ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 342 ‘จิ้งจอกเฒ่า’ อัลเจอร์
คำแนะนำ? คำแนะนำของฉันก็คือ ให้นายออกห่างจาก
วิหารบัดซบนั่นให้ไกล.
หลังจากได้ยินคำถามของเดอะซัน ไคลน์พลันเกิดความรู้สึก
ข้างต้น
แต่เพื่อรักษามาดเคร่งขรึมของเดอะฟูล ชายหนุ่มทำเพียง
เงียบงันและปล่อยให้สมาชิกคนอื่นแสดงความเห็นอย่างอิสระ
ไม่แม้แต่จะควบคุมเดอะเวิร์ลให้ปริปาก
หลังจากบรรยากาศภายในชุมนุมเงียบงันอยู่สักพัก อัลเจอร์
หันไปทางเดอะซันพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ต้องขอโทษด้วย แต่พวกเรามีข้อมูลน้อยเกินไป ไม่
สามารถมอบคำแนะนำให้ได้ สำหรับวิหารกึ่งซากปรักหักพัง
แห่งนั้น พวกเราทราบเพียงว่ามีความเกี่ยวข้องกับพระผู้สร้าง
แท้จริง หรือในอีกความหมายหนึ่ง พวกเราไม่มีข้อมูลภายในนั้น
เลย จึงวิเคราะห์หาทางออกให้คุณไม่ได้”
พระผู้สร้างเสื่อมทรามคือพระผู้สร้างแท้จริงตามคาด…ไม่
อยากจะเชื่อว่าดินแดนของเดอะซันจะมีผู้คนนับถือพระผู้สร้าง
แท้จริง แถมยังถึงขั้นสร้างวิหารสำหรับประกอบพิธีกรรมทาง
ศาสนา.
เมจิกเชี่ยน ฟอร์ส นั่งฟังเรื่องราวอย่างเพลิดเพลิน ใจหนึ่ง
อยากจดบันทึกไว้เป็นวัตถุดิบการเขียนนิยาย
จัสติส ออเดรย์ กำลังรอฟังคำอธิบายอย่างละเอียดจากปาก
เดอะซันด้วยอากัปกิริยาตื่นเต้นปนคาดหวัง
เดอร์ริคพยักหน้ารับ สายตามองตรงสักพักก่อนจะเริ่มเล่า
“นอกเหนือจากเทวรูป ภายในวิหารยังมีภาพเขียนแฝง
วิญญาณมารเป็นจำนวนมาก แต่ทั้งหมดถูกจัดการอย่างราบ
คาบโดยทีมสำรวจชุดแรกซึ่งนำโดยสองสภาอาวุโส…ผมยังไม่
เคยเห็นภาพเขียนดังกล่าวด้วยตาตัวเอง แต่ได้ยินว่าเป็นภาพ
เหตุการณ์ของวันสิ้นโลก และพระผู้สร้างเสื่อมทรามกำลัง
ช่วยเหลือเหล่าสาวกของตนให้พ้นภัย รวมถึงพิธีกรรมโลหิตน่า
ขยะแขยง…บางภาพมีอักษรแปลกประหลาดเขียนกำกับไว้ตรง
มุม ฝั่ายเราคาดการณ์ว่าน่าจะเป็นภาษาต่อยอดจากคนยักษ์
และหลังจากพยายามถอดรหัสอยู่นาน สภาอาวุโสหลายคนลง
ความเห็นตรงว่า……อักษรดังกล่าวหมายถึง…กุหลาบไถ่บาป
อาจเป็นชื่อของภาพเขียน ชื่อของจิตรกร หรือชื่อขององค์กรลับ
ผู้สร้างวิหารและเมือง จากการประเมินอย่างคร่าวของท่าน
หัวหน้าเมือง ภาพเขียนดังกล่าวน่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันปี
หนึ่งพันปีในความหมายของผม เอ่อ อาจมีระยะเวลาเท่ากับ
หนึ่งพันปีของพวกคุณ แต่ก็ยังไม่มั่นใจนัก เนื่องจากเมืองเงิน
พิสุทธิ์ของเรานับวันโดยการอ้างอิงจากสายฟั้า กลางคืนจะมี
ฟั้าผ่าน้อย และกลางวันจะมีฟั้าผ่ามาก วนครบหนึ่งรอบถือเป็น
หนึ่งวัน สี่ฤดูกาลเป็นเพียงเรื่องเล่าในหนังสือเรียน ชาวเมือง
ทั่วไปไม่ค่อยนิยมจดจำวันเวลามากนัก ต้องไปถามเอาจากท่าน
หัวหน้าเมือง”
มาถึงจุดนี้ ฟอร์สรู้สึกราวกับตนกำลังนั่งฟังตำนานเทพ
นิยายปรำปรา
เมืองอันไร้ซึ่งดวงตะวัน ปราศจากพระจันทร์แดง ไม่มี
ฤดูกาล ยิ่งฟังก็ยิ่งยากจะเชื่อลง นอกจากในนิยาย ฟอร์สไม่เคย
คิดว่าฉากดังกล่าวจะปรากฏบนส่วนใดของโลก
หรือต่อให้เป็นนิยาย แต่นักเขียนก็ต้องสูบกัญชาเข้าไปจน
สมองล่องลอย จึงจะสร้างเมืองเช่นนี้ขึ้นในจินตนาการได้.
