
“ขอบคุณครับ” ไคลน์พยักหน้ารับ มุมปากถูกยกขึ้น
เล็กน้อยอย่างตื่นเต้น
ชายหนุ่มลุกขึ้นและเดินตรงไปยังประตูห้องทำงาน ทันใด
นั้น ไม่ผิดจากความคาดหมายนัก ประโยคคุ้นหูดังไล่หลังตามมา
“เดี๋ยวก่อน” ดันน์เรียกให้หยุด
มันเรียบเรียงคำพูดครู่หนึ่งก่อนเสริม
“อย่าลืมเลือกใช้คำให้เหมาะสมด้วย”
ไม่ต้องห่วงครับหัวหน้า…ถ้าเป็นเรื่องนี้ ผมเตรียมความ
พร้อมมาแล้วหลายวัน!
ไคลน์อมยิ้มพลางพยักหน้ารับ
ในตอนแรก ชายหนุ่มคิดว่าดันน์จะเสนอให้ตน ‘แอบ’
เลื่อนลำดับอย่างลับๆ โดยไม่แจ้งโบสถ์รัตติกาล จากนั้นค่อยส่ง
คำร้องเลื่อนระดับเฉกเช่นเหยี่ยวราตรีปรกติ ไปยังโบสถ์ในอีก
สามปีให้หลัง ซึ่งถือเป็นกำหนดการพื้นฐานของทุกคน
แต่เมื่อไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน การกระทำเช่นนั้นแทบเป็นไป
ไม่ได้ ไม่ว่าจะการยื่นคำร้องพิเศษ หรือคำร้องปรกติแบบสามปี
เหมือนเหยี่ยวราตรีทั่วไป ทางโบสถ์จะส่งบุคลากรระดับสูงมา
ตรวจสอบสภาพปัจจุบันของไคลน์อยู่ดี หากตอนนั้นตนไม่ใช่
ผู้วิเศษลำดับเก้า แต่เป็นแปด รับรองได้เลยว่าเหยี่ยวราตรี
สาขาทิงเก็นเดือดร้อนกันหมดแน่
…
เนื่องจากไคลน์ศึกษาตำราศาสตร์เร้นลับของเหยี่ยวราตรีทิง
เก็นจนหมดแล้ว มันจึงไม่ต้องรีบลงไปยังห้องใต้ดินเพื่อพบนีลล์
เปั้าหมายปัจจุบันคือห้องพนักงานพลเรือนฝังตรงข้ามเยื้อง
ออกไป
หลังจากเคาะห้องและเปิดประตู ชายหนุ่มได้พบบุรุษวัย
สามสิบและสตรีวัยยี่สิบ ทั้งสองคือสมาชิกใหม่ฝั่ายพลเรือน
ชายหญิงรีบพยักหน้าให้ไคลน์เป็นการทักทาย ภายในใจ
ยังคงประหม่าเมื่อต้องเผชิญหน้าผู้วิเศษ
ไคลน์ไม่กล่าวสิ่งใด มันหาโต๊ะว่างเพื่อนั่งเขียนคำร้องพิเศษ
ขอเลื่อนลำดับฉบับร่าง
ชายหนุ่มเตรียมคำพูดมานานหลายวัน จึงใช้เวลาเพียงสิบ
นาทีในการร่างเอกสารคำร้องพิเศษจนเสร็จ
หลังจากอ่านทวนซ้ำสองสามหน ไคลน์แก้ไขบางจุดและ
อ่านใหม่ จนกระทั่งพึงพอใจกับฉบับร่างด้วยลายมือ
ถัดมา มันเดินไปนั่งหน้าเครื่องพิมพ์ดีดอักเคอร์สันรุ่น 1346
และเริ่มก้มหน้าพิมพ์ตามฉบับร่าง
เมื่อได้ยินเสียงพิมพ์ดีดเคาะ สมาชิกพลเรือนทั้งสองคนรีบ
ลุกขึ้นและเดินออกจากห้องเพื่อไปคุยกับโรแซนในห้องรับแขก
ส่งผลให้ไคลน์ได้รับความเป็นส่วนตัว
รู้จักมารยาทและเอาใจใส่คนรอบข้าง…
ชายหนุ่มชื่นชมพวกมันในใจขณะนั่งมองแผ่นหลังหนึ่งบุรุษ
หนึ่งสตรีเดินจากไป
ไคลน์ก้มหน้าพิมพ์งานของตัวเองอีกครั้งด้วยสมาธิเต็มเปียม
ขณะพิมพ์เอกสารสำคัญใกล้เสร็จ นักกวีเที่ยงคืน เลีย
วนาร์ด·มิเชล เดินออกจากห้องนันทนาการพอดิบพอดี
มันหยุดยืนหน้าห้องพลเรือนพร้อมกับปลดกระดุมเสื้อเม็ด
