ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 189 อธิษฐานและคำตอบ
เมืองทิงเก็น ถนนดารารัตน์
ไคลน์กำลังโน้มน้าวให้เมลิสซ่าและเบ็นสันไปดูการแสดง
ละครเวทีในช่วงสุดสัปดาห์หน้า
“คงไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่ม หนังสือพิมพ์ได้พูดแทน
หมดแล้ว ละครเรื่อง ‘ท่านเคาต์หวนคืน’ ต้องคุ้มค่าทุกเม็ด
เงินแน่นอน ถูกฉายซ้ำในกรุงเบ็คลันด์มากกว่าสิบรอบ บัตรขาย
หมดเกลี้ยง พวกเราไม่ควรพลาดโอกาสด้วยประการทั้งปวง”
…ถ้าไม่ติดปัญหาด้านภาพลักษณ์ เราคงไปฉลองในผับ
หรือไม่ก็เล่นบิลเลียดแล้ว
…เช่าสนามตีเทนนิสก็ไม่เลว กีฬาชนิดนี้ถูกจัดเป็น
กิจกรรมนันทนาการสำหรับชนชั้นกลาง ด้วยภาพร่างกาย
ปัจจุบัน ถ้าอีกฝั่ายไม่ใช่ผู้วิเศษ เราคงเอาชนะได้ไม่ยากเย็น
…แต่ตอนนี้ต้องปล่อยวางก่อน ยังมีงานอีกมากให้ทำ ช่วง
เช้าสืบคดีลาเนวุส ช่วงบ่ายเรียนต่อสู้กับมิสเตอร์กาเวน และ
ช่วงเย็นแบ่งเวลาไปตระเวนหาปล่องไฟแดง
…ทำไมตารางชีวิตยุ่งขนาดนี้
ไคลน์ตัดพ้อ
เมื่อตระหนักว่าเบ็นสันเริ่มคล้อยตาม ส่วนเมลิสซ่ายังคง
ลังเล ชายหนุ่มจึงอมยิ้มก่อนอธิบายเสริม
“ฉันได้ยินมาว่า นักแสดงนำอันโด่งดังของละครเวที่
‘ท่านเคาต์หวนคีน’ เป็นอัจฉริยะด้านเครื่องกล”
“ก็ได้! ครอบครัวเราควรมีโอกาสได้รับความบันเทิงในโรง
ละครใหญ่สักครั้ง”
เมลิสซ่าทำแก้มปั่องพร้อมกับพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจนัก
แต่แววตากลับระยิบระยับ
ขณะไคลน์กำลังจะตอบโต้ โสตประสาทพลันได้ยินเสียงอื้อ
อึงมาพร้อมอาการวิงเวียน
…ใครบางคนกำลังสวดภาวนาถึงเรา
ชายหนุ่มฝืนใช้มือขวาพยุงร่างกายให้อยู่ในท่านั่งตัวตรง
จากนั้นก็หัวเราะคิกคัก
“ตกลง ฉันมีแผนอดทนรอจนกว่าบัตรจะลดราคา …แต่
ตอนนี้ขอตัวกลับห้องนอนไปเขียนรายงานก่อน”
“เชิญตามสบาย ส่วนพวกเราต้องกระโดดลงไปแหวกว่าย
ในทะเลแห่งความรู้อีกสักพัก หวังว่าจะไม่ขาดอากาศหายใจ
ตายเสียก่อน”
เบ็นสันกล่าวติดตลกด้วยสีหน้าขื่นขม มันและเมลิสซ่าเดิน
ไปนั่งลงบนโต๊ะทานอาหาร
ไคลน์รีบเดินขึ้นบันไดกลับห้อง มันลงกลอนแน่นหนาพร้อม
กับผนึกซ้ำอีกชั้นด้วยกำแพงวิญญาณ จากนั้นก็เดินทวนเข็มสี่
ก้าวพลางท่องคาถาส่งตัวเองขึ้นมิติหมอกเทา
ทันใดนั้น จิตชายหนุ่มทะยานขึ้นไปปรากฏบนเก้าอี้ประธาน
ชุมนุมไพ่ทาโร่ต์ รายล้อมด้วยพระราชวังหรูหราอลังการและ
ดาวแดงส่องประกายระยิบระยับ
ไคลน์ยกมือขวาพลางถ่ายเทพลังวิญญาณเข้าไปในดาวแดง
ตัวแทนมิสจัสติส
เกิดเสียง ‘บรึม’ แผ่วเบา
ตามด้วยนิมิตภาพฉายอันพร่ามัวและบิดเบี้ยวในช่วงแรก
ก่อนจะกลายเป็นฉากชัดเจนของเด็กสาวผมทองสวมเดรส