ฟอร์สเกิดความประทับใจในเรื่องเล่าคราวนี้มาก และมอง
ว่าเมืองเงินพิสุทธิ์คือแหล่งวัตถุดิบชั้นเลิศสำหรับนำไปแต่ง
นิยาย!
ทว่า เพียงไม่นานก็ล้มเลิกความตั้งใจไป เนื่องจากฟอร์สไม่
ทราบว่าเมืองเงินพิสุทธิ์ตั้งอยู่ตรงส่วนใดของโลก บางที่ เรื่องนี้
อาจเป็นความลับสูงสุดของเจ็ดโบสถ์หลักซึ่งพวกเขาพยายาม
ปกปิดมานาน หากนิยายถูกตีพิมพ์ออกไป บรรดาเหยี่ยวราตรี
จิตแห่งจักรกล และทูตพิพากษาอาจมาเคาะประตูหน้าบ้านโดย
ปลอมตัวเป็นคนเก็บค่าแก๊ส
เมืองเงินพิสุทธิ์มีสภาพแวดล้อมเป็นแบบนี้เองหรือ หืม ถึง
ว่าทำไมเดอะซันมักเล่าเรื่องสัตว์ประหลาดในความมืดบ่อยครั้ง.
น่าเสียดาย เรายังเป็นแค่ผู้วิเศษลำดับ 8 ไม่อย่างนั้นคง
ขอร้องให้มิสเตอร์ฟูลช่วยส่งไปผจญภัยในดินแดนดังกล่าวบ้าง…
เดี๋ยวก่อน ไม่ได้สิ ออเดรย์! เธอไม่ใช่เด็กสาวไร้เดียงสาและช่าง
เพ้อฝันอีกแล้วนะ! ดินแดนแห่งนั้นต้องเต็มไปด้วยอันตราย
แน่นอน.
จัสติส ออเดรย์ สลับไปมาระหว่างการปล่อยให้มโนภาพ
ล่องลอย และการตั้งอยู่บนหลักความจริง
อย่างน้อยหนึ่งพันปี? ชุมนุมแสงเหนือยังก่อตั้งไม่ถึงสาม
ร้อยปีด้วยซ้ำ ไม่สิ สองร้อยปีก็ไม่น่าจะถึง แปลว่าวิหารดังกล่าว
ไม่ใช่ฝีมือของชุมนุมแสงเหนือ…บางที่ ความศรัทธาในตัวพระ
ผู้สร้างแท้จริงอาจมีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ยุคสมัยสี่แล้ว เพียงแต่
ตอนนั้นยังไม่ได้ใช้ชื่อว่าชุมนุมแสงเหนือ…และถัดมาอีกราวหนึ่ง
พันถึงสองพันปี เจ็ดโบสถ์หลักได้ส่งกองทัพไปทำลายพวกมัน
หนแล้วหนเล่า สาวกของพระผู้สร้างแท้จริงได้ล้มหายตายจาก
ไปมากมาย จนกระทั่งคืนชีพกลับมาอีกครั้งในฐานะชุมนุมแสง
เหนือ?
ไคลน์ตรึกตรองหาสาเหตุโดยไม่เปลี่ยนท่านั่งหรือภาษากาย
เดอร์ริคเว้นวรรคสามวินาทีและเล่าต่อ
“ปฏิบัติการเก็บกวาดสัตว์ประหลาดในเมืองและซาก
ปรักหักพังจบลงแล้ว งานของทีมผมคือการเข้าไปสำรวจห้องใต้
ดินวิหาร พวกคุณมีคำแนะนำบ้างไหม? ในฐานะผู้มีความเข้าใจ
เกี่ยวกับพระผู้สร้างเสื่อมทรามมากว่าผม พวกคุณมีสิ่งใดจะ
แนะนำให้คอยระวังเป็นพิเศษหรือไม่?”
