ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 324 มโนภาพและตัวจริงของ ‘ผู้รับใช้’
เขตราชินี คฤหาสน์หรูหราของเคาต์ฮอลล์
ณ ห้องรับประทานอาหาร
ตามธรรมเนียมเก่าแก่ของขุนนาง ออเดรย์ต้องกล่าวคำ
ทักทายกับพ่อแม่และพี่ชายให้เรียบร้อย ก่อนจะเริ่มรับประทาน
อาหารเช้า
“เทพธิดาจงเจริญ!” เด็กสาวทำสัญลักษณ์กึ่งกลาง
หน้าอกสี่จุด ตัวแทนเทพธิดารัตติกาล เพื่อเป็นอันเสร็จธรรม
เนียมปฏิบัติ
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทันสิ้นเสียงสวด ภาพการมองเห็นออ
เดรย์เกิดพร่ามัวกะทันหัน ตามด้วยเสียงก้องกังวานของชายผู้ดู
แคลนทุกสิ่งจากเบื้องบน
“แผ่นคั่นหนังสือใบนั้น…คือไพ่เย้ยเทพจากฝีมือการ
สร้างของโรซายล์”
มิสเตอร์ฟูล…ไพ่เย้ยเทพ?
ออเดรย์รู้สึกตื่นเต้นในตอนต้น แต่จากนั้นก็เกิดข้อสงสัย
ตามมา เธอไม่เข้าใจว่าไพ่เย้ยเทพหมายถึงสิ่งใด
อย่างไรก็ตาม เด็กสาวมิได้ไร้เดียงสา ความทรงจำของเธอ
เป็นเลิศ จึงพอจะคาดเดาความเกี่ยวข้องได้อย่างเลือนราง
ออเดรย์เคยได้ยินว่า จักรพรรดิโรซายล์ทำการสร้างไพ่
ทั้งหมด ยี่สิบสอง ชุด ทั้งหมดจะแฝงอำนาจพิเศษ หลายฝั่าย
ต่างพากันคาดเดาว่า ไพ่ชุดดังกล่าวมีรูปลักษณ์ภายนอก
คล้ายคลึงกับไพ่ทาโรต์
ไม่เพียงเท่านั้น แฮงแมนยังระบุอีกว่า ไพ่ของจักรพรรดิโร
ซายล์คือความลับสู่เส้นทางแห่งเทพ เส้นทางสำหรับเปลี่ยน
มนุษย์ธรรมดาให้กลายเป็นเทพโดยสมบูรณ์
สิ่งนั้นมีชื่อว่าไพ่เย้ยเทพเองหรือ…คงตั้งให้สอดคล้องกับ
ศิลาเย้ยเทพกระมัง…ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ไพ่เย้ยเทพต้องเป็น
สมบัติล้ำค่าของโลกผู้วิเศษแน่นอน!
นั่นคือเส้นทางสู่การเป็นเทพเชียวนะ!
