ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 270 นักข่าว
ปัง! ปัง! ปัง!
ไคลน์ถือลูกโม่เช่าของสโมสรครักซ์ด้วยมือข้างเดียว พลาง
เหนี่ยวไกซ้ำๆ ส่งกระสุนพุ่งกระทบกลางเปั้าแม่นยำ ผลงานแย่
สุดคือการแฉลบเข้าวงแปดคะแนน
หลังจากกินกระสุนจริงไปมากมายในการซ้อมตลอดหลาย
เดือน ผนวกกับพลังส่งเสริมสมรรถภาพร่างกายของโอสถตัว
ตลก ฝีมือการยิงปืนไคลน์ในปัจจุบันจึงจัดว่ายอดเยี่ยม
ถ้าฝึกอย่างต่อเนื่องอีกสักสองสามเดือน เราสามารถเรียก
ตัวเองว่านักแม่นปืนได้เต็มปาก…ไคลน์ปลดโม่ด้วยสีหน้าพึง
พอใจ มันเทปลอกกระสุนเปล่าลงพื้น สายตาชำเลืองหาทา
ลิม·ดูมงต์ด้านข้างโดยมีเสียงฉากหลังเป็นโลหะกระทบพื้น
โปรยปราย ชายหนุ่มอมยิ้มพลางซักถาม
“ผ่านไหม?”
“ยอดเยี่ยมมาก” ครูสอนขี่ม้า ทาลิม ถอดโค้ทขนสัตว์
สีดำออก เหลือเพียงเสื้อนอกสีเทาอ่อน ตามด้วยการสวมจิต
สังหารของนักมวยและกล่าว “เข้ามาเลย ผมจะทดสอบฝีมือ
ต่อสู้คุณเอง ขอพูดแบบไม่อ้อมค้อม ผมเคยเข้าฝึกหลักสูตร
อัศวินตั้งแต่ยังเด็ก และไม่เคยละทิ้งวิชาตราบจนทุกวันนี้”
ในฐานะผู้วิเศษ ถ้าเราไม่สามารถเอาชนะคนธรรมดา ฝึก
วิชาติดตัวผิวเผิน ขอตายแล้วไปเกิดใหม่ยังดีเสียกว่า! ไคลน์
เหยียดหยันในใจ มันมิได้ถอดโค้ทกระดุมสองแถว เพียงเก็บปืน
ให้เรียบร้อย ฉากหลบสองก้าว และส่งสัญญาณบอกทาลิมว่า
พร้อมแล้ว
ใจจริง ไคลน์อยากกระดิกนี้วเรียกด้วยมาดยียวนกวน
ประสาท เพื่อเพิ่มอรรถรสให้คุกรุ่นสักเล็กน้อย แต่เมื่อประเมิน
ว่าอีกฝั่ายมีฝีมือพอตัว การสิ้นเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุคงไม่
ฉลาดสักเท่าไร
ทาลิมออกอาการตื่นเต้น มันเริ่มซอยเท้ายึกยักเป็นเชิงมวย
ก่อนจะพุ่งพรวดเข้าหาชายหนุ่มพร้อมกับปล่อยหมัดขวาตรง
ไคลน์ใช้มือซ้ายคว้ากำปันทาลิม ตามด้วยการบิดสะโพกเพื่อ
ทิ้งตัวไปด้านหลัง และใช้ฝั่ามือขวาผลักตามน้ำ เกิดเป็นท่า
เหวี่ยงกลับหลังอย่างสมบูรณ์แบบ
ตุ้บ! ทาลิมลอยกระเด็น ก่อนจะตกกระแทกพื้นโดยใช้แผ่น
หลังลงจอด ไคลน์ไม่ได้ตามน้ำเข้าไปซ้ำ มันมั่นใจว่า ลำพังการ
ทุ่มเพียงครั้งเดียวก็พิสูจน์ความเหนือชั้นได้แล้ว
“ยอดเยี่ยม!” ทาลิมดีดตัวลุกยืนพร้อมกับยกหัวแม่มือขึ้น
“สมกับเป็นนักสืบชื่อดัง ฝีมือการยิงปืนและต่อสู้อยู่ในระดับหา
ตัวจับยาก!”