“คำแนะนำ?” อัลเจอร์กล่าวโดยไม่เผยความลังเล
“คำแนะนำของผมก็คือ คุณไม่ควรไปเหยียบวิหารแห่งนั้นโดย
เด็ดขาด!
“พระผู้สร้างเสื่อมทรามคือเทพมาร ต่อให้วิหารถูก
ทำลายจนเหลือเพียงซากปรักหักพัง กลิ่นอายความชั่วร้ายก็อาจ
ยังหลงเหลือ เป็นอันตรายซึ่งยากจะตรวจพบด้วยตาเปล่า ถ้า
หัวหน้าทีมสำรวจเป็นหกสภาอาวุโสคนอื่น ผมก็คงเข้าใจได้ว่า
ทำไมคุณถึงอยากเข้าร่วมทีมสำรวจ อย่างมากก็แค่เสี่ยง
อันตรายกว่าปรกติเล็กน้อย แต่คุณได้เน้นย้ำว่าหัวหน้าทีมใน
คราวนี้คือ ‘คนเลี้ยงแกะ’ โลเฟียร์ เธอคือผู้วิเศษบนเส้นทาง
ของพระผู้สร้างเสื่อมทราม! ดังนั้น คำแนะนำเดียวของผมคือ
ห้ามเข้าร่วมทีมสำรวจโดยเด็ดขาด”
อัลเจอร์เสริม
คำแนะนำของนายเหมือนกับฉันทุกประการ แต่ฉันคิดออก
ตั้งแต่ก่อนเดอะซันจะอธิบายสภาพแวดล้อม และนายเองก็คง
คิดได้แต่แรกเหมือนกัน.
เข้าใจแล้ว มิสเตอร์แฮงแมน นายจงใจให้เดอะซันน้อย
เปิดเผยข้อมูลฝั่ายตัวเอง รวมถึงข้อมูลของซากปรักหักพังวิหาร
โดยไม่ต้องเสียเงินแม้แต่เพนนีเดียว! นายกำลังเอาเปรียบเด็ก
หนุ่มผู้น่าสงสาร.
ไคลน์บนเก้าอี้เดอะฟูล เลื่อนฝั่ามือขึ้นมาก่ายหน้าผาก
เดอะซันก้มหน้าเงียบงันสักพัก ราวกับกำลังเผชิญ
สถานการณ์ยากจะตัดสินใจ
“แต่ผมเลี่ยงภารกิจนี้ไม่ได้”
แฮงแมนแสยะยิ้ม
“ไม่เห็นจะยาก ก่อนจะถึงภารกิจดังกล่าว คุณต้องเข้า
ร่วมภารกิจอื่นก่อนใช่ไหม? ถ้าอย่างนั้นก็จงหาโอกาสแสร้งทำ
เป็นเพลี่ยงพล้ำต่อสัตว์ประหลาด ยอมเจ็บตัวสักหน่อยเพื่อให้ไม่
ต้องเข้าร่วมภารกิจใหญ่ ส่วนต้องเจ็บตัวมากแค่ไหนนั้น คุณต้อง
ประเมินเอาเองจากประสบการณ์ในอดีต”
ในวินาทีนี้ ออเดรย์สามารถอ่านแววตาของเดอะซันได้อย่าง
ทะลุปรุโปร่ง :
ทำแบบนี้ก็ได้หรือ?