เป็นสาเหตุให้ผู้รับใช้ของมิสเตอร์ฟูลต้องต้องหาคนช่วย
ยืนยันก่อนลงมือสินะ…เขาคนนั้นต้องการพิสูจน์ว่า แผ่นคั่น
หนังสือดังกล่าวคือไพ่เย้ยเทพของจริง เพื่อไม่ให้เกิดความ
ผิดพลาดขึ้นในภายหลัง…
เพราะหากขโมยไปแล้วไม่ใช่ โบสถ์จักรกลไอน้ำจะทราบ
ทันทีว่า หนึ่งในแผ่นคั่นหนังสือของโรซายล์มีไพ่เย้ยเทพแฝง
อยู่…
เขาจะทำสำเร็จไหมนะ…
หน่วยผู้วิเศษของโบสถ์จักรกลไอน้ำยังไม่ติดต่อขอพบเรา
เพื่อสอบปากคำ แปลว่า ผู้รับใช้ของมิสเตอร์ฟูลยังไม่เริ่มลงมือ
คงกำลังวางแผนจารกรรมอยู่…
ขณะร่างกายออเดรย์สั่นเทาแผ่วเบาด้วยความตื่นเต้น ภาพ
เหตุการณ์หนึ่งถูกฉายต่อเนื่องเบื้องหน้าทันที่
บุรุษผู้หนึ่ง กำลังก้มหน้าสวดภาวนาถึงมิสเตอร์ฟูลใน
ลักษณะนอบน้อม
“ท่านเดอะฟูลผู้ยิ่งใหญ่ รบกวนถ่ายทอดเจตจำนงของผม
ไปยังผู้ร่วมปฏิบัติการด้วย ช่วยบอกกับคนผู้นั้นว่า ข้อมูลของ
คุณทำให้งานของผมง่ายขึ้นมาก ด้วยเหตุนี้ ผมยินดีจ่ายเงิน
ทั้งสิ้นสามพันปอนด์เป็นค่าตอบแทน โดยสามารถหักจากเงิน
ห้าพันปอนด์ซึ่งยังติดค้างกันอยู่ อีกฝั่ายสมควรได้รับ
ค่าตอบแทนมากมายเช่นนี้แล้ว”
เขาขโมยสำเร็จ…? ง่ายแบบนี้เลยหรือ…แต่หนังสือพิมพ์
ฉบับเช้าไม่ได้เขียนถึงคดีจารกรรมพิพิธภัณฑ์ไว้เลย มีเพียงคดี
ฆาตกรรมต่อเนื่องรายใหม่…แต่ไม่ผิดแน่ การยอมเพิ่ม
ค่าตอบแทนเป็นสามพันปอนด์นั้นหมายความว่า ผู้รับใช้ของ
มิสเตอร์ฟูลขโมยแผ่นคั่นหนังสือไพ่เย้ยเทพสำเร็จ!
เจ๋งเปั้ง! แม้ว่าคำพูดติดปากของจักรพรรดิโรซายล์จะไม่
เหมาะกับกุลสตรีอย่างเรา แต่ก็ไม่มีวลีใดสื่อถึงอารมณ์ได้
เหมาะสมกว่านี้แล้ว!
ชุมนุมทาโรต์ของเรามีเส้นทางสู้การเป็นเทพในครอบครอง!
คงเป็นเส้นทางสมบูรณ์ใช่ไหม?
แล้วจะเป็นเส้นทางใดกัน…
แต่ไม่ว่าจะเส้นทางใด หนทางสู่การเป็นเทพก็มิอาจประเมิน
ค่าได้!
ภายใต้ความยิ่งใหญ่ของท่านมิสเตอร์ฟูล องค์กรลับของ
พวกเรา ชุมนุมทาโรต์ ได้กลายเป็นหนึ่งในมหาอำนาจของโลก
ผู้วิเศษอย่างเป็นทางการ!
ไพ่เย้ยเทพใบอื่นจะซ่อนอยู่ไหนกันนะ…
ออเดรย์พยายามระงับอาการตื่นเต้นซึ่งเกิดจากความภูมิใจ
และผูกพันต่อชุมนุมทาโรต์
ขณะเดียวกัน เด็กสาวขยับตัวเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ เพื่อ
หลบทางให้สาวใช้ประจำห้องอาหารช่วยผูกผ้าเช็ดปาก สายตา
ชำเลืองมองเคาต์ฮอลล์ผู้มีอุปนิสัยชอบอ่านหนังสือพิมพ์พลาง
รับประทานอาหารเช้า
“ท่านพ่อ มีข่าวน่าสนใจบ้างไหมคะ?”