หรูหราสีน้ำตาลอ่อนกำลังนั่งในมุมมืดของห้อง มือสองข้าง
ประสานรองหน้าผากพร้อมกับโน้มตัวไปข้างหน้าด้วยท่าสวด
มนตร์
สุ้มเสียงแผ่วเบาแฝงความกระวนกระวายดังซ้อนทับคล้าย
เสียงมายา ก้องกังวานทั่วมิติอันว่างเปล่า
“เดอะฟูลจากต่างยุคสมัย ผู้ปกครองลึกลับเหนือห้วงสาย
หมอกเทา ราชันเหลืองดำผู้ครองพลังโชคลาภ ดิฉันขอสวดอ้อน
วอนให้ท่านสนใจ ดิฉันขอสวดอ้อนวอนให้ท่านรับฟัง”
…
“ดิฉันกำลังอยู่ในงานลีลาศของดยุคนีแกน เมื่อครู่บังเอิญ
ได้พบผู้ต้องสงสัย อาจเป็นพลเรือโทแห่งวายุคีลิงเกอร์ปลอมตัว
มา ยังไม่ทราบแรงจูงใจชัดเจน แต่การปลอมตัวเป็นบารอนเกร
เมียร์ต้องมีจุดประสงค์ร้ายแอบแฝงแน่นอน วันนี้บารอนเกร
เมียร์ทำตัวแปลกไปจากปรกติหลายจุด และดิฉันนึกขึ้นได้ว่า คี
ลิงเกอร์มีสมบัติวิเศษช่วยจำแลงกาย”
…
ไคลน์นั่งฟังด้วยท่าทางเคร่งขรึม สมองรีบประมวลผล
เหตุการณ์ปัจจุบันโดยละเอียด จนกระทั่งเริ่มเข้าใจภาพรวม
ทั้งหมด
คีลิงเกอร์ใช้พลังพิเศษของยุบพองหิวโหยเพื่อลอบแทรกซึม
งานลีลาศของดยุคนีแกน!
มันคงคาดไม่ถึงว่า เด็กสาวไร้เดียงสาจะเป็นผู้วิเศษเส้นทาง
ผู้ชม แถมยังมีความทรงจำเกี่ยวกับบารอนเกรเมียร์ดีเยี่ยม
…คีลิงเกอร์ยังไม่ตระหนักว่าถูกพบตัว
…มันมีจุดประสงค์ใด แล้วตนควรตอบสนองอย่างไรต่อ
เหตุการณ์นี้?
ตลอดสองวันผ่านมา ไคลน์ทดสอบประกอบพิธีกรรมบูชา
ยัญในหลายแง่มุมและพบว่า ตนไม่สามารถเปิดประตูอาณาจักร
ฝังตัวเอง หากฝั่ายสังเวยไม่ได้ใช้วัตถุวิญญาณในพิธีกรรม จึงไม่
มีทางเลือกนอกจากหาโอกาสทดลองวันหลังเมื่อมีโอกาสแวะซื้อ
ของ
…มิสจัสติสคงไม่ได้พกวัตถุวิญญาณติดตัวมาร่วมงาน
ลีลาศแน่
หลังจากก้มหน้าไตร่ตรองราวสิบวินาที่ ชายหนุ่มตัดสินใจ
ตอบข้อความกลับไป
…
ภายในห้องสวดมนต์ขนาดไม่ใหญ่ของดยุคนีแกน ออเดรย์
สวดอ้อนวอนซ้ำหลายหนก่อนจะหยุดนิ่ง จากนั้นก็ลุกขึ้นจัด
ระเบียบเครื่องแต่งกายและเดินตรงไปทางประตู
เด็กสาวทราบดีว่า เธอไม่ควรหายตัวนานเกินไป ไม่อย่างนั้น
ทางพ่อและแม่อาจเป็นห่วงจนตีความสถานการณ์ผิด นั่นจะทำ
ให้เกิดความตื่นตูมโกลาหลตามมา
ออเดรย์ยืนหันหน้าเข้าหาประตูพร้อมกับสูดลมหายใจเต็ม
ปอด มือขวาซึ่งสวมถุงมือตาข่ายสีขาวเริ่มออกแรงบิดกลอน
ด้วยจิตใจกระวนกระวาย
เมื่อพ้นจากห้องสวดมนตร์ เด็กสาวเดินกลับไปตามทางเดิน
จนถึงเขตโถงห้องอาหาร
ขณะใครบางคนเดินถือจานและแก้วไวน์เข้ามาใกล้ ภาพ
การมองเห็นของออเดรย์พลันพร่ามัวและบิดเบือน หมอกมายา
สีเทาลอยฟุั้งรอบกาย
ท่ามกลางสายหมอก บุคคลผู้หนึ่งกำลังนั่งบนเก้าอี้โบราณ
ในมาดสง่างาม แสงจากแววตาหลังม่านหมอกคล้ายกำลังดู
แคลนทุกสิ่ง
…ท่านมิสเตอร์ฟูล!
