ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 384 ตรวจสอบด้วยตาตัวเอง
เขตราชินี คฤหาสน์หรูของเคาต์ฮอลล์
กลิ่นอันหอมหวานของสุดยอดกาแฟแห่งเฟเนพ็อต-กาแฟ
ภูเขานักบุญเดอเซย์ กำลังผสมผสานเข้ากับชาดำราชินีอย่างลง
ตัว เกิดเป็นบรรยากาศรัญจวนชวนเมามาย ทั้งหมดถูกนำมา
เสิร์ฟบนชุดถาดชาสามชั้นหรูหรา พร้อมกับของหวานสุดโอชะ
นานับชนิด
นี่คืองานเลี้ยงน้ำชาคุณภาพสูง จัดขึ้นโดยคุณหนูออเดรย์
แห่งตระกูลฮอลล์
แขกในงานไม่ใช่ใครอื่น เหล่าทายาทขุนนางสายเลือดแท้ผู้
สูงศักดิ์ ขณะเดียวกันก็ยังเป็นผู้คลั่งไคล้ในศาสตร์เร้นลับ ทุกคน
กำลังนั่งล้อมวงและพูดคุยอย่างออกอรรถรส
ภายใต้การชักนำของออเดรย์ เจน เมอร์เร่ คริสทีน และคน
อื่น ต่างทวีความสนใจในตัวจักรพรรดิมืด-จอมโจรวีรบุรุษ ผู้
กลายเป็นคนดังไปชั่วข้ามคืน
แน่นอน ทุกสายตากำลังจดจ้องไปทางทายาทขุนนางใหญ่
คานซ์·ลิเยอร์เซ่น หนึ่งในสมาชิกของ MI9
“จักรพรรดิมืดใช้พลังพิเศษแบบใด?” สาวน้อยหน้า
หวาน คริสทีน ซักถามสงสัย
จากบรรดาขุนนางเหล่านี้ บรรดาศักดิ์ต่ำสุดคือผู้มีบิดาเป็น
ไวเคาต์ ฉะนั้น เพื่อสนองความอยากรู้อยากเห็นในศาสตร์เร้น
ลับ ทุกคนจึงมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลด้านโอสถและพลังพิเศษ
เพียงแต่ว่า เฉกเช่นออเดรย์เมื่อก่อน ไม่มีใครต้องการเข้าร่วม
เหยี่ยวราตรี จิตแห่งจักรกล ทูตพิพากษา หรือ MI9 เหมือนกับ
คานซ์
ตระกูลของพวกเขาและเธอมิได้ถือครองประวัติศาสตร์
ยาวนานนับพันปี หรือต่อให้เป็นตระกูลขุนนางใหญ่และสนิทชิด
เชื้อกับราชวงศ์ออกัสตัสมาตั้งแต่ยุคสมัย 4 ก็ยังไม่มีตระกูลใด
ได้รับสูตรโอสถพระราชทาน ไม่เว้นแม้แต่ตระกูลของนายพล
ใหญ่รุ่นปัจจุบัน
เมื่อไม่มีสูตรโอสถ จึงไม่ทราบว่าต้องใช้วัตถุดิบวิเศษใดบ้าง
ดังนั้น ต่อให้บังเอิญมีวัตถุดิบวิเศษในครอบครอง ก็ไม่มีวันทราบ
ว่าสิ่งนี้เป็นประโยชน์ และคงปรุงยาออกมาไม่ได้
ปัจจัยข้างต้นคือขีดจำกัดขวางกั้นมิให้เจน เมอร์เร่ คริสทีน
และคนอื่น กลายเป็นผู้วิเศษ จริงอยู่ พวกเขามีสิทธิ์ตามหาสูตร
โอสถด้วยตัวเอง แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกเช่น
ส่วนเหตุผลว่า ทำไมอาวุโสของตระกูลขุนนางถึงไม่แจกจ่าย
สูตรโอสถให้ทายาทรุ่นหลัง? เรื่องนี้อยู่นอกเหนือความเข้าใจ
ของหนุ่มสาวเหล่านี้ อาจเป็นไปได้ทั้งสองทาง คือ มีการทำ
เช่นนั้นจริงแต่ยังไม่เปิดเผย หรือ ไม่มีการทำเช่นนั้นแต่แรก
เหนือสิ่งอื่นใด เรื่องนี้ขัดต่อกฎหมาย หากข้อมูลดังกล่าว
รั่วไหลไปถึงหูกษัตริย์ ก็มีสิทธิ์ถูกริบบรรดาศักดิ์ขุนนางกลับคืน
เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ภายในห้องดื่มชากลับมีคนทรยศอยู่ถึงสอง
หนึ่งคือออเดรย์ ลำดับ 8 นักอ่านใจ และอีกคนหนึ่งคือกายลิน
ผู้กำลังรวบรวมวัตถุดิบวิเศษ ใกล้จะได้เป็นนักปรุงยาในอีกไม่ช้า
คานซ์ หนุ่มมาดเข้มตัวสูงผอม จิบกาแฟในแก้วและเริ่มเล่า
“ผมคงตอบพวกคุณตามตรงไม่ได้ แต่จะช่วยบอกใบ้บาง
ประการ นอกจากเหตุแก๊สระเบิดภายในห้องซึ่งเชื่อกันว่าเป็น
ลานต่อสู้ ทางกองทัพใช้เทคนิคพิเศษหลากชนิดในการ
ตรวจสอบ จนกระทั่งพบการใช้พิษรุนแรง เวทมนตร์สลับร่าง
เสียงหวีดของวิญญาณอาฆาต กระสุนควบแน่นพลังศักดิ์สิทธิ์
และพลังพิเศษชนิดอื่นอีกเล็กน้อย อนึ่ง จักรพรรดิมืด… ไม่สิ
จอมโจรวีรบุรุษคนนั้นอยู่ในร่างวิญญาณตลอดเวลา”
ดูเหมือนจะไม่ใช่คนเดียวกับผู้สังหารพลเรือโทแห่งวายุ คีลิง
เกอร์ และไม่ใช่ผู้สังหารลาเนวุสในท่อระบายน้ำ… หรือจะเป็น
ผู้รับใช้หมายเลขสาม ผู้ลงมือจารกรรมไพ่จักรพรรดิมืดไปจาก
พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ?
ลำพังเบ็คลันด์เมืองเดียว ท่านก็มีผู้รับใช้แข็งแกร่งมากถึง
สามเชียวหรือ… ท่านมีผู้รับใช้ทั้งหมดเท่าไรกันแน่?
ออเดรย์เริ่มใจเต้นตึกตัก ก่อนซักถาม
“หมายความว่า คงเกิดการต่อสู้อันดุเดือดระหว่างผู้วิเศษ
ด้วยใช่ไหม?”
โดยไม่เปิดโอกาสให้คานซ์ตอบ เมอร์เร่ เด็กหนุ่มผู้ถูกออเด
รย์กระตุ้นให้ตื่นเต้น รีบชิงถามไปไกลกว่านั้น
“ถ้าเดาไม่ผิด ในคฤหาสน์ของคาพินต้องมีผู้วิเศษคนอื่น
อีกใช่ไหม? แถมยังทรงพลังมาก และอาจจะมีมากกว่าหนึ่ง
คน?”
“แต่หมอนั่นเป็นแค่นักค้ามนุษย์เองนะ…”
ไวเคาต์กายลินพึมพำแสดงความเห็น
ออเดรย์เผยรอยยิ้มสง่างามมุมปาก แต่เธอไม่ถามสิ่งใดต่อ
เพียงจ้องมองและรอคอยคำตอบจากปากคานซ์·ลิเยอร์เซ่น
MI9 หนุ่มอมยิ้ม
“ผมบอกได้เพียงว่า เมอร์เร่คาดเดาถูกต้อง พวกคุณก็คง
ไม่อยากให้ผมถูกหัวหน้าลงโทษทางวินัยใช่ไหม?”
สรุปได้ว่า ภายในคฤหาสน์คาพินมีผู้วิเศษทรงพลังมากกว่า
หนึ่งคน…
ไม่ผิดแน่ มันไม่ใช่แค่นักค้ามนุษย์ธรรมดา บางที่ อาจมีส่วน
พัวพันกับกิจกรรมชั่วร้ายทางศาสตร์เร้นลับ…
นักค้ามนุษย์… หรือจะเป็นพิธีกรรมบูชายัญมนุษย์จำนวน
มาก? ผู้รับใช้มิสเตอร์ฟูลเล็งจู่โจมด้วยเหตุผลนี้เองหรือ?
เหมือนกับกรณีลาเนวุสไม่มีผิด อีกฝั่ายเกี่ยวข้องกับลัทธิมาร
และการสังเวย รวมไปถึงการจุติของทายาทพระผู้สร้าง
แท้จริง… เราชักอยากรู้แล้วว่า องค์กรลับเบื้องหลังคาพินเป็น
พวกใดกันแน่…
เข้าใจแล้ว เปั้าหมายของมิสเตอร์ฟูลจะมีกลุ่มคนชั่วอยู่
เบื้องหลังเสมอ โดยเฉพาะเหล่าเทพมาร… ท่านแค้นใจอะไร
พวกเทพมารนัก?
