ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 350 พลุไฟระยิบระยับ
กลุ่มกระสุนพุ่งเฉือนอากาศนัดแล้วนัดเล่า บางนัดส่องแสงสี
ทองแวววาว บางนัดแผ่แสงสีขาวสุกสว่าง แต่ทั้งหมดล้วนตรง
ไปยังส่วนศีรษะของสตีฟ
ต้องขอบคุณพลังควบคุมสมดุลร่างกายของตัวตลก และการ
ฝึกซ้อมยิงปืนอย่างไม่ขาดตกบกพร่องของตัวไคลน์เอง กระสุน
ทั้งหกนัดจึงกระทบในจุดเดิมทั้งหมด และยังเป็นจุดเดียวกับ
สองนัดแรกเมื่อครู่
ประหนึ่งกำปันแสงแห่งยักษา กระหน่ำชกใส่ศีรษะฝังซ้าย
บนใบหน้าสตีฟโดยไม่หยุดพัก
ท่ามกลางเสียงปืนดังระงมระลอกใหญ่ สตีฟ ผู้ถูก
พันธนาการด้วยเถาวัลย์ปริศนาสีเขียวเข้ม ย่อมมิอาจขัดขืนหรือ
หลบหลีกพ้น ร่างกายของมันสั่นกระตุกตามจังหวะ โหนกแก้ม
เกิดหลุมลึกพร้อมกับเผยให้เห็นกระดูกสีขาวโพลน
ปัง!
กระสุนนัดสุดท้ายเปิดทางสำเร็จ เรียกเลือดสีแดงเข้มจาก
ผู้วิเศษลำดับ 5 สุดทรงพลังออกมาได้ ส่งผลให้เพลิงสีขาวซึ่ง
คลอกใบหน้าสตีฟมาสักพัก ไหลซึมเข้าไปในบาดแผลจนเกิด
เป็นหมอกควันสีเขียวคละคลุ้ง
อำนาจของเพลิงแสงศักดิ์สิทธิ์ยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ เปลว
ไฟลามลงไปยังส่วนลำตัวของสตีฟอีกหลายจุด ผิวหนังไหม้
เกรียมและเริ่มละลายจนคล้ายจาระบีดำ
ทว่า มันยังมีชีวิตอยู่!
เมื่อเทียบกับนักเชิดหุ่น โรซาโก้ ผู้วิเศษลำดับ 5 เหมือนกัน
กายาของเส้นทางมนุษย์กลายพันธุ์นับว่าถึกทนกว่าหลายเท่า!
อย่างไรก็ตาม สตีฟในสภาพปางตายไม่เหลือเรี่ยวแรงพอจะ
ขัดขืนท่อนแขนประหลาดจำนวนมากจากปากประตู ร่างกาย
ถูกกระชากรุนแรงจนคล้ายกับกำลังบินเข้าไปหาดวงตาลี้ลับ
ภายในมิติปริศนาแห่งนั้น
โดยไม่รอช้า ชารอนรีบกำหมัดขวาด้วยใบหน้าชุ่มเหงื่อ
เส้นแสงจากมือขวาพลันสลายในพริบตา ส่งผลให้บาน
ประตูทองแดงลึกลับเริ่มขาดแหล่งกำเนิดพลัง
บานประตูเริ่มโงนเงนพร้อมกับรีบชักท่อนแขนจำนวนมาก
กลับ ตามด้วยการปิดอุโมงค์มิติก่อนสตีฟจะถูกดึงเข้าไป
ปัง!
