ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 475 ท่านหญิงสิ้นหวัง
มิสเตอร์ A?
มิสเตอร์ A จากชุมนุมแสงเหนือ?
หลังจากไคลน์เอนหลังแนบกำแพงและหลบซ่อนภายในมุม
มืด ร่างกายมันพลันสั่นเทาเมื่อได้ทราบชื่อของหนึ่งในบุคคล
ปริศนา
ไม่ผิดแน่ อินซ์·แซงวิลล์ร่วมมือกับราชวงศ์หรือไม่ก็ขั้ว
อำนาจบางกลุ่มภายใน…
เพราะหากไม่ใช่ขั้วอำนาจหลังของอาณาจักรโลเอ็น ก็คงไม่
มีฝั่ายใดสามารถจัดหาอาคารใต้ดินหลังใหญ่ใกล้กับกรุงเบ็คลันด์
สำหรับใช้เป็นแหล่งกบดานได้อีกแล้ว…
เมื่อมีอินซ์·แซงวิลล์และ 0-08 เข้ามาเกี่ยวข้อง เราสามารถ
ตัดโบสถ์รัตติกาลทิ้งได้ทันที่ ทางโบสถ์วายุสลาตันก็เช่นกัน พวก
มันปั่าเถื่อนและถือเพศชายเป็นใหญ่ จึงไม่น่าจะยอมร่วมมือกับ
นิกายหญิงล้วนอย่างแม่มด ไม่เพียงเท่านั้น เรายังไม่พบว่าเคยมี
ผู้วิเศษเส้นทางกะลาสีมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้… และด้วยเหตุผล
ด้านเส้นทาง โบสถ์จักรกลไอน้ำจึงไม่น่าจะเข้าข่ายเช่นกัน…
แม้แต่ชุมนุมแสงเหนือก็ร่วมด้วย? พวกมันคิดจะทำอะไรกัน
แน่?
ไคลน์เอนหลังพิงกำแพงพลางหายใจเข้าออกอย่างเชื่องช้า
สมองประมวลผลเกี่ยวกับบทสนทนาสั้นกระชับเมื่อครู่
หลังจากเงียบงันหลายนาที่ เสียงแหบพร่าของเพศชายได้ดัง
ขึ้น
“เรียบร้อย”
บทสนทนาสั้นห้วนเสียจน ไคลน์ไม่สามารถเดาได้ว่าพวกมัน
กำลังวางแผนใดไว้
หญิงสาวหัวเราะในลำคอ ก่อนจะกล่าวด้วยเสียงสดใสอย่าง
แผ่วเบา
“คุณยังไม่เชื่อใจพวกเราใช่ไหม”
“แน่นอน” มิสเตอร์ A ตอบกระชับ
“ฮิฮิ… ถ้าอย่างนั้น ฉันจะแสดงความจริงใจด้วยการอธิบาย
แผนของพวกเราให้ฟัง รวมถึงเล่าว่าทำไม ฉันจึงต้องการความ
ร่วมมือจากคุณ” เสียงออดอ้อนของสตรีปราศจากเศษเสี้ยว
อารมณ์โกรธเคือง “ฝั่ายเราเคยทำบางสิ่งร้ายแรงลงไปและ
หลงเหลือหลักฐานทิ้งไว้อย่างแจ่มชัด ฉะนั้น ก่อนจะถูกพบโดย
โบสถ์รัตติกาล วายุ และไอน้ำ พวกเราต้องเร่งมือเก็บกวาดให้
หมดจด โดยขั้นตอนดังกล่าวต้องการความช่วยเหลือจากคุณ
“อา… บางที่ คุณอาจยังไม่เข้าใจดีพอ จะขอยกตัวอย่างก็
แล้วกัน ลองจินตนาการตาม หากคุณลงมือสังหารเหยื่ออย่าง
โหดเหี้ยมภายในบ้าน คุณต้องทำอย่างไรเพื่อกลบเกลื่อน
ร่องรอยและทำลายหลักฐานทิ้งในคราวเดียว?”
