ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 93 ไดอารีแผ่นใหม่
เหนือมิติสายหมอกกว้างใหญ่ไพศาล เสาหินหลายสิบต้น
ผงาดค้ำชูเพดานโถงหรูหราอลังการ ดาวแดงสองก้อนลอยเหนือ
เก้าอี้สองตัวใกล้หัวโต๊ะ พวกมันค่อยๆ เปลี่ยนสภาพกลายเป็น
รูปลักษณ์มนุษย์สองคน หนึ่งหญิงหนึ่งชาย
ขณะกระบวนการยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ฝั่ายหญิงสาวเปิดปาก
พูด
“ทิวาสวัสดิ์ค่ะ มิสเตอร์ฟูล”
ออเดรย์ที่ร่างเลือนรางก้มศีรษะคำนับ
“น่าเสียดายที่บนนี้ไม่มีไวน์เลอค่า จะได้ถือโอกาสเฉลิม
ฉลองความสำเร็จสุดยิ่งใหญ่ของมิสเตอร์ฟูลอย่างพร้อมหน้า”
ออเดรย์หมายถึงการดัดแปลงพิธีกรรม
“คุณทรงพลังกว่าที่พวกเราคิดไว้มาก”
อัลเจอร์สรรเสริญ
ไคลน์ที่ร่างกายคลุมด้วยหมอก มันตอบกลับเสียงราบเรียบ
คล้ายกลับไม่สลักสำคัญ
“อา…ด้วยผลลัพธ์นี้ พวกเจ้าสามารถแจ้งล่วงหน้าหาก
ติดธุระจนไม่สามารถร่วมชุมนุมในช่วงบ่ายวันจันทร์ สิ่งที่ต้อง
ดัดแปลงมีเพียงเปลี่ยนประโยค ‘ฉันปรารถนาความฝันอันแสน
สุข’ เป็นข้อความที่พวกเจ้าต้องการแจ้งให้ทราบ”
“ได้ค่ะ”
ออเดรย์พยักหน้า
“มิสเตอร์ฟูล ดิฉันเพิ่งได้รับไดอารีจักรพรรดิโรซายล์
เพิ่มเติม ถ้าจำไม่ผิด ตัวดิฉันยังติดหนี้คุณอยู่หนึ่งหน้า”
“ฝั่ายผมต้องอยู่กลางทะเลทั้งสัปดาห์ จึงไม่มีโอกาส
ค้นหา ขออภัยเป็นอย่างสูงครับ”
อัลเจอร์แนบกำปันไว้ที่หน้าอกและโน้มตัวขอโทษ
“ไม่เป็นไร เราไม่รีบร้อน”
ไคลน์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ มันใช้ปลายนิ้วเคาะที่เท้าแขน
พลางมองไปยังมิสจัสติส
“เชิญแสดงเนื้อหาไดอารี”
ออเดรย์ก้มศีรษะ
“สุดแล้วแต่ท่าน”
ปากกาหมึกซึมปรากฏบนโต๊ะด้านหน้าเด็กสาวผมทอง เธอ
พยายามจินตนาการภาพสัญลักษณ์พิสดารให้ถูกต้องชัดเจน
ที่สุดพร้อมกับตั้งจิตแน่วแน่
ภายในไม่กี่วินาที่ แผ่นกระดาษหนังเต็มพรืดไปด้วย
สัญลักษณ์ประหลาดที่มิสเตอร์ฟูลอ้างว่าเป็นตัวอักษร
หลังจากอ่านทวนซ้ำอีกครั้งด้วยความทรงจำของพลังผู้ชม
ออเดรย์วางปากกาอย่างผ่อนคลาย
“เสร็จแล้วค่ะ”
เพียงไคลน์ยกแขน แผ่นกระดาษหนังตรงหน้าออเดย์หายไป
และโผล่ในมือมัน ชายหนุ่มก้มหน้าลง กวาดสายตาอ่านด้วยสี
หน้าที่ไม่เจือปนอารมณ์มากนัก
“9 กรกฎาคม เราฉุกคิดบางประเด็นที่น่าสนใจได้ ในเมื่อ
เส้นทางผู้วิเศษมีอีกชื่อหนึ่งว่า ‘เส้นทางสู่การเป็นเทพ’ แล้ว
เหตุใด วัตถุที่สลัก ยี่สิบสองเส้นทางผู้วิเศษถึงถูกเรียกว่า ‘ศิลา
เย้ยเทพ’? เย้ยหยัน…เป็นวลีที่น่าสนใจ ฝั่ายใดกันแน่ที่ถูก