บานประตูปิดสนิทเสียงดัง ก่อนจะเลือนรางลงและจาง
หายไปอย่างสมบูรณ์
ร่างของสตีฟยังคงแข็งที่อในจุดเดิมด้วยสภาพไหม้เกรียมสี
ดำสนิท คล้ายกับศพมัมมี่ก่อนนำไปพันผ้าและใส่ในโลงศพ
ชารอนกำหมัดขวาแน่นถนัด ด้วยพลังของมงกุฎจันทร์ชาด
ในมือซ้าย เธอเปลี่ยนกลับเป็นร่างวิญญาณและเคลื่อนตัวมา
ด้านหน้าเล็กน้อย
จากนั้นก็เริ่มสิงร่างสตีฟ
หญิงสาวหายไปจากการมองเห็นของไคลน์
แต่ไม่กี่วินาทีถัดมา ร่างกายอันไหม้เกรียมของสตีฟพลันชู
กำปันขึ้นและชกไปยังศีรษะตัวเองซึ่งกำลังบาดเจ็บสาหัส
โผละ!
ส่วนหัวสตีฟระเบิดออกในลักษณะเดียวกับผลแตงโมถูก
รถบรรทุกเหยียบ ของเหลวสีขาวข้นคล้ายนมสด สาดกระเซ็น
ไปในอากาศก่อนจะหยดลงบนพื้นจนเกิดคราบหลายจุด
ทันใดนั้น ร่างโปร่งใสของสิ่งมีชีวิตบางประเภทได้กระเด็น
ออกมาพร้อมกัน ลักษณะคล้ายแมงกะพรุนยักษ์ ด้านในบรรจุ
ของเหลวสีสันฉูดฉาดซึ่งไม่ควรมีอยู่จริงบนโลก ดวงตาสองข้าง
ของสัตว์ประหลาดมีลักษณะขาวซีด
ชารอนถูกสิ่งมีชีวิตประหลาดชนิดนี้ขับไล่ออกจากร่างสตีฟ
เธอจึงปรากฏตัวในจุดไม่ห่างจากมันนัก
โดยไม่รีรอ หญิงสาวเหยียดแขนซ้ายออกมาพร้อมกับขยับ
ปากพึมพำเสียงโหยหวน
เรื่องน่าตกตะลึงพลันบังเกิด พื้นดินในจุดดังกล่าวกลายเป็น
สีดำสนิทประหนึ่งทะเลโคลนไร้ก้นบึ้ง ถัดจากนั้น เกลียว
เถาวัลย์สีแดงโชกเลือดหลายเส้นผุดขึ้นจากบ่อโคลน แต่ละเส้น
ล้วนมีฟัน 4 ซี่และดวงตาหนึ่งคู่
กลุ่มเถาวัลย์แดงดังกล่าว งอกเผยจากพื้นดินและรัดพัน
สิ่งมีชีวิตคล้ายแมงกะพรุนยักษ์ไว้แน่นถนัด ตามด้วยการสูบ
ของเหลวสีสันฉูดฉาดออกมาจนหมด
แมงกะพรุนยักษ์เหี่ยวเฉาในพริบตา เถาวัลย์แดงฉานของชา
รอนหดกลับเข้าไปในบึงโคลนด้านล่างตามเดิม
แต่ในระหว่างนี้ ร่างไร้ศีรษะของสตีฟได้ลุกพรวดขึ้นพร้อม
กับออกวิ่งเต็มฝีเท้า มุ่งหน้าผ่านใจกลางลานกว้างตรงไปยัง
ทางออกของเขตโกดังสินค้าด้วยความรวดเร็ว
มันยังไม่ตาย แม้จะไม่มีหัวแล้วก็ตาม!
แต่หลังจากสตีฟวิ่งไปได้ไม่กี่ก้าว เสียงแหลมของบางสิ่ง
เสียดสีดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันยามค่ำคืน
เปั๊าะ!
เป็นไคลน์ ชายผู้สวมโค้ทกระดุมสองแถวสีดำเข้ม ทำท่าดีด
นิ้วพลางจ้องมองสตีฟ
บึ้มมมมมม!!
