ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 200 แม่มดแห่งความสุขสม
‘สัญลักษณ์สื่อถึงสงคราม? คล้ายคลึงเส้นทางแม่มด?
หล่อนกำลังหมายถึงเส้นทางไหน?’
ไคลน์ทัศนาฉากเคลื่อนไหวคล้ายภาพยนตร์ตรงหน้าอย่าง
ตั้งใจ หัวสมองนึกทบทวนเส้นทางผู้วิเศษจากความทรงจำ
ในฐานะพนักงานเหยี่ยวราตรีระดับล่าง มันยังเข้าถึงข้อมูล
เอกสารลับได้ไม่มาก ชื่อโอสถขั้นกลางถึงสูงส่วนมากยังคงดำมืด
ไม่ต้องถามถึงลักษณะเด่นของพลังและเทคนิคการต่อสู้ อาจมี
บางเส้นทางรู้มากหน่อย เนื่องจากมองเห็นนิมิตจากเทพสุริยัน
เจิดจรัสโดยตรง เช่นนักบวชแห่งแสงและผู้เจิดจรัส รวมถึง
เส้นทางเทพสงครามซึ่งได้ทราบจากปากเด็กหนุ่มเดอะซัน เช่น
อัศวินสนธยา ผู้พิทักษ์ และนักล่าปีศาจ นอกจากนี้ยังได้ทราบ
ชื่อเส้นทางผู้เก็บซากศพบางส่วน เช่น ลำดับ 6 ผู้นำทาง
วิญญาณ และลำดับ 5 ผู้เฝั้าประตู ซึ่งเป็นความรู้จากดันน์และ
มาดามดาลีย์
ฉะนั้นไคลน์จึงมิอาจทราบว่าเส้นทางใดเป็นสัญลักษณ์ของ
เพศชายและตัวแทนสงคราม จึงพยายามตัดความเป็นไปได้ทิ้ง
ตัวอย่างเช่นกรณีเส้นทางเทพสงคราม แม้พระนามของเทพ
อาจเกี่ยวข้องกับสงครามโดยตรง แต่โอสถส่วนใหญ่กลับ
เน้นหนักไปในด้านการดวลหนึ่งต่อหนึ่งและปราบภูตผี
จนกระทั่ง มันตัดทิ้งจนเหลือห้าเส้นทาง
เส้นทางแรก ผู้ตัดสิน ถูกครอบครองสมบูรณ์โดยตระกูลเชื้อ
พระวงศ์หลายอาณาจักร ไม่ว่าจะเป็นออกัสตัสแห่งโลเอ็น หรือ
กาสตีญ่าแห่งเฟเนพ็อต แต่ไคลน์ไม่คิดว่าสตรีชุดคลุมขาวจะ
หมายถึงเส้นทางผู้ตัดสิน เนื่องจากลำดับ 8 เจ้าพนักงาน และ
ลำดับ 7 นักสอบสวน มีแน้วโน้มไปในทางกระบวนการยุติธรรม
เสียมากกว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสงครามสักเท่าไร
เส้นทางสอง ถูกครอบครองอย่างสมบูรณ์โดยอดีตจักรวรรดิ
โซโลมอนแห่งยุคสมัย 4 มีชื่อว่าเส้นทาง ‘จักรพรรดิมืด’
ลำดับ 9 คือ ‘นักกฎหมาย’ เก่งกาจด้านการค้นหาจุดอ่อน
และข้อบกพร่องของศัตรู มาพร้อมคารมคมคายและความคิด
เป็นเหตุเป็นผล
จากบรรดา 5 เส้นทางสุดท้าย เส้นทางจักรพรรดิมืดมี
