ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 44 ชะตา
บทกลอนชวนหลับใหลที่เลียวนาร์ดขับขานดังกังวานทั่ว
บันไดวนที่ทำจากไม้ เสียงลุ่มลึกเล็ดลอดผ่านบานประตูเข้าไป
ในห้อง
จิตไคลน์เกิดการงัวเงียเล็กน้อย คลับคล้ายได้เห็นแสงจันทร์
สาดส่องบนผิวน้ำยามค่ำคืนที่เรียบสงบไร้คลื่น
เปลือกตาเริ่มหนักอึ้ง ร่างกายโงนเงนราวกับจะล้มทั้งยืน
ท่ามกลางความรู้สึกเดจาวูเลือนราง ชายหนุ่มสัมผัสได้ว่า มี
บางสิ่งกำลังจ้องมองแผ่นหลังของตน มันทั้งไร้รูปร่างและไม่
ชัดเจน ราวกับกำลังท่องตระเวนไปทั่วโลกวิญญาณ
ขณะดำดิ่งไปกับภาพมายา ไคลน์รีบดึงจิตกลับมาและทำ
สมาธิเพื่อเข้าฌาน
ด้วยสัมผัสวิญญาณที่เฉียบแหลมรวมถึงสมาธิอันเข้มข้น
ไคลน์หลุดพ้นจากบทเพลงหลับใหลของนักกวีเที่ยงคืนอย่างฉิว
เฉียด
แต่ถึงมันจะครองสติได้ ภาพการมองเห็นรอบตัวยังคงเฉื่อย
ชาและจืดชืดปราศจากอารมณ์
ผ่านไปราวหนึ่งอึดใจ เลียวนาร์ดหยุดขับขานพลางหันมอง
ไคลน์ด้วยรอยยิ้ม
“ผมเคยคิดมาสักพักแล้ว ว่าควรเบิกเงินหัวหน้าเพื่อซื้อ
พิณสักตัว การร้องเพลงอย่างเดียวโดยไม่มีเครื่องดนตรีประกอบ
ช่างน่าเบื่อและไร้อารยะ คุณไม่คิดเช่นนั้นบ้างหรือ? ฮะฮะ! ผม
ล้อเล่น เอาล่ะ… ฟังจากเสียงด้านใน ตอนนี้พวกมันคงหลับ
กันหมดแล้ว”
เหยี่ยวราตรีผมดำนัยน์ตาเขียวผู้มีบรรยากาศนักกวี เลีย
วนาร์ด·มิเชล มันเดินไปหยุดยืนหน้าประตูซึ่งกั้นแบ่งระหว่าง
พวกตนกับคนร้ายลักพาตัวและเหยื่อ
ในวินาทีที่หัวไหล่เริ่มขยับ เลียวนาร์ดชกใส่กลอนประตูจน
พังในหมัดเดียว
เปรี้ยง!
กลอนประตูถูกตกหล่นเข้าไปด้านในจนเกิดรูโหว่ขนาดใหญ่
บนบานไม้
“การจะทำแบบนี้ได้ คุณต้องมีความแม่นยำและชำนาญ
มาก”
เลียวนาร์ดหันมายิ้มให้ไคลน์ขณะใช้มือล้วงเข้าไปปลด
กลอนแบบขัด
ชายหนุ่มเริ่มได้สติกลับมา แต่มันไม่กล้าประมาทแบบเลีย
วนาร์ด ลูกโม่ถูกชักออกจากซองรักแร้ซ้ายอย่างชำนาญ ไคลน์
ปลดโม่และหมุนหนึ่งช่องเพื่อให้กระสุนพร้อมยิงในนัดถัดไป
เมื่อประตูถูกเปิดอ้าเต็มบานด้วยฝีมือเลียวนาร์ด ไคลน์มอง
เข้าไปและพบกับชายคนหนึ่งกำลังหลับฟุบโต๊ะ ฝั่ามือห้อยลง
กับพื้น ปลายนิ้วมีปืนกระบอกหนึ่งตกอยู่
ส่วนอีกคนกำลังขยี้ตาด้วยท่าทางงัวเงียอยู่บนพื้น พยายาม
อย่างหนักที่จะพยุงตัวลุกขึ้น
เปรี้ยง!
เลียวนาร์ดซัดเข้าไปหนึ่งหมัดจนสลบซ้ำ
ขณะไคลน์กำลังจะเดินตามเข้าไป มันสัมผัสถึงความ
ผิดปรกติจากชั้นล่าง ชายหนุ่มรีบหันปืนลูกโม่เล็งจ่อทางเดิน
บันไดทันที่
กึก กึก กึก!
