ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 305 เหล่านักสืบ
สองพันปอนด์? จำนวนเงินดังกล่าวมากพอจะทำให้นักล่า
ค่าหัวและนักสืบเอกชนทั่วทั้งกรุงเบ็คลันด์ต่างพากันเสียสติ…
เปั้าหมายในคราวนี้ไม่ได้มีลูกเรือมากมายรายล้อมเหมือนกับคี
ลิงเกอร์ ระดับความอันตรายจึงน้อยกว่ามาก หากใครสักคนทุ่ม
เวลาสืบสวนอย่างจริงจัง ก็มีโอกาสพบเบาะแสหรือจับตัว
สำเร็จ…
ไม่สมเหตุสมผล…ในเมื่อพลเรือโจรสลัดลำดับห้า มีค่าหัว
ราว หนึ่งหมื่นปอนด์ ฆาตกรลำดับหก ก็ควรมีค่าหัวราว สาม
พัน ถึง สี่พันปอนด์จึงจะถูกต้อง…หรือรัฐบาลจะเข้าใจผิด คิด
ว่าฆาตกรเป็นแค่ลำดับเจ็ด ไม่ใช่นักฆ่ามืออาชีพผู้ย่อยโอสถ
ลำดับหก ได้สมบูรณ์?
อาจเป็นไปได้ว่า พิธีกรรมตามคำอธิบายของเดอะซันจะ
โบราณเกินไป และไม่ถูกเปิดเผยอย่างกว้างขวางหลังจากยุค
สมัยแห่งมหาภัยพิบัติ ส่งผลให้โบสถ์หลักและรัฐบาลไม่ทราบ
เรื่องนี้…สำหรับโบสถ์รัตติกาลและโบสถ์จักรกลไอน้ำยังพอ
เข้าใจได้ เพราะสองศาสนาดังกล่าวถือกำเนิดหลังจากยุคสมัย
แห่งมหาภัยพิบัติ จะไม่มีข้อมูลก่อนหน้านั้นก็คงไม่แปลก แต่ผิด
กับโบสถ์วายุสลาตัน พวกมันก่อตั้งก่อนหน้านั้นนานมาก ถือ
เป็นหนึ่งในสามเทพเก่าแก่รุ่นบุกเบิกร่วมกับสุริยันเจิดจรัสและ
ปัญญาความรู้…หรือยิ่งกาลเวลาผ่านไป ข้อมูลของปีศาจก็ยิ่ง
เลือนรางลง…?
หลังจากได้ยินคำชักชวนของไอเซนการ์ด ความคิดแรกใน
หัวไคลน์คือความเหมาะสมของค่าจ้าง ตามมาด้วยทฤษฎีรองรับ
มากมาย
“คุณมีความเห็นอย่างไรบ้าง” ไอเซนการ์ดสังเกตว่า
เชอร์ล็อกกำลังเหม่อ จึงถามย้ำ
ความเห็นของเรา…ไคลน์ชะงัก
หากเป็นนักสืบเอกชนทั่วไป ส่วนใหญ่คงตอบตกลงทันที่
เนื่องจากจำนวนเงินค่อนข้างมาก ถึงจะหารแล้วก็ยังมากอยู่ดี
รวมถึงความโด่งดังของนักสืบชรามาดลุ่มลึกผู้นี้ การสร้างสาย
สัมพันธ์กับไอเซนการ์ด·สแตนธอนย่อมไม่ใช่เรื่องเสียหาย
แต่ปัญหาคือ ไคลน์ไม่ใช่นักสืบเอกชนทั่วไป หากบังเอิญ
เผชิญหน้ากับเหยี่ยวราตรีเข้าโดยบังเอิญล่ะก็…