ดินโคลนใต้ฝั่าเท้าสตีฟพลันพวยพุ่งโดยมีแรงระเบิด
มหาศาลผลักดัน เพลิงสีแดงอมส้มลูกใหญ่ลุกท่วมร่างในทันที่
ทุกสิ่งลอยขึ้นท้องฟั้าไปพร้อมกัน และเมื่อถึงจุดสูงสุด
ทั้งหมดเริ่มทิ้งตัวหล่นลงมาด้านล่างตามแรงโน้มถ่วง ฉาก
ตรงหน้าช่างละม้ายคล้ายคลึงกับการจุดพลุฉลองในวันสำคัญ
ประจำปี
ระเบิดพลุไฟส่งผลให้ร่างกายสตีฟกระจัดกระจายเป็นหลาย
ส่วน อวัยวะไหม้เกรียมอันประกอบด้วยท่อนแขน ท่อนขา
เครื่องใน และเลือดสดเริ่มสาดกระเซ็นไปทั่วลานโล่ง นิ้วดำ
เกรียมข้างหนึ่งหล่นกลิ้งลงมาชนรองเท้าไคลน์อย่างน่า
สยดสยอง ส่วนขวดพิษชีวภาพได้กระเด็นไปตกอีกทาง
ชิ้นส่วนศพซึ่งเป็นตัวแทนการมีอยู่สุดท้ายของสตีฟ เกิด
กระตุกและยุบพองราวสองวินาทีหลังจากหล่นกระทบพื้น ก่อน
จะนิ่งสนิทอย่างสมบูรณ์ในหนึ่งอึดใจถัดมา
ท่ามกลางฉากพลุไฟอลังการ ไคลน์สัมผัสว่าพลังวิญญาณ
ของตนมีพัฒนาการ
รวมถึงพลังพิเศษซึ่งยังไม่เป็นของมันโดยสมบูรณ์ เริ่มให้การ
ยอมรับและเข้ามาหลอมรวมกับแก่นวิญญาณทีละนิด
ท่ามกลางบรรยากาศพาไป ไคลน์สลับปืนไปถือในมือซ้าย
หันไปมองชารอน และใช้มือขวาซึ่งสวมถุงมือดำกดลงบน
หน้าอกตัวเองพลางโน้มตัวคำนับอย่างสุภาพ
ชารอนใช้ดวงตาสีฟั้าครามจ้องมองตอบ
แต่ไม่ได้มองไคลน์
ความสนใจของเธอพุ่งตรงไปยังศึกดวลระหว่างมนุษย์หมา
ปั่าไทร์และซอมบี้มาริค
ทันใดนั้น ชารอนหายตัวกลมกลืนไปกับความมืด และแทบ
จะในพริบตา ดวงตาทั้งสองข้างของไทร์พลันปรากฏภาพเธอ
ไทร์ชะงักพฤติกรรมทันที่ เส้นขนทั่วร่างลุกตั้งชันด้วยความ
หวาดกลัวสุดขีด
สองมือไทร์บรรจงยกขึ้นด้วยอากัปกิริยาสั่นระริก คล้ายกับ
มีแรงขัดขืนจากด้านใน
จากนั้น ไทร์ลงมือบิดคอตัวเอง
กร็อบ!
ลำคอถูกบิดไปด้านหลัง ดวงตาของมันกำลังก้มมองกระดูก
สันหลังซึ่งเผยออกมาท่ามกลางเศษเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง
ปึด!
ไทร์ออกแรงบิดอีกครั้งพร้อมกับกระชากศีรษะออกจาก
ลำตัว
ตลอดกระบวนการ มันไม่ส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่แอะ
เดียว
ไทร์ถือส่วนหัวของตัวเองด้วยมือสองข้าง และปล่อยให้
ร่างกายไร้ศีรษะยืนตัวตรงในสภาพแข็งที่อเช่นนั้นสักพัก
ชารอนยังไม่ออกจากร่างไทร์ทันที่ ราวกับต้องการทดลอง
บางสิ่งให้แน่ใจ
ถัดมาไม่นาน เศษซากศพ-ส่วนร่างกายและศีรษะของไทร์
ได้ควบแน่นกลายเป็นผลึกเขี้ยวหมาปั่าสีเขียวเข้ม
ชารอนมีเทคนิคเร่งปฏิกิริยาตะกอนพลังด้วยหรือ? หืม ดู
เหมือนเงื่อนไขคงต้องประกอบด้วย สิงร่างเปั้าหมาย ฆ่า
เปั้าหมายขณะสิงร่าง และควบคุมร่างโดยสมบูรณ์.