บนเพื่อคลายความอึดอัด ภายใต้ผมเผ้ายุ่งเหยิงและนัยน์ตา
เขียวมรกต ชายคนนี้มีเสน่ห์น่าหลงใหลคล้ายนักกวีตัวจริง
“กำลังพิมพ์รายงานอะไรหรือ”
เมื่อเลียวนาร์ดกวาดสายตามองรอบห้องหนึ่งครั้งและไม่พบ
ใคร จึงซักถามไคลน์พลางเอนพลังพิงวงกบประตูห้อง สองมือ
ล้วงกระเปั๋าด้วยมาดสุดเท่
นัยน์ตาเพ่งพิจารณาไคลน์อย่าสนใจ
ขณะเดียวกัน ชายหนุ่มพิมพ์คำสุดท้ายเสร็จพร้อมกับ
เครื่องหมายจบประโยค มันเงยหน้าขึ้นและส่งยิ้มทักทายอีก
ฝั่าย
“คำร้องพิเศษ”
“คำร้องพิเศษ?” เลียวนาร์ดถามฉงน
ไคลน์หยิบกระดาษออกจากเครื่อง สายตาพลางจ้องมองขึ้น
ลงเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีจุดบกพร่อง
“ใช่แล้ว…คำร้องพิเศษเพื่อเลื่อนเป็นผู้วิเศษลำดับ
แปด”
แค่ก! แค่ก! แค่ก!
เลียวนาร์ดสำลักน้ำลายรุนแรง เมื่อเริ่มสงบสติลง มันรีบ
ซักถาม
“คุณย่อยโอสถสมบูรณ์แล้วหรือ…?”
ย่อย?
หืม…หมอนี่ก็รู้เยอะเหมือนกันสินะ
ไคลน์ถือแผ่นกระดาษในมืออย่างทะนุถนอม มันเดินผ่าน
ประตูห้องและมองไปทางเลียวนาร์ด
“แน่นอน”
ชายหนุ่มแสยะยิ้มอย่างมีเลศนัย
“ผมเคยได้ยินใครบางคนกล่าวไว้ว่า บนโลกกว้างใหญ่ใบ
นี้ มีบุคคลพิเศษอยู่จำพวกหนึ่ง สามารถกระทำในสิ่งที่ผู้อื่นทำ
ไม่ได้ เหมือนกับผมและคุณ”
เลียวนาร์ดหมดคำพูดไปชั่วขณะ ทำเพียงเปลี่ยนท่ายืน
เล็กน้อยและล้วงมือออกจากกระเปั๋ากางเกงขึ้นมากอดอก
หลังจากพยายามเรียบเรียงคำพูด นักกวีเทียงคืนซักถาม
ด้วยเสียงแผ่วเบาราวกับกลัวใครได้ยิน
“คุณไม่คิดว่ามันเสี่ยงไปหน่อยหรือ”
เสี่ยง…?
หากเลียวนาร์ดทราบวลี ‘ย่อย’ หมายความว่ามันย่อม
ทราบเทคนิคสวมบทบาท และตระหนักว่าวิธีการดังกล่าวช่วย
ลดความเสี่ยงของการคลุ้มคลั่งได้…
ถ้าอย่างนั้น เลียวนาร์ดกำลังหมายถึงความเสี่ยงในเรื่องอื่น
คงเป็นการเพ่งเล็งจากโบสถ์กระมัง
ไคลน์พยักหน้าพร้อมกับอธิบาย
“เลียวนาร์ด คุณยังจำภารกิจแรกของพวกเราได้ไหม คดี
แกะรอยคนร้ายลักพาตัว แต่ในภายหลัง ผมเกิดเดจาวูและ
ตระหนักว่าห้องฝังตรงข้ามเป็นเบาะแสของสมุดบันทึกตระกูล
อันทีโนกัส…”
ไคลน์เล่าเรื่องเดิมซ้ำให้เลียวนาร์ดฟัง แบบเดียวกับเมื่อ
คราวอธิบายดันน์
นักกวีเที่ยงคืนก้มหนุ่มครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ ก่อนจะผงกศีรษะ
แผ่วเบาเป็นการยอมรับ
มันพึมพำในลำคอ
“บางที่ ผมเองก็ต้องเร่งมือบ้างแล้ว…”
ทันใดนั้น นัยน์ตามรกตของเลียวนาร์ดเหลือบมองชายหนุ่ม
พร้อมกับฉีกยิ้มกว้างอย่างมีเลศนัย
“คุณต้องการแบ่งปันประสบการณ์ให้พวกพ้องสักหน่อย
ไหม ว่าต้องทำอย่างไร จึงจะย่อยพลังโอสถได้รวดเร็วและลด
อัตราการคลุ้มคลั่งลง”
หมอนี่ทราบรายละเอียดอยู่แล้วไม่ใช่หรือ?
