ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 196 กระจกผู้สื่อวิญญาณ
ไคลน์ลนลานรีบเผ่นหนีออกจากตู้นิรภัยโลหะขนาดใหญ่
เมื่อพบว่าไม่มีความฉิบหายตามติดกลับมา จิตใจเริ่มผ่อนคลาย
จากความตึงเครียด
‘เทวรูปแกะสลักจากกระดูก? น่าขนลุกฉิบ ถึงจะไม่ก่อ
อันตรายร้ายแรง แต่ก็มอบความสยองขวัญชนิดทำเอาหัวใจ
เกือบหยุดเต้น แม่มดบรรพกาลสินะ หล่อนเป็นเทพนอกรีต
เหมือนกับปราชญ์เร้นลับ ด้านมืดเอกภพ และพระผู้สร้าง
แท้จริง’
เมื่อไคลน์ตระหนักถึงเส้นทางผู้วิเศษของมาดามเชอรอนก็
สามารถคาดเดาตัวตนแท้จริงของเทวรูปกระดูกขาวได้ทันที่
ขณะก้มหน้าครุ่นคิด ลางสังหรณ์พลันร้องเตือนถึงภัย
อันตราย
ชายหนุ่มรีบบินไปยังบานหน้าต่างสลักลวดลายงดงาม
สายตาเหลือบมองถนนเบื้องล่างด้านนอก รถม้าคันหนึ่งกำลัง
แล่นมาจอดภายใต้โคมตะเกียงแก๊สบนถนน
‘มาดามเชอรอนกลับมาแล้ว?’
หัวใจไคลน์พลันบีบรัด ตระหนักได้ทันทีว่าต้นตอลาง
สังหรณ์คือสิ่งใด
เมื่อพิจารณาว่าทริสซี่ยังคงเป็นเพศชายในตอนถือครองพลัง
ลำดับ 8 นักกระตุ้น หมายความว่ามาดามเชอรอนต้องเป็น
ผู้วิเศษลำดับไม่ต่ำกว่า 7 แน่นอน แถมยังโด่งดังในเมืองทิงเก็น
มานานหลายปี ค่อนข้างมั่นใจว่าหล่อนทรงพลังยิ่งกว่าทริสซี่
ชายหนุ่มไม่เสี่ยงใช้งานยันต์เพลิงสุริยันหรือนกหวีดทองแดง
ของอะซิก แต่เลือกตัดสินใจอย่างชาญฉลาดแทน
ยันต์เพลิงสุริยันมีเพียงชิ้นเดียว และมันไม่แน่ใจว่าจะมี
โอกาสนำ 3-0782 ออกมาประกอบพิธีกรรมสร้างได้อีกเมื่อไร
เพราะมิสเตอร์อะซิกย้ายไปอยู่กรุงเบ็คลันด์แล้ว
ฉะนั้น หากไม่ใช่สถานการณ์สิ้นหวังอย่างแท้จริง ไคลน์
ต้องการถนอมยันต์ทรงพลังอันดับหนึ่งของตนไว้ตราบนานเท่า
นาน
และต่อให้ตนดวลชนะมาดามเชอรอนจริง แต่ก็คงเกิด
ปัญหาใหญ่ตามมาอยู่ดี เมื่อถึงคราวต้องเขียนรายงานส่งเหยี่ยว
ราตรี
‘หัวหน้าคงไม่เชื่อแน่ ถ้าเราอ้างว่ามีผู้วิเศษทรงพลัง
บังเอิญผ่านมาช่วยเหลือ’
สำหรับนกหวีดมิสเตอร์อะซิก ไคลน์ไม่กล้าใช้เพราะไม่มั่นใจ
เลยสักนิดว่า โครงกระดูกยักษ์สี่เมตรมีพลังต่อสู้ด้วยหรือไม่ อาจ
ทำได้เพียงส่งจดหมายเท่านั้น
เหนือสิ่งอื่นใด ลำพังการค้นพบของตนก็มากพอที่จะให้
เหยี่ยวราตรีเคลื่อนไหวบุกจู่โจมมาดามเชอรอนแล้ว ไม่มีเหตุผล
ให้ต้องเสี่ยงชีวิตดวลกับเธอหนึ่งต่อหนึ่งเลยสักนิด
‘พวกเราสามารถรุมโทรมเธอได้!’
