ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 485 เต็มไปด้วยข้อมูล
เฮอร์มิส? บุคคลในตำนานของมนุษย์…
ไคลน์ขมวดคิ้ว
ด้วยความรู้ความเข้าใจทางด้านศาสตร์เร้นลับอันเข้มข้น มัน
พอจะทราบว่าชายชราผู้สร้างภาษาเฮอร์มิสโบราณ โด่งดังและ
รุ่งเรืองในช่วงใดของประวัติศาสตร์โลก
ยุคสมัยที่สอง ขณะคนยักษ์ยังปกครองผืนดินและมังกร
ปกครองผืนฟั้า
หากข้อมูลไม่ผิดพลาด ดูเหมือนชื่อเสียงของเฮอร์มิสจะโด่ง
ดังขึ้นมาก่อนการปรากฏตัวของเทพสงครามและพระแม่ธรณี
เสียอีก
หรือก็คือ หากนำเรื่องนี้ไปถามเดอะซันน้อย ผู้ไม่เคยรู้จัก
เจ็ดเทพจารีตจนกระทั่งได้เข้าร่วมชุมนุมทาโรต์ เขาอาจเคยได้
ยินชื่อของเฮอร์มิสมาบ้าง… ไว้ค่อยให้เดอะเวิร์ลถามเพื่อความ
แน่ใจภายหลัง…
ถ้าอย่างนั้น สุภาพบุรุษสูงวัยแห่งสภานักสิทธิ์สนธยา
จะต้องมีประสบการณ์ขณะมนุษย์กำลังลองผิดลองถูกเกี่ยวกับ
โอสถอย่างไร้ทิศทาง จุดประสงค์เพื่อพยายามไขความลับของ
โลกผู้วิเศษให้กระจ่าง
จนกระทั่งวันหนึ่ง เฮอร์มิสอาศัยรากฐานของภาษามังกร
และคนยักษ์เป็นต้นแบบ และทำการสร้างภาษาเวทมนตร์ให้แก่
เผ่าพันธุ์มนุษย์ขึ้นมาเป็นครั้งแรก
ในภายหลัง เฮอร์มิสคงมีโอกาสได้เห็นศิลาเย้ยเทพแผ่นแรก
ด้วยตาตัวเอง
จากนั้นก็มีชีวิตยืนยาวมาจนถึงยุคสมัยของจักรพรรดิโร
ซายล์ และบางที่ อาจอยู่มาจนถึงยุคสมัยปัจจุบันของเรา!
ไม่ต่างอะไรกับซากดึกดำบรรพ์เดินดิน!
อารมณ์หลากหลายกำลังท่วมท้นจิตใจชายหนุ่ม ในทาง
กลับกัน ไคลน์เริ่มตระหนักถึงความน่าสะพรึงกลัวของสภานัก
สิทธิ์สนธยา
พวกมันมีกระทั่งเฮอร์มิสเป็นสมาชิก!
เฮอร์มิสยิ่งใหญ่มากเพียงใดดูได้จาก องค์กรลับส่วนใหญ่
รวมถึงเจ็ดโบสถ์หลัก ก็มักใช้ภาษาเฮอร์มิสโบราณในพิธีกรรม
บ่อยครั้ง!
สภานักสิทธิ์สนธยาช่างลึกลับ ทรงพลัง และอยู่คนระดับ
โดยสิ้นเชิง…
ไคลน์ถอนหายใจเงียบงัน
ชายหนุ่มกำลังอิจฉาพวกมัน มิได้อิจฉาเพราะอีกฝั่ายมีเฮอร์
มิสเป็นสมาชิก แต่กำลังอิจฉาว่า สภานักสิทธิ์สนธยามีศิลาเย้ย
เทพแผ่นที่สองในครอบครอง!