แล้วทำไมถึงไม่บอกเอง?
กลัวความเดือดร้อนมาถึงตัว?
เจ้าเล่ห์ชะมัด…ไคลน์ยิ้มตอบ
“ก็คิดไว้แบบนั้นอยู่แล้ว”
แผนเดิมของมันคือ ตนจะฉวยโอกาสนี้เพื่ออธิบายหลักการ
ของโอสถให้เหยี่ยวราตรีทุกคนฟัง การคลุ้มคลั่งจะได้ไม่เกิด
ขึ้นกับพวกพ้องของตนในภายหลัง
แน่นอน เพื่อความปลอดภัย ไคลน์จะไม่เอ่ยถึงเทคนิคสวม
บทบาทหรือรายละเอียดซับซ้อนโดยตรง อย่างมากเพียงเล่าถึง
หลักการเบื้องต้นและวิธีตั้งกฎคร่าวๆ
ฉะนั้น ต่อให้มีสายสืบของเบื้องบนแฝงตัวปะปนมา
พฤติกรรมของตนจะไม่มีสิ่งผิดปรกติในสายตาคนเหล่านั้น
“ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มกันเลย!”
เลียวนาร์ดถือวิสาสะลากตัวไคลน์ไปยังห้องนันทนาการ
อย่างตื่นเต้น
ปัจจุบัน นอกจากรอยัลผู้กำลังติดเวรเฝั้าประตูยานิส
สมาชิกคนอื่นต่างอยู่พร้อมหน้า ไม่ว่าจะเป็นฟราย โคเฮนรี่ หรือ
ซิก้า·ทีรอน พวกมันกำลังเล่นไพ่ฆ่าเวลา
“ทุกคน! ทุกคน!”
เลียวนาร์ดแหกปากเป็นทำนองคล้ายกำลังขับขานบทกวี
มือข้างหนึ่งเคาะบานประตูซึ่งเปิดค้างไว้
“ผมขอแนะนำให้รู้จัก! บุคคลตรงนี้คือมิสเตอร์ไคลน์·
โมเร็ตติ! ผู้สามารถดูดซับพลังโอสถเสร็จสมบูรณ์ได้ภายในเวลา
เดือนครึ่ง!”
หมอนี่เล่นใหญ่ชะมัด…ไคลน์พลันกระอักกระอ่วน
“อะไรนะ?”
กระทั่งซิก้า·ทีรอน สตรีมาดเงียบขรึม นักแต่งนิยายไม่
โด่งดังมาก ขายหนังสือแทบไม่ออก ยังขมวดคิ้วด้วยสีหน้า
เคลือบแคลง
“เลียวนาร์ด เลิกล้อเล่นได้แล้ว คำพูดของคุณมักเกินจริง
เสมอ”
โคเฮนรี่กล่าวพลางคว่ำไพ่ลง
ส่วนฟรายในคงถือไพ่ในมือ สีหน้าของมันค่อนข้างตกตะลึง
ผู้เก็บซากศพเงียบงันสักพักก่อนเอ่ยปากถามไคลน์
“คุณแน่ใจแล้วหรือ ว่าพลังของโอสถถูกดูดซึมอย่าง
สมบูรณ์แบบ”
“แน่ใจสิ” ไคลน์พยักหน้ารับ ขณะเดียวกันก็สัมผัสถึง
ความหวังดีจากอีกฝั่าย
“มีสัญญาณบ่งบอกอย่างชัดเจน”
“อะไรกัน…? จริงหรือเนี่ย”
โคเฮนรี่ลุกพรวดด้วยสีหน้าตกตะลึง
เลียวนาร์ดหัวเราะคิกคักก่อนจะชี้ไปยังแผ่นกระดาษในมือ
ไคลน์
“นี่คือเอกสารคำร้องพิเศษ เพื่อเลื่อนขั้นกลายเป็นผู้วิเศษ
ลำดับแปด!”