เสียงฝีเท้าเข้าใกล้ทุกขณะ บุคคลที่ปรากฏเบื้องหน้าไคลน์
คือชายโค้ทน้ำตาลซึ่งไม่สวมหมวก มือของมันถือถุงกระดาษที่
บรรจุขนมปังหลายชิ้น
เมื่อแหงนมองพบปากกระบอกปืน ชายโค้ทน้ำตาลชะงัก
ฝีเท้าทันที่
นัยน์ตาหดลีบเล็กตามสัญชาตญาณ แววตาสะท้อนภาพ
ของบุรุษหนุ่มสวมหมวกทรงกึ่งสูง สูทดำ เชิ้ตขาว โบว์หู
กระต่ายสีดำเข้าชุด ไม้ค้ำเลี่ยมเงินที่ถูกพาดราวบันได และปืน
ลูกโม่สุดอันตรายในมือ
“อย่าขยับ! ยกมือขึ้น! สาม สอง หนึ่ง…”
เสียงไคลน์ลุ่มลึกแต่ผ่อนคลาย
มันใช้สองมือจับด้ามปืนแน่น ภายในหัวกำลังจินตนาการถึง
เปั้าซ้อมยิง
ด้วยบรรยากาศสุดตึงเครียด ชายโค้ทน้ำตาลไม่มีทางเลือก
มันวางถุงขนมปังลงตรงหน้าพร้อมกับบรรจงชูมือทีละนิด
“มิสเตอร์ นี่คือมุกตลกหรืออย่างไร? คุณต้องเข้าใจอะไร
ผิดแน่”
มันฝืนยิ้มขณะเพ่งมองปลายนิ้วไคลน์ที่เตรียมเหนี่ยวไกปืน
ชายหนุ่มมิอาจแยกแยะได้ว่า ชายคนนี้เป็นชาวบ้านบริสุทธิ์
หรือผู้สมรู้ร่วมคิด แต่ไคลน์จะไม่ประมาทจนตัวเองตกที่นั่ง
ลำบากเด็ดขาด
“อย่าขัดขืน อีกสักพักจะมีคนช่วยตัดสินให้เองว่า คุณ
เป็นผู้บริสุทธิ์จริงหรือไม่”
ทันใดนั้น เลียวนาร์ดที่จัดการคนร้ายลักพาตัวในห้องเสร็จ
มันเดินออกมาเห็นไคลน์กำลังเล็งปืนใส่ชายโค้ทน้ำตาลตรง
บันได
นักกวีกล่าวพลางอมยิ้ม
“แบบนี้นี่เอง… คนร้ายลักพาตัวมีผู้สมรู้ร่วมคิดช่วยซื้อ
อาหารมาส่งสินะ”
ทันทีที่ได้ยิน ชายไม่สวมหมวกใช้เท้าเตะถุงขนมปังให้
กระเด็นไปทางไคลน์ เผื่อว่าจะช่วยบดบังการมองเห็นได้บ้าง แต่
น่าเสียดายที่การกระทำของมันเปล่าประโยชน์ ไคลน์ลั่นไกปืน
ด้วยสีหน้าสงบนิ่งหนึ่งนัด
เยือกเย็นราวกับอีกฝั่ายเป็นเพียงเปั้าซ้อม
ปัง!
โลหิตสาดกระเซ็นจากหัวไหล่ซ้าย
มันโงนเงนก่อนจะพยายามวิ่งหนีลงไปชั้นล่าง เป็นวินาที
เดียวกับที่เลียวนาร์ดคว้าราวบันไดและกระโจนลงไปด้วยเข่าคู่
เกิดเสียง‘ปึก’ดังค่อย เข่าเลียวนาร์ดกระแทกใส่ชาย
โค้ทน้ำตาลจากด้านบนจนมันสลบ
เลียวนาร์ดลุกยืนพร้อมกับปัดรอยเลือดออกจากกางเกง
ก่อนจะแหงนหน้ามองไคลน์และอมยิ้ม
“ยิงได้ดี”
แต่ฉันเล็งที่ขา…
มุมปากไคลน์กระตุกเมื่อกลิ่นเลือดสดโชยเตะจมูก มันยังไม่
ชินกับสถานการณ์แบบนี้สักเท่าไร
ไคลน์ได้เรียนรู้อีกเรื่องหนึ่งว่า แม้โอสถนักทำนายจะไม่ช่วย
เสริมพลังทางกายภาพจำพวก จิตสัมผัสต่อสู้ ความเฉียบแหลม
ของสายตา รวมถึงประสาทสัมผัสหูที่ว่องไว
แต่ตัวมันสามารถมองทะลุสิ่งกีดขวางได้เล็กน้อย รวมถึง
การได้ยินเสียงฝีเท้าเจือจางจากจุดห่างไกล แม้ในตอนแรกจะไม่
ทราบว่าเป็นเสียงฝีเท้าก็ตาม
หรือนี่จะเป็นพลังจากสัมผัสวิญญาณ?