เมื่อกระจ่าง ไคลน์โน้มตัวลงก้มเก็บปลอกกระสุน และเก็บ
กลับใส่กล่องโลหะทีละชิ้น
มันกังวลว่าทีมสืบสวนของทางการจะตรวจสอบหาความ
พิเศษของปลอกกระสุนทำเองพบ หากเป็นเช่นนั้น แม่ค้าอาวุธ
เถื่อนผู้มีช่างฝีมือหนุนหลังก็จะถูกสาวถึงตัว ชุมนุมลับของเนตร
แห่งปัญญาก็จะถูกเพ่งเล็งโดยทางการ และความปลอดภัยของ
ไคลน์ก็จะถูกคุกคามโดยไม่จำเป็น
สำหรับหัวกระสุน เรื่องนี้ไม่น่ากังวลสักเท่าไร หัวกระสุนทุก
นัดทำจากโลหะพิเศษและมีลักษณะเดียวกับ ‘แผ่นยันต์’
หมายความว่าพวกมันจะสลายไปทันทีหลังจากสำแดงอิทธิฤทธิ์
ของตัวเอง
หลังจากเก็บปืนลูกโม่ ไคลน์เดินย้ายตำแหน่งเพื่อรีบเก็บ
กวาดจุดเกิดเหตุให้เรียบร้อย แต่ทันใดนั้น ชารอนพลันหายตัว
มาโผล่ข้าง ‘ขวดพิษชีวภาพ’ ด้วยความเร็วอันน่าตกตะลึง
และสั่งให้ขวดแก้วสีน้ำตาลลอยขึ้นมาตกลงบนฝั่ามือตัวเอง
อย่างนุ่มนวล
ขณะสมองไคลน์ยังไม่ทันประมวลผล วิญญาณสาวสวย
สะบัดข้อมือโยนขวดพิษชีวภาพและผลึกเขี้ยวสีเขียวเข้มมาให้
…เพื่อให้ประหยัดเวลา เธอจึงช่วยเก็บผลตอบแทนในส่วน
ของเรา?
ไคลน์ประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็ยังคงทำตามแผนเดิม มัน
หยิบเศษกระดาษออกมาห่อวัตถุวิเศษทั้งสองชิ้นไว้อย่างแน่น
หนา ไม่กล้าใช้มือเปล่าสัมผัสสิ่งของส่งเดชอีกแล้ว
ตัวอย่างความน่าสมเพช สตีฟได้แสดงให้เห็นเป็นประจักษ์
ในวินาทีนี้ เดรสโกธิกสีดำของชารอนไม่ได้เรียบเนียนและ
สะอาดสะอ้านเหมือนทุกครั้ง มันกำลังปลิวไสวภายใต้ลมเอื่อย
ยามค่ำคืนด้วยสภาพชำรุดทรุดโทรม เส้นผมสีทองอ่อนก็ไม่ได้
ถูกเกล้ามวยอย่างสวยงาม ปอยผมบางกลุ่มหล่นมากปรกหน้า
บางกลุ่มหล่นลงมาติดคราบเหงื่อสองข้างแก้ม
สำหรับไคลน์ ภาพตรงหน้ามอบความรู้สึกใกล้เคียงมนุษย์
มากกว่าในยามปรกติ
หืม ขวดพิษชีวภาพมีฝาปิดในตัวเอง.
ชักอยากรู้แล้วว่าผลข้างเคียงของสมบัติวิเศษชนิดนี้คือสิ่ง
ใด.