“…คุณทำได้ยังไง”
ซิก้า·ทีรอนแสดงสีหน้าสุดทึ่ง ท่าทางปัจจุบันขัดกับ
ภาพลักษณ์แสนเย็นชา ภายในหัวหญิงสาวเต็มไปด้วยคำถาม
แต่เธอเลือกเข้าประเด็นหลักโดยไม่อ้อมค้อม
ดวงตาของซิก้ากำลังสั่นระริกชนิดพบเห็นได้ไม่บ่อยนัก
ไคลน์มองหาเก้าอี้เพื่อนั่งให้เป็นกิจจะลักษณะ มันกวาด
สายตามองทุกคนรอบตัวก่อนหรี่เสียงลง
“ผมได้รับแรงบันดาลใจมาจากหลักปฏิบัติของผู้ส่อง
ความลับ”
“ทำตามใจ แต่ต้องไม่เดือดร้อนใคร?”
เลียวนาร์ดถามชง
“ถูกต้อง จากเอกสารลับของเหยี่ยวราตรี มีการระบุไว้
ชัดเจนว่า เมื่อผู้ส่องความลับประพฤติตัวในกรอบของหลัก
ปฏิบัติดังกล่าว อัตราการคลุ้มคลั่งจะลดลงมาก”
ไคลน์อธิบายตามข้อเท็จจริง มันเคยร่ำเรียนสิ่งนี้มาจากนีลล์
“หลังจากนั้น ตัวอย่างของมาดามดาลี่ย์ได้ช่วยให้ผม
เข้าใจหลักการมากขึ้น”
“ผู้สื่อวิญญาณดาลี่ย์?” โคเฮนรี่โพล่งถาม
สีหน้าของมันเปียมความอยากรู้อยากเห็นเสียเต็มประดา
“ถูกต้อง มาดามดาลี่ย์เคยยื่นคำร้องพิเศษมาก่อน จากผู้
เก็บซากศพ เธอใช้เวลาเพียงสองปีในการพัฒนาตัวเองเป็นผู้สื่อ
วิญญาณ มาดามดาลี่ย์พูดกับลุงนีลล์บ่อยครั้งว่า เธอต้องการ
เป็นผู้สื่อวิญญาณในชีวิตจริง”
ไคลน์เริ่มอธิบายลงลึก
“ถัดมา จากประสบการณ์เป็นหมอดูในสโมสรพยากรณ์
ผมทดสอบตั้งกฎของตัวเองขึ้นและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
ปรากฎว่าความเร็วในการย่อยโอสถเพิ่มขึ้นมาก”
หลังจากนั่งฟังไคลน์ถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตค่อนข้าง
ละเอียด ทั้งฟราย ซิก้า·ทีรอน และโคเฮนรี่ต่างก้มหน้า
ครุ่นคิด
แม้กระทั่งเลียวนาร์ดก็แสร้งยืนไตร่ตรอง
“ผมขอตัวไปส่งเอกสารก่อน”
ไคลน์โบกแผ่นกระดาษในมือบางเบา
“ถ้าพวกคุณยังไม่เข้าใจจุดไหน สามารถซักถามผมเป็น
การส่วนตัวในภายหลังได้”
“ตกลง” ฟรายพยักหน้าตอบรับ
ไคลน์เดินออกจากห้องนันทนาการและตรงไปยังห้องทำงาน
ของดันน์ มันนั่งเก้าอี้ฝังตรงข้ามพร้อมกับหยิบขวดหมึกและ
ปากกาหมึกซึมขึ้นมาวางบนโต๊ะ ก่อนจะบรรจงประทับ
ลายนิ้วมือตัวเองลงไป
“หัวหน้าครับ นี่คือคำร้องพิเศษของผม”
ขณะกล่าว ไคลน์ยื่นแผ่นกระดาษให้ดันน์ด้วยสองมือ
หัวหน้าเหยี่ยวราตรีก้มหน้าอ่านอย่างรายละเอียดราวสองถึง
สามรอบ
“ตกลง ผมจะรีบส่งเรื่องให้วิหารศักดิ์สิทธิ์พิจารณา
โดยเร็ว คุณเตรียมตัวรับการทดสอบไว้ด้วย อาจเป็นสัปดาห์
หน้า หรือไม่ก็สัปดาห์ถัดจากนั้น”
“ครับผม” ไคลน์สูดลมหายใจเข้าลึก
มันเริ่มผ่อนคลาย คล้ายกับได้ยกภูเขาออกจากอก ชายหนุ่ม
ลุกขึ้นยืนและเดินออกจากห้องทำงานของดันน์
ประตูห้องถูกผลักปิดสนิท
ภายในหัวไคลน์กำลังไตร่ตรองว่า มีจุดใดบนเอกสารคำร้อง
บกพร่องหรือไม่
ทันใดนั้น คำถามหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว
แล้วการทดสอบมันเป็นแบบไหน…?