ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 496 ทะเลอันเปียมด้วยความฝันของผู้คน
“น้ำพุไม่แก่เฒ่า? ถ้าดื่มเข้าไป เราจะอยู่ในร่างหนุ่มสาวไป
ตลอดกาลหรือคะ?” ดอนน่าซักถามด้วยดวงตาเปล่งประกาย
แต่เธอมิได้ปรารถนาจะดื่มมัน เนื่องจากตนยังมีอายุน้อย
มาก
ไอร์แลนด์ยังไม่ตอบทันที่ เพียงใช้ส้อมจิ้มเนื้อติดซี่โครงเมอร์
ล็อกทอด แบ่งกินสองคำ และตบท้ายด้วยการจิบไวน์เลือดโซ
เนีย
รสชาติหวานละมุนลิ้นของไวน์ ช่วยกลบความเลี่ยนจาก
น้ำมันได้เป็นอย่างดี… กัปตันเรือหลับตาลงพลางทำหน้าครุ่นคิด
ประหนึ่งตนคือนักชิมอาหาร
ผ่านไปหลายวินาที่ ไอร์แลนด์หันไปตอบกับดอนน่าอย่างไม่
รีบร้อน
“ฉันไม่รู้ว่ามีน้ำพุดังกล่าวอยู่จริงไหม และไม่ทราบว่าราชา
อมตะ อาการิธ ดื่มมันเข้าไปจริงรึเปล่า… แต่หนึ่งสิ่งแน่ชัดคือ
ฉันเคยได้ยินตำนานของราชาโจรสลัดคนนี้มาตั้งแต่ยังเด็ก เฉก
เช่นราชาโจรสลัด นาสต์ ราวกับพวกเขามีชีวิตอันเป็นนิรันดร์”
“เคราของพวกเขาต้องยาวถึงหน้าอกแน่นอน!” แดนตัน
แสดงความเห็น
“ผิดแล้ว ราชาห้าห้วงสมุทร นาสต์ มีเครายาวเลยปลายคาง
ลงมาเพียงไม่มาก เขานั่งบนบัลลังก์ดาดฟั้าเรืออย่างองอาจ สวม
ชุดคลุมยาวสีดำสลับแถบสีเงิน สวมมงกุฎสูงกว่าศีรษะประมาณ
สองเท่า สายตาจ้องมองทุกสิ่งราวกับตนคือเทพ…” เสียงของ
ไอร์แลนด์แผ่วลงขณะเรียกคืนความทรงจำสมัยอดีต
“คุณลุงกัปตันเคยพบราชาห้าห้วงสมุทรด้วยหรือคะ?” ดอน
น่าซักไซ้อย่างตื่นเต้น
นาสต์คือโจรสลัดในตำนาน ชื่อเสียงโด่งดังทั่วทุกหนแห่งบน
ผืนทะเล แม้แต่เด็กเล็กบนเกาะหรือเมืองท่าก็ยังต้องเคยได้ยิน
ชื่อ
คนรุ่นแล้วรุ่นเล่าเติบโตมาพร้อมการได้ฟังตำนานของ
นาสต์!
ในทางสามัญสำนึก คนส่วนใหญ่คงเข้าใจว่านาสต์คือราชา
โจรสลัดตัวจริง…
หืม… ถ้าเราจำไม่ผิด หนึ่งในเงื่อนไขเพื่อจะเลื่อนลำดับเป็น
จักรพรรดิมืดคือ ต้องสลักความเป็น ‘จักรพรรดิ’ ลงในจิตใต้
สำนึกของผู้คนจำนวนมาก… หรือนาสต์กำลังวางรากฐานะเพื่อ
สถาปนาตัวเองเป็นจักรพรรดิในอนาคต หลังจากได้เป็นลำดับ
1?