ถึงจะมีหนวด แว่น และเปลี่ยนทรงผมจนเหยี่ยวราตรีซึ่ง
เคยพบเราแค่ครั้งสองครั้งคงจำหน้าไม่ได้ แต่ไม่ใช่กับมาดามดา
ลี่ย์แน่นอน เธอไม่มีวันลืมเรา…อย่างไรก็ตาม การปฏิเสธ
ข้อเสนอสมเหตุสมผลไม่ใช่เรื่องฉลาด รังแต่จะยิ่งทำให้น่าสงสัย
มากกว่าเดิม…อีกใจหนึ่งก็ต้องการจับปีศาจตนนั้นให้ได้
โดยเร็ว ไม่อยากให้มีหญิงสาวไร้เดียงสาถูกฆ่าตายเพิ่ม…ไคลน์
ลังเลหลายอึดใจ ก่อนจะเผยรอยยิ้ม
“ผมกำลังดูแลคดีสำคัญอยู่ คงแบ่งเวลาไปช่วยสืบคดี
ไม่ได้”
โดยไม่ปล่อยให้ไอเซนการ์ดพูด
“แต่ผมสามารถให้คำแนะนำและช่วยวิเคราะห์ข้อมูล
เบาะแสได้”
ไว้เราค่อยทำนายยืนยันหลังจากนี้ ว่าจะไม่เป็นอันตราย
หากช่วยมอบคำแนะนำกับไอเซนการ์ด…ถ้าผลลัพธ์ออกมาว่า
อันตราย ค่อยเปลี่ยนสถานะตัวเองกลายเป็นผู้ชมวงนอก…
ไคลน์วางแผนในใจอย่างแยบยล
ไอเซนการ์ดผู้ถือไม้ค้ำสีดำในมือซ้ายแสดงสีหน้าครุ่นคิดสัก
พัก ก่อนจะพยักหน้ารับ
“ไม่มีปัญหา ผมทำการรวบรวมนักสืบเอกชนมาจำนวน
หนึ่งแล้ว มากพอสำหรับกระจายตัวออกไปสืบหาเบาะแสรอบ
เมือง ผมแค่ต้องการมันสมองวิเคราะห์อันเป็นเลิศจากคุณ ขอ
พูดตามตรงว่าผมทึ่งมาก แม้ว่าคุณจะไม่มีทรัพยากรในมือ แต่
กลับสืบสาวไปจนถึงสหภาพแรงงานท่าเรือในเขตอู่ต่อเรือไบลัม
ตะวันออก หากพวกเราจับคนร้ายได้ เงินรางวัลจะถูกแบ่งตาม
ผลงานอย่างยุติธรรม เรื่องแบบนี้ไว้ใจได้ ผมได้รับความเชื่อถือ
ในธุรกิจนักสืบพอสมควร”
“ตกลงครับ หวังว่าจะทุกสิ่งจะราบรื่น” หลังจาก
ตัดสินใจได้ ไคลน์เหยียดแขนออกไปสัมผัสฝั่ามืออันอบอุ่นของ
ไอเซนการ์ด
สำหรับชายวัยห้าสิบ ไม่ใช่เรื่องง่ายกับการมีร่างกายอบอุ่น
ในช่วงปลายของฤดูใบไม้ร่วง ไคลน์จึงสงสัยว่าไอเซนการ์ด·
สแตนธอนอาจเป็นผู้วิเศษ
“เช่นกันครับ” ชายชรายิ้มและพยักหน้า
ทันใดนั้น ไคลน์เพิ่งตระหนักว่าพฤติกรรมของตนเสีย
มารยาท จึงรีบฉีกยิ้มและกล่าว
“ต้องขอโทษด้วยครับ ผมลืมเชิญคุณเข้าไปด้านใน สนใจ
จะรับชาดำหรือกาแฟสักถ้วยไหม?”