แบบนี้เอาเปรียบกันชัดๆ …
ไคลน์ถอนหายใจอีกครั้งเมื่อตระหนักว่าชุมนุมทาโรต์ของ
ตนมีไพ่เย้ยเทพเพียงใบเดียวจากทั้งหมดสี่สิบสองเส้นทางสู่การ
เป็นเทพ
ชายหนุ่มดึงสมาธิกลับมาบนหน้ากระดาษไดอารีอีกครั้ง
ก่อนจะอ่านรวดเดียวให้จบ
“โอ้สวรรค์! ชายชราใบหน้าแสนธรรมดาด้านข้างเรา
แท้จริงแล้วคือเฮอร์มิส ตำนานผู้ยังมีลมหายใจจากยุคสมัยที่
สอง ยุคแห่งความมืด! และมีชีวิตยืนยาวมาจนถึงยุคสมัยที่ห้า
ของเรา! คิดถูกจริงๆ กับการตัดสินใจเข้าร่วมชุมนุมลับแห่งนี้!
เรากำลังมองเห็นอนาคตอันสดใสของตัวเองอย่างแจ่มชัด ไม่มี
สิ่งใดอธิบายความรู้สึกในตอนนี้ได้ดีไปกว่าเครื่องหมายตกใจ
สามอันอีกแล้ว!!!”
“ชักสงสัยแล้วว่า คนใหญ่คนโตระดับซากดึกดำบรรพ์
มากมายในชุมนุม ทั้งหมดล้วนเชื่อในการมาถึงของยามสนธยา
จริงหรือ? ไม่ใช่แน่ เพราะอย่างน้อยเราก็ไม่ใช่! จริงอยู่ อาจมี
บางส่วนเชื่อในอุดมคติดังกล่าวอย่างแรงกล้า รอคอยให้พระ
ผู้สร้างต้นกำเนิดลืมตาตื่นขึ้น หวังให้การแทรกแซงจากฝั่ายตน
นำพาโชคชะตาไปยังจุดหมายปลายทางในฝันเข้าสักวัน หึหึ…
แต่จากความเข้าใจของเรา กรณีของท่านไม่น่าจะเรียกว่า ‘ลืม
ตาตื่น’ แต่เป็นการ ‘คืนชีพ’ มากกว่า แต่ ‘ผู้เชื่อ’ ไม่น่าจะมาก
ไปกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมด เพราะส่วนมากมักมี
เปั้าหมายของตัวเองชัดเจน หากไม่ใช่คนทะเยอทะยานเหมือน
เรา ก็ต้องเป็นพวกเจ้าเล่ห์วางแผนชั่วร้ายบางอย่างอยู่… จริงสิ…
มีบางอย่างไม่สมเหตุสมผล เราตัดสินใจเข้าร่วมชุมนุมทันที
หลังจากถูกชวนแค่ครั้งเดียว แทบไม่มีการใคร่ครวญให้รอบคอบ
ก่อน…”
“จริงอยู่ คนชวนอาจเล่าให้ฟังว่า สมาชิกส่วนใหญ่
ลงคะแนนให้เราเข้าร่วมมากกว่าสองในสาม เราจึงถูกชวนเข้า
มาเป็นสมาชิก แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหลัก สาระสำคัญคือ ทำไม
ทางนั้นถึงไม่เกรงกลัวว่าเราจะไม่ศรัทธาในอุดมคติ แถมยังไม่
เคยบังคับให้เรามีความเชื่อแบบเดียวกันสักครั้ง พวกเขาใช้สิ่งใด
เป็นหลักประกันว่าเราจะไม่มีเจตนาร้ายต่อองค์กร? หรือว่ามี
ตัวตนระดับเทวทูตบนเส้นทางผู้ชมแฝงตัวอยู่? บางที่ ท่านคน
นั้นอาจแอบฟังการชี้นำทางใจภายในตัวเรา และบังคับให้เรา