หลังจากประหลาดใจปนสับสนอยู่นาน เดอะซันขมวดคิ้ว
และซักถามต่อ
“แต่ผมไม่มีภารกิจลาดตระเวนก่อนหน้าภารกิจใหญ่ของ
ทีมสำรวจ…”
อัลเจอร์ยังคงเผยรอยยิ้มชั่วร้าย
“ถ้าอย่างนั้น คุณต้องแสร้งทำเป็นใกล้คลุ้มคลั่ง ไม่สิ ระบุ
ให้ชัดคือ คุณต้องทำให้ตัวเองอยู่ในสภาวะสุ่มเสี่ยงจะคลุ้มคลั่ง
หากทำสำเร็จ ผมเชื่อว่าสภาอาวุโสคงไม่โง่พ่อจะนำ ‘ก้อนเนื้อ
ภาระ’ แสนอันตรายเข้าร่วมภารกิจสำคัญแน่นอน ผมจะ
สอนวิธีตุกติกให้…หากผู้วิเศษคนใดทำให้พลังวิญญาณของ
ตัวเองหมดเกลี้ยงเป็นเวลาสองวันติดต่อกัน โสตประสาทจะเริ่ม
ได้ยินเสียงมายาดังตามหลอกหลอน นั่นคืออาการเริ่มต้นของ
ภาวะคลุ้มคลั่งทั่วไป แต่ถ้าปล่อยให้พลังวิญญาณกลับคืนสู่
ระดับปรกติ อาการก็จะบรรเทาลงไปเองภายในหนึ่งสัปดาห์ ไม่
ต้องกังวลว่าจะเกิดการคลุ้มคลั่งของจริง อย่างไรก็ตาม ผมมั่นใจ
ว่าเมืองเงินพิสุทธิ์ต้องเชี่ยวชาญทางด้านรักษาภาวะคลุ้มคลั่ง
แน่นอน ดังนั้น อาการของคุณจะหายเร็วกว่าปรกติ จังหวะลง
มือจึงเป็นสิ่งสำคัญ ผมขอแนะนำให้ใช้แผนดังกล่าวก่อนจะเริ่ม
ภารกิจกับทีมสำรวจราวสามวัน”
เดอร์ริคพลันผงะ เด็กหนุ่มรีบพยักหน้ารับพลางส่งเสียง
พึมพำ
“คุณพูดถูก หากใครส่งสัญญาณว่าใกล้คลุ้มคลั่ง เขาจะ
ถูกนำตัวไปรักษาภายในห้องใต้ดินของหอคอยคู่ ขั้นตอนรักษา
ประกอบด้วยการใช้ยา พิธีกรรม หรือสมบัติวิเศษในกรณี
ร้ายแรง แต่ถ้าอาการไม่หนักมาก แค่กินยาอย่างต่อเนื่องก็
เพียงพอแล้ว…”
เฮ่อ เด็กหนุ่มซื่อสัตย์และนิสัยดีกลับต้องถูกจิ้งจอกเฒ่า
แนะนำให้ทำเรื่องผิดกฎเสียได้.
แต่ว่า มิสเตอร์แฮงแมน คุณไปเรียนรู้วิธีทำให้ตัวเองใกล้
คลุ้มคลั่งมาจากไหน? หากใช้วิธีนี้บ่อยครั้ง ขอรับประกันว่าได้
คลุ้มคลั่งจริงเข้าสักวันแน่…ไคลน์แอบถอนหายใจ
ทางด้านออเดรย์กำลังตะลึงเมื่อได้ยินเทคนิคสุดน่าทึ่ง เด็ก
สาวรู้สึกราวกับเธอถูกเปิดโลกอีกครั้ง
เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มเดอะซันลังเลจะโกหกต่อหน้าสภา
อาวุโสเมือง จิ้งจอกเฒ่าอัลเจอร์จึงตัดสินใจซักถาม
“ช่วยตอบคำถามของผม มีใครในหกสภาอาวุโสทราบ
บ้างไหม ว่าพระผู้สร้างเสื่อมทรามคือเจ้าของเส้นทาง ‘คนเลี้ยง
แกะ’ ของอาวุโสโลเฟียร์? …ไม่มี” เดอร์ริคส่ายหัวหนัก
แน่น
อัลเจอร์ถามต่อ
“ตามความคิดของคุณ อาวุโสโลเฟียร์มีบุคลิกและ
อุปนิสัยเป็นเช่นไร เธอสามารถทรยศเมืองเงินพิสุทธิ์ได้ไหม? …
ให้ตอบมาแค่ ‘ได้’ หรือ ‘ไม่ได้’ ไม่จำเป็นต้องอธิบายยืด
ยาว”
“…ได้” เดอร์ริคไม่คิดหลอกตัวเอง
อัลเจอร์หัวเราะคิกคัก
“ไม่มีใครตระหนักถึงอันตรายดังกล่าวนอกจากคุณ และ
คุณก็ไม่มีวิธีแอบแจ้งให้อาวุโสคนอื่นทราบถึงเรื่องนี้ใช่ไหม? ……
ใช่” สีหน้าเดอร์ริคยิ่งอึมครึมกว่าเก่า
อัลเจอร์เปลี่ยนท่านั่ง ใช้หลังเอนพิงพนัก
“ภารกิจสำรวจวิหารเต็มไปด้วยอันตราย ผมค่อนข้าง
มั่นใจว่าคุณจะไม่รอดกลับมาแบบปรกติ หากเกิดเสียชีวิต
ภายในซากปรักหักพังของวิหารเข้า แล้วใครจะเป็นผู้เปิดโปง
ความไม่ปรกติของอาวุโสโลเฟียร์? ใครจะคอยกอบกู้เมืองเงิน
พิสุทธิ์ให้รอดพ้นจากวิกฤติ? ต้องให้ผมช่วยเน้นย้ำอีกครั้งหรือไม่
พระผู้สร้างเสื่อมทรามคือเทพมารชั่วร้าย! คุณไม่ได้แสร้งทำเป็น
คลุ้มคลั่งเพื่อประโยชน์ส่วนตน แต่ทำไปเพราะความอยู่รอดของ
ชาวเมืองเงินพิสุทธิ์ทุกคน! ระหว่างศักดิ์ศรีของตัวเองกับความ
อยู่รอดของชาวเมืองจำนวนมาก สิ่งใดมีความสำคัญกว่ากัน?”