“ขอบคุณสำหรับคำเชิญ แต่ผมนัดกลุ่มนักสืบไว้เก้าโมง
ตรงเพื่อสอบถามความคืบหน้า จุดนัดหมายคือบ้านของผม
ตอนนี้ผู้ช่วยกำลังรอต้อนรับทุกคนอยู่” ไอเซนการ์ดล้วงหยิบ
นาฬิกาพกสีเงินระยิบระยับ ผิวโลหะสลักลวดลายงดงาม
ซับซ้อน ออกมาเปิดฝาตรวจสอบเวลา “ถึงเวลาผมต้องกลับไป
พบพวกเขาแล้ว คุณสนใจจะไปด้วยกันไหม”
“ไม่ขัดข้องครับ แต่ขอเข้าห้องน้ำและเปลี่ยนชุดก่อน”
ในวินาทีนี้ ไคลน์สวมวิญญาณผู้ผดุงคุณธรรมสมัยยังเป็นเหยี่ยว
ราตรี หมายมั่นจัดการคนชั่ว ปฏิบัติตามคำสั่งอย่างมีแบบแผน
และปกปั้องประชาชนชาวเบ็คลันด์ให้พ้นภัย
ภายในห้องน้ำ ไคลน์เข้ามิติสายหมอกและได้รับผลทำนาย
ระบุว่า ‘อันตราย’ แต่อยู่ในขอบเขตยอมรับได้ จึงรีบกลับมา
ยังโลกจริง จัดการธุระให้เรียบร้อย สวมโค้ทและหมวกทรงกึ่งสูง
หยิบไม้ค้ำหน้าประตู เดินตามไอเซนการ์ดเข้าไปในรถม้าและนั่ง
ลงข้างกัน
ไอเซนการ์ดจ้องมองไคลน์ สีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อยขณะ
ซักถาม
“ผมยังคงสงสัย คุณเชื่อมโยงการตายของซีเบลกับเขตอู่
ต่อเรือไบลัมตะวันออกได้อย่างไร? ในเมื่อคุณไม่มีข้อมูลในมือ
เลย”
เพราะคุณเข้าใจผิดไปเองน่ะสิ…ผมไม่ได้ไปแถวนั้นเพราะ
สืบคดีซีเบล…ไคลน์ไตร่ตรองเล็กน้อยคล้ายกับพยายามเค้น
ความทรงจำ แต่ความจริงแล้วกำลังนึกคำโกหก
ชายหนุ่มตอบด้วยรอยยิ้มเปือนหน้า
“ประเด็นสำคัญคือ ผมต้องมั่นใจเสียก่อนว่าคดีของซีเบล
เป็นแค่พฤติกรรมลอกเลียนแบบ ต้องขอบคุณนักข่าวไมค์·โย
เซฟในเรื่องนี้ หลังจากนั้นจึงเริ่มแกะรอยเส้นทางซึ่งซีเบลใช้ใน
ค่ำคืนดังกล่าว เส้นทางจากกุหลาบทองคำไปยังบ้านลูกค้า เมื่อ
ผนวกเข้ากับเบาะแสอื่น ผมจึงทราบจุดเกิดเหตุอย่างคร่าว และ
ปลอมตัวเป็นนักข่าวเพื่อเข้าไปสืบคดีกับคนงาน”
หลังจากพยักหน้ารับ ไอเซนการ์ดไม่คิดเสียเวลากับประเด็น
เก่า มันเล่าความคืบหน้าคดีฆาตกรรมต่อเนื่องอย่างคร่าวให้
ไคลน์ฟัง เป็นรายละเอียดเชิงลึกซึ่งหาไม่ได้จากหนังสือพิมพ์
ฉบับใด โดยเฉพาะคดีล่าสุด
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ขณะคนทั้งสองกำลังแลกเปลี่ยน
ความคิดเห็น รถม้าได้หยุดลงหน้าอาคารเก่าหลังหนึ่งในเขตฮิล