โอกาสเป็นไปได้ค่อนข้างต่ำ ชายหนุ่มเดาว่าแนวโน้มของพลังคง
เกี่ยวข้องกับกฎหมายและการออกคำสั่งเสียมากกว่า อย่างไรก็
ตาม ‘คำสั่ง’ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของสงคราม
เส้นทางสาม นักล่า อยู่ในความควบคุมของหลายตระกูล
โด่งดัง ประกอบด้วยราชวงศ์ไอน์ฮอร์นแห่งฟุซัค อดีตราชวงศ์
เซารอนแห่งสาธารณรัฐอินทิส รวมถึงองค์กรลับเพิ่งก่อตั้งในช่วง
สองสามร้อยปีก่อนอย่างชุมนุมกางเขนเหล็กโลหิต ไคลน์มองว่า
ความเป็นไปได้อยู่ในระดับปานกลาง
เอกสารลับเหยี่ยวราตรีอธิบายเส้นทางนักล่าไว้ว่า พวกมัน
คือนักแกะรอยมือฉมัง เชี่ยวชาญด้านวางกับดัก และมี
สัญชาตญาณนักล่าเต็มเปีย่ม ลำดับ 8 นักปลุกปัน และลำดับ 7
นักวางเพลิง พลังสองชนิดดังกล่าวเหมาะแก่การทำสงครามไม่
น้อย
เส้นทางสี่ เป็นขององค์กรลับ ‘นิกายบูชาโลหิต’ ซึ่ง
กราบไหว้นับถือปีศาจ พวกมันครองเส้นทาง ‘อาชญากร’ ไว้
สมบูรณ์ หากฟังจากชื่อเส้นทางโอกาสเกี่ยวข้องกับสงครามมี
ค่อนข้างมาก
เส้นทางห้า เป็นของโรงเรียนกุหลาบ โด่งดังในด้านพิธีกรรม
สังเวยเลือด พวกมันครองเส้นทาง ‘นักโทษ’ มีแนวโน้มชอบ
ใช้ความรุนแรงโอกาสเกี่ยวข้องกับสงครามจึงมีไม่น้อยเช่นกัน
ขณะไคลน์กำลังดำดิ่งในห้วงความคิด ฉากภาพยนตร์
ตรงหน้าเริ่มแปรเปลี่ยน มาดามเชอรอนเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เส้น
ผมเปียกชุ่มทอดยาวตามแผ่นหลังคลายผืนน้ำตก ใบหน้าเปียม
เสน่ห์เย้ายวนเกินห้ามใจ
‘สุดท้ายก็ไม่เห็นหน้าของสตรีชุดคลุมสีขาวผู้เปลี่ยนให้
เชอรอนกลายเป็นแม่มด คงเพราะพลังวิญญาณของเราอยู่ใน
ระดับต่ำเกินไปกระมัง’
ไคลน์สลัดความคาใจทิ้งชั่วคราวและเพ่งสมาธิกับฉาก
ตรงหน้า
มาดามเชอรอนใช้มือเสยผมจนหยดน้ำใสไหลอาบข้างแก้ม
สายตาจ้องมองบุรุษบนเตียงพลางหัวเราะคิกคักอย่างมี
เสน่ห์
“ฉันจัดการเมย์นาร์ดให้เอาไหม?”
ชายวัยกลางคนขมวดคิ้วพลางส่ายศีรษะ
“อย่าเลย ถ้าลงมือก็ต้องไม่เหลือหลักฐานแต่เรื่องแบบ
นั้นไม่มีทางทำได้ หรือเธอมีวิธี?”