เอ่ยวาจาสาบานโดยไม่รู้ตัว? แถมทางองค์กรยังมั่นใจเสียเต็ม
ประดาว่า จะไม่มีสมาชิกคนใดสามารถปกปิดเจตนาร้ายต่อ
องค์กรได้อย่างมิดชิด เป็นไปได้มากทีเดียว…”
“เมื่อตระหนักถึงเรื่องดังกล่าว เราพลันเกิดความสั่นกลัว
จากก้นบึ้งทันที่ และเหนือสิ่งอื่นใด หากไม่ได้รับอนุญาต
สมาชิกทุกคนห้ามกล่าวถึงชื่อขององค์กรบนโลกภายนอกโดย
เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะถูก ‘รับรู้’ ทันที่ พวกเขายกตัวอย่าง
รายชื่อบุคคลผู้เคยฝั่าฝืนและถูกจำกัดทิ้ง… และการเขียงลง
กระดาษด้วยภาษาใหม่ก็ไม่มีข้อยกเว้น! พวกเขาใช้วิธีใด? รีบคิด
เข้าสิ! ถ้าจำไม่ผิด… ลำดับ 2 ของเส้นทางผู้ชมจะมีชื่อว่า ‘ผู้เห็น
แจ้ง’ ส่วนลำดับ 1 มีชื่อว่า ‘นักประพันธ์’ สมาชิกคนใดของ
ชุมนุมเข้าข่ายโอสถสองชนิดนี้บ้าง? นึกออกแล้ว ผู้ต้องสงสัยคน
แรก ไม่ใช่ใครนอกจากเจ้าของชุมนุมเสียเอง…”
“จริงสิ ยังมีอีกหนึ่งโอสถเข้าข่ายต้องสงสัย ลำดับ 0 แห่ง
เส้นทางผู้ชม นักสร้างฝัน! แต่เราไม่เชื่อว่าจะมีใครในหมู่สมาชิก
เป็นถึงลำดับ 0 ไม่อย่างนั้น องค์กรของเราไม่มีความจำเป็นต้อง
หลบซ่อนอยู่หลังฉาก แต่ไม่แน่ว่า ทางองค์กรอาจมีสมบัติเทพ
ซึ่งพลังใกล้เคียงลำดับ 0 อยู่ในมือ หรือไม่ก็ครอบครอง
‘เอกลักษณ์’ ของบางเส้นทางไว้ บางที่ พลังในการ ‘รับรู้’ ขณะ
ชื่อองค์กรถูกกล่าวถึงบนโลกด้านนอก อาจมาจากดินแดนความ
ฝันประหลาดอันสมจริงแห่งนี้ ดินแดนซึ่งเชื่อมต่อชายฝัง
ตะวันตกและตะวันออกของทวีปเข้าด้วยกัน แต่ในตอนนั้น เรา
มิได้ใส่ใจกับเรื่องนี้เลย มัวแต่ตกตะลึงถึงชายชราเฮอร์มิส พลาง
ซักถามความคาใจด้วยความอยากรู้อยากเห็น คำถามมีอยู่ว่า
เหตุใดมนุษย์ถึงเลือกใช้ ‘อำนาจ’ ของพวกท่านมาอธิบาย
ลักษณะเฉพาะของเทพแต่ละองค์ โดยมิสเตอร์เฮอร์มิสได้มอบ
คำตอบน่าสนใจกลับมาอีกครั้ง”
เมื่ออ่านถึงจุดนี้ ไคลน์พบว่าไดอารีหน้าสองจบลงแล้ว
ชายหนุ่มรีบพลิกไปยังหน้าถัดไป แต่จากนั้นก็ต้องรีบพลิก
กลับ เพราะเนื้อหาของหน้าสามมิได้สอดคล้องกับแผ่นแรกและ
แผ่นสองเลยสักนิด
…คำตอบอยู่ไหน?
โรซายล์เขียนไว้ในไดอารีหน้าติดกันซึ่งเรายังไม่เคยอ่าน
หรือเกิดความขี้เกียจเขียนเพราะมันยาวเกินไป? หรือมองว่าไม่
สำคัญจนไม่จำเป็นต้องจดบันทึก?