ชักอยากรู้แล้วว่า ปัจจุบันราชาห้าห้วงสมุทรกำลังอยู่ใน
ลำดับเท่าไร…
แม้ว่าภายนอก ท่าทีของไคลน์อาจคล้ายกับกำลังพิจารณา
รสชาติเนื้อเมอร์ล็อกทอดอย่างเอร็ดอร่อย แต่ภายในใจกำลัง
ตรึกตรองถ้อยคำของกัปตันเรือมากประสบการณ์
หลังจากได้ยินคำถามของดอนน่า ไอร์แลนด์ถอนหายใจแผ่ว
“ในตอนนั้น ฉันยังเด็กมากและทำงานอยู่บนเรือ ‘วิลเลียม
ที่ห้า’ ขณะกำลังแล่นผ่านช่องแคบภัยพิบัติในทะเลคลั่ง เรือของ
พวกเราได้พบกับเรือจักรพรรดิมืดเข้าโดยบังเอิญ ภายในไม่กี่
วินาที่ ทุกคนบนเรือ ไม่เว้นแม้แต่กัปตัน ต่างสูญเสียจิตวิญญาณ
การต่อสู้ไปโดยสิ้นเชิง แต่ยังเคราะห์ดี นาสต์มิได้สั่งให้ลูกเรือบุก
โจมตีเข้ามา”
“เท่ชะมัด!” เด็กชายแดนตันกล่าวชื่นชมด้วยดวงตาเปล่ง
ปลั่ง
ไอร์แลนด์ไม่ลงลึกรายละเอียดมากกว่านี้ เพียงอมยิ้มและ
วกกลับเข้าเรื่องเก่า
“ในส่วนของราชาอมตะ อาการิธ ฉันไม่เคยพบตัวจริงของ
เขามาก่อน เคยเห็นจากใบประกาศจับพร้อมค่าหัวเท่านั้น เขา
เป็นชายวัยกลางคนผิวพรรณขาวซีด หากจะถามว่าซีดแค่ไหน
ให้จินตนาการถึงศพมนุษย์เพิ่งตายได้ไม่นานและเริ่มเน่าเปือย”
เมื่อได้ยินการเปรียบเปรย ดอนน่าและแดนตันรีบหันไปมอง
ศพเมอร์ล็อกด้านข้างพลางกลืนน้ำลายอึกใหญ่คนละคำ
“อย่างไรก็ตาม จุดสำคัญมิได้อยู่ตรงใบหน้าของเขา แต่เป็น
จำนวนเงินค่าหัว ลำพังอาณาจักรโลเอ็นแห่งเดียว ค่าหัวของอา
การิธก็สูงถึงหนึ่งแสนปอนด์แล้ว แถมยังเป็นค่าหัวต่ำสุดจาก
บรรดาราชาโจรสลัดทั้งสี่” ไอร์แลนด์เล่าต่อ “กลับมายังเรื่อง
ของสมบัติ อันดับสามคือมรดกของจักรวรรดิโซโลมอน กล่าว
กันว่า ในยุคสมัยที่สี่ ขณะจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่ใกล้ถึงคราวล่ม
สลาย บรรดาขุนนางได้นำสมบัติมูลค่ามหาศาลชนิดแม้แต่ทวย
เทพยังปรารถนาใส่ไว้ในเรือลำใหญ่ และแล่นมุ่งหน้าไปยังทะเล
หมอก รอคอยโอกาสฟืนฟูความยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิโซโลมอน
กลับมาอีกครั้ง
“แต่ไม่ว่าจะผ่านไปห้าร้อย หนึ่งพัน หรือหนึ่งพันห้าร้อยปี
เรื่องดังกล่าวก็ไม่เคยเกิดขึ้นอีกเลย”
“ดิฉันได้ยินว่า ราชาห้าห้วงสมุทร นาสต์ ได้สืบทอดมรดก
บางส่วนมาจากจักรพรรดิโซโลมอน แต่ก็ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่า
เขาคือทายาทของจักรพรรดิมืดตัวจริง” เซซิลกล่าวเสริมด้วยสี
หน้าสนใจ
“ทะเลหมอก? ทะเลฝังตะวันตกของทวีปเหนือหรือคะ?”
ดอนน่าซักถามหลังจากทบทวนความรู้วิชาภูมิศาสตร์
“ถูกต้อง” คลีฟส์ช่วยตอบ
หากนับทวีปเหนือเป็นศูนย์กลาง ฝังตะวันออกคือทะเลโซ
เนีย ฝังตะวันตกคือทะเลหมอก ทางทิศใต้คือทะเลคลั่ง และทาง
ทิศเหนือคือทะเลเหนือ
ทางฝังทวีปใต้ก็ไม่ต่างกันนัก ตะวันออกและตะวันตกยังคง
เป็นทะเลโซเนียและทะเลหมอก ส่วนทางใต้ลงไปเป็นทะเลขั้ว
โลก
ทะเลทั้งห้าถูกเรียกรวมเป็นห้าห้วงสมุทร
ชายฝังทิศตะวันตกของอาณาจักรโลเอ็นมีเทือกเขาโฮนาซิส
ขวางกั้น แถบด้านบนเป็นแคว้นเลียบทะเล ฝังตะวันออกติดกับ
ทะเลโซเนีย และทางทิศใต้เป็นอ่าวเดซีย์ โดยบริเวณดังกล่าว
สามารถแล่นเรือผ่านไปยังทะเลคลั่งได้
แต่ไม่มีจุดใดของโลเอ็นใกล้เคียงกับทะเลหมอกเลย
“อย่างนี้นี่เอง…” ดอนน่าไม่สนใจสมบัติไกลตัวสักเท่าไร จึง
เปลี่ยนเรื่องซักถาม “แล้วสมบัติลำดับถัดไปคืออะไรคะ?”