ไคลน์ก้มหน้าสำรวจ ‘รางวัล’ สักพัก ก่อนจะขยับฝาสีดำ
ซึ่งห้อยอยู่ตรงปากขวดเพื่อปิดให้มิดชิด จะได้ไม่แพร่พิษออกมา
ทำร้ายผู้ใด
ทางด้านผลึกเขี้ยวสีเขียวเข้ม ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ต้องเป็น
ตะกอนพลังของผู้วิเศษเส้นทางมนุษย์กลายพันธุ์ ลำดับ 7
มนุษย์หมาปั่าแน่นอน
ไคลน์นำห่อรางวัลสองชิ้นเก็บไว้ในกล่องโลหะซึ่งเตรียมเพื่อ
การนี้โดยเฉพาะ จากนั้นก็ใช้ผงรัตติกาลศักดิ์สิทธิ์สร้างกำแพง
วิญญาณผนึกกล่องไว้ ไม่ให้อิทธิพลของพวกมันแผ่ออกไปยัง
บุคคลข้างเคียง ขณะเดียวกันก็จ้องมองร่างชารอนค่อยๆ เลือน
หายไปในความมืด
ด้านศพของสตีฟกำลังยุบพองพร้อมกับสร้างผลึกแสงสว่าง
หนึ่งจุด
ไคลน์ยังไม่เลิกระแวงมาริค สำหรับชารอนผู้ครอบครอง
มงกุฎจันทร์ชาดนั้นพอเข้าใจได้ แต่มันไม่มีทางทราบอาการของ
มาริคได้เลย ไคลน์เกรงว่าอีกฝั่ายอาจเสียสติและทำร้ายตนเพื่อ
แย่งชิงสมบัติ
ท่ามกลางสายตาระแวง ชายหนุ่มพบว่าพลังฟืนฟูของซอมบี้
ช่างน่าทึ่ง บาดแผลตามลำตัวซึ่งเคยลึกถึงกระดูก ถูกสมานเป็น
เนื้อเดียวกันจนเรียบเนียน
มาริคจ้องมองไคลน์ด้วยสายตาลุ่มลึก
ราวกับมันจดจำบางสิ่ง และเข้าใจบางสิ่ง
เมื่อจัดการเสร็จ ไคลน์เดินต่อไปอีกสิบกว่าก้าว และก้มหยิบ
กล่องเหล็กซึ่งถูกเหล่าซอมบี้และเงาดำรุมแย่งกันขุดขึ้นมา ตาม
ด้วยการชำเลืองมองจนพบนกหวีดทองแดงอะซิกและมาสเตอร์
คีย์ ถูกหมกไว้ท่ามกลางกลุ่ม ‘เทียนไขละลาย’ รูปทรงคล้าย
มนุษย์
ไคลน์ทำเพียงจ้องมองโดยไม่กล้าก้มหยิบ
อิทธิพล ‘จันทร์เต็มดวง’ ของมงกุฎจันทร์ชาดกำลัง
แสดงผลอยู่!
นี่คือกับดักสุดท้ายซึ่งไคลน์จะไม่ใช้มันเด็ดขาดหากยังมีแผน
อื่นสำรองอยู่ เพื่อให้มั่นใจว่ากับดักจะทำงานตรงตามความ
ต้องการ มันลงทุนตระเวนไปยังห้องดับจิตโรงพยาบาลหลาย
แห่ง เพื่อสำรวจพฤติกรรมหลังจากซอมบี้ได้รับนกหวีดทองแดง
ไปครอบครอง การทดลองคราวนี้ช่วยให้ชายหนุ่มสามารถ
ออกแบบผลลัพธ์ในอุดมคติของตัวเองได้
“อะแฮ่ม รบกวนช่วยปิดการทำงานของมงกุฎจันทร์ชาด
ได้ไหม?”