เคาต์ฮอลล์ผ่อนลมหายใจ
“เจ้าปีศาจฆ่าคนบริสุทธิ์ไปสิบสองรายติดต่อกันแล้ว
เหยื่อคราวนี้เป็นนักออกแบบด้านแฟชั่น เพิ่งโด่งดังขึ้นมาใน
ระยะหลัง แต่เมื่อก่อนเคยเป็นโสเภณีข้างถนนเนื่องจากขัดสน
เงินทอง ไม่น่าเชื่อว่า แม้แต่คนประสบความสำเร็จก็ยังตกเป็น
เหยื่อ โชคดียังดี ในคราวนี้มีพยานรู้เห็นขณะฆาตกรก่อเหตุ เขา
วิ่งหนีพร้อมกับตะโกนว่า ‘ช่วยด้วย’ สลับกับ ‘ฆาตกร’
เป็นระยะ เฮ่อ ช่างน่าสงสาร เขาคงเกิดความหวาดกลัวจนฉี่
แทบราด แต่นั่นถือเป็นการกระทำอันชาญฉลาด ปีศาจจึงไม่
กล้าไล่ตามมาทำร้าย ส่งผลให้ตำรวจมีเบาะแสเพิ่มขึ้น และแกะ
รอยเข้าใกล้คนร้ายเต็มทีแล้ว”
ออเดรย์วาดสัญลักษณ์พระจันทร์แดงกลางหน้าอกพร้อมกับ
สวดภาวนา
“ขอให้ปฏิบัติการของพวกเขาลุล่วง…ท่านพ่อ จาก
คำอธิบายของท่าน เหตุการณ์ฟังดูน่าหวาดกลัวและตลกขบขัน
ในเวลาเดียวกัน หวังว่าพยานรู้เห็นคนนั้นจะไม่เกิดแผลใจไป
ตลอดชีวิต”
ในค่ำคืนเดียวกัน ผู้รับใช้ของมิสเตอร์ฟูลสามารถลอบเข้าไป
จารกรรมไพ่เย้ยเทพในพิพิธภัณฑ์ได้สำเร็จ แม้ว่าด้านในจะถูก
อารักขาอย่างแน่นหนาก็ตาม…ออเดรย์มโนภาพตามอย่างฝัน
หวาน สอดแทรกความเกินจริงเข้าไปเล็กน้อย
…
ณ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ภายในโถงจำลองห้องอ่านหนังสือ
ของจักรพรรดิโรซายล์
“พวกคุณแน่ใจแล้วหรือ ว่าคนร้ายขโมยไปเพียงแผ่นคั่น
หนังสือสองใบ?” หัวหน้าจิตแห่งจักรกล มักซ์·ลิเวอร์มอร์
หันไปซักถามสมาชิกในทีมทั้งสอง
ขณะกล่าว มันชำเลืองสายตามองบุคคลสำคัญซึ่งกำลังยืน
หันหลังให้พวกตน
อีกฝั่ายเป็นชายชราสวมชุดคลุมและหมวกของนักบวชเคร่ง
ศาสนา ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากผู้มีอำนาจสูงสุดของจิตแห่งจักรกล
เขตมุขมณฑลกรุงเบ็คลันด์ และยังเป็นหนึ่งในสมาชิกสภา
ศักดิ์สิทธิ์แห่งโบสถ์จักรกลไอน้ำ
ฮารามิค·ไฮเดิน
บุคคลสำคัญผู้นี้ไม่เพียงเป็นนักบวช แต่ยังเป็น
นักวิทยาศาสตร์คนดัง แฝงตัวไปรับงานเป็นศาสตราจารย์
ภาควิชาฟิสิกส์ประจำมหาวิทยาลัยกรุงเบ็คลันด์
“ไม่ผิดแน่ครับ มีเพียงแผ่นคั่นหนังสือถูกขโมยไปสอง
ใบ” สมาชิกหน่วยเมื่อคืนตอบอย่างฉะฉาน
มักซ์หันไปพยักหน้ารับ และหันกลับมาจ้องมองแผ่นหลัง