ท่านทำลายแผนของเทพมารไปกี่ตนแล้ว?
ออเดรย์เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวในใจด้วยอารมณ์
หลากหลาย
ศัตรูของชุมนุมทาโรต์คือเทพมาร!
นอกเหนือจากนั้นไม่คู่ควร!
หรือว่ามิสเตอร์ฟูลต้องการได้รับสมญานาม ‘นักปราบเทพ
มาร’?
ออเดรย์เม้มริมฝีปากพลางหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี
ทันใดนั้น เด็กสาวพลันชะงักใบหน้า ก่อนจะรีบขอขมาในใจ
ออเดรย์ เธอจะทำแบบนี้ไม่ได้! กล้านำพระนามอันศักดิ์สิทธิ์
ของมิสเตอร์ฟูลมากล่าวติดตลกได้อย่างไร…
…
เที่ยงตรง ไคลน์กลับถึงถนนมินส์และได้พบกับวัตถุชนิดหนึ่ง
ซึ่งตรงตามความคาดหมายของมัน-จดหมาย เป็นจดหมายจาก
เฒ่าโคห์เลอร์ ส่งโดยใช้วิธีจ้างคนขับรถม้า
นี่คือข้อตกลงระหว่างไคลน์และโคห์เลอร์ ในกรณีอีกฝั่าย
ต้องการแจ้งเรื่องด่วน
จากการประเมินของไคลน์ โคห์เลอร์ผู้อ่านไม่ออกเขียน
ไม่ได้ คงร่างจดหมายพอเป็นพิธี และวาดรูปหรือสัญลักษณ์สื่อ
แทนเพื่ออธิบายให้ตนเข้าใจ แต่ความจริงแล้วผิดถนัด เนื้อหาใน
จดหมายถูกเขียนด้วยตัวหนังสือบรรจงและมีความยาว
พอประมาณ
หลังจากชำเลืองอ่านหนึ่งรอบ ไคลน์พบว่าลายมือตรงกับ
สมุดคำศัพท์ของเดซี่
ดูเหมือนเด็กคนนั้นจะช่วยโคห์เลอร์เขียนจดหมาย…
กระดาษไม่มีคราบเปียกชื้น หมายความว่าโคห์เลอร์ให้เดซี่
ออกมาช่วยเขียนข้างนอกเป็นการเฉพาะ…
ไคลน์เปิดประตูห้องนั่งเล่นเพื่อเตรียมหาจุดนั่งอ่าน
ชายหนุ่มถอดหมวกและพิงไม้ค้ำไว้ข้างกำแพง แต่ไม่ยัง
ถอดโค้ทออก เนื่องจากเตาผิงภายในบ้านยังไม่ได้มอบความ
อบอุ่น ห้ามประมาทอากาศเย็นช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนโดย
เด็ดขาด
เนื้อหาในจดหมายไม่ซับซ้อน ย่อมต้องเป็นเช่นนั้น เดซี่เองก็
ไม่ได้เชี่ยวชาญทางภาษาหรือวรรณกรรมอะไรนัก
เด็กสาวเขียนขอบคุณ ‘คุณนักสืบ’ สำหรับความมีน้ำใจ
ตามด้วยการเล่าว่ากลับถึงบ้านได้อย่างไร และในตอนสุดท้าย
เธอเลือกใช้คำอย่างชาญฉลาด รบกวนให้ ‘คุณนักสืบ’ นำ
สมุดศัพท์ของตนติดตัวมาด้วยหากมีโอกาสแวะเขตตะวันออกใน
โอกาสหน้า
เป็นเด็กสุภาพเรียบร้อยอะไรเช่นนี้…
ไคลน์ยิ้มพลางดีดนิ้วเผาทำลายจดหมายจนไม่หลงหลักฐาน
ใดทิ้งไว้
มันวางแผนจะไปเยือนเขตตะวันออกในวันพรุ่งนี้ทันที่ เพื่อ