เมื่อเห็นใบหน้าของชายวัยกลางคนชัดเจน ไคลน์เกิดอาการ
ผงะชั่วครู่ แต่หลังจากตั้งสติไตร่ตรองก็เข้าใจทันทีว่าไม่ใช่เรื่อง
แปลก
บุรุษผู้นี้ปรากฏตามหน้าหนังสือพิมพ์ทิงเก็นซื่อตรงและ
ฉบับอื่นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะพาดหัวข่าว มันคือนายกเทศมนตรี
คนปัจจุบันของเมืองทิงเก็นซึ่งเตรียมลงสมัครเลือกตั้งปั้องกัน
ตำแหน่งในวาระถัดไป และยังเป็นหนึ่งในสมาชิกพรรค
อนุรักษนิยม
มาดามเชอรอนฉีกยิ้มกว้าง แต่มิได้ลงลึกในบทสนทนาเดิม
เสื้อคลุมอาบน้ำถูกปลดลงไปกองกับพื้น เรือนร่างเปลือยเปล่า
เยื้องย่างเข้าหาเตียงนอนอย่างสง่างาม
ภาพเคลื่อนไหวตรงหน้าไคลน์เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
เกือบทั้งหมดเป็นสมาชิกพรรคการเมืองคนดังของเมือง นักธรุ
กิจใหญ่ และข้าราชการอาวุโสซึ่งปรากฏตัวบนหน้าหนังสือพิมพ์
เป็นครั้งคราว
บทสนทนาอยู่ในหัวข้อประเภทจะเปิดรับบริจาคอย่างไร จะ
ติดสินบนผู้มีสิทธิ์ออกเสียงอย่างไรไม่ให้ผิดพระราชบัญญัติ
เลือกตั้ง รวมถึงการรับปากในเรื่องทั่วไป จากเหตุการณ์ทั้งหมด
ไคลน์ได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า มาดามเชอรอนทำตัวเป็น
‘นายหน้า’ ให้คนเหล่านี้
‘เรากำลังดูหนังชีวประวัติอยู่รึไง? ถ้าอย่างนั้นขอตั้งชื่อ
เรื่องว่า เที่ยวชมเบื้องหลังแวดวงชนชั้นสูงของเมืองทิงเก็นโดย
มาดามเชอรอน แล้วทำไมถึงมีแต่ฉากบนเตียงเนี่ย? ขุนนาง
จำนวนไม่น้อยรวมถึงสมาชิกพรรคการเมืองคนดังล้วนเป็นคน
รักของมาดามเชอรอนทั้งสิ้น แต่น่าแปลก เหตุใดคนเหล่านี้ถึง
ไม่สามารถขัดขืนแรงกระตุ้นทางเพศได้เลย? หรือเป็นเพราะ
พลังโอสถ?’
ไคลน์เพ่งพิจารณา ‘หนังผู้ใหญ่’ เรื่องแล้วเรื่องเล่าพลาง
ใคร่ครวญความเป็นไปได้
เมื่อนิมิตจบลงไคลน์เริ่มมั่นใจว่าไม่มีใครทราบตัวตนแท้จริง
ของเชอรอน และไม่มีใครออกปากให้หล่อนลงมือสังหารเมย์
นาร์ด
‘หรือก็คือความตายของเมย์นาร์ดเกิดจากประสงค์ของ
เชอรอนเอง…เพราะอะไรกัน? ไม่มีเหตุผลต้องเอาตัวเสี่ยงสัก
หน่อย จริงอยู่ จากมุมมองเชอรอนพลังพิเศษของเธอสามารถ
ก่อกวนผลทำนายได้บางส่วน การจัดฉากให้อีกฝั่ายตายเพราะ
หัวใจเต้นแรงหลังร่วมเพศจึงสามารถกระทำได้แนบเนียน ดังนั้น
การฆ่าเมย์นาร์ดไม่ใช่เรื่องน่ากังวลก็จริง แต่เธอไม่มีแรงจูงใจให้
ก่อคดีเป็นความเสี่ยงชนิดได้ไม่คุ้มเสีย หรือเป็นเทคนิคสวม
บทบาท? แต่ไม่เห็นจำเป็นต้องฆ่าเมย์นาร์ด แอบฆ่าบุคคลนิร
นามก็ได้ไม่ใช่หรือ? แบบนั้นจะไม่เกิดความเสี่ยงกับตัวเอง คดี
จะไม่ตกถึงมือเหยี่ยวราตรี ทูตพิพากษา หรือจิตแห่งจักรกล
เหนือสิ่งอื่นใด เชอรอนต้องทราบอยู่แล้วว่าภรรยาของเมย์นาร์ด
จะโกรธแค้นรวมถึงแรงอาฆาตจากน้องสาวเมย์นาร์ด ไม่แปลก
เลยสักนิดหากพวกหล่อนจะแอบจ้างผู้วิเศษสำหรับแอบสืบสวน
คดีนี้โดยเฉพาะ รวมถึงเทวรูปกระดูกขาวนั่นอีก ทำไมถึงต้อง
เก็บไว้ในตู้นิรภัยใกลัตัว? ฝังไว้ใต้ดินน่าจะปลอดภัยกว่ามาก
หรือมั่นใจว่าตู้นิรภัยแข็งแรงทนทานจนไม่มีใครสามารถพบช่อง
ลับ?’