แค่ปราบไก่อ่อนแบบนายได้ เอาอะไรมาวัดว่าเป็นนักสู้ฝีมือ
ดี? ไคลน์กล่าวติดตลกในใจ พลางซักถามด้วยรอยยิ้ม
“ในเมื่อผมสอบผ่าน ช่วยบอกได้ไหมว่าเพื่อนของคุณ
ต้องการจ้างงานแบบใด?”
“ฮะฮะ! อีกสักพักเขามาก็มาถึงสโมสรแล้ว ไว้พวกคุณ
ค่อยคุยกันเอง” ทาลิมกล่าวขณะใช้มือลูบหลัง “ส่วนเรื่อง
เป็นงานประเภทใด ผมเองก็ไม่ทราบรายละเอียดนัก อนึ่ง เขา
เป็นนักข่าวจากหนังสือพิมพ์ ‘เกาะกระแสรายวัน’ ชื่อ
ไมค์·โยเซฟ บางทีคงกำลังมองหาคนคุ้มกันระยะสั้น
กระมัง”
“ตกลง” ไคลน์ไม่ถามต่อให้เปลืองน้ำลาย ก้มหน้าก้ม
ตาฝึกยิงปืนต่อไป แต่ไม่จำกัดเฉพาะลูกโม่ มันเลือกฝึกลูกซอง
ไรเฟิลชนิดบรรจุทีละนัด ไรเฟิลชนิดแมกาซีน เตรียมรับมือ
สถานการณ์ไม่คาดฝันในอนาคต จะได้พร้อมใช้อาวุธทุกชนิด
รอบตัวอย่างชำนาญ
เมื่อใกล้เที่ยงตรง มันกลับขึ้นไปยังชั้นหนึ่งของสโมสร คราว
นี้มุ่งหน้าไปยังห้องครัวและเลือกรับประทานไก่ย่างกับสเต๊กเนื้อ
รวมถึงล็อบสเตอร์ครีมชีส เมนูจำกัดจำนวนเสิร์ฟต่อหัวของ
สโมสร
หลังจากจัดการอาหารข้างต้นจนราบคาบ ไคลน์ยังคงเดิน
ไปตักข้าวผัดทะเลสูตรเฟเนพ็อต สลัดผลไม้ ซุปหอยนางรม
และปิดท้ายด้วยชาดำมาร์ควิส
ขณะอิ่มเอมไปกับมื้ออาหารสุดหรูหรา มันอดกลืนน้ำลาย
อย่างมีความสุขไม่ได้ ภายในใจกำลังสรรเสริญเทพธิดาไม่ขาด
ปาก
ถ้าออกไปกินร้านข้างนอก เกรงว่าราคาของมือนี้จะไม่ต่ำ
กว่า สามซูล…ไคลน์สลับอุปกรณ์ไปมาระหว่างมีด ส้อม และ
ช้อน เป็นช่วงเวลาแสนมีความสุขสำหรับมนุษย์หนึ่งคน
ขณะอาหารบนโต๊ะใกล้หมดลง ทาลิมเดินนำทางชายสวม
โค้ทตัวใหญ่และสวมหมวกทรงกึ่งสูงเข้ามาใกล้
“นักสืบโมเรียตี้ นี่คือเพื่อนของผมตามคำบอกเล่าก่อน
หน้า ไมค์·โยเซฟ…ไมค์ ทางนี้คือนักสืบเอกชนชื่อดัง เชอร์
ล็อก·โมเรียตี้” ทาลิม ยิ้มพลางกล่าวแนะนำตัวทั้งสองฝั่าย
“เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ” ไมค์ถอดหมวกพร้อมกับ
โน้มตัวเล็กน้อย