ไคลน์ครุ่นคิดกับตัวเอง ส่วนเลียวนาร์ดค้นตัวผู้สมรู้ร่วมคิด
จนพบมีดสั้น มันทำการยึดและลากตัวชายโค้ทน้ำตาลเข้าไปใน
ห้อง กองรวมไว้กับคนร้ายลักพาตัวที่เหลือ
ไคลน์เดินตามเข้าไปพร้อมปืนในมือขวาและไม้ค้ำในมือซ้าย
ขณะเดียวกัน เอลเลียต·วิคโรลล์ที่ถูกปลุกให้ตื่นจากเสียงปืน
เด็กชายพยายามพยุงตัวยืนจากท่าถูกมัด
เลียวนาร์ดแก้เชือกออกจากตัวเอลเลียตนานแล้ว มันใช้มีด
ตัดแบ่งเชือกดังกล่าวและนำไปมัดร่างคนร้ายทั้งสี่แน่นหนา
เมื่อเชือกไม่พอ เลียวนาร์ดจะใช้มีดตัดเสื้อผ้าพวกมันและ
นำไปมัดแทนเชือก
ด้านชายโค้ตน้ำตาลที่ถูกยิงตรงหัวไหล่ เลียวนาร์ดทำแผล
อย่างหยาบด้วยการใช้ผ้ารัดห้ามเลือด มันรังเกียจที่จะสัมผัส
เลือดอีกฝั่าย จึงไม่ช่วยแคะกระสุนออกจากปากแผลก่อน
“พ…พวกคุณคือ?”
น้ำเสียงเอลเลียตเปียมด้วยความยินดีหลังจากตื่นขึ้นมาเห็น
ฉากตรงหน้า
“เดาได้แม่นมากครับคุณหนูเอลเลียต”
เลียวนาร์ดกล่าวติดตลกในท่าคุกเข่า
นักกวีตัวปัญหาคนนี้มีอารมณ์ขันกับเขาด้วยหรือ?
ไคลน์ก้มหน้ามองเอลเลียตและอธิบาย
“พวกเราคือทหารรับจ้างที่บิดาของคุณหนูว่าจ้างมา จะ
เรียกว่าผู้คุ้มกันก็ได้”
“ฟูั่ว! จริงหรือเนี่ย? ผมรอดแล้วใช่ไหม?”
เอลเลียตกล่าวอย่างโล่งใจ แต่เด็กชายยังไม่กล้าขยับตัวมาก
คงเป็นเพราะถูกกระทำอย่างรุนแรงตลอดหลายชั่วโมงที่
ผ่านมา ท่าทีของเด็กคนนี้จึงสงบเสงี่ยม นับว่าสุขุมเกินวัยมาก
แตกต่างจากธรรมชาติของเด็กที่เอาแต่เล่นซนและโวยวาย
เลียวนาร์ดลุกยืน มันเหลือบมองไคลน์
“คุณลงไปข้างล่างและตามหาตำรวจที่กำลังลาดตระเวน
บอกพวกเขาให้ช่วยแจ้งเรื่องกับพ่อค้ายาสูบ ผมไม่ต้องการ
เตร็ดเตร่ไปไหนมาไหนกับเด็กหนึ่งคนและพวกงั่งอีกสี่”
ไคลน์ที่กำลังกังวลว่าต้องทำสิ่งใดต่อ มันพยักหน้าอย่างว่า
ง่ายและเดินลงไปชั้นล่างพร้อมไม้ค้ำ ปืนพกถูกเก็บกลับซอง
รักแร้เพื่อให้ไม่เตะตาผู้คน
ขณะเดินลงบันได ไคลน์รู้สึกเหมือนตนหลงลืมอะไรบางสิ่ง
ทันใดนั้น เสียงเลียวนาร์ดดังมาจากห้องด้านบน มันกล่าว
กับเอลเลียต
“คุณหนูไม่ต้องกังวล อีกประเดี๋ยวก็ได้พบกับท่านพ่อ
ท่านแม่ และคุณพ่อบ้านครีแล้ว มาเล่นไพ่เกว็นท์กันสักเกม
ไหม?”