ชายหนุ่มรำพันเป็นภาษาจีนกลาง
โดยไม่รีรอไคลน์เพ่งสมาธิสิ้นสุดพิธีกรรมอัญเชิญตัวเอง
กายจิตถูกกระชากกลับไปด้านหลังด้วยความเร็วสูง ตามด้วย
เสียงเพรียกแหบพร่าชวนแสบแก้วหู และสุดท้ายภาพตรงหน้า
กลับเป็นพระราชวังหรูหรารายล้อมด้วยหมอกเทา
จากนั้นมันรีบส่งตัวเองกลับสู่ห้องนอนมาดามเชอรอนเพื่อ
เตรียมหลบหนี
ไคลน์ดับเทียนไม้จันทน์พร้อมกับสลายกำแพงวิญญาณ ย่อง
ออกจากห้องนอนไปยังระเบียงโดยใช้เส้นทางเดียวกับขาเข้า
แต่ด้วยสถานการณ์บีบบังคับจึงไม่มีเวลามากพอสำหรับแก้ไข
กลอนประตูระเบียงให้กลับเป็นปกติ
มันไถลร่างลงไปยังชั้นล่างด้วยความช่วยเหลือจากท่อรางน้ำ
ต่อด้วยการปีนกำแพงหลังบ้านซึ่งเป็นฝังตรงข้ามประตูหลัก ทำ
ตัวหลบซ่อนเยี่ยงหัวขโมยเช่นนี้จนกระทั่งถึงถนนข้างเคียง
สุดท้ายจึงเป็นการเช่ารถม้ากลางคืนราคาแสนแพงกลับถนนซุ
ตแลน
มาดามเชอรอนในเดรสดำสวยสง่า เดินย่างกรายอย่างไม่รีบ
ร้อนขึ้นไปยังชั้นสองของตัวบ้าน
เธอส่งสัญญาณบอกเหล่าสาวใช้ให้แยกย้ายกลับห้องตัวเอง
จากนั้นจึงเปิดประตูห้องนอนด้วยท่าทางผ่อนคลาย
ทันใดนั้นนัยน์ตากระจ่างสดใสพลันหดลีบอย่างผิดวิสัย ส่อง
สะท้อนภาพด้ายโปร่งใสเส้นบางชนิดมิอาจมองเห็นด้วยตาเปล่า
พวกมันไม่สะท้อนแสงหรือแผ่ออร่าวิญญาณ คล้ายกับเส้นผม
มนุษย์ถูกแปรสภาพ
หากไม่ตระหนักถึงด้ายชนิดนี้ล่วงหน้า หรือครอบครอง
ดวงตาชนิดพิเศษ คนปกติไม่มีทางหาพบแน่นอน ต่อให้ส่องด้วย
เนตรวิญญาณก็ตาม
ด้ายบางโปร่งใสเกือบทั้งหมดฉีกขาดร่วงกราวกระจัด
กระจายเต็มพื้นห้องนอน
สายตามาดามเชอรอนพลันหันไปจ้องตู้นิรภัยใบใหญ่ด้วย
บรรยากาศดำมืด
………
36 ถนนซุตแลน
สำนักงานรักษาความปลอดภัยหนามทมิฬ
ดันน์อ่านหนังสือพิมพ์อย่างผ่อนคลายด้วยท่านั่งไขว่ห้าง
ทันใดนั้นสายตาเหลือบมองชายหนุ่มสีหน้าอึมครึมผู้ยืนปรากฏ
ตัวหน้าห้องทำงานตน
ดันน์ถอนหายใจแผ่วเบาก่อนซักถาม
“ไม่ใช่ว่าวันนี้ คุณมีแผนแทรกซึมเข้าบ้านมาดามเชอรอน
เพื่อหาเบาะแสหรอกหรือ? เจอปัญหาเข้าสินะ?”
ไคลน์ผงกศีรษะขึงขัง
“ใช่ครับ ผมพบหลักฐานชวนให้สงสัยว่า มาดามเชอรอน
เป็นสมาชิกของนิกายแม่มด”
“นิกายแม่มด?”
ดันน์ลดหนังสือพิมพ์ลงพลางทวนคำ
“คุณพบสิ่งใด?”