ไคลน์กำลังเกรี้ยวกราดภายใน มันอยากเดินทางข้ามโลก
กลับไปหาโรซายล์และบีบคอจนกว่าอีกฝั่ายจะยอมบอกคำตอบ
ของเฮอร์มิส!
แน่นอน อากัปกิริยาของเดอะฟูลยังคงสุขุมเยือกเย็น ตรง
ข้ามกับอารมณ์คุกรุ่นภายใน
ลำดับ 0 เส้นทางผู้ชมชื่อว่า ‘นักสร้างฝัน’ นับว่ายัง
สอดคล้องกับมังกรจินตภาพ เราเคยคิดว่าลำดับ 0 จะชื่อ
‘มังกร’ เสียอีก…
นักสร้างฝันฟังดูมีกลิ่นอายความเป็นมนุษย์ค่อนข้างมาก
หมายความว่า การดื่มโอสถจะไม่ทำให้ผู้วิเศษกลายเป็นมังกร…
ลำดับ 1 นักประพันธ์ แค่ฟังจากชื่อโอสถ ก็ทำให้นึกถึง
ปากกาขนนก 0-08 ทันที…
สภานักสิทธิ์สนธยาจัดชุมนุมผ่านดินแดนความฝันอัน
สมจริง ซึ่งเชื่อมต่อชายฝังตะวันออกและตะวันตกของทวีปเข้า
ด้วยกัน?
คำอธิบายแฝงกลิ่นอายความ ‘อัศจรรย์’ เช่นนี้ทำให้เราขน
ลุกไปทั้งตัว ทำไมถึงได้ฟังดูเหมือนห้วงมิติเหนือสายหมอกเทา
นัก…
ไคลน์พยายามข่มอารมณ์ พลางตระหนักว่าไดอารีหน้าเมื่อ
ครู่ ได้มอบข้อมูลมหาศาลมากเพียงใด
ประการแรก มันได้รู้จักกับนักปราชญ์จากบรรพกาล เฮอร์
มิส และทราบด้วยว่า อีกฝั่ายอาศัยในยุคสมัยเดียวกับโรซายล์
เป็นอย่างน้อย เป็นช่วงเวลาราวหนึ่งถึงสองร้อยปีก่อน
ถัดมา เมื่อโรซายล์อธิบายเกี่ยวกับการห้ามเอ่ยถึงองค์กร
ดังกล่าวบนโลกภายนอก ไคลน์มั่นใจทันทีว่านี่คือสภานักสิทธิ์
สนธยา
และสุดท้าย มันได้ทราบชื่อจริงของโอสถลำดับ 0 1 และ 2
ของเส้นทางผู้ชม จริงอยู่ ความรู้ดังกล่าวอาจยังไม่เกิดประโยชน์
ทันที่ แต่คงมีโอกาสใช้เข้าสักวัน หรืออย่างน้อยก็เสริมให้องค์
ความรู้ด้านศาสตร์เร้นลับของตนเข้มแข็งขึ้น
ในอนาคต มิสจัสติสอาจซักถามก็เป็นได้… ความอยากรู้
อยากเห็นของเธอน่าทึ่งเสมอ…
ไคลน์ไม่มีทางเลือกนอกจากสลัดความเสียดายในคำตอบ
ของเฮอร์มิสทิ้ง และบังคับตัวเองให้อ่านไดอารีหน้าสุดท้าย
ขณะชายหนุ่มกำลังนั่งอ่าน ออเดรย์แอบใช้สายตาสอดส่อง
เป็นระยะ จนกระทั่งเธอพบว่าไพ่จักรพรรดิมืด ซึ่งมิสเตอร์ฟูล
มักวางบนโต๊ะทองแดงยาวด้านหน้าเสมอ ยามนี้กลับหายไปจาก
ตำแหน่งเดิม!
ท่านมอบให้ข้ารับใช้ของตนเพื่อเป็นการช่วยเหลือ หรือ
นำไปแลกเปลี่ยนกับสิ่งของมีค่าชนิดอื่นแล้ว?