สตัน
ระบบแสงสว่างของบ้านค่อนข้างย่ำแย่ เพราะแม้วันนี้เบ็ค
ลันด์จะมีหมอกไม่มาก แต่อาคารตรงหน้ากลับมืดหม่น
ถัดมา ไอเซนการ์ดเดินนำไคลน์เข้าไปในห้องนั่งเล่นโอ่โถง
ซึ่งมีเตาผิงแดงฉานคอยให้ความอบอุ่น
ไคลน์กวาดสายตามองและพบนักสืบจำนวนสิบหกคน แต่
ละคนต่างจับจองเก้าอี้ทุกตัวภายในห้องจนเต็ม
“เชอร์ล็อก?” เสียงประหลาดใจของใครบางคนดังแว่ว
ตามสายลม คล้ายกับรู้จักไคลน์มานานแล้ว
ใครกัน…ชายหนุ่มรีบมองตามต้นเสียง จนกระทั่งได้พบ
นักสืบสจ๊วต ซึ่งเพิ่งกล่าวคำร่ำลากันเมื่อวานนี้เอง
หลังจากตั้งใจสำรวจอีกรอบ ไคลน์ได้พบนักสืบคาสลาน่า
ผู้รับงานคุ้มกันคุณหนูอาโดล รวมถึงผู้ช่วยของเธอ ลิเดีย
“บังเอิญจังนะครับ” ไคลน์เผยรอยยิ้มเป็นมิตรขณะ
เดินเข้าไปหาสจ๊วต
สจ๊วตขยับก้นเล็กน้อยเพื่อให้ไคลน์นั่งด้วยกันได้ พลางใช้มือ
ตบเบาะ
“อาจไม่ใช่ความบังเอิญก็ได้ ผมเคยอ่านเจอในนิตยสาร
สิ่งนี้คือปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาชื่อ ‘ความบังเอิญ
เชื่อมโยง’ เนื้อหาระบุว่า ความบังเอิญของมนุษย์เกิดขึ้นได้
เพราะจิตใต้สำนึกแต่ละคนเชื่อมโยงกันชั่วขณะ ส่งผลให้เลือก
ตัดสินใจเหมือนกัน…ฮะฮะ! ผมเล่นมุกน่ะครับ…แค่เล่น
มุก”
พร้อมกันนั้น ไอเซนการ์ดกล่าวแนะนำตัวไคลน์กับนักสืบ
ทุกคน
“ทางนี้คือมิสเตอร์เชอร์ล็อก·โมเรียตี้ อีกหนึ่งยอด
นักสืบคนเก่ง”
เมื่อได้ยินคำชมเชยจากไอเซนการ์ด ทั้งคาสลาน่าและ
นักสืบคนอื่นต่างมองไคลน์เป็นคนเก่งฉกาจมากฝีมือทันที่
ชายหนุ่มพยักหน้ารับ ก่อนจะนั่งลงข้างสจ๊วตและหันไป
ซักถามเสียงแผ่ว
“งานของมิสเตอร์ร็อคจบแล้วหรือ”
“ถูกต้อง ในเมื่ออาโดลหายเป็นปรกติ และเกิดบางสิ่ง
ขึ้นกับกลุ่ม ‘เพื่อนไม่ดี’ จนหมดโอกาสมาระรานอาโดล พวก
เราทุกคนจึงตกงานพร้อมกัน” สจ๊วจยังคงยิ้ม “เดิมที่ ผมมี
แผนจะพักผ่อนสักสองสามวัน แต่กลับถูกมิสเตอร์สแตนธอน
เรียกตัวเสียก่อน ก็เลยลองมาฟังรายละเอียดอย่างคร่าวค่อย
ตัดสินใจ ว่ากันตามตรง ผมไม่ค่อยถูกกับคดีน่ากลัวและสยอง
ขวัญสักเท่าไร แต่ในเมื่อเป็นคดีฆาตกรรม ผมเองก็ค่อนข้าง
ถนัด”
ขณะผู้ช่วยของไอเซนการ์ดเดินรินชากาแฟรอบวง ตามด้วย