เย้ยหยัน? แล้วใครกันที่เป็นผู้สร้างมันขึ้นมา? แข็งแกร่งขนาด
รวบรวมข้อมูลทั้ง ยี่สอบสอง เส้นทางครบถ้วนสมบูรณ์เชียว
หรือ? บนศิลาดังกล่าวจะมีข้อมูลใดสลักไว้บ้าง? แค่ชื่อโอสถ
อย่างเดียว หรือรวมถึงสูตรผลิตโอสถทั้งหมดด้วย? อยากเห็น
ด้วยตาตัวเองชะมัด…”
“12 กรกฎาคม วันนี้ได้ทราบข้อมูลใหม่อีกหนึ่งเรื่อง
เกี่ยวกับความสำคัญของ ‘ของวิเศษต้องห้าม’ ของวิเศษคือ
เครื่องแสดงขุมพลังอำนาจของโบสถ์นั้นๆ ถึงแม้บางชิ้นจะมา
พร้อมผลข้างเคียงที่อันตรายเหนือจินตนาการก็ตาม จากบรรดา
เจ็ดโบสถ์หลัก โบสถ์ช่างฝีมือของเรามีปริมาณของวิเศษน้อย
ที่สุด และอันตรายน้อยที่สุดด้วย เฮ่อ…นี่เราเลือกสังกัดโบสถ์
ไร้อนาคตอย่างนั้นหรือ? ไม่ใช่! ยิ่งกระดาษขาวเท่าไร ช่องว่าง
ให้ต่อยอดงานศิลปก็ยิ่งกว้างเท่านั้น การสังกัดโบสถ์อ่อนแอจะ
ทำให้ตัวตนของเราโดดเด่น”
“14 กรกฎาคม เราได้พบมิสเตอร์ซาราธอีกครั้ง ไม่น่า
เชื่อเลยว่า ชายคนนี้จะเป็นหัวหน้าองค์กรลับเก่าแก่และ
ยิ่งใหญ่…ลัทธิเร้นลับ!”
อ่านถึงตรงนี้ ดวงตาไคลน์พลันเบิกโพลง นัยน์ตาดำหดลีบ
เล็ก มันเกือบเสียอาการต่อหน้าออเดรย์และอัลเจอร์
จากเอกสารลับของโบสถ์รัตติกาลที่ไคลน์ได้อ่าน มีเพียง
ประโยคสั้นๆ ที่ระบุว่าตระกูลซาราธเกี่ยวพันกับลิทธิเร้นลับ แต่
วันนี้กลับได้ทราบข้อมูลสุดน่าทึ่งจากจักรพรรดิโรซายล์ว่า
มิสเตอร์ซาราธเป็นหัวหน้าลัทธิเร้นลับเสียเอง
มันไม่เคลือบแคลงอีกแล้วว่า ลัทธิเร้นลับคือผู้ครอบครอง
เส้นทางนักทำนายไว้สมบูรณ์
ขณะไคลน์ตั้งใจอ่านไดอารี ออเดรย์พยายามใช้พลังผู้ชม
สำรวจความเปลี่ยนแปลงของร่างไคลน์ แต่ถูกหมอกหนาบดบัง
ไว้มิดชิด ไม่พบความผิดปรกติแม้แต่อย่างเดียว
หลังจากพยายามอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดเด็กสาวก็ยอมแพ้ เธอ
หันไปจ้องมองอีกหนึ่งบุคคลที่นั่งฝังตรงข้ามแทน
ตนทั้งสะเพร่า อวดดี และโง่เขลาที่บังอาจสำรวจมิสเตอร์
ฟูล โชคดีแค่ไหนที่อีกฝั่ายใจกว้างไม่ถือสาเอาความ
ออเดรย์แลบลิ้นปลิ้นตาอย่างทะเล้นก่อนตั้งใจสำรวจบุรุษที่
นั่งเก้าอี้ตรงข้ามตน
อัลเจอร์เอาแต่นั่งก้มหน้ามาตลอดนับตั้งแต่ชุมนุมเริ่มขึ้น
มันเงียบงันไม่กล่าวสิ่งใด ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย คล้ายกับกำลัง
เผชิญหน้าองค์เทพที่แท้จริง
สมาธิไคลน์ยังคงจดจ่ออยู่กับไดอารี มันอ่านมาถึงส่วน
สุดท้ายของหน้ากระดาษ
“หลังจากทราบเรื่องที่เราเลือกเส้นทางนักปราชญ์