ออเดรย์กะพริบตาถี่ ภายในใจพยายามหาคำตอบให้ตัวเอง
หญิงสาวเชื่อว่าสมมติฐานแรกมีความเป็นไปได้มากกว่า
เพราะลำพังข้ารับใช้เดอะฟูล คงไม่มีพลังมากพอจะทำลาย
พิธีกรรมอัญเชิญพระผู้สร้างแท้จริงด้วยตัวเองได้แน่
น่าเสียดาย ท่านพ่อไม่มีสิทธิ์เข้าถึงเอกสารการสืบสวนของ
เหยี่ยวราตรี ไม่อย่างนั้น เราคงได้ทราบว่าข้ารับใช้ของมิสเตอร์
ฟูลเป็นใคร และมีหน้าตาเป็นเช่นไร…
หืม… ส่วนสูงปานกลาง แต่งกายคล้ายชาวโลเอ็น สวมเสื้อ
คลุมกระดุมสองแถวยอดนิยม และอยู่ใกล้กับคฤหาสน์กุหลาบ
แดงขณะเกิดเหตุ เราสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นการ
สืบสวนขยายผลได้…
แต่นั่นอาจทำให้มิสเตอร์ฟูลไม่พอใจ หากท่านต้องการ
เปิดเผยตัวตนข้ารับใช้ ท่านคงยอมบอกด้วยตัวเองไปนานแล้ว…
ออเดรย์ ห้ามคิดเยอะ! ห้ามสงสัย! บางที่ เธออาจได้พบกับเขา
ในอนาคต…
หญิงสาวเบือนหน้ากลับมา
ขณะเดียวกัน ไคลน์เกือบหลุดขำเนื่องจากไดอารีหน้า
สุดท้ายเต็มไปด้วยข้อความติดตลก
“16 มีนาคม เรามีโอกาสได้ร่วมงานเลี้ยงของชนชั้นสูงเป็น
ครั้งแรกนับตั้งแต่เดินทางข้ามมิติมายังโลกใบนี้ บรรดาคุณหนู
และคุณหญิงแจ่มกว่าในจินตนาการของเรามากทีเดียว! ถ้าจำไม่
ผิด เราเคยอ่านเจอในนิยายว่า บรรดาชนชั้นสูงของยุคกลางมัก
ไม่ชอบอาบน้ำ โดยจะอาศัยกลิ่นของน้ำหอมช่วยดับกลิ่นอับใน
ร่างกายแทน แถมยังเหยียบอุจจาระบ่อยครั้งเมื่อเดินทางออก
จากบ้าน และมักนำครีมซึ่งมีส่วนผสมของโลหะหนักเป็นพิษทา
ใบหน้าตัวเองบ่อยครั้ง แต่ผิดคาด ขุนนางบนโลกนี้กลับทำตัว
ตรงกันข้าม พวกหล่อนชื่นชอบการอาบน้ำเป็นชีวิตจิตใจ ชื่น
ชอบน้ำหอมเย้ายวนและทรงเสน่ห์ มีผิวพรรณเป็นเลิศ แถมยังมี
หุ่นดีอย่างน่าเหลือเชื่อ เกือบทุกคนเข้าข่ายสเปคของเราหมด!”
“เราเอาชนะความเขินอายและเริ่มมีบทสนทนาอันยอด
เยี่ยมกับบุตรสาวของไวเคาต์เดลิโรส พวกเราคุยกันในเรื่อง
ผลงานและคุณงามความดีของบรรพบุรุษ พูดคุยเกี่ยวกับ
ดินแดนในการครอบครองของตระกูล และบรรดาศักดิ์ขุน
นางในปัจจุบันของเรา จากนั้น เธอขอตัวโดยให้เหตุผลว่า เริ่ม
หิวและต้องการหาอะไรรองท้อง เราไม่ได้เก็บไปคิดมากนัก และ
จำใส่ใจไว้เสมอว่า การจีบสาวของค่อยเป็นค่อยไป แต่เมื่อเดิน
ลงบันไดไปชมสวนดอกไม้ชั้นล่าง เรากลับได้พบหล่อนกำลัง
เปลือยกายสมสู่อยู่กับบุตรชายคนโตของเอิร์ลฟลอเนอร์! เชี่ย!