ท่ามกลางความฉงน ไคลน์เหลือบเห็นวิญญาณมาดามเชอ
รอนยังไม่สลายตัวจึงฉวยโอกาสทำนายด้วยคำถามถัดไป
คราวนี้ประโยคทำนายคือ
“แรงรูงใจในการฆ่าจอห์น·เมย์นาร์ดของมาดามเชอ
รอน”
เมื่อพึมพำในใจจบ ไคลน์เข้าสู่ห้วงความฝันอีกหนและได้
เห็นฉากใหม่
มาดามเชอรอนกำลังถือแก้วบรรจุไวน์สีแดงสดคล้ายโลหิต
สวมชุดนอนบางเบาเดินกระวนกระวายไปรอบห้อง จนกระทั่ง
หล่อนยกแก้วไวน์กระดกรวดเดียวจนหมดคล้ายตัดสินใจบางสิ่ง
ได้อย่างแน่วแน่
ภาพตรงหน้าสลายไปอย่างรวดเร็ว มอบความฉงนให้ไคลน์
เป็นเท่าทวี เนื่องจากเหตุการณ์ยังคงชี้นำไปในแนวทางเดิมมา
ดามเชอรอนตัดสินใจฆ่าเมย์นาร์ดเองมิได้ถูกใครไหว้วานหรือ
บังคับขู่เข็ญ
“…แปลกมาก”
ไคลน์พึมพำออกเสียง จากนั้นก็ลองเปลี่ยนประโยคทำนาย
อีกหลายหนเพื่อหาคำตอบ แต่นิมิตความฝันยังคงฉาย
เหตุการณ์เดิมซ้ำ
เมื่อตระหนักว่าวิญญาณมาดามเชอรอนใกล้สลายตัวเต็มที่
ไคลน์คิดไวทำไวรีบตั้งคำถามถัดไป
“สูตรโอสถทั้งหมดบนเส้นทางแม่มด”
“สูตรโอสถทั้งหมดบนเส้นทางแม่มด”
………
ปากขยับพึมพำประโยคทำนายใหม่ และด้วยสมาธิจากการ
เข้าฌาน ภาพความฝันปรากฏขึ้นภายในเวลาอันสั้น
ในตอนต้นไคลน์ไม่ต้องการทำนายสูตรโอสถสักเท่าไร
เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวค่อนข้างชั่วร้าย ชื่นชอบการ
แพร่กระจายความเจ็บปวดไปยังผู้คนหมู่มาก ฉะนั้นต่อให้มีสูตร
ผลิตโอสถในครอบครอง ไคลน์ก็ไม่คิดขายมันให้ผู้อื่นเพื่อใช้หา
เงิน นั่นไม่ต่างอะไรกับการเป็นฆาตกรทางอ้อม
อย่างไรก็ตาม มันย้อนนึกกลับไปถึงเหตุการณ์สมัยอดีต เป็น
เพราะตนจดจำสูตรโอสถผู้ชมได้แม่นยำ จึงสามารถจับผิด
นายแพทย์ดักซ์เตอร์ในตลาดมืดค้าของเก่าได้ และเอะใจว่าชาย
คนดังกล่าวอาจเป็นสมาชิกสมาคมแปรจิต
ด้วยเหตุนี้ เพื่อให้ตัวเองรับมือเส้นทางแม่มดได้ดีขึ้นใน
อนาคต ไคลน์จำเป็นต้องทราบจุดอ่อนและจุดแข็งเบื้องต้น