ของฮารามิค·ไฮเดิน มันทำสีหน้าครุ่นคิดก่อนจะซักถาม
“เจ้าคุณท่านขอรับ หลังจากพิพิธภัณฑ์ปิดให้บริการเมื่อ
วานในช่วงเย็น กลุ่มหนุ่มสาวทายาทขุนนางใหญ่ได้เข้าชมต่อ
ทันที่ มีบางรายใช้มือสัมผัสแผ่นคั่นหนังสือสองใบดังกล่าว
ต้องการให้ผมเรียกตัวมาสอบปากคำหรือไม่ขอรับ”
“เรื่องนั้นผมทราบแล้ว” ฮารามิคปล่อยแขนส่องข้าง
ลงและหันกลับมา “ผมใช้พลังตรวจสอบและยืนยันได้ว่า หนุ่ม
สาวชนชั้นสูงเหล่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหัวขโมยแต่อย่างใด
จึงไม่มีความจำเป็นต้องสืบสวนให้เสียเวลาทั้งสองฝั่าย”
“ขอรับ เจ้าคุณท่าน” ตัวมักซ์เองก็ไม่ได้สงสัยในเหล่า
ชนชั้นสูงนัก ยิ่งเมื่อได้ยินบุคคลทรงพลังอย่างฮารามิคช่วย
ยืนยัน ความเคลือบแคลงเล็กน้อยในใจก็สลายเป็นปลิดทิ้ง
ใบหน้าอันอ่อนโยนและเมตตากรุณาของฮารามิคไม่ปรากฏ
ความขุ่นเคือง เพียงสอดส่ายมองทุกคนเล็กน้อย
“เมื่อคืนมีผู้รุกบุกมากกว่าหนึ่งคน อย่างน้อยก็สอง และ
คนทั้งสองไม่ใช่ฝั่ายเดียวกัน หนึ่งในนั้นเป็นบุคคลทรงพลัง อาจ
แข็งแกร่งยิ่งกว่าผมเสียอีก ส่วนอีกคนมีเทคนิคหลบหนีอันน่าทึ่ง
และยังเป็นปริศนา แม้ผมจะจำลองฉากเหตุการณ์เมื่อคืนไม่ได้
ทั้งหมด แต่ก็พอจะ ‘เห็น’ รายละเอียดอย่างคราวอยู่บ้าง
เรื่องนี้ซับซ้อนเกินจินตนาการพวกเรา”
กล่าวถึงตรงนี้ ฮารามิคถอนหายใจยาว
“ผมพอจะทราบด้วยว่า เหตุใดพวกเขาถึงพยายามแย่งชิง
แผ่นคั่นหนังสือ…โบสถ์จักรกลไอน้ำของพวกเราถูกโรซายล์ปัน
หัวมาตลอดหนึ่งร้อยห้าสิบปี…”
…
การทำใจยอมปล่อยเงิน สามพันปอนด์หลุดลอยมือไม่ใช่
เรื่องง่าย…เงินออมทั้งชีวิตของเรามีเพียงพันกว่าปอนด์
เท่านั้น…
แต่ไพ่เย้ยเทพก็มิอาจถูกประเมินมูลค่าเป็นเงินทอง ต่อให้
รวยล้นฟั้า หากไม่มีวาสนาก็หมดสิทธิ์ครอบครอง การเสี่ยงทำ
ภารกิจของจัสติส ควรค่าแก่การได้รับผลตอบแทนในระดับนั้น
แล้ว…
โชคยังดี เราสามารถหักเอาจากเงินติดค้างของเธอได้
ไม่อย่างนั้นคงต้องกินแกลบไปอีกสักพักใหญ่…
ถ้าเรามีโอกาสได้พบมิสเตอร์อะซิก ผู้รับใช้ของเดอะฟูล ใน
ภายหลัง หากเราไม่มีเงิน หนึ่งหมื่นห้าพันปอนด์มอบให้ ก็คง
ต้องจ่ายเป็นสูตรโอสถของผู้วิเศษลำดับสูงแทน…
ชักอยากรู้แล้วว่า ไพ่เย้ยเทพใบอื่นจะจำแลงกายใน
รูปลักษณ์ใด คนจิตไม่ปรกติอย่างโรซายล์คงไม่ทำออกมา