“ไม่จำเป็นต้องกลบเกลื่อน ข้าต้องการให้ทุกคนได้ประจักษ์
ความโหดเหี้ยมของพวกเราอยู่แล้ว” มิสเตอร์ A ตอบเสียงเรียบ
…คำตอบสมกับเป็นพวกเสียสติของชุมนุมแสงเหนือฉิบ
หาย… พวกมันไม่มีคนปรกติอยู่เลยหรือไง…
ไคลน์สามารถยืนยันได้ว่า หนึ่งในกลุ่มบุคคลปริศนาคือ
มิสเตอร์ A ผู้ลงมือลอบสังหารราชทูตอินทิส เบเคอร์ลัน·ฌอง·
มาติน
“…ให้ลองสมมติว่าคุณเป็นฉัน” เสียงอ่อนโยนของสตรีเริ่ม
เจือความระอา
มิสเตอร์ A มอบคำตอบภายในหนึ่งวินาที่
“เผาบ้านทั้งหลังไปพร้อมกับเบาะแส”
น้ำเสียงของสตรีเริ่มแฝงความพึงพอใจ
“ถูกต้อง พวกเรากำลังจะทำในเรื่องเดียวกัน ฉันจะเป็นฝั่าย
‘ลงมือเผาบ้าน’ ส่วนคุณคอยทำให้ไฟลุกลามไปไกลกว่าปรกติ
สรุปก็คือ จงใช้โอกาสดังกล่าวเพื่อสร้างภาชนะหรืออุโมงค์
สำหรับอัญเชิญพระเจ้าของพวกคุณลงมายังโลก ผลเสียของ
แผนการนี้คือ ทางคุณจะต้องแบกรับความโกรธแค้นและ
กลายเป็นศัตรูจากทุกกองกำลังทั่วอาณาจักร ไม่เว้นกระทั่งสาม
โบสถ์หลัก แต่ฉันคิดว่าชุมนุมแสงเหนือคงไม่ถือสาเรื่องนี้
กระมัง”
“หึ… ขอเพียงพระองค์ลงมาจุติสำเร็จ ต่อให้ต้องกลายเป็น
ศัตรูกับทุกกองกำลังบนโลกก็ไม่เกี่ยง พวกเราไม่มีทางแสดง
ความขลาดกลัวออกมาให้เห็นอยู่แล้ว” น้ำเสียงมิสเตอร์ A เริ่ม
สั่นเครือ ไม่ราบเรียบไร้อารมณ์เหมือนตอนแรก
วางเพลิงเผาบ้าน? ให้ชุมนุมแสงเหนือฉวยโอกาสนี้เพื่อ
ประกอบพิธีกรรมอัญเชิญพระผู้สร้างแท้จริง?
นี่คือความพยายามหนที่สามของพวกมัน… แล้วเราก็ดันดวง
บัดซบเข้ามาพัวพันอีกแล้ว…
นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน! ไคลน์รำพันหยาบคายเป็น
ภาษาจีนกลาง
ในวินาทีนี้ มันเริ่มหวาดระแวงว่า ทั้งหนึ่งในขั้วอำนาจของ
ราชวงศ์ ทั้งอินซ์·แซงวิลล์ รวมถึงนิกายแม่มด กำลังวางแผนใด
ไว้กันแน่
จะต้องร้ายแรงถึงขั้นให้พระผู้สร้างแท้จริงลงมาจุติเพื่อกลบ
เกลื่อนเชียวหรือ…
บางที่ พวกมันอาจมีไพ่ตายแอบปกปิดไว้ เป็นไม้เด็ดซึ่ง
สามารถทำลายพิธีกรรมของชุมนุมแสงเหนือ ไปพร้อมกับ
ทำลายของกำลังของสามโบสถ์หลักในคราว โดยตัวเองไม่ได้รับ
ผลกระทบใดเลย…
ไคลน์วิเคราะห์อย่างใจเย็น
“คงจะหมดคำถามแล้วใช่ไหม” เสียงอ่อนโยนของสตรีดัง
กังวาน
“ไม่ต้องกังวล อาคารหลังนี้ถือเป็นหนึ่งในความลับสุดยอด
สามารถใช้เป็นจุดประกอบพิธีกรรมได้โดยไม่มีใครเข้ามารบกวน
ในส่วนของปัจจัยภายนอกอื่น ๆ พวกเราเตรียมการเสร็จ
เรียบร้อยนานแล้ว ขอเพียงมี ‘ประกายไฟ’ ถูกจุดขึ้น ทุกอย่าง
ก็จะเริ่มต้นได้ทุกเมื่อ หรือถ้าหากคุณยังกังวล ก็สามารถ