ไคลน์หันไปมองชารอนผู้กลับคืนร่างเนื้อ
ปัจจุบัน เธอกำลังถือตุ๊กตาโปร่งใสไว้ในมือข้างหนึ่ง เป็น
วัตถุชิ้นใหม่ซึ่งไคลน์ไม่เคยพบมาก่อน
โดยไม่กล่าวสิ่งใด ชารอนใช้มืออีกข้างนำมงกุฎจันทร์ชาดมา
วางบนอก
ทันใดนั้น วงแหวนทับทิมรอบมงกุฎพลันอับแสง ส่งผลให้
ดวงจันทร์ขนาดย่อส่วนหยุดการแผ่คลื่นพลังสีแดงนวลไปพร้อม
กัน
เมื่อเห็นภาพดังกล่าว ไคลน์รีบโน้มตัวก้มหยิบพวงกุญแจสี
ดำด้วยปลายนิ้ว และดึงมาสเตอร์คีย์สีทองเหลืองกับนกหวีด
ทองแดงของอะซิกขึ้นมาพร้อมกัน ก่อนจะนำไปใส่กล่องบรรจุ
กระสุนพิเศษและทำการปิดผนึกด้วยกำแพงวิญญาณแน่นหนา
ขณะเดียวกัน มาริคเดินวนไปรอบจุดเกิดเหตุเพื่อทำลาย
หลักฐานทั้งหมดทิ้ง
ชารอนก้มหยิบหมวกใบเล็กของเธอและหายตัวกลมกลืนไป
กับความมืด จากนั้นก็ปรากฏตัวอีกครั้งตรงหน้าไคลน์
“ฉันวางหนังสือแห่งความลับไว้ในห้องนอนคุณแล้ว”
หญิงสาวกล่าวอย่างใจเย็น
หืม หมายความว่า ต่อให้ภารกิจไม่สำเร็จ แต่ถ้าเรามีชีวิต
รอดกลับไป ก็จะได้รับรางวัลตอบแทนในความยากลำบาก ไม่มี
การเหน็ดเหนื่อยหรือเจ็บตัวอย่างสูญเปล่า.
ไคลน์ยิ้มพร้อมกับโค้งคำนับ
“ขอบคุณสำหรับความใจกว้าง หน่วยพิเศษของทางการ
ใกล้มาถึงแล้ว พวกเราควรรีบไปจากตรงนี้”
ชารอนพยักหน้ารับ ก่อนจะซักถาม
“ให้ฉันช่วยไหม?”
“ไม่จำเป็น” ไคลน์หัวเราะ
“ผมยังเหลือดอกไม้ไฟอยู่”
ขณะกล่าว ชายหนุ่มยกมือขึ้นพร้อมกับดีดนิ้วเสียงดัง
บึ้ม! บึ้ม! บึ้ม!
ระเบิดตกค้างทั้งหมดทำงาน ส่งเปลวเพลิงสีส้มลุกโชติช่วง
ลอยขึ้นท้องฟั้า
ระเบิดลูกใหญ่สุดถูกวางไว้ใจกลาง โดยมีระเบิดลูกรอง
ล้อมรอบอย่างงดงาม นับเป็นเทศกาลดอกไม้ไฟอันหาดูได้ยาก
ยิ่ง
ชารอนจ้องมองอย่างหลงใหลสักพัก ก่อนจะหันกลับมาหา
ไคลน์ และพบว่าชายหนุ่มไม่อยู่ในจุดเดิมอีกแล้ว เหลือทิ้งไว้
เพียงประกายไฟสีส้มระยิบระยับ
เมื่อพ้นจากลานโล่งในเขตโกดัง ไคลน์เดินอ้อมไปทาง
ตะวันตกเฉียงเหนือเพื่อให้แน่ใจว่า ตนจะไม่เผชิญหน้าหน่วย
พิเศษของทางการเข้าโดยบังเอิญ ไม้ขีดไฟก้านแล้วก้านเล่าตาม
ทางถูกจุดและดับมอดในพริบตา เกิดเป็นเศษประกายไฟเล็กๆ
ยากจะสังเกตเห็น
ไคลน์อาศัยแนวไม้ขีดไฟซึ่งตนวางเตรียมไว้ล่วงหน้า พา
ตัวเองออกจากอู่ต่อเรือไบลัมตะวันตกด้วยเวทมนตร์กระโจนไฟ
ตลอดทาง
หลังจากนั้น มันล้วงหยิบขวดน้ำมันสกัดชนิดพิเศษและเทใส่
ฝั่ามือ สิ่งนี้คือน้ำยาล้างสีทาหน้า ไคลน์เตรียมไว้เพื่อลบร่องรอย
การปลอมตัวทั้งหมด
ปิดท้ายด้วยการใช้กระดาษเช็ดหน้าให้แห้ง
เปั๊าะ!