มิสเตอร์ซาราธระบุว่า เรากำลังเดินบนเส้นทางที่ยากแต่
ปลอดภัย ด้วยความสงสัย จึงตัดสินใจถามถึงความหมายของ
ประโยคเมื่อครู่ แต่เขาไม่ตอบ ทำเพียงยิ้มและอธิบายคลุมเครือ
ว่า ทุกเส้นทางผู้วิเศษจะมีความลับบางประการซ่อนอยู่ เป็น
ความลับที่อยู่เหนือจินตนาการมนุษย์ จึงถามกลับไปอีกว่า แล้ว
เขาเลือกเดินบนเส้นทางผู้วิเศษใด คำตอบคือ…นักทำนาย”
…ขอให้ไปสู่สุคตินะครับ จักรพรรดิโรซายล์
ไคลน์อ่านที่เหลือจนจบ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นพูดคุยกับแฮง
แมนและจัสติส
“เมื่อได้ยินเช่นนั้น เราจึงกล่าวติดตลกว่า นักทำนายคน
ไหนก็ล้วนน่าหงุดหงิดเหมือนกันหมด ชอบอธิบายความจริง
เพียงครึ่ง อีกครึ่งกล่าวให้คลุมเครือจนผู้ฟังต้องตีความเอาเอง
ยิ่งไปกว่านั้นเขาเป็นถึงผู้วิเศษระดับสูง แต่ทำไมชอบทำตัว
เหมือนนักทำนายซึ่งเป็นผู้วิเศษลำดับเก้านัก? ยังจำเป็นต้อง
ย่อยพลังโอสถด้วยเทคนิคสวมบทบาทอีกหรือ? มิสเตอร์ซาราธ
ตอบกลับว่า ตัวเขากระทำสิ่งนี้จนเป็นกิจวัตรไปเสียแล้ว การ
อธิบายให้คลุมเครือครึ่งหนึ่ง จะทำให้เราเกิดความอยากรู้อยาก
เห็นและร่วมมือกับเขาในที่สุด ชายคนนั้นไม่ปิดบังเจตนาที่
ต้องการให้เราได้ครองตำแหน่งใหญ่ในโบสถ์ช่างฝีมือ เพื่อจะได้
ช่วยขโมยของวิเศษประจำโบสถ์เป็นการตอบแทนในภายหลัง
เราไม่มีข้อมูลของวิเศษดังกล่าวมากนัก ทราบเพียงแต่ว่า มันคือ
ของวิเศษเก่าแก่ซึ่งเคยเป็นมรดกตกทอดตระกูลอันทีโกนัสมา
ก่อน เรื่องนั้นไม่ต้องขบคิดให้ปวดหัว ยังอีกนานกว่าที่เราจะไต่
เต้าไปถึงตำแหน่งใหญ่โต เราถามมิสเตอร์ซาราธไปว่า หากใช้
เทคนิคสวมบทบาท ผู้วิเศษลำดับต่ำจะใช้เวลานานเพียงใดใน
การย่อยโอสถจนเสร็จสมบูรณ์ และมีสัญญาณใดบ่งชี้หรือไม่ว่า
โอสถถูกย่อยเรียบร้อยแล้ว คำตอบของเขาคือ หากไม่ละเลย
การใช้เทคนิคสวมบทบาท ในโอสถลำดับต่ำ อย่างช้าที่สุดคือ
ครึ่งปี และอย่างเร็วคือหนึ่งเดือน ส่วนสัญญาณบอกใบ้นั้น
ผู้วิเศษแต่ละคนจะตระหนักได้ด้วยตัวเอง เรื่องนั้นไม่ต้องกังวล
จากนั้นเราพยายามถามเขาอีกหลายเรื่อง แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามี
เพียงรอยยิ้ม รอยยิ้มบัดซบนั่น…หากเรากลายเป็นผู้วิเศษ
ลำดับสูงเมื่อใด จะไล่อัดพวกนักทำนายทุกคนให้สาแก่ใจเลย
คอยดู ขอโทษที่ให้รอ”
“เป็นเกียรติอย่างยิ่งค่ะ”
ออเดรย์สะดุ้ง ภาวะผู้ชมแตกสลาย
เธอหันไปมองแฮงแมนฝังตรงข้ามพร้อมกับเรียบเรียงคำพูด
“ดิฉันจะสืบหาเบาะแสจากสมาคมแปรจิตได้จากที่ใด?”
