ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 169 ซูหลินแห่งวิมานสวรรค์
เนี่ยเทียนตัวสั่นเยือก
อักขระลึกลับที่มาจากในแสงสวรรค์ส่วนใหญ่แล้วจะ ยุ่งเหยิงไร้ระเบียบ คล้ายจำาเป็นต้องผ่านการรวมตัวจัด้เรียงกันใหม่ อีกครั้งถึงจะสามารถแสด้งความหมายแฝงเร้นที่แท้จริงออกมาได้้
ทว่าท่ามกลางอักขระไร้ระเบียบเหล่านั้นกลับมีเส้นหนึ่งที่ ร้อยเรียงกันเป็นระเบียบ
อักขระลึกลับเส้นนั้นเกิด้จากการร้อยเรียงอักขระโบราณ ของผู้ฝึกลมปราณยุคบรรพกาล
อักขระเหล่านั้นเขียนเอาไว้ว่า: พระราชวังโบราณสะเกมด้ ด้าว สืบทอด้ คาถาสะเกมด้ด้าว บทต้น
“พระราชวังโบราณสะเกมด้ด้าว!”
เนี่ยเทียนแอบตกใจ เขาเกมบพลังจิตกลับคืน มอง พระราชวังใหญ่โตโอ่อ่าแห่งนี้ มองด้วงด้าวกระจัด้กระจายเป็นชิ้น เลมกชิ้นน้อยที่เปล่งแสงวิบวับอยู่บนเพด้านกมพลันเข้าใจขึ้นมา
สถานที่แห่งนี้กมคือพระราชวังโบราณสะเกมด้ด้าว ที่พวกเขา ได้้เข้ามากมเพื่อสืบทอด้คาถาจากพระราชวังโบราณสะเกมด้ด้าว!
ก่อนหน้าที่เขายังไม่เข้ามา พลังจิตไม่สามารถแทรกซึม เข้าไปในแสงสวรรค์ได้้ ทั้งๆ ที่รู้ว่าแสงสวรรค์ดู้ด้ซับเอาอักขระแปลก ประหลาด้มากมายจากในเมืองคูน้ำาผุพัง แต่เขากลับมิอาจตรวจสอบ ได้้
ก่อนหน้านี้แสงสวรรค์สิบห้าจุด้คล้ายมีเยื่อบางๆ ที่มองไม่ เหมนชั้นหนึ่งกั้นขวางการสืบเสาะของพลังจิตเขา
ทว่าเมื่อครู่นี้ตอนที่ด้วงด้าวบนเพด้านของพระราชวัง โบราณเปล่งแสงระยิบระยับ เมื่อพลังจิตของเขาชักนำารูปภาพงด้งาม ภาพหนึ่งเข้ามาในแสงสวรรค์ การกั้นขวางที่แสงสวรรค์มีต่อพลังจิต ของเขากมพลันหายวับไปทันใด้
ราวกับว่ามีเพียงผู้ที่มาถึงที่นี่เท่านั้นถึงจะใช้พลังจิต แทรกซึมเข้าสู่แสงสวรรค์ แล้วสืบค้นความลึกลับของมันได้้
เข้าใจในจุด้นี้แล้วเนี่ยเทียนกมสูด้ลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง รวบรวมสมาธิใหม่อีกรอบเพื่อไปตรวจสอบภาพแวววาวที่สลักไว้บน ผนัง
ภาพใด้กมตามที่ถูกแสงด้าวสาด้ส่องจะต้องผลิประกายแสง วาววับ
ภาพทุกภาพล้วนเปลี่ยนมาเป็นเด้่นชัด้อย่างถึงที่สุด้จน สามารถมองเหมนลวด้ลายที่เลมกละเอียด้ที่สุด้ได้้ด้้วยตาเปล่า
บางภาพเหมือนรูปด้วงด้าว พระอาทิตย์และพระจันทร์ บางภาพเป็นเหมือนร่องน้ำาลึกบนพื้นด้ิน ส่วนบางภาพกมคล้ายลายไม้ ของต้นไม้เก่าแก่ ต่างกมเป็นตัวแทนความลึกลับมากมายของฟอาด้ิน
ทว่ารูปภาพที่ไม่เหมือนกันเหล่านั้นกลับไม่สามารถถูก ด้ึงดู้ด้ชักนำาด้้วยพลังจิตของเขาได้้ทั้งหมด้
เขามองไล่ไปทีละภาพ พบว่าระหว่างเขาและภาพเหล่านั้น กลับไม่มีการสร้างความเชื่อมโยงต่อกัน
เส้นสายตาของเขาล่องลอยอยู่บนผนังอย่างต่อเนื่อง แล้วๆ อยู่กมาตกที่ภาพซึ่งเกิด้จากการรวมตัวกันของด้วงด้าว ด้ารด้าษภาพหนึ่ง ภาพนั้นเหมือนภาพด้วงด้าวที่ลึกลับ ส่องประกาย ระยิบระยับ
ความเชื่อมโยงทางพลังจิตที่มหัศจรรย์ก่อตัวขึ้นทันทีใน วินาทีที่เส้นสายตาของเขามองไป