เมื่อใช้เสร็จ มันเผาเศษกระดาษจนไหม้เกรียมเหลือเพียง
ซากขี้เถ้าสีดำ
ถัดมา ไคลน์เดินตรงไปยังจุดซ่อนอุปกรณ์ ซึ่งมีไม้เท้าและ
หมวกทรงกึ่งสูงถูกวางแอบไว้ก่อนแล้ว มันจัดระเบียบร่างกาย
จนเรียบร้อยและเดินกลับเข้าไปในถนน แฝงปะปนกลับกลุ่ม
ผู้คนอย่างแนบเนียน
ผ่านไปสักพัก ไคลน์เดินมาถึงหน้าวิหารแห่งหนึ่ง ปั้ายเขียน
ไว้ว่า ‘วิหารชะแลง’
เมื่อศาสนิกชนส่วนใหญ่ไม่ใช่คนร่ำรวยหรือมีวันว่างวัน
อาทิตย์ วิหารส่วนใหญ่จึงเปิดทำการจนถึงช่วงตีหนึ่งตีสองของ
อีกวัน เพื่อให้เหล่าแรงงานและกลุ่มอาชีพเลิกงานดึกสามารถ
เข้ามาสักการะได้ตลอดเวลา
ไคลน์เงยหน้ามอง ก่อนจะวางไม้ค้ำสีดำลงบนบันไดทีละขั้น
และย่างกรายตามหลัง
จากบทเรียนในอดีต มันไม่ต้องการเดินสวนกับตำรวจตาม
ท้องถนนอีกแล้ว
.
หลายนาทีถัดมา หน่วยจิตแห่งจักรกลปรากฏตัวบนเขต
โกดังร้างและลานโล่ง
พวกมันมีทั้งหมดห้าคน ทุกคนพกพาอาวุธวิเศษทรงพลัง
พร้อมทำศึก แต่ก็ต้องประหลาดใจเมื่อได้เห็นจุดเกิดเหตุถูกเก็บ
กวาดจนสะอาดสะอ้าน
เมื่อมองไปรอบตัวหนึ่งหน หัวหน้าทีมเริ่มออกคำสั่งให้
ลูกน้องตรวจสอบหาเบาะแส
.
วิหารชะแลง
เนื่องจากยังไม่ถึงห้าทุ่มตรง ผู้คนจึงยังมีให้เห็นพอประมาณ
แต่กลับไม่มีใครเลยกล้าส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น โถงสวดมนตร์
เงียบสงัดจนยากจะเชื่อว่ามีหลายชีวิตนั่งอยู่ มอบบรรยากาศ
ศักดิ์สิทธิ์และสงบจิตใจให้แก่ทุกคนภายในบริเวณ
ไคลน์นั่งบนม้านั่งยาวในแถวสาม มันวางไม้ค้ำพิงไว้หน้า
ด้านพร้อมกับถอดหมวกผ้าไหมทรงกึ่งสูงวางตัก
ในชุดโค้ทกระดุมสองแถวสีดำ ชายหนุ่มประสานมือไว้ใต้
คางพลางหลับตาก้มหน้าสวดมนตร์อย่างเป็นธรรมชาติ สีหน้า
และภาษากายไม่มีสิ่งใดผิดปรกติ แม้จะกำลังเผชิญกับตรา
ศักดิ์สิทธิ์ทรงสามเหลี่ยมซึ่งมันไม่ได้ศรัทธาเลยก็ตาม