สมาคมแปรจิต…ชื่อนี้ทำให้ไคลน์หวนนึกถึงบุรุษคนหนึ่งที่
ซื้อส่วนประกอบโอสถนักทำนายในตลาดมืด
ขณะไคลน์กำลังคิดหาวิธีเข้าใกล้ชายคนดังกล่าว ฝั่ายอัล
เจอร์เงยหน้าขึ้นตอบ
“มิสจัสติส ประการแรก ผมไม่มีเบาะแสใดหลงเหลืออีก
แล้ว ตามที่ได้บอกไป ภาพจำสุดท้ายคือการจมเรือพวกมันลง
ก้นทะเล ประการที่สอง คุณไม่ควรรีบร้อนหาเบาะแสพวกมัน
ตอนนี้ สิ่งสำคัญคือการย่อยพลังโอสถผู้ชมให้เรียบร้อย
เสียก่อน”
เด็กสาวชำเลืองมองไคลน์ เมื่อเห็นว่าอีกฝั่ายไม่เสริมสิ่งใด
เพิ่มเติม เธอถอนหายใจด้วยสีหน้าผิดหวังเล็กๆ
“ฉันก็แค่ต้องการทราบล่วงหน้านานๆ จะได้มีเวลาเตรียม
ตัวตีสนิทหรือแทรกซึมเข้าไปในองค์กรอย่างเป็นธรรมชาติ แล้ว
ก็…ฉันอยากทราบว่า สัญญาณบ่งชี้ที่ระบุว่าพลังโอสถถูกย่อย
โดยสมบูรณ์แล้วมีลักษณะเป็นเช่นไร? และเมื่อใดที่สามารถ
หยุดสวมบทบาท? ปัจจุบัน เสียงกระซิบในหัวแทบไม่หลงเหลือ
แล้ว อาการข้างเคียงต่างๆ ก็ไม่ปรากฏ”
อัลเจอร์ชำเลืองมองไคลน์ เมื่อเห็นว่ามิสเตอร์ฟูลมิได้
ต้องการเสริม มันจึงหันไปพูดกับออเดรย์
“ถ้าหากไม่ได้ใช้เทคนิคสวมบทบาท หลังจากกลายเป็น
ผู้วิเศษได้สามปีและมั่นใจว่าไม่ได้ยินเสียงกระซิบลึกลับ ในทาง
ปฏิบัติจะมีวิธีทดสอบพื้นฐานอยู่หนึ่งรูปแบบ นั่นคือการบีบคั้น
ให้ร่างกายอ่อนเพลียถึงขีดสุด หากอยู่ในสภาวะดังกล่าวแล้วยัง
ไม่ได้ยินเสียงกระซิบ หมายความว่าบุคคลนั้นพร้อมเลื่อนระดับ
แล้ว แต่ด้วยเทคนิคสวมบทบาท ผมรู้สึกถึงการเป็นหนึ่ง
เดียวกับโอสถ และอาจไม่ต้องรอนานถึงสามปี”
เป็นคำตอบที่ไม่ช่วยอะไรมาก…กว่าจะเริ่มทดสอบ
คุณสมบัติได้ ตนต้องรอนานถึงสามปีเชียวหรือ?
ขณะเด็กสาวตัดพ้อ เธอได้ยินเสียงเคาะที่เท้าแขนดังแว่ว
ออเดรย์รีบหันมองด้วยสีหน้าตื่นเต้น แล้วก็เป็นดังคาด
มิสเตอร์ฟูลกำลังใช้ปลายนิ้วเคาะที่เท้าแขนเพื่อส่งสัญญาณ
อัลเจอร์รีบนั่งหลังตรงเตรียมตั้งใจฟัง
ไคลน์อธิบายเสียงเรียบ
“สำหรับผู้วิเศษลำดับต่ำ หากไม่ละเลยเทคนิคสวม
บทบาท อย่างช้าสุดคือครึ่งปี และอย่างเร็วสุดคือหนึ่งเดือน”
มันเบือนหน้าหาเด็กสาวผมทอง
“ส่วนสัญญาณบ่งชี้ ตัวผู้วิเศษจะทราบได้เองทันทีโดยไม่
ต้องให้ใครบอก”
“หนึ่งเดือน…เจ๋ง! ขอบคุณค่ะมิสเตอร์ฟูล”
ออเดรย์ยิ้มอย่างมีความสุข
สาวน้อย…เธอคิดหรือว่าตัวเองจะเป็นผู้โชคดีหายากคน
นั้น? ใจความสำคัญอยู่ที่ครึ่งปีต่างหาก
ไคลน์เลื่อนมือข้างขวาขึ้นมาเท้าคาง
“ครึ่งปี…”
อัลเจอร์พึมพำ
ออเดรย์จ้องสำรวจแฮงแมนด้วยพลังนักทำนาย เธอพบว่า
อีกฝั่ายกำลังเปียมด้วยอารมณ์หลากหลาย ทั้งความสุข โล่งใจ
และเคลือบแคลง
เขากำลังเคลือบแคลงสิ่งใด?