การแจกเอกสารความคืบหน้าของคดี เจ้าของบ้านกำลังเอนหลัง
พิงเก้าอี้กึ่งนอนสบายใจ มือข้างหนึ่งล้วงหยิบไปปออกมาลูบ
คลำ
“ผมคิดว่าพวกคุณทุกคนคงเคยได้ยินคดีฆาตกรรม
ต่อเนื่องมาบ้างแล้ว มีข้อมูลใดต้องการเพิ่มเติมไหม? หรือสงสัย
ในจุดใด เชิญพูดออกมาได้โดยไม่ต้องเกรงใจ ทุกคนในห้องจะ
ช่วยกันวิเคราะห์หาเหตุผล”
ทันใดนั้น สจ๊วต นักสืบหน้าเรียวหนวดจิ๋ม ยกแขนขึ้นหนึ่ง
ข้างและกล่าวเป็นคนแรก
“หลังจากรวบรวมข้อมูลสักพัก ผมมั่นใจว่าทางตำรวจ
ไม่ได้มุ่งเปั้าสืบสวนจากเบาะแสสำคัญของเหยื่อแต่ละคน ผมไม่
คิดว่าฆาตกรจะมองปราดเดียวด้วยตาเปล่าแล้วจะทราบทันทีว่า
พวกหล่อนเคยเป็นโสเภณีริมถนนมาก่อน สิ่งนี้แปลว่าฆาตกร
และเหยื่อต้องเคยติดต่อกัน แต่ตำรวจกลับมองข้ามและไม่ยอม
ตั้งธงสืบสวนจากประเด็นดังกล่าว พระเจ้า! เป็นความผิดพลาด
อย่างไม่น่าให้อภัย!”
ก็ไม่อยากขัดสักเท่าไร…แต่ขอแสดงความเสียใจด้วย
คนร้ายสามารถระบุเหยื่อได้จากตาเปล่าแน่นอน…ไคลน์
พึมพำ
นักสืบส่วนใหญ่แสดงความเห็นกับข้อสงสัยของสจ๊วต
ยกเว้นไอเซนการ์ด คาสลาน่า และอีกไม่กี่คนซึ่งเงียบงัน
“สมมติฐานน่าสนใจ สจ๊วต คุณและเพื่อนลองเริ่มสืบจาก
จุดนี้ดู” เมื่อไม่มีสิ่งใดให้พูดในประเด็นดังกล่าว ไอเซนการ์ด
เสนอแนะ
ช่วงเวลาถัดมา นักสืบอีกหลายคนตั้งประเด็นเพิ่มเติม การ
ถกเถียงและแสดงความเห็นเริ่มขึ้นอีกครั้ง แต่ละคนแสดงฝีมือ
สุดความสามารถ ยกเว้นไคลน์ซึ่งเอาแต่เงียบงันตลอดการ
ประชุม
จนกระทั่งการแลกเปลี่ยนข้อมูลใกล้จบลง ชายหนุ่มยกมือ
ขึ้นและกล่าว
“ผมต้องการข้อมูลของคดีฆาตกรรมต่อเนื่องทั้งหมดใน
รอบยี่สิบปีหลัง นับเฉพาะคดีซึ่งยังจับตัวคนร้ายไม่ได้ และ
ขอบเขตครอบคลุมทั่วทั้งอาณาจักรโลเอ็น”
ห้องนั่งเล่นพลันเงียบสงัด นักสืบเกือบทุกคนไม่เข้าใจเจตนา
และชุดความคิดของไคลน์
ไอเซนการ์ดเลื่อนไปปขึ้นมาสูดดม ก่อนจะซักถามหลังจาก
ครุ่นคิดสักพัก
“คุณกำลังสงสัยว่า…สิบเอ็ดคดีล่าสุดไม่ใช่ผลงานแรก
ของฆาตกรรายนี้ใช่ไหม…ฆาตกรอาจเคยก่อคดีมาแล้วในอดีต
แต่ในลักษณะแตกต่างกัน โดยพฤติกรรมและประเภทของเหยื่อ
ก็ไม่เหมือนกับสิบเอ็ดคดีล่าสุด…คุณต้องการพูดแบบนี้ใช่
ไหม?”