ออเดรย์เกือบโพล่งออกไปด้วยความยินดี
ผ่านไปหนึ่งอึดใจ เสียงคุ้นเคยดังก้องในหัว
“เรารับรู้”
ดังกังวานซ้ำไปซ้ำมาเช่นนั้นคล้ายเสียงมายา เพียงพริบตา
ห้วงมิติหมอกเทาสลายไปราวกับความฝัน รอบตัวออเดรย์กลับ
เป็นแขกร่วมงานถือถาดอาหารและแก้วไวน์
ความกังวลใจของเด็กสาวพลันสลายเป็นปลิดทิ้ง เธอเดิน
หลังตรงกลับไปยังเขตพักผ่อนภายในโถงอาหารอย่างสบายใจ
…
ใต้ราชวังหรูหรารายล้อมด้วยหมอกเทา
หลังจากตอบมิสจัสติส ไคลน์กำลังครุ่นคิดถึงวิธีการแจ้งข่าว
ให้แฮงแมนทราบ
…เราไม่ควรส่งเสียงของตัวเองโดยตรง ไม่อย่างนั้นจะ
ทำลายภาพลักษณ์อันสง่างามของเดอะฟูล
…ไม่ใช่เบ๊ฝากข้อความสักหน่อย
หลังจากครุ่นคิดนานเกือบนาที่ ในตอนท้าย ไคลน์ได้
คำตอบเหมาะสมสำหรับเหตุการณ์ปัจจุบัน
มันเตรียมส่งต่อฉากสวดภาวนาของจัสติสให้แฮงแมน อีก
ฝั่ายจะได้เห็นนิมิตเคลื่อนไหวคล้ายกับรับชมภาพยนตร์ แต่จะ
ทำการปิดบังใบหน้าเธอไว้เพื่อรักษาความลับ
โดยไม่รีรอ ชายหนุ่มเหยียดแขนสัมผัสดาวแดงของแฮงแมน
และส่งต่อฉากภาวนาของเด็กสาวไปให้อีกฝั่ายทันที่
…
กรุงเบ็คลันด์ เขตเชอร์วู้ด
ณ มหาวิหารวายุศักดิ์สิทธิ์
แฮงแมน อัลเจอร์·วิลสัน กำลังอ่านรายงานสืบสวน
ภายในห้องทำงานเรียบง่าย มันพยายามแกะรอยพลเรือโทแห่ง
วายุคีลิงเกอร์อย่างสุดความสามารถ
ข้างฝั่ามือขวามีปึกแผ่นกระดาษซึ่งถูกเขียนด้วยอักษร
ขยุกขยิกเต็มหน้า
ขณะอัลเจอร์เอนหลังพิกเก้าอี้พลางขยี้ตาพักผ่อน ภาพการ
มองเห็นเริ่มพร่ามัวฉับพลัน บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยสาย
หมอกสีเทา
ห่างออกไปพอประมาณเป็นเก้าอี้โบราณซึ่งมีบุคคลผู้หนึ่ง
กำลังนั่งอยู่ด้วยมาดองอาจ
…ท่านมิสเตอร์ฟูล
ระหว่างเกิดความคิดเช่นนี้ สายตาอัลเจอร์เหลือบเห็นนิมิต
เหตุการณ์ถูกฉายตรงหน้า
เด็กสาวในชุดเดรสหรูหรากำลังนั่งสวดภาวนาพร้อมกับ
กล่าวซ้ำไปมา
“ดิฉันกำลังอยู่ในงานลีลาศของดยุคนีแกน เมื่อครู่บังเอิญ
ได้พบผู้ต้องสงสัย อาจเป็นพลเรือโทแห่งวายุคีลิงเกอร์ปลอมตัว
มา ยังไม่ทราบแรงจูงใจชัดเจน แต่การปลอมตัวเป็นบารอนเกร
เมียร์ต้องมีจุดประสงค์ร้ายแอบแฝงแน่นอน วันนี้บารอนเกร
เมียร์ทำตัวแปลกไปจากปรกติหลายจุด และดิฉันนึกขึ้นได้ว่า คี
ลิงเกอร์มีสมบัติวิเศษช่วยจำแลงกาย”
…
อัลเจอร์ตกตะลึงในช่วงต้น แต่หลังจากได้สติก็รีบกำหมัดทา
บอกพร้อมกับก้มศีรษะคำนับอย่างนอบน้อม
“มิสเตอร์ฟูลจงเจริญ!”