‘หลังจากการตายของยูเก็น ดักซ์เตอร์ก็ไม่ติดต่อมาอีก
เลย ทางสมาคมแปรจิตอาจส่งสมาชิกระดับสูงเข้ามาสืบสวนคดี
หมอนั่นจึงไม่กล้าเคลื่อนไหวบุ่มบ่าม’
ขณะความคิดไคลน์กำลังล่องลอย ฉากห้องโถงใหญ่ปรากฏ
อีกหนพร้อมด้วยสตรีในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์คนเดิม
เชอรอนทำได้เพียงก้มศีรษะต่ำมองเห็นแค่ท่อนขาอันเรียว
งามไร้จุดตำหนิของอีกฝั่าย
ถัดมาเป็นสุ้มเสียงอันไพเราะ
“โอสถลำดับ 6 มีชื่อว่า ‘สุขสม’ นี่คือพลังในอนาคต
อันใกล้ของเธอ หากเลื่อนลำดับสำเร็จเมื่อไร เธอจะกลายเป็น
แม่มดแห่งความสุขสมเต็มตัว”
“แต่จงจำไว้ว่าความทุกข์ทรมานแสนสาหัสจะก่อตัวหาก
เธอมิอาจหักห้ามใจจากความสุขสมได้ นั่นคือหลักปฏิบัติ
สำคัญ”
“ถ้าเลื่อนลำดับสำเร็จเมื่อใด นอกจากพลังเดิมของแม่มด
จะถูกยกระดับขึ้นมาก เค้าโครงใบหน้าก็จะยิ่งวิจิตรงดงามราว
เทวรูปแกะสลัก ช่วยให้ง่ายต่อการล่อลวงและสร้างความสุขสม
ไม่รู้ลืม เปั้าหมายสามารถเป็นได้ทั้งเพศเดียวกันและตรงข้าม
อีกหนึ่งพลังเพิ่มเติมคือการควบคุมด้ายสีใสยากหาพบด้วยตา
เปล่า ลักษณะคล้ายใยแมงมุม”
ทันใดนั้น หนังสือโบราณปกเงินแท้ปรากฏตรงหน้าเชอรอน
หลังจากเปิดอ่าน ด้านในเขียนสูตรผลิตและขั้นตอนไว้อย่าง
ละเอียด
วัตถุดิบหลัก :
– ดวงตาซัคคิวบัสหนึ่งคู่
– ต่อมผลิตใยแมงมุมแม่หม้ายดำโตเต็มวัย
วัตถุดิบรอง :
– น้ำบริสุทธิ์ หนึ่งร้อยมิลลิลิตร
– น้ำหวานจากดอกมันดาล่าดำ ห้าหยด
– เส้นผมซัคคิวบัสสมบูรณ์
– ผงแมลงวันเฟนพ็อต สิบกรัม
– ผงมัมมี่ของแท้ ห้ากรัม
ฉากนิมิตแปรเปลี่ยนอีกครั้ง ยังคงเป็นห้องโถงใหญ่แห่งเดิม
และสตรีในชุดคลุมสีขาวคนเดิม แต่บุคคลฝังตรงข้ามกลายเป็น
เชอรอนจากสมัยอดีตห่างไกล บุรุษหนุ่มใบหน้าอ่อนหวานซึ่ง
ไคลน์เคยเห็นจากรูปถ่ายในตู้นิรภัย
เธอกล่าวด้วยเสียงไพเราะเช่นเดิม
“คุณคงกำลังประหลาดใจกับชื่อของโอสถลำดับ 7 ใช่
ไหม?”