ตรวจสอบซ้ำอีกครั้งจนกว่าจะมั่นใจ”
ขณะมิสเตอร์ A กำลังจะเปิดปาก ไคลน์ได้ยินเสียง ‘กึก’
เป็นเสียงของประตูหิน
“ใครอนุญาตให้เข้ามา! ฉันประกาศไปแล้วไม่ใช่หรือ ว่าห้าม
มิให้ผู้ใดเข้ามาในเขตนี้โดยเด็ดขาด!” เสียงของสตรีแฝงความ
โมโหไว้อย่างเจือจาง ประหนึ่งกำลังฝืนอดกลั้น
“ท่านหญิงสิ้นหวัง มีเรื่องด่วนขอรับ! ใครบางคนได้บุกรุก
เข้าในฐานทัพใต้ดิน! เบื้องบนมอบหมายให้ผมจัดการเรื่องนี้
พร้อมกับปิดอุโมงค์เชื่อมต่อทุกเส้นทาง” บุรุษสำเนียงเบ็คลันด์
ตอบกลับอย่างฉะฉาน
สตรีผู้ถูกเรียกว่า ‘ท่านหญิงสิ้นหวัง’ เงียบงันนานหลาย
วินาที่ คล้ายกับกำลังสนทนากับใครบางคนเพื่อยืนยัน
สถานการณ์
จนกระทั่ง เธอหันมากล่าวกับชายสำเนียงเบ็คลันด์โดยไม่
เปลี่ยนสีหน้า
“กลับเข้าไปก่อน แล้วอย่าได้ออกมาอีกเป็นอันขาด จนกว่า
จะมีคำสั่งเพิ่มเติม”
“ขอรับ ท่านหญิงสิ้นหวัง!” ชายคนเดิมเดินกลับไปทางบาน
ประตูหิน เสียงฝีเท้าดังกึกก้องไปทั่วห้องโถง
จากจุดซ่อนตัวของไคลน์ มันย่อมมองเห็นประตูหินซึ่งถูกใช้
กลับไปยังอาคารใต้ดิน
จนกระทั่งผ่านไปเจ็ดแปดวินาที่ บุรุษรูปร่างสันทัด ส่วนสูง
ปานกลาง ได้เดินมาหยุดยืนหน้าประตูหิน
ฟูั่ว…! ชายคนเดิมถอนหายใจยาวพร้อมกับเหยียดแขน
ออกมาข้างหน้า และออกแรงผลักประตูหินใหญ่ด้วยสีหน้าบิด
เบี้ยว
ในช่วงเวลาสั้น ๆ ไคลน์สามารถจดจำเอกลักษณ์ของอีกฝั่าย
ได้แม่นยำโดยไม่หลุดรอดแม้แต่รายละเอียดหนึ่งจุด นี่คือความ
ยอดเยี่ยมของผู้ไร้หน้า
อีกฝั่ายมีผิวพรรณน้ำตาลแดง ค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นคน
ของทวีปใต้ ใบหน้าไม่มีจุดเด่นใดเลย ค่อนข้างยากในการจำจด
เนื่องด้วยท่าทางการขบกรามแน่นขณะออกแรงผลัก ฟัน
บางส่วนจึงเผยให้ไคลน์เห็นเด่นชัด ฟันซี่สามจากทางซ้ายบน
ส่องประกายสีทองแวววาว เป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากฟันปลอม
โลหะ
นี่มัน…! สัมผัสวิญญาณของนักทำนายในตัวไคลน์กำลังบ่ง
บอกว่า ตนคุ้นเคยกับคำอธิบายของรูปลักษณ์อีกฝั่ายเป็นอย่าง
ดี
โดยไม่ต้องรอนาน ความทรงจำในส่วนเกี่ยวข้องถูกเรียก
ออกมาทันที่
ครั้งหนึ่ง แฮงแมนเคยขอให้ชุมนุมทาโรต์ช่วยตามหา
เบาะแสของชายผิวน้ำตาลแดง พูดสำเนียงเบ็คลันด์ และฟัน
ซ้ายด้านบนซี่สามหายไป
ชายคนดังกล่าวมีชื่อว่าบาลุน เกี่ยวข้องกับการหายตัวไป
ของทาสบนเกาะอาณานิคม
และในวินาทีนี้ ชายตามคำอธิบายของแฮงแมน มีรูปพรรณ
สัณฐานเหมือนกับบุรุษปริศนาเบื้องหน้าไคลน์ทุกประการ!