อายุเกือบสามสิบ ขนคิ้วหรอมแหรม ผิวหนังหยาบกร้าน รู
ขุมขนกว้างจนเด่นชัด
อย่างไรก็ตาม รูปโฉมค่อนข้างสง่า โดยเฉพาะดวงตาสีฟั้า
ครามอันเปียมด้วยเสน่หา แถมยังมีหนวดงามเหนือริมฝีปาก
ส่งเสริมให้องค์ประกอบเข้ากันลงตัว
ไคลน์เลื่อนมือขึ้นมาสัมผัสเคราใต้คาง ซึ่งเพิ่มความ
หนาแน่นขึ้นมากในระยะหลัง ถัดจากนั้น ชายหนุ่มยืนขึ้นพร้อม
กับชักชวนให้อีกฝั่ายนั่งลง ปิดท้ายด้วยรอยยิ้ม
“ล็อบสเตอร์ครีมชีสของวันนี้สุดยอดมาก ขอแนะนำให้
ลองทานครับ”
“ตกลง” ไมค์·โยเซฟไม่ตอบปฏิเสธ มันถือจาน
อาหารเดินวนห้องหนึ่งรอบ เพียงไม่นานก็มีหลายสิ่งล้นพูนจาน
“เขากำลังรีบ จึงออกจากบ้านโดยไม่ไดัรับประทาน
อาหาร” ทาลิมเผยรอยยิ้มขณะอธิบายสถานการณ์เพื่อนสนิท
มันวางหนังสือพิมพ์ลงบนโต๊ะอาหาร
“ก็พอจะเดาได้” ไคลน์วางมีดและส้อมลงพลางใช้ผ้า
เช็ดปากซับคราบอาหารจนสะอาด จากนั้นก็จิบชาดำมาร์ควิสส
บายใจ
ถือเป็นหนึ่งในสุดยอดมื้ออาหารของไคลน์
ถัดมาไม่นาน ไมค์·โยเซฟเดินกลับมาโดยถือสองจานพูน
มันก้มหน้าเขมือบไปก่อนสองสามคำอย่างหิวโหย จากนั้นค่อย
เงยหน้ามองไคลน์
“นักสืบโมเรียตี้ คุณเคยได้ยินข่าวคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง
ในระยะหลังบ้างไหม?”
“เหยื่อถูกนำอวัยวะภายในออกไป?” หลังจากได้ยิน
คำถาม หัวใจไคลน์หยุดเต้นชั่วขณะ ก่อนจะซักถามกลับด้วย
ถ้อยคำกระชับ
ทาลิมด้านข้างพยักหน้ารับ พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเปียม
อารมณ์
“ถูกต้องแล้ว…นักสืบทุกคนกำลังจับตามองคดีนี้อย่าง
ใกล้ชิด”
ไมค์หยิบหนึ่งในหนังสือพิมพ์ขึ้นมากางพร้อมกับกล่าว “นี่
คือรายงานล่าสุด” จากนั้นก็ยื่นหนังสือพิมพ์มาทางไคลน์
ชายหนุ่มก้มหน้าอ่าน และพบว่าเป็นหนังสือพิมพ์ ‘เกาะ
กระแสรายวัน’ ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างของไมค์ พาดหัวหน้าหนึ่ง
เขียนไว้ว่า
“สิบเอ็ด! มีหญิงสาวถูกฆาตกรรมอีกแล้ว! ซิลวารัสยาร์ด
กำลังหัวปัน!”