“ใช่! ไม่อยากจะเชื่อว่ามันชื่อแม่มด!”
บุรุษ ‘เชอรอน’ ตอบด้วยสีหน้าและน้ำเสียงกระวน
กระวาย
“จงจำไว้ให้ดียิ่งเข้าใกล้ความเป็นแม่มดมากเท่าไร พวก
เราก็ยิ่งคล้ายกับพระองค์ท่านมากเท่านั้น ในเมื่อท่านเป็นสตรี
ดังนั้นพวกเราก็ต้องเป็นสตรีเช่นกัน”
เสียงสดใสของหญิงชุดคลุมขาวดังกังวานทั่วโสตประสาท
ของเชอรอนวัยหนุ่ม
“ต่อให้ไม่ยอมรับ แต่หลังจากดื่มโอสถเข้าไปและ
กลายเป็นแม่มดเต็มตัว คุณจะกลายเป็นสตรีทั้งกายใจ เสน่ห์
และรูปลักษณ์จะถูกยกระดับจนประจักษ์ชัด มีพลังล่องหนและ
ร่างลวงตา เชี่ยวชาญเวทมืดหลายชนิด สามารถรบกวนผลการ
ทำนายซึ่งระบุถึงตัวเองได้ พลังเพลิงทมิฬร้อนแรงและน้ำแข็ง
เย็นเฉียบคือจุดเด่นของแม่มด วัตถุดิบหลักประกอบด้วยเลือด
ทุกหยดของปลาปีศาจนรกหนึ่งตัว และไข่นกยูงโมรา วัตถุดิบ
เสริมประกอบด้วย น้ำบริสุทธิ์ แปดสิบมิลลิลิตร น้ำหวานดอก
มันดาล่าดำ ห้าหยด เกล็ดกิ้งก่าเงา สามชิ้น และน้ำหวานดอก
ดารารัตน์ สิบหยด”
……….
ภาพตรงหน้ายังคงฉายต่อเนื่องไคลน์ได้เห็นสูตรโอสถของ
นักกระตุ้นและนักลอบสังหารรวมถึงลักษณะเด่นของพลังแต่ละ
ชนิดจนครบถ้วน
ขณะเตรียมทำนายเพิ่มเติม ดวงวิญญาณของมาดามเชอ
รอนได้สลายหายไปจากโลกโดยสมบูรณ์
ไคลน์ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยกเลิกพิธีกรรมและปรับตา
สายให้เคยชินกับบรรยากาศห้องนอน ขวดวัตถุดิบถูกเก็บกลับ
เข้ากระเปั๋าเสื้อ มันทำลายกำแพงวิญญาณและหันไปอธิบาย
ผลลัพธ์ทั้งหมดกับดันน์โดยไม่ปิดบังแม้แต่เรื่องเดียว
จากนั้น ชายหนุ่มก้มหน้าครุ่นคิดหาสาเหตุว่าทำไมเชอรอน
ถึงสังหารเมย์นาร์ด
“พลังสุขสมของเธอไม่มีเงื่อนไขต้องสังหารบุคคล
ระดับสูงในสังคม…พวกเราคงทำได้แค่ย้อนสืบประวัติเก่าของ
เธอทั้งหมด บางทีอาจช่วยให้เข้าใจเจตนามากขึ้น รวมถึงค้นหา
ห้องโถงใหญ่บรรยากาศสลัวในนิมิตของคุณ แน่นอนว่าผมจะ
รายงานทั้งหมดไปยังวิหารศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้พวกเขาช่วยสืบสวน
อีกแรง เนื่องจากพวกเราไม่สามารถเดินทางออกจากทิงเก็นได้