คืนสมุดศัพท์ให้เดซี่ รวมถึงการชดเชยค่ากระดาษ ปากกา และ
ค่าส่งจดหมายให้เฒ่าโคห์เลอร์
ขณะเกิดความคิดดังกล่าว มันรำพัน
“หัวหน้า ความรู้สึกของการถูกลูกน้องเบิกเงินเป็นแบบนี้
เองหรือ…”
โดยไม่ปล่อยให้เวลาสูญเปล่า ไคลน์ออกจากบ้านและมุ่ง
หน้าไปยังสโมสรครักซ์ทันที่ มันทราบดี หากแวะเข้าไปในช่วง
ศุกร์บ่าย โอกาสได้พบศัลยแพทย์อลันมีสูงมาก ไคลน์ต้องการ
ถามถึงความคืบหน้าของเด็กหนุ่มวิล·อัสติน ผู้ทำให้ดวง
ชะตาของอลันแย่ลงด้วยไพ่ทาโรต์
เมื่อย่างกรายเข้าไปในสโมสรศรักซ์บนเขตฮิลสตัน ชายหนุ่ม
กล่าวทักทายบริกรชายในเสื้อกั๊กสีแดง
“ขอชาดำมาร์ควิสหนึ่งถ้วยและขนมทานเล่นคู่กันหนึ่งชุด
รบกวนนำมาเสิร์ฟบนโต๊ะตรงมุมห้องโถงใหญ่ โต๊ะเดียวกับ
นักข่าวไมค์ ดอกเตอร์อลัน และคนอื่นๆ”
ขณะกล่าว ไคลน์เหลือบมองศัลยแพทย์มาดเย็นชา
อลัน·คริสต์ ผู้สวมแว่นตากรอบทองหรูหรา เหลือบมอง
นักข่าวประจำหนังสือพิมพ์เกาะกระแสรายวัน ไมค์·โยเซฟ ผู้
มีดวงตาสีฟั้าทรงเส่นห์ และเคยทำงานด้วยกันมาแล้วสองหน
เหลือบมองครูสอนขี่ม้าชนชั้นสูง ทาลิม·ดูมงต์ ผู้ปรากฏตัว
ในสโมสรบ่อยครั้ง เป็นรองเพียงไคลน์คนเดียว
“นึกว่าใคร คุณยอดนักสืบนี่เอง พวกเรากำลังพูดถึงคุณ
พอดี” ทาลิมยิ้มทักทาย
“กำลังนินทาผมอยู่หรือ?” ไคลน์ขำขัน
ไมค์ลุกขึ้นมาจับมือ
“ผิดแล้ว ผมต้องการจ้างคุณต่างหาก”
“คราวนี้ด้วยธุระอันใด?” ไคลน์หันไปผงกศีรษะให้อลัน
และนั่งลง
ไมค์หัวเราะเสียงค่อย
“คงอ่านหนังสือพิมพ์แล้วใช่ไหม? คาพินถูกฆ่าตายโดย
ฝีมือจอมโจรวีรบุรุษจักรพรรดิมืด! หลังจากนั้น วีรกรรมฉาวโฉ่
ของมันก็ถูกเปิดโปงจนหมด! แค่คิดก็ตื้นตันใจแล้ว! ในฐานะ
นักข่าว ผมจำเป็นต้องตามกระแสอย่างเลี่ยงไม่ได้ จึงมีแผนว่า
จะสืบหารายชื่อเหยื่อ ผมหมายถึง บรรดาเด็กสาวของเขต
ตะวันออกผู้ได้รับอิสระกลับคืน จากนั้นก็หาโอกาสสัมภาษณ์ที
ละคน ให้มวลชนได้รับรู้ความโหดร้ายจนยากเกินอภัยของ
คาพิน แน่นอน ชื่อและใบหน้าของเหยื่อทุกคนจะถูกปิดเป็น
ความลับ”
มันเว้นวรรค ก่อนจะบีบเสียงให้ต่ำ
“ว่ากันตามตรง ความจริงแล้ว ผมมีจุดประสงค์อื่นแอบ
แฝง ผมต้องการทราบว่า ครอบครัวของเด็กสาวเหล่านี้สนิท
สนมกับผู้มีพลังพิเศษหรือไม่… ใครจะไปรู้ บางที่ เพื่อนคนนั้น
อาจเป็นจอมโจรวีรบุรุษจักรพรรดิมืดก็ได้!”