ไคลน์ไม่ได้นั่งลง ฝั่ามือสองข้างเท้าขอบโต๊ะทำงานดันน์ใน
ลักษณ์โน้มตัวและทิ้งน้ำหนักไปด้านหน้า
“ประการแรก ผมพบภาพถ่ายของบุรุษคนหนึ่ง ใบหน้า
เหมือนกับมาดามเชอรอนมาก”
‘ถ้าเปลี่ยนไปใส่ชุดสตรี สวมเครื่องสำอาง และแต่งภาพ
ด้วยโฟโต้ชอปเล็กน้อย รับรองได้เลยว่าไม่มีทางพบจุดต่าง
ระหว่างมาดามเชอรอนคนปัจจุบัน’
ไคลน์รำพันเงียบๆ ไม่ได้เล่าออกไปเสียงดัง
“เหมือนกับนักกระตุ้นทริสซี่?”
นัยน์ตาดันน์พลันส่องประกายเมื่อเริ่มพบความสอดคล้อง
ของรูปคดี
เหยี่ยวราตรีเคยประเมินว่า ทริสซี่อาจเป็นหนึ่งในสมาชิก
นิกายแม่มด
‘หัวหน้า ทำไมเรื่องแบบนี้ถึงจำแม่นนัก’
“ใช่ครับ” ไคลน์พยักหน้ารับ
อารมณ์ของมันกำลังผสมผสาน
“ผมใช้เทคนิคทำนายช่วยค้นหาจนพบว่า ห้องนอนของ
เธอแอบซ่อนเทวรูปสีขาวขนาดเท่าฝั่ามือ สลักจากกระดูก ไว้
ภายในตู้นิรภัยโลหะขนาดใหญ่ ใบหน้าเทวรูปงดงามเยี่ยงสตรี
เลอโฉม ผมเส้นหนาใหญ่ ทอดยาวไปถึงข้อเท้า แต่ละเส้นมี
ขนาดเท่าอสรพิษหนึ่งตัว ปลายสุดเป็นดวงตาหนึ่งข้าง
บรรยากาศสยดสยอง ผมไม่แน่ใจว่านั่นคือรูปโฉมของแม่มด
บรรพกาลหรือไม่”
เนื่องจากไคลน์มีสิทธิ์เข้าถึงเอกสารลับเหยี่ยวราตรีไม่มาก
ข้อมูลเกี่ยวกับแม่มดบรรพกาลจึงน้อยนิด
ดันน์ย้อนนึกครู่หนึ่ง ก่อนผงกศีรษะเคร่งขรึม
“นั่นคือรูปโฉมของแม่มดบรรพกาล พวกเราต้องรีบลงมือ
แล้ว มาดามเชอรอนอันตรายเกินไป”
ไคลน์เห็นด้วย พร้อมกับกล่าวเสริม
“หากเธอเป็นผู้วิเศษขั้นกลางจากนิกายแม่มดจริง อาจ
ตระหนักได้ว่ามีใครบางคนแอบบุกรุกห้องนอน”
เมื่อพูดจบ ชายหนุ่มก้มหน้าขบคิดงุนงง
“หัวหน้า ผมสงสัยมานานแล้ว เหตุใดเทพจารีตทั้งเจ็ด
พระองค์จึงไม่มีรูปโฉมปรากฏแน่ชัด แต่ทางฝังเทพนอกรีตกลับ
ถูกพบได้แพร่หลาย หรือนี่คือจุดต่างระหว่างเทพจารีตและเทพ
นอกรีต?”
‘แล้วทำไมถึงไม่เหมือนกัน?’
ไคลน์เสริมในใจเงียบงัน ไหวพริบฉลาดพอจะไม่ซักถาม
ออกไป
“เป็นเพียงหนึ่งในจุดแตกต่างมากมาย”
ดันน์ผงกศีรษะรับจากนั้นก็เดินไปยังราวแขวนผ้าเพื่อหยิบ
เสื้อกันลมและหมวก
“พวกเรารอไม่ได้แล้ว มาดามเชอรอนอาจหลบหนีออก
จากทิงเก็นในคืนนี้”
หัวหน้าเหยี่ยวราตรีเว้นวรรคหนึ่งอึดใจ
“ช่วยตามโคเฮนรีให้ด้วย ถ้าพวกเราปฏิบัติภารกิจพร้อม
กันสามคนจะมีสิทธิ์เบิกใช้สมบัติวิเศษปิดผนึกหนึ่งชิ้น มาดาม
เชอรอนอาจเป็นผู้วิเศษลำดับสูงกว่า 7 ผมรู้สึกว่าจะเป็นแบบ
นั้น”
‘หลักแหลมมากหัวหน้า!’