การหายตัวไปของทาสในหมู่เกาะอาณานิคม…
ชนเผ่าของทวีปใต้จำนวนมากหายตัวไปอย่างเป็นปริศนา…
บาลุนปรากฏตัวในอาคารแห่งนี้…
คาพิน ผู้ถือครองส่วนแบ่งใหญ่ของตลาดการค้าทาสในเบ็ค
ลันด์ ถูกคุ้มกันโดยผู้วิเศษซึ่งน่าจะเป็นเส้นทางผู้ตัดสินของ
ราชวงศ์…
และจากบรรดาบอดี้การ์ด แข็งแกร่งสุดเป็นถึงลำดับ 6 ซึ่ง
ถือครองสมบัติวิเศษจนเก่งกาจเทียบเท่าลำดับ 5 ปลายแถว…
คาพินจงใจลักพาตัวเด็กหญิงไร้เดียงสา…
ร่างกฎหมายเมล็ดพันธุ์และการยกระดับเทคโนโลยี
เครื่องจักร สองสิ่งนี้ส่งผลให้คนจนจำนวนมากต้องตกงาน…
แรงงานหญิงโรงงานทอผ้าเดินทางออกจากเขตตะวันออก
เนื่องจากได้รับงานใหม่ในเขตอื่น แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีเบาะแส
อีกเลย…
ข้อมูลมากมายเริ่มเรียงร้อยปะติดปะต่อในหัวไคลน์ ทั้งหมด
ได้มุ่งหน้ามายังอาคารแห่งนี้!
พวกมันกำลังเล็งอะไรไว้ แล้วทำไมถึงต้องใช้มนุษย์จำนวน
มาก? แถมส่วนใหญ่ยังเจาะจงให้เป็นเด็กสาวไร้เดียงสา…
พิธีกรรม? พิธีกรรมอันตรายซึ่งใช้ระยะเวลาดำเนินการนาน
จึงต้องซ่อนตัวเป็นความลับมาตลอด?
ดวงตาไคลน์เริ่มหดเกร็ง
แอ๊ด— ปัง! ประตูหินปิดสนิทพร้อมกับการหายตัวไปของ
บาลุน
ห้องโถงถูกความเงียบงันปกคลุมนานหลายวินาที่ จนกระทั่ง
มิสเตอร์ A เปล่งเสียงแหบพร่าอีกครั้ง
“ข้าสัมผัสถึงอันตราย มาเริ่มกันเลยดีกว่า ต้องรีบทำให้จบ
ก่อนอันตรายจะมาถึง”
ท่านหญิงสิ้นหวังขานรับอย่างใจเย็น
“ฉันเองก็คิดแบบเดียวกัน ถ้าอย่างนั้น คงต้องขอให้คุณช่วย
ส่งฉันไปยังเขตตะวันออกสักหน่อย”
เขตตะวันออก? ไคลน์เริ่มเกิดลางสังหรณ์เลวร้าย
“ไม่มีปัญหา” มิสเตอร์ A ตอบเสียงเรียบ
ภายใต้ผ้าคลุมหัว หนังสือมายาสีใสโผล่ขึ้นกลางอากาศ
ตรงหน้ามิสเตอร์ A
เสียงคล้ายสวดมนต์ดังล่องลอยกังวาน
“ข้าบรรลุ ข้าประจักษ์ ข้าบันทึก”
หนังสือมายาพลิกไปยังหน้าหนึ่งอย่างรวดเร็ว ตามด้วยการ
ส่องแสงสีฟั้าสว่างสดใส
แสงดังกล่าวโอบล้อมร่างท่านหญิงสิ้นหวังซึ่งสวมชุดคลุมสี
ขาว ร่างกายของเธอเริ่มพร่ามัวไม่คมชัด ก่อนจะเลือนราง
โปร่งใสจนแทบมองไม่เห็น
ผ่านไปเพียงอึดใจ วิวทิวทัศน์รอบตัวท่านหญิงสิ้นหวังพลัน