…
ไคลน์เกือบหลุดขำ
ชายหนุ่มเดินลงไปชั้นล่างสุดและถามหาตำรวจจาก
ชาวบ้านในละแวก จนกระทั่งได้พบตำรวจลาดตระเวนสองนาย
ไคลน์ไม่ได้แสดงตราเหยี่ยวราตรีหรือตรากรมตำรวจ มัน
สวมบทบาทพนักงานบริษัทรักษาความปลอดภัยและเล่า
เรื่องราวที่เกิดขึ้นโดยละเอียด
ส่วนการพกพาอาวุธปืน ไคลน์ไม่ได้เป็นกังวลมากนัก มัน
ได้รับใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนทุกชนิดแล้วเมื่อสองวันก่อน
สาเหตุที่ถูกอนุมัติรวดเร็วเพราะมีเส้นสายภายในจากกรมตำรวจ
ช่วยลัดคิว
ตำรวจลาดตระเวนสองนายมองหน้ากันเล็กน้อย ก่อนที่นาย
หนึ่งจะรีบไปแจ้งข่าวกับตระกูลวิคโรลล์ ส่วนอีกนายเดินตาม
ไคลน์ไปยังห้องที่เกิดเหตุ
หลังจากยืนเฝั้าในที่เกิดเหตุราวสี่สิบนาที่ เลียวนาร์ดแอบส่ง
สัญญาณกับไคลน์ขณะตำรวจไม่สนใจ
ทันใดนั้น นักกวีนัยน์ตาเขียวและนักทำนายนัยน์ตาน้ำตาล
รีบปลีกตัวจากที่เกิดเหตุอย่างเงียบเชียบไร้สุ้มเสียง
“เชื่อผมเถอะ การไปสถานีตำรวจไม่ใช่เรื่องสนุกเลยสัก
นิด แถมยังเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ ถ้ามีจังหวะชิ่งได้ก็รีบ
ทำ”
มันอธิบายด้วยท่าทีผ่อนคลาย
เมื่อเลียวนาร์ดรับปากว่าจะรับผิดชอบหากเกิดปัญหา
ตามมา ไคลน์จึงไม่โต้แย้ง มันเดินตามไปอย่างว่าง่าย
ราวห้านาทีถัดมา รถม้าส่วนตัวหรูหราได้แล่นมาจอดหน้า
อาคารที่เกิดเหตุ พ่อบ้านครีลงจากรถพร้อมกับเจ้านาย มิสเตอร์
วิคโรลล์
เมื่อพบตัวเอลเลียต ครียืนทึ่งอย่างไม่เชื่อสายตา มันไม่คิด
ว่าเหตุการณ์จะจบลงเร็วถึงเพียงนี้ ราวกับฝันไปไม่มีผิด
ทันใดนั้น ครีได้ยินเสียงดีดนิ้วดังจากด้านหลัง มันหันรีบ
กลับไปมอง
รถม้าเช่าสองล้อแล่นผ่านตึกที่เกิดเหตุและหยุดลง เลีย
วนาร์ดผมดำนัยน์ตาเขียวฉีกยิ้มกว้างให้ครีจากหน้าต่างห้อง
โดยสาร ก่อนที่มันจะดีดนิ้วซ้ำอีกครั้ง
รถม้าเช่าแล่นผ่านรถม้าตระกูลวิคโรลล์ไปอย่างเงียบงัน เลีย
วนาร์ดเลื่อนม่านปิดพร้อมกับหันมองไคลน์
มันยื่นมือขวาไปหา
“เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับคุณ”
พวกเราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น…
ไคลน์ส่ายศีรษะ
มันไม่เคยคิดว่าคดีลักพาตัวจะถูกคลี่คลายง่ายดายขนาดนี้
ชายหนุ่มกำลังทึ่งกับพลังของผู้วิเศษ ทั้งที่ตัวมันยังเป็นผู้วิเศษได้
ไม่ถึงสัปดาห์ แต่สามารถใช้พลังระบุตำแหน่งปัจจุบันของเหยื่อ
ได้แม่นยำ
สะดวกสบายฉิบ…
“การจับมือเป็นมารยาททางสังคมของชนชั้นสูงหลังจาก
ประดาบ”
เลียวนาร์ดอธิบาย
“ผมทราบ”
ไคลน์เองก็มีเพื่อนเป็นชนชั้นสูงไม่น้อย
ชายหนุ่มยังคงมองไปนอกหน้าต่าง มันส่งเสียงถามพลาง
ขมวดคิ้ว
“ดีแล้วหรือที่พวกเราไม่รอยืนยันผลงานกับมิสเตอร์ครี?