สะดวกนัก”
ดันน์ผงกศีรษะพลางอธิบาย ก่อนจะกวาดสายตามอง
รอบตัวหนึ่งหน
“คุณลงไปชั้นล่างเพื่อตรวจสอบว่าบรรดาสาวใช้ยังหลับ
ลึกอยู่หรือไม่ หากใครตื่น ให้พาตัวขึ้นมาและจับเซ็นสัญญา
รักษาความลับตามระเบียบปฏิบัติของเหยี่ยวราตรีผมจะทำแบบ
เดียวกันกับชั้นสอง”
ดันน์มองหาผ้าดำเพื่อคลุม 3-0271 กลับไปอยู่ในสภาพปิด
ผนึกตามเดิม
เมื่อได้ยินคำสั่ง ไคลน์เข้าใจทันทีว่าเหตุใดบรรดาคนรับใช้
ถึงไม่รีบขึ้นมาดูเหตุการณ์แม้จะเกิดเสียงดังโครมครามทั่วบ้าน
‘ถูกหัวหน้าลากเข้าสู่ความฝันตั้งแต่แรก’
ร่างกายไคลน์ยังคงเย็นเฉียบ ฝีเท้าไม่คล่องแคล่วเหมือน
ปกติ ทุกย่างก้าวเป็นไปอย่างเชื่องช้าและระมัดระวัง
ขณะเดินผ่านประตูห้อง ชายหนุ่มเหยียดแขนดึงไพ่ทาโรต์
จำนวนสองใบซึ่งปักคาบานประตูไม้ออก และนำมาเก็บใส่
กระเปั๋าเสื้อไว้ตามเดิม
หลังจากเดินพ้นห้องนอน ไคลน์มุ่งหน้าไปยังบันไดทันที่
ระหว่างเดินเหยียบขั้นบันไดอย่างระมัดระวัง คำถามใหม่
พลันผุดในหัว
‘แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่าคนรับใช้อยู่ในภาวะหลับ
ลึก? ทำนายเพื่อตรวจสอบทีละคน? ไม่ยุ่งยากไปหน่อยหรือ?’
‘ในเมื่อหัวหน้ามีพลังฝันร้าย เขาคงเชี่ยวชาญด้านนี้กว่า
เราต้องมีเทคนิคตรวจสอบสะดวกสบายและรวดเร็วแน่!’
ขณะคิดเช่นนี้ ไคลน์หันหลังกลับและเดินไปยังห้องนอน
อย่างใจเย็น พยายามกัดฟันเอาชนะอาการหนาวเหน็บซึ่งเป็น
ผลพวงจากเวทมนตร์น้ำแข็งของเชอรอน
ระหว่างเดินเข้าใกล้ห้องนอน ไคลน์มองลอดผ่านช่องว่าง
บานประตูซึ่งกำลังเปิดแง้มเข้าไป สายตาเหลือบเห็นเศษกระจก
เงาหลายแผ่นตกอยู่บนพื้น บางชิ้นมีขนาดใหญ่ราวฝั่ามือมนุษย์
แผ่นกระจกเงาสะท้อนภาพดันน์ในชุดกันลมยาวสีดำกำลัง
คุกเข่าพลางก้มศีรษะใกล้กับร่างไร้วิญญาณของโคเฮนรี
ลักษณะคล้ายพยายามกระทำบางสิ่ง
ถัดมาเพียงอึดใจ ดันน์·สมิทเงยหน้าขึ้นจนเผยให้เห็น
นัยน์ตาสีเทาเข้มมุมปากปรากฏคราบเลือดสดสีแดงฉาน
เลือดสดสีแดงฉาน!
โดยไม่รีรอ ไคลน์อาศัยฝีก้าวอันเงียบงันของตัวตลกขยับ
ร่างกายแนบบานประตูไม้โดยใช้แผ่นหลังเอนพิง