ตรงหน้านายนี่ไง…
มุมปากไคลน์เกือบกระตุกขณะยิ้มให้ไมค์
“ในเมื่อพวกเราเคยทำงานด้วยกันในเขตตะวันออก
มาแล้วครั้งหนึ่ง แถมยังมีความเชื่อใจและคุ้นเคยต่อกันเป็น
อย่างดี จึงไม่มีเหตุผลให้ผมต้องปฏิเสธ”
“ขอให้งานของเราผ่านไปอย่างราบรื่น” ไมค์ยื่นแขน
ออกมาขอจับมือ “คงเริ่มงานวันพรุ่งนี้หรือไม่ก็วันมะรืน จ่ายใน
อัตราเดียวกับคราวก่อน เริ่มต้นสิบปอนด์”
ทันใดนั้น อลัน ผู้นั่งฟังอย่างเงียบงันมาตลอด หาจังหวะพูด
แทรก
“เชอร์ล็อก ผมต้องการจ้างคุณเช่นกัน เริ่มงานช่วงเย็น
วันนี้ หรือไม่ก็หลังมื้อค่ำ”
กิจการนักสืบของเรากำลังรุ่งเรืองสินะ…
ไคลน์ยิ้ม
“ชนกับไมค์หรือไม่?”
“ไม่” อลันส่ายหัว “ดวงของผมดีขึ้นมากในระยะหลัง
นั่นยิ่งทำให้ผมสงสัยว่า ความโชคร้ายก่อนหน้า อาจมีบ่อเกิดมา
จากไพ่กงล้อแห่งโชคชะตากลับหัวของเด็กคนนั้นจริง ผมคาใจ
ในเรื่องนี้มาสักพักแล้ว กล้าสาบานต่อหน้าพระองค์ได้เลยว่า
ผมทำดีกับเขามาตลอดไม่เคยคิดร้าย แต่ทำไมเด็กคนนั้นถึงต้อง
สาปให้ผมโชคร้ายด้วย? ดังนั้น ผมต้องการแวะไปหาเขาโดยตรง
เพื่อยืนยันให้แน่ใจว่า เขาไม่มีเจตนาสาปให้ผมดวงซวยจริง
“อย่างไรก็ตาม ผมเกรงว่าอาจเกิดปัญหาแบบเดิมตามมา
ในภายหลัง หรือเลวร้ายกว่ายิ่งนั้น จึงอยากจ้างคุณคอยคุ้มกัน
เป็นเวลาหนึ่งคืน ไม่กระทบกับงานของไมค์แน่นอน”
ทางนี้ก็กำลังต้องการแบบนั้นอยู่พอดี!
หลังจากท้าทายความเป็นไปไม่ได้และหมั่นทำดีต่อเพื่อน
ร่วมโลก ดูเหมือนชีวิตเราจะเริ่มเกิดผลด้านบวกบ่อยครั้ง…
หรือเราจะกลายเป็นราชันเหลืองดำผู้ครองโชคลาภไปแล้ว?
ไคลน์ค่อนข้างประหลาดใจกับข้อเสนอไม่คาดฝัน มันอมยิ้ม
และตอบกลับ
“ไม่มีปัญหา ไว้ค่อยตกลงกันเรื่องค่าจ้าง”
…
ณ เมืองเงินพิสุทธิ์
เดอร์ริค·เบเกอร์กำลังนั่งสำรวจหนอนแมลงโปร่งใสซึ่งมา
พร้อมวงแหวน 12 วง สิ่งนี้คือของดูต่างหน้าจากร่างแยกอา
มุนด์
แต่เดิม เด็กหนุ่มต้องการถามเดอะฟูลว่า หนอนตัวนี้คือ
อะไรกันแน่ แต่เมื่อพิจารณาว่าตนเพิ่งรบกวนตัวตนระดับเทพ
ไปเพียงไม่นาน จึงไม่กล้าซักถามเพิ่มเติม และตัดสินใจรอให้ถึง
การชุมนุมคราวหน้า ค่อยนำหนอนตัวนี้ไปซักถามแฮงแมน จัส
ติส กับคนอื่นๆ
หลังจากนำหนอนไปซ่อน เดอร์ริคพลันฉุกคิดบางสิ่งได้ เป็น
เรื่องเกี่ยวกับทีมสำรวจซึ่งนำโดยอาวุโสโลเฟียร์ ปั่านนี้ ทีม
ดังกล่าวคงใกล้กลับมาถึงเต็มที่ เนื่องจากวิหารของพระผู้สร้าง
เสื่อมทรามมีระยะทางไม่ห่างจากเมืองเงินพิสุทธิ์มากนัก
เพียงแต่ยังไม่เคยมุ่งหน้าไปทางนั้นมาก่อน
มันต้องไปดูผลลัพธ์ด้วยตาตัวเองให้ได้ เพราะในทีมดังกล่าว
มีเพื่อนของตนอยู่