ถ้าเขาคิดว่าตำรวจเป็นฝั่ายช่วยเหลือคุณหนูเอลเลียตออกมา
ค่าจ้างจะหายไปครึ่งหนึ่งเชียวนะ”
ตั้งหนึ่งร้อยปอนด์!
หลังจากพูดคุยก่อนเริ่มทำงาน พ่อบ้านครีคงไม่เคลือบแคลง
ว่าไคลน์และเลียวนาร์ดคือผู้พบเบาะแสแหล่งกบดาน …แต่ครี
ไม่มีทางทราบเลยว่าใครเป็นผู้จับกุมและช่วยเหลือ
“อย่าใส่ใจนักเลย สำหรับพวกเรา เงินทองไม่ได้สำคัญ
ขนาดนั้น”
เลียวนาร์ดยักไหล่
…แต่มันสำคัญกับฉัน!
ไคลน์ฝืนยิ้มแห้ง
“ถึงว่าทำไมนักกวีมักไส้แห้งตาย”
เลียวนาร์ดคิกคัก
“คุณหนูเอลเลียตคงไม่โกหก ผมสัมผัสได้ถึงความใสซื่อ
ภายในตัวเขา ถึงภายนอกจะเยือกเย็นเหมือนผู้ใหญ่ก็
เถอะ…”
“แต่ถึงอย่างนั้น ต่อให้พวกเราได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน
สองร้อยปอนด์จริง ส่วนแบ่งสำหรับคุณก็เหลือไม่มากหรอก
นะ”
“ผมจะได้เท่าไร?”
ไคลน์ถามอย่างสนใจ
“ครึ่งหนึ่งจะถูกแบ่งให้มาดามโอเรียนน่าเก็บไว้เป็นเงิน
สำรองของหน่วย ส่วนที่เหลือจะแบ่งอย่างเท่าเทียมตามจำนวน
คน น่าเสียดายที่คุณยังไม่ใช่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ส่วนแบ่งจึง
เหลืออยู่ราวสิบเปอร์เซ็นต์”
สิบปอนด์? นั่นก็ไม่เลวนักหรอก…
ไคลน์แสร้งทำน่าพึงพอใจก่อนจะถามต่อ
“คุณไม่กลัวบ้างหรือ? กลุ่มคนร้ายลักพาตัวอาจเอะใจ
หลังจากตื่นขึ้น ว่าพวกมันหลับไปเพราะพลังของผู้วิเศษ”
“พวกมันไม่มีทางนึกสงสัย ในสมองจะเข้าใจว่าอากาศดี
จนเคลิ้มหลับไปเอง ส่วนบทกวีที่ผมขับขาน พวกมันจะคิดว่านั่น
เป็นเสียงที่ดังในความฝัน… หน่วยเหยี่ยวราตรีเคยทดสอบ
และยืนยันเรื่องนี้มานานแล้ว”
เลียวนาร์ดอธิบายฉะฉานมั่นใจ
“หลักฐานเดียวที่ไม่ปรกติ คือกระสุนปราบมารที่คุณยิง
ฝังเข้าไปในแขน แต่เราสามารถแก้ต่างได้ว่า คุณเป็นพวกคลั่ง
พิธีกรรมและหลงใหลศาสตร์เร้นลับ”
“เข้าใจแล้ว”
ไคลน์โล่งอก
แต่ความรู้สึกหนึ่งยังไม่เลือนหายไป มันคลับคล้ายว่าตัวเอง
กำลังมองข้ามหรือหลงลืมบางสิ่ง
…
หลังจากกลับถึงถนนซุตแลน ไคลน์ไม่รอให้พ่อบ้านครีมา
ติดต่อ มันเดินเท้าไปจนถึงบ้านเวิร์ชและเดินกลับถนนกางเขน
เหล็กโดยเปลี่ยนเส้นทางไม่ให้ซ้ำเก่า ระหว่างทางยังแวะซื้อ
วัตถุดิบปรุงอาหารสำหรับมื้อดึก
มื้ออาหารของสามพี่น้องยังคงอบอุ่นและอิ่มเอมเช่นเคย