เต็มไปด้วยเงามายาสีดำจำนวนมากแหวกว่ายล่องลอย รวมถึง
ริ้วแสงเจ็ดสีฉูดฉาดอัดแน่นด้วยความรู้มหาศาล
ร่างกายของเธอคล้ายกับถูกกระชากโดยฝั่ามือล่องหน เข้า
ไปในช่องว่างของห้วงมิติซึ่งถูกกรีดเฉือนจนฉีกขาด เพียง
พริบตา เธอถูกเคลื่อนย้ายจากจุดเดิมภายในห้องโถง มายัง
ตรอกแคบ เปลี่ยว ปลอดคน และน่าขยะแขยงแห่งหนึ่ง
ท่านหญิงสิ้นหวังดึงตาข่ายลงมาปิดใบหน้าจนมิดชิด ศีรษะ
แหงนมองท้องฟั้าด้านบน
ดวงอาทิตย์ยามบ่ายยังคงถูกบดบังโดยเมฆหมอกหนาทึบ
ของกรุงเบ็คลันด์เช่นเคย บรรยากาศจึงอึมครึมและซีดจาง
แสงแดดสีเหลืองอ่อนยามบ่ายอาจไม่เข้มข้นนัก แต่ก็พอจะ
มอบความสว่างให้กับทุกซอกมุมของกรุงเบ็คลันด์อย่างทั่วถึง
นับเป็นภาพอันน่ามองท่ามกลางสายลมเย็นเฉียบเจือความชุ่ม
ชื้น
น่าเสียดาย บรรยากาศยังไม่เหมาะแก่การลงมือให้เกิด
ประสิทธิภาพสูงสุด…
ทั้งการแข็งข้ออย่างไม่คาดฝันของทริสซี ทั้งการสูญเสียการ
ควบคุม 0-08 ไปชั่วขณะ ทั้งการปรากฏตัวของอะซิก·อายเกส
ทั้งการปรากฏตัวของจักรพรรดิมืด สิ่งเหล่านี้ดึงดูดสายตาของ
ผู้คนเป็นวงกว้างมากเกินไป จนสามโบสถ์หลักเริ่มสืบสวนหา
เบาะแสอย่างจริงจัง ส่งผลให้วันลงมือต้องถูกเลื่อนขึ้นมาเร็ว
กว่าปรกติ…
ท่านหญิงสิ้นหวังสำรวจวิวทิวทัศน์รอบตัวขณะเดินออกจาก
ตรอก
เมื่อถึงถนน ย่างก้าวของเธอเริ่มช้าลงเล็กน้อย ประหนึ่ง
กำลังกรีดกรายไปบนทะเลหมอกอย่างสง่างาม
ไม่ว่าจะหนแห่งใด หากเธอเดินผ่าน หมอกควันในบริเวณ
ดังกล่าวจะเข้มข้นขึ้นเล็กน้อยอย่างไร้เหตุผล
สีของควันจะมีลักษณะดำเข้มเหมือนแท่งเหล็ก ลดทอนการ
มองเห็นของมนุษย์ปรกติลงเล็กน้อย
หลังจากเดินถึงสุดถนนหนึ่งเส้น คนจรจัดใบหน้าซีดเซียว
พลันไอกระแอมอย่างหนักพร้อมกับลงไปนอนกองบนพื้น
คนจนสองคนใกล้กับคนจรจัดรีบถอยหนีด้วยอากัปกิริยา
หวาดผวา พลางใช้สองมือจับคอตัวเองคล้ายกับหายใจไม่ออก
ประหนึ่งปั่วยเป็นโรคหลอดลมอักเสบหรือปอดอักเสบกะทันหัน
ยิ่งเวลาผ่านไป หมอกควันสีดำเหล็กเจือเหลืองซีดเริ่มลอย
ขึ้นปกคลุมท้องฟั้าเขตตะวันออก ย่านท่าเรือ และย่านโรงงาน
อุตสาหกรรม
ฉากดังกล่าวสามารถอธิบายได้ด้วยคำว่า ‘จมท่วม’