ภาพและเสียงมายาเลือนหายไปก่อนแฮงแมนกล่าวจบ
ประโยค อัลเจอร์ถูกส่งกลับมายังห้องทำงานอีกครั้งราวกับเมื่อ
ครู่เป็นเพียงความฝัน
เมื่อกวาดสายตามองรอบโต๊ะทำงานซึ่งเต็มไปด้วยแผ่นได
อารีจักรพรรดิโรซายล์และรายงานสืบสวนคดี มันเริ่มตระหนัก
ถึงความทรงพลังของเดอะฟูลอีกครั้ง
…เราอยู่ในมหาวิหารวายุศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเคยเป็นสำนักงาน
ใหญ่ของโบสถ์วายุสลาตันมาก่อน แม้จะเป็นเรื่องอดีตสมัยพันปี
แต่วิหารแห่งนี้มีระดับความปลอดภัยเป็นรองเพียงสำนักงาน
ใหญ่ของเจ็ดโบสถ์หลักเท่านั้น
…ทว่ามิสเตอร์ฟูลกลับ
…ส่งนิมิตมาแจ้งโดยไม่เกรงกลัว!
อัลเจอร์นั่งเงียบงันด้วยนัยน์ตาสั่นระริกนานเกือบยี่สิบ
วินาที่ เมื่อเริ่มได้สติ มันรีบเก็บข้าวของและเดินออกจากห้อง
โดยไม่ลังเล
จุดประสงค์ก็คือ รีบแจ้งข่าวด่วนให้หนึ่งในพระคาร์ดินัล
แห่งโบสถ์วายุสลาตันได้รับทราบ
อาร์คบิชอปประจำโบสถ์วายุสลาตันมุขมณฑลเขตเบ็คลันด์
ผู้ขับขานแห่งเทพ เอซ·สเน็ก
สำหรับอัลเจอร์ ผลลัพธ์ในฝันคือการได้ฆ่าพลเรือโทแห่ง
วายุคีลิงเกอร์ด้วยมือตัวเอง แต่หากไม่สามารถบรรลุความ
ต้องการได้ อย่างน้อยก็ต้องยืนยันให้เห็นกับตาว่าไอ้บัดซบนั่น
ถูกฆ่าตายในเบ็คลันด์
…
หลังจากส่งต่อฉากภาวนาของจัสติสไปให้แฮงแมน ไคลน์ดึง
ตัวเองกลับลงมายังห้องนอนบนถนนดารารัตน์
ชายหนุ่มไม่รีบร้อนสลายกำแพงวิญญาณ มันนั่งลงหน้าโต๊ะ
อ่านหนังสือพร้อมกับรีบก้มหน้าเขียนจดหมาย
“ข่าวด่วนมาก คีลิงเกอร์ใช้หนึ่งในความสามารถของคน
เลี้ยงแกะ ปลอมตัวเป็นบารอนเกรเมียร์และแทรกซึมเข้าไปใน
งานเลี้ยงลีลาศของดยุคนีแกน ยังไม่มีใครทราบเปั้าหมายแท้จริง
ของมัน”
ไคลน์ไม่กังวลว่ามิสเตอร์อะซิกจะเกิดความเคลือบแคลงใน
ประเด็น-เหตุใดบุคคลในทิงเก็นถึงทราบความเคลื่อนไหวของ
เบ็คลันด์ เพราะโลกปัจจุบันมีเทคโนโลยีโทรเลขอยู่
“ผมไม่ทราบว่าคุณสนใจหรือไม่ แต่คิดว่าอย่างน้อยก็ควร
แจ้งให้ทราบ”
ไคลน์ไม่มัวเขียนยืดยาวเวิ่นเว้อ มันรีบพับกระดาษเรียบร้อย
เตรียมส่ง
นกหวีดทองแดงถูกนำมาจ่อปากพร้อมกับเปั่าลมสุดแรง
ผู้ส่งสารร่างยักษ์ศีรษะทะลุเพดานปรากฏตัวอีกครั้ง มันยื่น
ท่อนแขนมาขอจดหมายโดยไม่สนใจขนาดอันคับแคบของห้อง