“เป็นสมบัติของจักรวรรดิสุดท้ายแห่งยุคสมัยที่สี่ ทรัน
ซอสต์ มีข่าวลือว่า พวกเขาสร้างเรือขนาดเท่าเมืองขึ้นและนำ
สมบัติทั้งหมดไปเก็บไว้บนเรือ แต่ช่างน่าขัน พวกเขาหลบหนีไม่
สำเร็จ แม้ว่าผู้โดยสารทุกคนจะเดินทางมาขึ้นเรือได้ทันเวลา แต่
กลับไม่มีใครรอดชีวิตแม้แต่คนเดียว อย่างไรก็ตาม เรือลำ
ดังกล่าวได้หายไปอย่างเป็นปริศนา จนกระทั่งทุกวันนี้ ผู้คนมัก
อ้างว่ามองเห็นเรือลำใหญ่เท่าเมืองแล่นผ่านไปในค่ำคืนหมอก
หนา เรือลำดังกล่าวจึงถูกขนานนามว่า ‘จักรวรรดิผีสิง’ โดยมัก
ปรากฏตัวบ่อยครั้งในเขตน่านน้ำทะเลโซเนีย หึหึ… นั่นคือ
บทสรุปของเรื่องราว”
ไอร์แลนด์แหงนหน้ามองจันทร์แดงบนท้องฟั้าโดยไม่เก็บ
ซ่อนความปรารถนาในสมบัติมูลค่ามหาศาล
บางที่ พวกเราอาจได้กับพบเรือฝีสิงในคืนวันพรุ่งนี้ ไม่สิ…
คืนนี้วันเลย! ดอนน่าแสดงสีหน้าคาดหวัง
หลังจากจัดการอาหารตรงหน้าจนเกลี้ยง ไคลน์ทำเพียงนั่ง
จิบชาดำพลางฟังเรื่องราวน่าสนใจจากปากไอร์แลนด์
“ตำนานสมบัติลำดับที่ห้าคือเมืองสาบสูญ ‘เนวินส์’ มีคน
กล่าวไว้ว่า บริเวณก้นทะเลหมอกเคยมีอารยธรรมโบราณของ
สิ่งมีชีวิตทรงปัญญาอาศัยอยู่ เหล่านักผจญภัยและนักเดินเรือ
ต่างเคยพบหลักฐานการมีตัวตนของอารยธรรมดังกล่าวบ่อยครั้ง
แต่กลับไม่มีใครเคยเห็นเมืองจริงๆ ด้านล่างแม้แต่คนเดียว ราว
กับมันได้สาบสูญจากโลกนี้ไปนานแล้ว” ไอร์แลนด์กระดกไวน์
เลือดโซเนียในแก้วจนหมดและเล่าต่อ “กล่าวกันว่า หากมรดก
ของอารยธรรมดังกล่าวยังคงอยู่ มูลค่าของมันจะมหาศาลจนมิ
อาจประเมินเป็นตัวเลขได้”
หลังจากเว้นวรรคสองวินาที่ ไอร์แลนด์ยิ้ม
“อย่างไรก็ตาม สมบัติในฝันของฉันเป็นสิ่งจับต้องได้
มากกว่าตำนานจอมปลอมเหล่านี้ ชื่อของมันคือ ‘ลอเรล
อับปาง’ เมื่อราวหนึ่งร้อยปีก่อน เรือลำดังกล่าวได้บรรทุกทอง
แท่ง เครื่องเพชร และสมบัติมีค่าอีกหลายชนิดของอาณาจักรโล
เอ็นกลับจากไบลัมตะวันออก แต่หลังจากแล่นพ้นเขตน่านน้ำ
ปลอดภัย มันจมลงอย่างเป็นปริศนาโดยไม่มีใครทราบตำแหน่ง
แน่ชัด รู้แต่เพียงว่า จมอยู่สักแห่งระหว่างทะเลคลั่งกับทะเลโซ
เนีย และยังไม่มีใครค้นพบซากหรือร่องรอยมาจนถึงทุกวันนี้
ทรัพย์สินบนเรือถูกประเมินให้มีมูลค่ากว่าหลายล้านปอนด์!”