ศูนย์บัญชาการใหญ่ของกรมตำรวจกรุงเบ็คลันด์ตั้งอยู่บน
ถนนซิลวารัส รอบนอกขอบเขตราชินี พวกมันจึงถูกเรียกว่าซิ
สวารัสยาร์ด
สิบเอ็ด? มีเหยื่อถึงสิบเอ็ดรายแล้วหรือ? ชายหนุ่มพยายาม
ฝืนตัวเองไม่ให้ขมวดคิ้ว มันก้มหน้าอ่านเนื้อข่าวอย่างฉงน
จนกระทั่งเริ่มมั่นใจว่า เหตุการณ์บนถนนเมื่อวันก่อน ซึ่งตนและ
มิสบอดี้การ์ดโดยสารรถม้าผ่านไปเจอหญิงสาวนอนจมกอง
เลือด คือหนึ่งในเหยื่อของคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง อันโด่งดังบน
หน้าหนังสือพิมพ์ เนื้อข่าวยังระบุด้วยว่า เหยื่อทั้งหมดล้วนสวม
เดรสสีฉูดฉาด และเครื่องในถูกนำออกไปจนเกือบเกลี้ยง
คดีนี้เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมบูชายัญปีศาจไม่ผิดแน่ และซิล
วารัสยาร์ดคงส่งเรื่องต่อไปยังหนึ่งในหน่วยผู้วิเศษ ไม่ว่าจะเป็น
เหยี่ยวราตรี ทูตพิพากษา หรือจิตแห่งจักรกลแล้ว ในกลุ่มคน
เหล่านั้นต้องมีพลังแกะรอย สื่อวิญญาณ หรือไม่ก็เกี่ยวกับการ
สืบคดี แถมยังมีสมบัติวิเศษปิดผนึกอีกมากประจำมุขมณฑลเขต
เมืองหลวง แล้วทำไมคดีนี้ถึงยังปิดไม่ลงอีก? ยังจับคนร้ายไม่ได้
เลยหรือ? เป็นไปได้ว่า ฆาตกรคงมีพลังต่อต้านการทำนาย อาจ
รวมถึงเทคนิคทำลายวิญญาณเหยื่อ หรือบางที่ เหยื่ออาจเต็มใจ
เป็นเครื่องสังเวยให้ปีศาจด้วยตัวเอง ดวงวิญญาณจึงไม่มอบ
คำตอบ อย่างไรก็ตาม ฆาตกรต้องมีพลังต่อต้านการทำนาย
แน่นอน…ถ้าเส้นทาง ‘ปีศาจ’ ไม่มีพลังสำหรับหลบหนีการ
สืบสวน พวกมันไม่มีทางก่อคดีฆาตกรรมต่อเนื่องได้ยาวนาน…
ไคลน์หันไปซักถามไมค์·โยเซฟด้วยสีหน้าครุ่นคิด
“คุณจะสืบสวนคดีนี้เอง?”
“ผมต้องขอโทษด้วย ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เกรงว่าคงต้อง
ปฏิเสธ ผมไม่ได้รับอนุญาตจากกรมตำรวจให้ยุ่งเกี่ยวกับคดี คง
เข้าไปก้าวก่ายไม่ได้ ผมยังต้องการเป็นมิตรกับพวกเขาอยู่”
เป็นมิตรหมายถึง มาชวนเราไปจิบชาในสถานีพร้อมกับ
ปรึกษาคดีบ้าง จะได้มีงานเข้ามาบ่อยๆ …ไคลน์รำพันกับตัวเอง
อย่างไรก็ตาม สาเหตุแท้จริงทำให้ไคลน์ตอบปฏิเสธคือ คดี
นี้อาจทำให้ตนเผชิญหน้ากับหน่วยผู้วิเศษ ถ้าเกิดโชคร้าย อีก