เดอร์ริคขบกรามแน่นก่อนจะพยักหน้าอย่างเชื่องช้า
“เข้าใจแล้วครับ ขอบคุณมาก มิสเตอร์แฮงแมน”
ออเดรย์และฟอร์สต่างแอบใช้มือก่ายหน้าผากภายในใจ
เด็กหนุ่มผู้ไร้เดียงสา เจ้าช่างหัวอ่อนนัก.
แต่นั่นก็ถือเป็นเรื่องดี ชุมนุมทาโรต์ของเราไม่ควรสูญเสีย
สมาชิกอย่างไม่เกิดประโยชน์ โดยเฉพาะสมาชิกภายในเมืองเงิน
พิสุทธิ์แสนหายาก.
ไคลน์ถอนหายใจพลางควบคุมให้เดอะเวิร์ลส่งเสียง
“ผมมีคำถามจะถามเดอะซัน คำถามอาจนำไปสู่การ
แลกเปลี่ยนค้าขาย…ดังนั้น ผมต้องการสนทนาแบบส่วนตัว”
ไคลน์รีบนำสมาธิกลับมายังร่างเดอะฟูลและพยักหน้ารับ
“ไม่มีปัญหา”
เมื่อทุกคนถูกบดบังการมองเห็นและการได้ยิน เดอะเวิร์ล
หันมาถามเดอะซัน
“เมืองเงินพิสุทธิ์มีวิธีลบการปนเปือนทางจิตของเทพมาร
บนตะกอนพลังพิเศษไหม?”
ไคลน์ต้องการถามเรื่องนี้มานานแล้ว แต่เมื่อประเมินว่าจัส
ติสและคนอื่นก็อาจให้ความสนใจ และถ้าเดอะซันตอบคำถาม
ไม่ได้ ทุกสายตาก็จะหันไปพึ่งพา ‘ตัวตนระดับเทพ’ อย่าง
เดอะฟูลทันที่ มันจึงไม่มีทางเลือกนอกจากข่มความอยากรู้
เอาไว้ก่อน
จนกระทั่งเมื่อครู่ จัสติสได้สร้างแรงบันดาลใจในการสื่อสาร
แบบส่วนตัวให้ชายหนุ่ม
“เมืองของเราไม่เคยเผชิญหน้าเทพมาร”
เด็กหนุ่มตอบเถรตรง
“แต่เคยได้ยินว่ามีวิธีแยกจิตใจอันบิดเบี้ยวของ ‘ผู้คลุ้ม
คลั่ง’ ออกจากตะกอนพลังพิเศษ”
นั่นแหละ! อาจนำมาปรับใช้กันได้ และเหนือสิ่งอื่นใด เรามี
มิติสายหมอกคอยอำนวยความสะดวก.
ไคลน์พยายามระงับอาการดีใจ มันควบคุมให้เดอะเวิร์ล
ซักถามต่อ
“แล้วคุณต้องการแลกเปลี่ยนด้วยสิ่งใด?”
“ไม่ว่าคุณจะเสนอสิ่งใด แต่ผมก็ยังหาข้อมูลมาตอบไม่ได้
ในตอนนี้ เทคนิคดังกล่าวถือเป็นความลับระดับสูง ต้องเป็น
สมาชิกระดับหัวหน้าทีมลาดตระเวนเป็นอย่างน้อย หรือไม่ก็
ระดับหัวหน้าทีมสำรวจ ตำแหน่งแรกต้องเป็นผู้วิเศษลำดับ 7
ส่วนตำแหน่งหลังต้องเป็นผู้วิเศษลำดับ 6 ขึ้นไป”
ฟูั่ว! ไคลน์ถอนหายใจผ่อนคลาย ตามด้วยการบังคับให้
เดอะเวิร์ลเปล่งเสียง
“หวังว่าคุณจะได้รับตำแหน่งนั้นโดยเร็ว”