“หลายล้านปอนด์…?” เงินจำนวนมหาศาลทำให้ดอนน่า
อุทานเสียงหลง
ในฐานะบุตรสาวผู้มีการศึกษาของพ่อค้ามั่งคั่ง เธอพอจะ
ทราบคร่าวๆ ว่าเงินจำนวนดังกล่าวมีค่ามากเท่าใด
นับเฉพาะอาณาจักรโลเอ็น เศรษฐีหลักหลายล้านปอนด์จะ
ถือเป็นอภิมหาคนรวยอย่างแท้จริง! มีอำนาจเป็นรองเพียง
ตระกูลขุนนางใหญ่และเชื้อพระวงศ์เท่านั้น!
หลายล้านปอนด์…? มาดามแมรีผู้เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ
บริษัทโคอิม และยังเป็นหนึ่งในคณะกรรมการมลพิษทางอากาศ
แห่งชาติ ก็ยังมีทรัพย์สินรวมเพียงไม่กี่แสนปอนด์เท่านั้น
ไคลน์หาเปั้าหมายในการเปรียบเทียบ
ไอร์แลนด์ถอนหายใจสั้น
“แต่เธอกลับถูกมองว่าเป็นคนใหญ่คนโตในแวดวงชนชั้นสูง
ของเมืองหลวง หลังจากหย่าร้างกับสามี เธอก็ถูกหมายตาจาก
เหล่าสุภาพบุรุษน้อยใหญ่ทั่วกรุงเบ็คลันด์ทันที่ แม้กระทั่ง
บุตรชายของทายาทตระกูลดังก็ยังมาขอหมั้นหมาย… หากผม
พบ ‘ลอเรลอับปาง’ เมื่อไร คงตัดสินใจลาออกจากการเป็น
กัปตันเรือถาวร จากนั้นก็กลับไปยังกรุงเบ็คลันด์และทำตัวเป็น
เศรษฐีใจบุญ ซื้อดินแดนและมอบเงินบริจาคให้พรรคการเมือง
จนกระทั่งได้นับตำแหน่งขุนนางแบบสืบสายเลือด!”
ถ้าจำไม่ผิด ทาลิมเคยเล่าให้ฟังว่า บรรดาศักดิ์บาโรเน็ต
แบบสืบสายเลือดต้องใช้เงินราวสามแสนปอนด์ และบารอนต้อง
ใช้เงินไม่ต่ำกว่าแปดแสนปอนด์… หากกู้สมบัติดังกล่าวขึ้นมาได้
จริง โอกาสได้รับบรรดาศักดิ์ไวเคาต์หรือเอิร์ลก็ไม่ไกลเกิน
เอื้อม…
เงินหลายล้านปอนด์เชียวนะ!
ไคลน์ช่วยวางแผนอนาคตให้ไอร์แลนด์
“ถ้าเป็นฉันคงไม่ทำแบบนั้นแน่ ขอแค่ซื้อคฤหาสน์สักหลังก็
พอแล้ว” เซซิลเริ่มจินตนาการความฝันหลังจากตนได้พบสมบัติ
“ฉันจะจ้างคนรับใช้จำนวนมาก ปลูกทุ่งข้าวสาลีขนาดใหญ่ ทำ
ไร่องุ่น และทำห้องบ่มไวน์องุ่นเป็นของตัวเอง… นอกจากนั้นยัง
จะสร้างห้องสำหรับอาบแดด ล้อมรอบไปด้วยฝูงวัว แกะ และ
ม้า รวมถึงผลิตขนมปังในโรงสีข้าวของตัวเอง นั่นคือวิถีชีวิตใน
ฝัน…”
ไอร์แลนด์หัวเราะเสียงดัง
“ฮะฮะ! มาดาม คุณทราบหรือไม่ว่าคฤหาสน์หลังหนึ่งมี
ราคาเท่าไร”
“ไม่ทราบค่ะ” เซซิลส่ายหน้า
“แค่ไม่กี่พันปอนด์เท่านั้น!! หากคุณหาลอเรลอับปางพบ ก็
จะซื้อคฤหาสน์ในฝันได้ไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันหลัง!” ไอร์แลนด์ใช้
ตัวเลขขยายให้เซซิลเห็นภาพชัด
คฤหาสน์นับพันหลัง? เซซิลครุ่นคิดพลางยกถ้วยชาดำขึ้นมา
จิบ
แต่ไหนแต่ไร เธอทราบว่าเงินจำนวนหลายล้านปอนด์คือ
จำนวนมหาศาล แต่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าจะมากมายถึงเพียงนี้!