ฝั่ายเป็นเหยี่ยวราตรีแห่งเบ็คลันด์ ความพยายามทั้งหมดในการ
หลบซ่อนก็จะสูญเปล่า
“ผิดแล้ว ผมไม่ได้จะสืบเรื่องนี้ เอ่อ…ระบุให้ชัดเจนก็
คือ ผมไม่ได้สืบหาฆาตกร เพียงหาข้อมูลสำหรับเขียน
บทความ” ไมค์เคี้ยวกุ้งพลางเล่ารายละเอียดรวบรัด
“บทความ?” ไคลน์วางแก้วชากระเบื้องเคลือบลง ตาม
ด้วยการนำมือประสานด้านหน้าและซักถามอย่างผ่อนคลาย
ไมค์·โยเซฟเล่าต่อ
“ถ้าคุณซื้อ ‘เกาะติดสถานการณ์รายวัน’ ฉบับพรุ่งนี้
หรือวันถัดไป จะเห็นบทความของผมเขียนถึงคดีดังกล่าว หนึ่ง
ในเนื้อหาสำคัญก็คือ ผมทำการรวบรวมจุดเชื่อมโยงระหว่าง
เหยื่อแต่ละรายไว้ ช่วยให้ผู้อ่านสามารถนำพาตัวเองออกจาก
ความเสี่ยง”
“อา…แล้วตกลง เหยื่อมีสิ่งใดเหมือนกัน” ไคลน์
ซักถามอย่างใคร่รู้
ไมค์จิบกาแฟและอธิบาย “นอกจากจะเป็นเพศหญิงและ
สวมชุดเดรสสีสันฉูดฉาด เหยื่อทุกคนยังมีอีกหนึ่งสิ่งร่วมกัน ผม
พบเข้าโดยบังเอิญขณะสืบสวนลึกลงไปถึงอาชีพของพวกเธอแต่
ละคน เป็นประเด็นน่าสนใจมาก บางคนเป็นสาวใช้ บางคนเป็น
สาวทอผ้า บางคนเป็นช่างตัดเย็บ บางคนเป็นครู หากมองเพียง
ผิวเผิน อาชีพของพวกหล่อนจะไม่สอดคล้องกันเลย แต่ในความ
เป็นจริง ทุกคนเคยทำงานโสเภณีมาก่อน”
“โสเภณี? ครูเนี่ยนะ?” ไคลน์ถามด้วยน้ำเสียงประหลาด
ใจ
สำหรับอาณาจักรโลเอ็น อาชีพครูคือส่วนหนึ่งของชนชั้น
กลาง รายรับต่อสัปดาห์ไม่ต่ำกว่าสองปอนด์ เพียงพอสำหรับ
ประทังชีวิตหญิงสาวได้โดยไม่ขาดตกบกพร่อง แม้กระทั่งเหลือ
เงินออมเพื่อให้รางวัลตัวเอง
มุมปากไมค์กระตุกแผ่วเบา มันถอนหายใจ
“ถูกต้อง ย้อนกลับไปในอดีต ก่อนพวกหล่อนจะหางาน
มั่นคงเลี้ยงชีวิตได้ คงผ่านช่วงเวลายากลำบากและน่าอดสูมาไม่
น้อย”
“ผมเคยทำแบบสำรวจมาแล้ว กลุ่มตัวอย่างเป็นหญิงสาว
ในกรุงเบ็คลันด์ ช่วงอายุตั้งแต่ สิบห้าปีไปถึง ห้าสิบห้าปี ได้
ข้อสรุปว่า ทุก หนึ่ง ใน หก คนจะเคยเป็นโสเภณีมาก่อน
เฮ่อ…นี่ล่ะประเทศของเรา หนึ่งในเมืองท่องเที่ยวสำคัญของ
โลก หนึ่งในเมืองซึ่งเต็มไปด้วยกลุ่มคนหัวโบราณ โด่งดังด้านรัก
นวลสงวนตัว มหานครแห่งนคร แต่ความจริงแล้วกลับมีโสเภณี