ธรรมดาแน่…
หลังจากไคลน์ตอบจัสติสเสร็จ มันกวาดสายตามองรอบ
พระราชวังโบราณอันเวิ้งว้างว่างเปล่า และถอนหายใจแผ่วเบา
เพื่อความไม่ประมาท ชายหนุ่มตัดสินใจเก็บไพ่จักรพรรดิมืด
ไว้ในมิติสายหมอก โดยวางข้างนกหวีดของอะซิก บนโต๊ะ
ทองแดงยาวเก่าแก่โบราณหน้าเก้าอี้เดอะฟูล
และเมื่อกลับมายังโลกจริง ไคลน์ประกอบพิธีกรรมอัญเชิญ
ตัวเอง นำร่างจิตมาหยิบมาสเตอร์คีย์ กุญแจนำพาความซวย
กลับไปเก็บไว้ในมิติสายหมอกเช่นเดียวกัน ถึงแม้ผลข้างเคียงจะ
ไม่รุนแรงอะไรนัก แต่บางครั้งก็นำพาชีวิตไปตกอยู่ในอันตรายได้
อย่างน่าเหลือเชื่อ ไคลน์ตัดสินใจไม่ใช้งานกุญแจต้องสาป
จนกว่าจะถึงคราวจำเป็น
เดิมที่ มาสเตอร์คีย์คือสมบัติวิเศษซึ่งเกิดจากผู้วิเศษลำดับ
เก้า ดวงซวย บังเอิญคลุ้มคลั่งทันทีหลังจากดื่มโอสถ ส่งผลให้
พลังของผู้วิเศษลำดับกลางอย่างนักมายากล ไม่เพียงพอจะ
ระงับความโชคร้ายดังกล่าวเอาไว้…
แต่ถ้าเราไม่ได้คิดไปเอง ‘ผู้ฝึกหัด’ คนนั้นไม่ได้คลุ้มคลั่ง
ด้วยความโชคร้ายตามปรกติ อาจมีบางสิ่งอยู่เบื้องหลังเรื่อง
นี้…
หมายความว่า การตัดสินใจของเรานับว่าถูกต้องแล้ว ไม่
ควรสำรวจอาคารหมายเลข 32 ของถนนเวอร์ดี้อย่าง
บุ่มบ่าม…
นั่นสินะ เราไม่ควรประมาท เพราะพลังของสมบัติวิเศษ ไม่
จำเป็นต้องเกิดจากพลังของผู้วิเศษก่อนตายเท่านั้น อาจมีปัจจัย
อื่นร่วมด้วย เช่นการปนเปือนของพลังเทพมาร…
ถัดมา ไคลน์ชำระร่างกายด้วยน้ำเย็นชืด เนื่องจากทิ้งช่วงไว้
เป็นเวลานาน ก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำด้วยร่างกายสะอาด
หมดจด
เมื่อถึงชั้นล่าง มันลิ้มรสปอเปียะข้าวโพดซึ่งแวะซื้อระหว่าง
ทางขากลับ สิ่งนี้คืออาหารท้องถิ่นของชาวเขาในเขตอาณาจักร
เฟเนพ็อต รสชาติกรุบกรอบและหอมหวาน
เมื่อเติมเต็มท้องจนอิ่ม ไคลน์ลองทบทวนความทรงจำของ
ตัวเองจากเหตุการณ์เมื่อคืน เพื่อหาว่า มีเบาะแสเกี่ยวกับสุนัข
ปีศาจตนนั้นหลงเหลือบ้างหรือไม่
ถึงจะมีมาสเตอร์คีย์ในมือ แต่ถ้าเราไม่ใช่ผู้วิเศษเส้นทาง
ชำนาญการหลบหนี คงไม่มีทางรอดจากเงื้อมมือสุนัขปีศาจได้
แน่ ย้อนกลับไปในตอนนั้น หญิงสาวลึกลับคงมั่นใจว่าเราไม่ใช่
นักสืบเอกชนธรรมดา แน่นอน เราเองก็ไม่มีเจตนาปิดบังอยู่