เพื่อบรรเทาความตกตะลึงในใจ หญิงสาวรีบหันไปทาง
คลีฟส์และซักถาม
“หัวหน้า ถ้าคุณได้พบลอเรลอับปาง จะนำเงินหลายล้าน
ปอนด์ไปทำอะไรบ้าง? ไม่สิ…คุณต้องการมีชีวิตแบบไหน
หลังจากนั้น”
คลีฟส์เงียบงันสักพัก
“กลับบ้านไปกอดภรรยาและลูกๆ พร้อมกับบอกทุกคนว่า
พ่อไม่จำเป็นต้องออกไปผจญภัยในทะเลอีกแล้ว”
เป็นคนดีผิดคาดแฮะ… ไคลน์พยักหน้าหงึก
ดอนน่าหันมาทางชายหนุ่ม
“แล้วคุณลุงนักผจญภัยล่ะคะ?”
ไคลน์ตอบเสียงเรียบด้วยสีหน้าเย็นชา
“บอกกับตัวเองให้รีบตื่น และเลิกฝันกลางวันสักที”
พรวด…!
ดอนน่าบ้วนชาเย็นในปากลงบนจานอาหารตรงหน้า แต่โชค
ยังดีว่า เนื้อเมอร์ล็อกทอดถูกจัดการไปจนหมดแล้ว
ขณะเดียวกัน ไคลน์ถอนหายใจยาว
ถึงสมบัติจะมีอยู่จริง แต่ก็แทบไม่มีทางตกถึงมือคนธรรมดา
อย่างเราแน่ เพราะเจ็ดโบสถ์หลักไม่น่าจะปล่อยให้สมบัติมูลค่า
มหาศาลหลุดรอดมาถึงปัจจุบันได้…
แต่ลำพังการได้พูดคุยเกี่ยวกับสมบัติ ก็มากพอจะทำให้
หัวใจสูบฉีดเต้นระรัว นี่คือเสน่ห์ของตำนานสินะ… ไม่แปลกใจ
เลยว่า ทำไมเหล่านักผจญภัยถึงได้หลงใหลในสมบัติกันนัก!
ดอนน่ารีบเช็ดปากและนั่งด้วยกิริยาสง่างาม ราวกับเมื่อครู่
มิได้บ้วนอะไรออกไปทั้งสิ้น
เด็กชายแดนตันซักถามกระตือรือร้น
“ยังมีตำนานสมบัติอื่นอีกไหมครับ”
ไอร์แลนด์ไปมองทางคลีฟส์ บอกเป็นนัยว่าให้ชายคนนี้ช่วย
มอบคำตอบ
คลีฟส์จิบชาดำอย่างใจเย็น ก่อนจะวางถ้วยลงและเริ่มเล่า
จากประสบการณ์ตัวเอง
“ในทะเลมีสมบัติอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นดินแดนลึกลับ
ของเอลฟ เรือโจรสลัดซึ่งหายไปอย่างเป็นปริศนาในส่วนลึกสุด
ของทะเลหมอก เมืองใต้น้ำอันเต็มไปด้วยสัตว์น้ำดุร้ายและทรง
พลัง ขุมทรัพย์สุดท้ายของจักรพรรดิโรซายล์ และอื่นๆ อีกมาก”
หือ…? แม้แต่จักรพรรดิก็มีตำนานขุมทรัพย์กับเขาด้วย
หรือ…ถ้าเป็นเรื่องจริง ภายในนั้นจะมีไพ่เย้ยเทพอยู่รึเปล่า และ
มีทั้งหมดกี่ใบ…
ไม่เพียงเท่านั้น ตำนานกุญแจเทพมรณาอาจช่วยให้มิสเตอร์
อะซิกฟืนฟูความทรงจำบางส่วนกลับคืนมา…
ไคลน์ไตร่ตรองด้วยสีหน้าคาดหวัง