บนหลังมือของเขา แสงสวรรค์สิบห้าจุด้เปลี่ยนมาเป็นร้อน แผด้เผาอีกครั้ง และมีพลังด้ึงดู้ด้รุนแรงส่งออกมาเช่นเด้ิม
นาทีถัด้มาภาพลึกลับที่เหมือนภาพของด้วงด้าวนั้นกมถูก พลังจิตของเขาชักนำาให้ลอยมาทางเขาช้าๆ แล้วผสานรวมเข้ากับ แสงสวรรค์
เขาเพ่งสมาธิไปรับสัมผัสกมค้นพบทันทีว่า เมื่อภาพที่ เหมือนด้วงด้าวเข้าไปในแสงสวรรค์กมแยกตัวออกจากกันทันทีทันใด้
ภาพด้วงด้าวลึกลับซับซ้อนระเบิด้ออกกลายมาเป็นอักขระ บรรพกาลมากมาย กระจัด้กระจายกันอยู่ในแสงสวรรค์ทั้งสิบห้าจุด้
พลังจิตของเขาล่องลอยไปตามแสงสวรรค์ จากนั้นกมอง เหมนว่าภาพลึกลับที่แสงสวรรค์ดู้ด้ซับเอามาจากเมืองคูน้ำาก่อนหน้านี้ กมถูกเปลี่ยนแปลงมาเป็นอักขระบรรพกาลเช่นเด้ียวกัน
ในแสงสวรรค์สิบห้าจุด้มีอักขระบรรพกาลเกือบร้อยตัว เปล่งแสงวิบวับคล้ายสะเกมด้ด้าวที่ล่องลอยไม่อยู่นิ่ง
อักขระเหล่านั้นส่วนใหญ่เขาล้วนรู้จัก แต่เนื่องจากเรียงกัน ไม่เป็นระเบียบ เขาจึงมิอาจไขความหมายที่แท้จริงของมันออกได้้
ทว่าในใจเขากลับรู้ชัด้เจนด้ี อักขระแต่ละตัวที่หลังจาก แยกตัวกันแล้วกลายมาเป็นอักขระโบราณน่าจะมีบันทึกไว้ในบทต้น ของคาถาสะเกมด้ด้าว
เพียงแต่ว่า ลำาพังเพียงแค่บทต้นของคาถาสะเกมด้ด้าวกม อาจมีอักขระบรรพกาลมากหลายพันตัว
หากเขาคิด้จะได้้รับการสืบทอด้จากบทต้นของคาถาสะเกมด้ ด้าวจริงๆ ไม่เพียงแต่ต้องดู้ด้ซับเอาอักขระบรรพกาลทั้งหมด้เข้าไป ในแสงสวรรค์ ยังจำาเป็นทุ่มเทแรงกายแรงใจใช้ความเข้าใจของตัว เองมาจัด้เรียงอักขระกระจัด้กระจายไร้ระเบียบนั้นทีละตัวให้เป็น ประโยคที่ถูกต้อง
มีเพียงเข้าใจการจัด้เรียงที่ถูกต้องของอักขระพวกนั้น เท่านั้น เขาถึงจะบรรลุความลึกลับของคาถาสะเกมด้ด้าว แล้วเริ่ม ฝึกฝนได้้
“เฮ้อ!”
พ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมาหนึ่งคำา หลังจากที่เขาชักนำา สองภาพให้เข้ามารวมอยู่ในแสงสวรรค์แล้วกมพบว่าพลังจิตของตัว เองเหนื่อยล้าอย่างเหมนได้้ชัด้
เขาผ่อนตัวเองลงเลมกน้อย ไม่ได้้รีบร้อนชักนำาภาพบนผนัง แต่สังเกตอีกสามคนที่เหลือ
เขาแน่ใจอย่างมากว่าการกระทำาของสามคนนั้นที่อยู่พื้นที่ ท้ายสวรรค์เช่นเด้ียวกับเขา ต่างกมเพื่อ…สืบทอด้คาถาสะเกมด้ด้าวบท ต้นไม่ต่างกัน
ทุกสิ่งที่เขาทำาก่อนหน้านี้ สามคนนั้นกมทำาเหมือนกัน ดู้ด้ซับ เอาภาพบนผนังมา ได้้รับอักขระบรรพกาลที่กระจัด้กระจาย แล้ว ผสานรวมกับแสงสวรรค์ของใครของมัน
เขาตั้งใจหันไปมองหญิงสาวชุด้ฟอาผู้นั้นเป็นพิเศษ
นับตั้งแต่ที่หญิงสาวชุด้ฟอาเข้ามา มือทั้งสองของนางกมวาง แบไว้บนหัวเข่าอยู่ตลอด้ ด้ังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่าหญิงสาวชุด้ฟอาผู้นั้นได้้ รับแสงสวรรค์ไปกี่จุด้กันแน่
ตอนนี้หญิงสาวชุด้ฟอาผู้นั้นกมกำาลังใช้พลังจิตของตัวเอง ใช้ แสงสวรรค์ที่นางได้้รับมาดู้ด้ซับเอาภาพลึกลับจากบนผนังเช่นกัน
นั่นทำาให้เนี่ยเทียนมองเหมนได้้ชัด้เจนว่าบนหลังมือข้างซ้าย ที่ขาวนวลราวหยกเนื้อด้ีของนางมีแสงสวรรค์อยู่ทั้งหมด้ยี่สิบจุด้!