บรรยากาศสนทนาเป็นไปอย่างออกรส แต่ถูกคั่นด้วยผู้มาเยือน
แปลกหน้าครู่หนึ่ง …พนักงานเก็บเงินค่าแก๊ส อัตราอยู่ที่หนึ่ง
เพนนีต่อหนึ่งหน่วยมิเตอร์
เมื่อท้องฟั้าเริ่มมืดสนิท สามพี่น้องกล่าวคำอำลาและเดิน
กลับห้องตัวเอง
ไคลน์หลับสบายเฉกเช่นทุกคืน จนกระทั่งมันถูกปลุกโดย
บางสิ่งด้านนอกห้อง ชายหนุ่มงัวเงียเปิดประตูห้องนอนอันว่าง
เปล่าที่ไม่มีใครอาศัยอยู่
มันผลักบานประตูไม้ที่มีจุดด่างดำเข้าไป ภาพแรกที่เห็นคือ
โต๊ะอ่านหนังสือสีเทา
บนโต๊ะมีสมุดวางอยู่หนึ่งเล่ม ปกทำจากกระดาษแข็งดำ
สนิท
ไคลน์สัมผัสถึงความรู้สึกเดจาวูอย่างเลือนราง มันเดินไปที่
โต๊ะและเปิดสมุดออกด้วยท่าทีเหม่อลอย
เมื่อพลิกไปหน้าแรก ชายหนุ่มได้พบกับภาพที่ตนคุ้นเคย
มันคือภาพของใครบางคนที่สวมเสื้อผ้าหรูหราและ
เครื่องประดับศีรษะระยิบระยับ
…เดอะฟูล!
ใต้ภาพเดอะฟูลมีอักษรเฮอร์มิสโบราณเขียนไว้
“ทุกคนต้องตาย รวมถึงเรา”
หัวใจไคลน์แทบหยุดเต้นเมื่อมุมปากของเดอะฟูลในภาพโค้ง
ขึ้นต่อหน้าต่อตา!
พรวด!
ชายหนุ่มลุกนั่งบนเตียงด้วยสีหน้าตกตะลึงสุดขีด มือขวา
เลื่อนขึ้นมาสัมผัสบริเวณหัวใจที่กำลังเต้นโครมคราม
แสงจันทร์สีแดงจากภายนอกส่องทะลุม่านดำสนิทเข้ามาใน
ห้องเล็กน้อย เมื่อกวาดสายตามองโดยรอบ เงาของชั้นหนังสือ
และโต๊ะอ่านหนังสือยังคงประจำในจุดเดิม ที่นี่คือห้องนอนตน
ไม่ผิดแน่
เมื่อครู่เป็นเพียงฝันร้าย
แต่ในฐานะนักทำนาย มันย่อมทราบว่าความฝันคือลางบอก
เหตุจากโลกวิญญาณ ชายหนุ่มพยายามเค้นสมองตีความภาพ
ดังกล่าวออกมาเป็นเบาะแส
ทันใดนั้น ร่างกายไคลน์พลันแข็งที่อเมื่อตระหนักได้ว่า วันนี้
ตนหลงลืมสิ่งใดไป…
ในวินาทีที่เสียงขับขานของเลียวนาร์ดดังกังวานในหัว ไคลน์
สัมผัสว่ามีบางสิ่งที่มองไม่เห็นกำลังจ้องมองแผ่นหลังของตน
เป็นการจ้องมองที่แตกต่างจากผลข้างเคียงปรกติของโอสถ
ในยามเข้าฌานและใช้เนตรวิญญาณ
มันมอบความรู้สึกเหมือนกับ… เดจาวู!
และตามคำบอกเล่าของหัวหน้าดันน์·สมิท หากตนสัมผัส
ถึงเดจาวูได้เมื่อไร
นั่นจะแปลว่า…
ไคลน์นั่งเอนหลังตรง มันพยายามยืนยันความรู้สึกตัวเองให้
ชัดเจนอีกครั้ง
…ไม่ผิดแน่ ความรู้สึกเดจาวูหมายถึงสมุดบันทึก
สมุดบันทึกตระกูลอันทีโกนัส!