ไม่ใช่ความสงสัย แต่มั่นใจเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์…ไคลน์
เสริมในใจ
ทฤษฎีนี้มีพื้นฐานแนวคิดมาจากข้อมูลของเดอะซันน้อย
ในเมื่อตั้งธงว่าฆาตกรเป็นลำดับหก ซึ่งกำลังประกอบ
พิธีกรรมเลื่อนขั้นเป็นลำดับห้า ถ้าอย่างนั้น มันมัวทำอะไรอยู่
ขณะตัวเองเป็นลำดับเจ็ด หรือในชื่อโอสถ ‘ฆาตกรต่อเนื่อง’?
หากไม่ก่อคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเลยสักครั้ง เกรงว่าความเร็ว
ในการย่อยโอสถคงมีปัญหาแน่ หรือต่อให้ใช้ ‘เวลา’ ช่วย
ย่อยโอสถแทน แต่โอกาสคลุ้มคลั่งจะมากกว่าการเลื่อนระดับ
แบบสวมบทบาท การพัฒนาจากลำดับเจ็ด ไปถึง หก จะมี
ความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเส้นทาง ‘นรก’ ซึ่งง่าย
ต่อการคลุ้มคลั่ง
ดังนั้น ไคลน์จึงมุ่งประเด็นไปยังคดีฆาตกรรมต่อเนื่องใน
อดีต โดยไม่สนว่าคนร้ายจะทราบเทคนิคสวมบทบาทหรือไม่
เพราะพลังของโอสถคงชักนำให้ก่อคดีเข้าสักวัน
ด้วยเหตุนี้ ต่อให้ลำดับเจ็ด ใช้เวลาย่อยนานหลายปี และ
นำไปรวมกับระยะเวลาการย่อยของโอสถลำดับหก ไคลน์มั่นใจ
ว่าเรื่องราวคงผ่านมาแล้วไม่เกินยี่สิบปี
อีกหนึ่งประเด็นคือ ฆาตกรต้องมีอายุไม่แก่ชรามากนัก
เพราะหากอายุผู้วิเศษมากเกินไป การเลื่อนลำดับจะยิ่งทำได้
ยาก มีโอกาสคลุ้มคลั่งสูง เมื่อยิ่งประกอบพิธีกรรมก็ยิ่งเกิดความ
เสี่ยงจะทิ้งร่องรอยให้สืบสาว
แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน ฆาตกรกลับใจเย็นอย่างน่า
เหลือเชื่อ ผนวกกับการมีพลังต่อต้านผลทำนาย ความคืบหน้า
ของคดีจึงแทบไม่กระดิก
… แต่ถ้าเป็นตัวฆาตกรสมัยอดีตซึ่งยังไม่เชี่ยวชาญมากนัก
มันอาจหลงเหลือเบาะแสให้สืบสาวจากตรงนั้นบ้าง!
โดยเฉพาะคดีแรกในชีวิต การลงมือของมันไม่มีทางสมบูรณ์
แบบ จึงไม่มีแหล่งเบาะแสใดจะยอดเยี่ยมไปกว่านี้อีกแล้ว
ขณะความคิดมากมายผุดในสมอง ไคลน์เพียงยิ้มรับและ
ตอบกลับ
“การลงมือของฆาตกรเป็นมืออาชีพและไม่ทิ้งร่องรอย
มากเกินไป ไม่เหมือนกับมือใหม่เลยสักนิด ผมจึงเชื่อว่ามันเคย
ก่อคดีฆาตกรรมมาแล้วในอดีต และคงไม่ใช่ครั้งเดียว ดังนั้น ถ้า
เราทราบอดีตของมันและนำมารวมกับข้อมูลปัจจุบัน เบาะแส
และตัวตนฆาตกรอาจชัดเจนมากขึ้น”
เมื่อได้ยินคำอธิบาย บรรดานักสืบต่างหันไปกระซิบกับคน
ด้านข้างจนเกิดเสียฮือฮา
หลังจากบรรยากาศภายในห้องนั่งเล่นเงียบงันอยู่สักพัก ไอ
เซนการ์ดกล่าวคำชมเชยจากใจจริง
“แนวคิดน่าสนใจมาก!”