ไคลน์ขานรับไม่ลังเล
“ครับ!”
ก่อนจะซักถามสงสัย
“หัวหน้าคิดจะใช้สมบัติวิเศษชิ้นไหน?”
ดันน์ไตร่ตรองสักพักก่อนมอบคำตอบ
“3-0217”
เนื่องจากมุขมณฑลเบ็คลันด์มีสมบัติวิเศษในครอบครอง
หลังประตูยานิสไม่มาก ไคลน์จึงจดจำรายละเอียดได้ทันที่
หมายเลข : 0217
ชื่อ : กระจกผู้สื่อวิญญาณ
ระดับอันตราย : 3 – ค่อนข้างอันตราย
ต้องถูกใช้อย่างระมัดระวัง สามารถเบิกใช้งานได้ต่อเมื่อมี
สมาชิกร่วมทีมสามคนขึ้นไป
ผู้มีสิทธิ์เบิกใช้ : สมาชิกเหยี่ยวราตรี
วิธีการผนึก : เก็บไว้ในห้องมืดสนิท
คำอธิบาย : ด้านหลังกระจกถูกฉาบด้วยปรอท ด้านหน้า
กระจกมีรอยแตกเล็กน้อยสามจุด
ผู้ทดสอบคนแรกมองเห็นหญิงสาวในกระจก ผ่านไปไม่กี่
วินาที่ เธอคลานออกจากกระจกด้วยท่าทางสยดสยอง
จากการทดสอบซ้ำหลายหนทำให้ทราบว่า กระจกจะส่งผล
แตกต่างกันไปในแต่ละครั้ง แม้ว่าผู้ทดสอบจะเป็นคนเดิม
หากมีหลายคนจ้องมองพร้อมกัน เหยื่อของกระจกคือ
บุคคลแรกเท่านั้น
ผลลัพธ์เลวร้ายอันดับหนึ่งคือ การได้เห็นภาพตัวเองใน
กระจก
หากไม่มีใครจ้องมอง แต่กระจกถูกเก็บไว้ในห้องสว่าง ภาพ
จะปรากฏบนผิวกระจกแบบสุ่มทุกสามชั่วโมง
ปราศจากสัญญาณชีพ
หมายเหตุ : กระจกบานนี้เคยเป็นของผู้สื่อวิญญาณมาก่อน
จนกระทั่งวันหนึ่งผู้วิเศษคนดังกล่าวฆ่าตัวตายขณะจ้องมอง
กระจก
‘สาขาทิงเก็นมีสมบัติวิเศษไม่มาก สำหรับสถานการณ์
ปัจจุบัน การเบิกใช้ 3-0217 นับว่าเหมาะสมแล้ว’
ไคลน์ไม่กล่าวเสริม เพียงเดินไปยังห้องนันทนาการเพื่อตาม
ตัวผู้ไร้หลับโคเฮนรี
เวรเฝั้าประตูยานิสเป็นของรอยัล ส่วนนักกวีเลียวนาร์ดหยุด
ประจำสัปดาห์ ซิก้า·ทีรอนออกลาดตระเวนสุสานราฟาเอล
และสมาชิกใหม่แทนนีลล์จะมาถึงในวันจันทร์
ตัวเลือกจึงเหลือเพียงฟรายและโคเฮนรี
เมื่อพิจารณาว่าศัตรูอยู่ในเส้นทางแม่มด มิได้เกี่ยวข้องกับ
วิญญาณอาฆาตหรือภูตผี เส้นทางผู้ไร้หลับจึงเหมาะสมมากกว่า
เนื่องจากเป็นสมรภูมิยามค่ำคืน
ทั้งสองยืนรอเพียงไม่กี่นาที่ ดันน์เดินขึ้นมาจากชั้นล่าง
พร้อมกับกระจกคลุมผ้าดำในมือ
‘ด้วยความสัตย์จริง ถ้าไม่ทราบมาก่อนว่าเป็นกระจก
เราคงทายไม่ถูกว่ามันคือสิ่งใด เล่นคลุมผ้าไว้มิดชิดจนยากคาด
เดา’
ไคลน์พึมพำขณะเดินไปหาดันน์
“คุณคือผู้รับผิดชอบการใช้ 3-0217”