ชายหนุ่มพยายามเอาชนะความเคยชินของตัวเอง ฝืนยับยั้ง
ชั่งใจไม่ให้คิดว่าแผ่นกระดาษในมือคืออาวุธขว้างของตัวตลก
มันบรรจงวางจดหมายลงฝั่ามืออีกฝั่ายให้นุ่มนวล
จากนั้นก็เปั่านกหวีดซ้ำเพื่อยุติการอัญเชิญ จากนั้นก็นั่ง
ไตร่ตรองเหตุการณ์ในเบ็คลันด์อย่างถี่ถ้วน
…เราทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว
ว่ากันตามตรง ไคลน์ยังเหลืออีกหนึ่งวิธีคือการอัญเชิญ
‘กายจิต’ ตัวเองออกไปพเนจรในกรุงเบ็คลันด์พร้อมกับยันต์
เพลิงสุริยัน แต่แบบนั้นคงเสี่ยงและยุ่งยากเกินไป
ประการแรก อีกฝั่ายเป็นถึงลำดับ 6 ผู้รับใช้วายุ แถมยังมี
ยุบพองหิวโหยติดตัว
ประการสอง พิธีกรรมค่อนข้างซับซ้อนวุ่นวาย ก่อนอื่น ต้อง
นำยันต์เพลิงสุริยันขึ้นไปไว้บนมิติสายหมอก และให้ใครสักคน
ในเบ็คลันด์ประกอบพิธีกรรมอัญเชิญ
ประการสาม วิญญาณของตนยังอ่อนแอ หากออกไปแบบ
ไม่เกิดประโยชน์ รังแต่จะทำลายภาพลักษณ์ของเดอะฟูลโดยใช่
เหตุ
ไคลน์ชั่งน้ำหนักอย่างดีแล้ว ก่อนตัดสินใจไม่วู่วามเอาตัวเอง
เข้าไปเสี่ยง
และด้วยความสัตย์จริง สถานการณ์มิได้เลวร้ายขนาดนั้น
ดยุคนีแกนเป็นขุนนางเปียมอิทธิพลของอาณาจักรโลเอ็น อาจ
มากเป็นอันดับหนึ่งรองจากเหล่าเชื้อพระวงศ์ มันคือสมาชิก
หลักของพรรคอนุรักษ์นิยม แถมแขกร่วมงานลีลาศในวันนี้ย่อม
เต็มไปด้วยขุนนางชั้นสูงอีกมาก ไม่ต้องเดาก็ทราบว่า มีกองทัพ
ผู้วิเศษคอยเร้นกายรักษาความปลอดภัยในงานอย่างลับๆ
เพราะหากไม่เป็นเช่นนั้น ผู้วิเศษลำดับ 6 อย่างคีลิงเกอร์คง
บุกถล่มงานเลี้ยงของมนุษย์ธรรมดาในลักษณะเอิกเกริกไปแล้ว
ไม่มัวเสียเวลาปลอมตัวให้วุ่นวาย
ในเมื่อมิสจัสติสทราบล่วงหน้า หน่วยรักษาความปลอยภัย
คงเตรียมตัวพร้อมรับสถานการณ์ไม่คาดฝันเป็นอย่างดี
…ไม่มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแน่นอน
…ชักสงสัยว่า ผู้ส่งสารของอะซิกใช้เวลาเดินทางนานแค่
ไหนกัน หากเคลื่อนตัวผ่านโลกวิญญาณในทันที่ ชายคนนั้นอาจ
ไปทัน ‘อาหารจานหลัก’ ของคดีนี้ แต่ถ้าเชื่องช้าแบบมาดาม
ดาลีย์ ก็คงรออ่านหนังสือพิมพ์ฉบับบ่ายในวันถัดไปได้อย่าง
เดียว
ไคลน์ผงกศีรษะพลางสลัดความกังวลทิ้ง มันมั่นใจว่า ตนไม่
สามารถมีส่วนร่วมกับเหตุการณ์ได้มากกว่านี้แล้ว