ทุกหัวมุมถนน”
ตัวเลขเกินจริงไปหน่อยกระมัง…หรือถ้าหากเป็นเรื่องจริง
ก็คงต้องบอกว่า โลกแห่งความจริงระยำกว่าในนิยายมาก…
โสมมฉิบ…ไคลน์ส่ายศีรษะอย่างผิดหวัง มันก้มหน้าไตร่ตรอง
เล็กน้อยก่อนซักถาม
“ผมมีหนึ่งคำถาม ฆาตกรทราบได้อย่างไรว่าเหยื่อเคย
เป็นโสเภณีมาก่อน? พวกหล่อนไม่ได้แขวนปั้ายไว้สักหน่อย
แม้แต่คุณยังต้องสืบสวนสักระยะกว่าจะทราบ”
“สมกับเป็นนักสืบชื่อดัง นั่นล่ะคือเบาะแสให้สาวถึงตัว
ฆาตกร” ไมค์·โยเซฟตอบด้วยน้ำเสียงปรกติ ปราศจาก
อาการประหลาดใจ
ไม่น่าเกี่ยว…เปั้าหมายคงเป็นผู้วิเศษเส้นทาง ‘ปีศาจ’
มากกว่า มันคงเจาะจงเลือกเหยื่อไม่บริสุทธิ์ผุดผ่อง แต่ไม่ก็
โสมมจนเกินไป โดยอาศัยความพิเศษของปีศาจ สัมผัสด้านนี้คง
เฉียบแหลมมาก…บางที่ มันอาจมองเห็นสีของออร่าได้ลึกกว่า
เนตรวิญญาณทั่วไป เมื่อผนวกเข้ากับเรื่องเปั้าหมายแต่งกายสี
ฉูดฉาด พวกหล่อนก็ยิ่งตกเป็นเปั้าสายตาได้ง่าย นั่นคือสาเหตุ
ทำให้ตกเป็นเหยื่อ…ไคลน์สรุปคำตอบของตัวเองในใจ ก่อนจะ
เงยหน้าถาม
“แล้วคุณคิดจะสืบเรื่องไหนอีก?”
ไมค์พยักหน้า
“จากทั้ง สิบเอ็ดคดี มีเหยื่อสิบรายเคยเป็นโสเภณีมาก่อน
แต่มีรายหนึ่งไม่ใช่ เพราะเธอยังคงเป็นโสเภณีในปัจจุบัน
เอ่อ…เป็นเหยื่ออายุน้อยสุด ซีเบล ผมคิดว่าเรื่องนี้ผิดวิสัย
อย่างมาก จึงต้องการแวะไปยัง ‘กุหลาบทองคำ’ เอ่อ…
เป็นสถานบริการ เธอเคยทำงานอยู่ในนั้น เผื่อว่าจะพบเบาะแส
ใดเพิ่ม”
“ผมกังวลว่าคำถามของตัวเองจะทำให้พนักงานไม่พอใจ
จึงต้องการจ้างคุณให้ช่วยคุ้มกันชั่วคราว ไม่ต้องห่วง ผมไม่ได้จะ
สั่งให้คุณไปอัดใคร เพียงช่วยเหลือผมในยามวิกฤติก็พอ
พยายามเปิดทางให้ผมหนี”
“ถ้าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ผมจะจ่ายค่าเสียเวลาให้คุณหนึ่ง
ปอนด์ แต่ถ้าเกิดการต่อสู้ ผมยินดีจ่ายห้าปอนด์ คิดว่าอย่างไร
บ้าง?”
ไคลน์ยิ้ม
“ผมขอตัวไปล้างมือสักครู่ ถือเป็นการไตร่ตรองข้อเสนอ
ไปในตัว”
ไคลน์ส่งภาษากายตามมารยาท ก่อนจะเดินไปห้องน้ำด้วย
อากัปกิริยาเนิบนาบ ไม่รีบร้อนภายในห้องน้ำ มันโยนเหรียญ
ทำนายตามนิสัย และได้รับคำตอบยืนยันในเชิงบวก