บัดซบ! พวกมันเพิ่งเคยพบหน้ากันเป็นครั้งแรกไม่ใช่รึไง! ทำไม
กัน! ทำไม!? ตัวข้าฮวงเทา โรซายล์·กุสตาฟผู้นี้ ยังหล่อเหลาไม่
มากพอ ยังมีคารมคมคายไม่ดีพออย่างนั้นหรือ? แต่โชคยังดี ดู
เหมือนมาดามจะยังพอมีใจให้เราบ้าง สัมผัสได้จากสายตาและ
กิริยาท่าทางเย้ายวนของเธอ หึหึ…”
ดูเหมือนโรซายล์ในช่วงแรกจะยังไม่ชินกับขนบธรรมเนียม
สุดพิสดารของอินทิส…
จากบันทึกทางประวัติศาสตร์ ตระกูลกุสตาฟเริ่มอยู่ในช่วง
ขาลง บรรดาศักดิ์ถูกถอดถอนจนเหลือเพียงบารอน และมี
ดินแดนในการครอบครองไม่มาก แต่สถานการณ์เปลี่ยนไปโดย
สิ้นเชิงเมื่อโรซายล์เริ่มสร้างชื่อ…
ไม่เคยคิดมาก่อนว่าโรซายล์จะเคยมีประสบการณ์ถูกปาด
หน้าแย่งสาวกับเขาเหมือนกัน…
เดี๋ยวสิ ถ้าจำไม่คิด โรซายล์เคยเขียนไว้ในไดอารีแผ่นแรกๆ
ว่า เขามีโอกาสได้ ‘งาบ’ เคาต์เทสฟลอเนอร์…
เอาจนได้สินะ ขอคารวะ…
ไคลน์ก้มศีรษะอ่านต่ออีกสองย่อหน้า
ชีวิตประจำวันในคฤหาสน์ของโรซายล์มิได้หวือหวาหรือแฝง
ไว้ด้วยข้อมูลเป็นประโยชน์ รายละเอียดส่วนมากเกี่ยวกับความ
ต้องการอยากออกไปล่าสัตว์ คิดถึงอาหารโลกเก่า ความ
ปรารถนาจะครอบครองพลังพิเศษ และต้องการมีสาวใช้คนสวย
หน้าอกใหญ่คอยปรนนิบัติข้างกาย
ไคลน์เอนหลังพิงเก้าอี้ เสกไดอารีทั้งสามแผ่นเลือนหายไป
จากฝั่ามือ และเงยหน้ากล่าวกับทุกคนด้วยรอยยิ้ม
“เชิญตามสบาย”
ออเดรย์รีบหันไปมองเดอะซันฝังตรงข้าม
“คุณและทีมสำรวจหลุดพ้นจากวังวนกระแสเวลาแล้วใช่
ไหม”
เดอร์ริคพยักหน้ารับอย่างซื่อตรงและหันไปทางตำแหน่งหัว
โต๊ะ
“ท่านเดอะฟูลผู้ยิ่งใหญ่ ขอบคุณสำหรับคำนำแนะอันแสนมี
ค่า คำบอกใบ้ของท่านช่วยให้ผมค้นพบกุญแจสำคัญเกี่ยวกับ
เทวทูตโชคชะตาบนจิตรกรรมฝาผนังซึ่งมีข้อความ ‘กุหลาบไถ่
บาป’ สลักอยู่ สิ่งนี้ช่วยให้ท่านประมุขทำลายวังวนกระแสเวลา
สำเร็จ”
อะไรคือเทวทูตโชคชะตา…?
ไม่เข้าใจเลยสักนิด…
เดอะฟูล ไคลน์ ตอบกลับด้วยเสียงขรึมแม้จะกำลังสับสน
“ทำได้ไม่เลว”