เด็กสาวพูดขึ้น
“มิสเตอร์ฟูลคะ คุณต้องการเพิ่มจำนวนสมาชิกชุมนุมไพ่
ทาโรต์ไหม?”
ไคลน์เอนหลังผ่อนคลาย มันเตรียมคำตอบสำหรับเรื่องนี้
นานแล้ว
“ที่นี่เกิดขึ้นจากการทดลอง ในตอนแรกจึงไม่ได้คำนึงถึง
สมาชิกใหม่ แต่ปัจจุบัน ในเมื่อทุกคนเห็นพ้องที่จะจัดชุมนุม
อย่างต่อเนื่อง การรับสมาชิกเพิ่มจึงสามารถกระทำได้ ทว่า
สมาชิกใหม่ต้องถูกคัดเลือกอย่างเข้มงวด กฎเหล็กสำคัญที่สุด
คือการเก็บความลับ”
ออเดรย์พยักหน้า ก่อนจะสรุปเอาเอง
“หมายความว่าต้องมีการคัดเลือกเปั้าหมาย สำรวจ
พฤติกรรม และทดสอบอีกเล็กน้อยเพื่อให้แน่ใจใช่ไหมคะ?”
“จะคิดแบบนั้นก็ได้”
ไคลน์ยิ้ม
ขณะเดียวกัน มันกำลังครุ่นคิดหาวิธีสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ของลัทธิเร้นลับ รวมถึงสูตรผลิตโอสถตัวตลก แต่ด้วย
ภาพลักษณ์ของตน ชายหนุ่มมิอาจถามออกไปตามตรง
ไคลน์กำลังเผชิญสถานการณ์ยากลำบาก
ขณะเดียวกัน เมื่อเห็นว่าจัสติสไม่มีสิ่งใดจะกล่าวต่อ อัล
เจอร์ตัดสินใจเปิดประเด็นใหม่
“จากเบาะแสของผม ‘ผู้สดับ’ จากชุมนุมแสงเหนือ
กำลังตามหาร่องรอยของพระผู้สร้างแท้จริง พวกมันเรียก
สถานที่ดังกล่าวว่า…ดินแดนศักดิ์สิทธิ์”
“พระผู้สร้างแท้จริง?”
ออเดรย์ถามพร้อมขมวดคิ้ว
“ตัวตนเก่าแก่ระดับเทพที่องค์กรลับหลายแห่งเคารพ
บูชา พวกมันเชื่อว่าพระผู้สร้างยังไม่สลายไปโดยสมบูรณ์ แก่น
แท้ได้ตกผลึกกลายเป็นตัวตนนามว่า ‘พระผู้สร้างแท้จริง’
รูปลักษณ์ของพระผู้สร้างแท้จริงนั้นปรากฏในหลากหลายแบบ
ทั้งภาพคนยักษ์ถูกแขวนคอ หรือภาพดวงตามหึมาที่ซ่อนหลัง
ม่านความมืด กล่าวกันว่า จักรพรรดิโรซายล์ได้นำพระผู้สร้าง
แท้จริงเป็นหนึ่งในต้นแบบสำหรับสร้างไพ่ทาโรต์ แฮงแมน”
เมื่อกล่าวจบ อัลเจอร์หันมาถามไคลน์
“มิสเตอร์ฟูล คำอธิบายของผมมีจุดผิดพลาดหรือไม่
ครับ?”
หมอนี่กำลังทดสอบเราหรือ?
ไคลน์ย้อนนึกถึงภาพที่ดันน์·สมิทเห็นระหว่างเข้าฝัน
เฮเนส·วินเซนต์
ภาพบุรุษถูกตรึงบนกางเขนยักษ์ในสภาพกลับหัว ตามลำตัว
มีโลหิตเปรอะเปือน
มันผุดความคิดใหม่
หากพิจารณาจากรูปลักษณ์ของพระผู้สร้างแท้จริง ทั้งการ
ถูกแขวนคอ ภาพดวงตาหลังม่านความมืด อีกทั้งยังมีการถูกตรึง
การเขนกลับหัว
ไม่ใช่ว่าความนัยแฝงของภาพเหล่านี้ล้วนสื่อถึงสิ่งชั่วร้าย
หรอกหรือ?
ไคลน์แสยะยิ้ม
“เราเรียกเจ้านั่นว่า…พระผู้สร้างเสื่อมทราม”