บางส่วนของกรุงเบ็คลันด์กำลังจมอยู่ใต้ทะเลหมอกควันเข้มข้น
แม้กระทั่งหอนาฬิกาสูงก็ยังมองเห็นเป็นเพียงเงาราง
ทีละคนสองคน ทั้งคนงาน คนจน และคนไร้บ้าน ร่างกาย
ของพวกมันอ่อนแอเพราะต้องต่อสู้กับอากาศหนาว เริ่มล้มลง
ไปนอนบนพื้นในสภาพหมดสติ เกือบทั้งหมดจะใช้สองมือกุม
ลำคอด้วยสีหน้าทุกข์ทรมาน ชีวิตพวกมันอ่อนแอประหนึ่งฟอง
ผงซักฟอกขณะซักผ้า เพียงสัมผัสนิดเดียวก็มากพอจะทำให้แตก
ตัว
ทั้งหมดเป็นฝีมือของท่านหญิงสิ้นหวัง
สีหน้าของเธอยังคงอ่อนโยนและเยือกเย็น ประหนึ่งกำลัง
บรรจงรังสรรค์งามศิลป
เฉกเช่นคนปรกติ ย่างก้าวของเธอไม่ปรากฏร่องรอยพิรุธ
ขณะเดินผ่านผู้คนก็ส่งเสียงพึมพำกับตัวเองไปพลาง
“อาณาจักรโลเอ็นจะจารึกเหตุการณ์ในวันนี้ไว้ใน
ประวัติศาสตร์… มหาหมอกควันแห่งเบ็คลันด์”
…
ณ หุบเขาลึกและมืด อันกำลังถูกปกคลุมด้วยสายน้ำมายา
ทุกซอกมุม
0-08 ยังคงไม่หยุดขีดเขียน
มันกำลังแต่งเรื่องราวสุดอัศจรรย์และน่าสะพรึงกลัวทุกครั้ง
เมื่อปลายปากกาสัมผัสกับพื้นผิว
“…ถึงแม้กางเกงของอินซ์·แซงวิลล์จะหลุดลงมาถึงตาตุ่ม
แต่ก็ไม่ทำให้ประสิทธิภาพในการต่อสู้ลดลง เนื่องจากเขากำลัง
สวมชุดคลุมยาวปกปิดภายนอกไว้อีกชั้น บางที่ เขาอาจเตรียม
ตัวรับมือกับสิ่งนี้ไว้ล่วงหน้า… ‘เจ้าแห่งกฎ’ ทำให้อะซิกต้อง
หยุดชะงัก พร้อมกับขโมยสองสุดยอดทักษะของเขาไปใน
จังหวะสุดท้าย ไม่มีผู้ช่วยคนใดจะแสดงฝีมือได้ยอดเยี่ยมไปกว่า
นี้แล้ว! แต่เป็นเพราะประตูเชื่อมต่อโลกวิญญาณและนรกเริ่ม
สนใจในความพิเศษของอะซิก·อายเกส ยิ่งเมื่อถูกกระตุ้นด้วย
ความเข้มข้นของการต่อสู้ บางปัจจัยจึงเข้ามาแทรกแซงเพื่อ
เปลี่ยนแปลงกระแสของสงคราม! เพียงไม่นานหลังจากบุคคล
ลึกลับให้ความสนใจ ท่านทำการส่งพลังบางส่วนของตนลงมายัง
โลกแห่งความจริง… โอ้แย่แล้ว! ท่านเริ่มลงมือกับอินซ์·แซง
วิลล์!”
ท่ามกลางความว่างเปล่า ท่อนแขนชุ่มเลือดสองข้ามซึ่งถูก
ปกคลุมด้วยเนื้อหนังสีแดงสดน่าขยะแขยง ค่อย ๆ โผล่ออกจาก
รอยแยกห้วงมิติด้านหลังอินซ์·แซงวิลล์!
ท่อนแขนดังกล่าวจับบ่าอินซ์·แซงวิลล์พร้อมกับกระชากมัน
เข้าไปในโลกวิญญาณผ่านรอยแยกห้วงมิติ