แล้ว…
ในเมื่อเธอไม่จับกุมเรา แปลว่ามีความเป็นไปได้สองทาง
หนึ่งคือ เธออาจเป็นผู้วิเศษของทางการ แต่ก็เป็นมิตรและเห็น
ใจผู้วิเศษนอกกฎหมายด้วย หรือ เธอไม่ใช่ผู้วิเศษของสามโบสถ์
หลักและกองทัพโลเอ็นเลย…
อย่างหลังมีโอกาสเป็นไปได้มากกว่า เพราะถ้าเป็นประเภท
แรก อย่างน้อย เธอก็ควรยึดมาสเตอร์คีย์ไปจากเรา…นึกว่าจะ
ถูกจับขังคุกเหมือนผู้วิเศษนอกกฎหมายคนอื่นเสียแล้ว เราเคย
คิดไกลไปถึงแผนการแหกคุก แต่ใครจะรู้ว่า สตรีผู้นั้นเพียงจาก
ไปอย่างเงียบงันท่ามกลางความมืด…
เธอสังกัดองค์กรลับใด? หรือจะเป็นพวกเร่ร่อน? ไม่มีทาง
ผู้วิเศษลำดับครึ่งเทพขึ้นไปต้องมีองค์กรลับหนุนหลัง หรือไม่ก็
เป็นเจ้าของเสียเอง…
สุนัขปีศาจคงพยายามลบหลักฐานภายในจุดเกิดเหตุจน
หมด รวมถึงเบาะแสของเราด้วย เพราะในทางทฤษฎีของ
ศาสตร์เร้นลับ มันไม่มีทางเลือกลบเฉพาะเบาะแสของตัวเอง
เพียงอย่างเดียวได้ ขณะเดียวกัน สตรีปริศนาคนนั้นก็คงลบ
ร่องรอยตอนมาพบเราจนเกลี้ยงเช่นกัน หมายความว่า รัฐบาล
และสามโบสถ์หลักแทบไม่มีโอกาสสาวถึงเรา
ส่วนเหตุการณ์ภายในพิพิธภัณฑ์ ทางโบสถ์จักรกลไอน้ำคง
เร่งสืบสวนหาเจ้าของร่างวิญญาณแบบพิเศษ ตัวตนลึกลับซึ่งใช้
วิธีหลบหนีเหนือสามัญสำนึก ไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับตัวเรา
นักสืบเชอร์ล็อก·โมเรียตี้ แม้แต่อย่างเดียว…
ไคลน์ครุ่นคิดพลางอมยิ้ม จิตใจของชายหนุ่มเริ่มสงบลง
แน่นอน มันกล้าเดินทางกลับบ้านเพราะผลทำนายยืนยัน
แล้วว่าปลอดภัย ประหนึ่งกับดักในพิพิธภัณฑ์ไม่ช่วยให้โบสถ์
จักรกลไอน้ำสาวถึงตัวจริงของร่างวิญญาณได้
ฟูั่ว!
เรื่องของไพ่เย้ยเทพจบลงเสียที่ หลังจากนี้เราควรทำอะไร
ต่อ? ฝึกพลังนักมายากล? ซ้อมยิงปืนและกินอาหารฟรีใน
สโมสรครักซ์?
จริงสิ เรายังไม่มีข้อมูลว่า กรมตำรวจได้เบาะแสของสุนัข
ปีศาจไปมากแค่ไหน ถ้าอย่างนั้นก็ควรเขียนจดหมายแจ้งไอเซน
การ์ดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปคดี…
ขณะความคิดไคลน์กำลังโลดแล่น โสตประสาทพลันได้ยิน
เสียงกริ่งบ้านดังแว่ว
จดหมายฉบับใหม่? จากใคร?
มันเดินไปเปิดประตูด้วยสีหน้าประหลาดใจ
และไม่ผิดคาด มีจดหมายฉบับใหม่ถูกวางอยู่ในกล่อง
ผู้ส่งคือ ไอเซนการ์ด·สแตนธอน