ดันน์ยื่นกระจกให้โคเฮนรี
เมื่อเห็นภาพตรงหน้าไคลน์ตระหนักทันทีว่าดันน์มองตน
เป็นเหยี่ยวราตรีสายต่อสู้เต็มตัวแล้ว มิใช่สายสนับสนุนเหมือน
อดีต
‘ให้ตายสิ ชักประหม่า’
ชายหนุ่มล้วงมือลูบคลำแผ่นยันต์โลหะเพื่อให้แน่ใจว่า
ทั้งหมดอยู่ในตำแหน่งพร้อมต่อสู้
ปัญหาเดียวคือ เพื่อให้ง่ายต่อการปีนปั่ายลอบเข้าบ้านเชอ
รอนในตอนแรก ไคลน์จึงไม่ได้พกไม้ค้ำติดตัวมาจากบ้าน
‘ไว้ค่อยยืมโคเฮนรีก็ได้ เขาต้องถือกระจกหนึ่งข้างและ
ปืนพกอีกหนึ่งข้าง คงไม่เหลือมือใช้งานไม้ค้ำแล้ว ไม่ลืมอะไร
แล้วมั้ง’
ขณะไคลน์กำลังทบทวนความพร้อม สามเหยี่ยวราตรีเดิน
ลงมาถึงชั้นล่างและขึ้นรถม้าไปยังถนนออสน่า
ระหว่างทาง โคเฮนรีชำเลืองสมบัติวิเศษ 3-0217 ในมือเป็น
ระยะ เสียงถอนหายใจดังหนแล้วหนเล่าด้วยความกดดัน
“ผมไม่เคยร่วมภารกิจอันตรายมาก่อน”
ในคดีเหนือธรรมชาติทั่วไป เหยี่ยวราตรีมักไม่ค่อยเบิก
สมบัติวิเศษออกมาใช้งานสักเท่าไร
ส่วนคดีหมู่บ้านมอร์ส การเบิกตราศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพสุริยันมี
เพื่อจุดประสงค์เฉพาะทาง ไม่ใช่เพราะอีกฝั่ายแข็งแกร่ง และ
การตั้งทีมสามคนก็เพื่อคอยผลัดเปลี่ยนผู้ถือครอง 3-0782
แต่กับภารกิจหนนี้ ค่อนข้างแน่ชัดว่าอีกฝั่ายคือผู้วิเศษขั้น
กลางจากนิกายนอกรีต!
“ไม่ต้องกังวล มาดามเชอรอนอาจเผ่นหนีไปแล้วก็ได้”
ไคลน์ปลอบประโลมด้วยรอยยิ้ม
ว่ากันตามตรง ตัวมันก็กำลังเครียดไม่ต่างจากโคเฮนรีสัก
เท่าไร
ดันน์นั่งจ้องเหยี่ยวราตรีมือใหม่ทั้งสองพร้อมกับส่ายศีรษะ
อย่างจนปัญญา
“พวกเราจะปล่อยให้เชอรอนหนีไปไม่ได้”
………
ราวยี่สิบนาทีถัดมารถม้าสามเหยี่ยวราตรีเคลื่อนตัวมาจอด
เลียบถนนออสน่า
ท่ามกลางความมืดมิด พวกมันเหลือบเห็นบ้านเดี่ยวของมา
ดามเชอรอนจากระยะไกล บรรยากาศโดยรอบยังคงเงียบสงัด
ราวกับไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น
ไคลน์ปลดโซ่เงินออกจากแขนซ้ายพร้อมกับรีบทำนาย
ตรวจสอบ
“ด้านในมีอันตรายรออยู่”
“ด้านในมีอันตรายรออยู่”
……..
หลังจากท่องประโยคทำนายครบเจ็ดหน ชายหนุ่มลืมตา
เพ่งมองผลลัพธ์การหมุนของลูกตุ้มวิญญาณอย่างตั้งใจ
ตามเข็ม · ความเร็วปานกลาง
‘มีอันตรายอยู่ด้านใน’
อาจไม่มาก แต่ก็ไม่น้อยเช่นกัน