“ยี่สิบจุด้!”
หลังจากแอบนับอยู่กับตัวเองจนแน่ใจแล้วว่าแสงสวรรค์ นั้นมีมากถึงยี่สิบจุด้จริง เนี่ยเทียนกมพลันหน้าเปลี่ยนสี
ตามความเข้าใจของเขา ผู้ที่ยิ่งได้้รับแสงสวรรค์เยอะกม หมายความว่าสังหารผู้ประลองไปเยอะ และนี่กมเป็นตัวแทนถึงความ แขมงแกร่งของคนนั้นๆ ด้้วย
ชายหนุ่มชุด้ขาวมีแสงสวรรค์สิบหกจุด้ ชายหนุ่มชุด้ด้ำามี แสงสวรรค์สิบแปด้จุด้ แค่สองคนนี้กมทำาให้เขากริ่งเกรงมากพออยู่ แล้ว
แต่มาถึงเวลานี้เมื่อได้้เหมนว่าบนหลังมือของหญิงสาวชุด้ ฟอากลับมีแสงสวรรค์ถึงยี่สิบจุด้ เขาถึงได้้เข้าใจว่าหญิงสาวชุด้ฟอาต่าง หากถึงจะเป็นคนที่แขมงแกร่งที่สุด้ในบรรด้าสามคนนั้น
และการคาด้เด้าของเขากมได้้รับคำายืนยันอย่างรวด้เรมว
เพราะเขาพบว่าหลังจากเขากมดู้เหมือนว่าชายหนุ่มชุด้ขาว และชายหนุ่มชุด้ด้ำาจะใช้พลังจิตไปมากพอสมควร ด้ังนั้นถึงได้้หยุด้ ชักจูงภาพลึกลับ
มีเพียงสตรีชุด้ฟอาคนเด้ียวเท่านั้นที่ด้วงตากระจ่างใสยังคง เคลื่อนที่เพื่อเลือกเปอาหมายในการเชื่อมโยงพลังจิตของนางต่อไป จากนั้นกมชักนำาภาพงด้งามอีกภาพให้เข้ามาอยู่ในแสงสวรรค์บนหลัง มือของนาง
“หึ ไม่เสียแรงที่เป็นซูหลินแห่งวิมานสวรรค์ของอาณาจักร เสวียนเทียน” ชายหนุ่มชุด้ด้ำาแสยะปากพูด้ด้้วยรอยยิ้ม
“อาณาจักรเสวียนเทียน วิมานสวรรค์!” เนี่ยเทียนเลิกคิ้ว ขึ้น
ก่อนหน้าที่เขาจะเด้ินทางไปยังวังยมบาล อูจี้ได้้นาบ ประทับเรื่องราวสำาคัญที่จำาเป็นต้องรู้ไว้ในปอายตัวตน เพื่อให้เขาอ่าน ระหว่างทาง
ในบรรด้าข้อความเหล่านั้น อูจี้ได้้พูด้ถึงวิมานสวรรค์ของ อาณาจักรเสวียนเทียนด้้วย บอกว่าจากข้อมูลที่เขาเพิ่งได้้มาใหม่ ประตูสวรรค์อีกสองบานที่เปิด้ขึ้นในด้ินแด้นอุกกาบาต หนึ่งในนั้นจะ เปิด้ที่วิมานสวรรค์ของอาณาจักรเสวียนเทียน
อีกบานหนึ่งเปิด้ขึ้นที่อาณาจักรเชียนแจว๋
ด้ินแด้นอุกกาบาตมีทั้งหมด้เก้าอาณาจักร แบ่งออกเป็น อาณาจักรเสวียนเทียน อาณาจักรปิงเฟิง อาณาจักรต้าฮวาง อาณา จักรเชียนแจว๋ อาณาจักรป่ายจั้น อาณาจักรเฮยเจ๋อ อาณาจักรคุน หลัว อาณาจักรอั้นหมิง อาณาจักรหลีเทียน
เก้าอาณาจักร ทุกอาณาจักรล้วนมีสำานักผู้ฝึกลมปราณ หลายแห่งก่อตั้งอยู่ และศักยภาพของทั้งเก้าอาณาจักรกมไม่เท่าเทียม กัน
ในบรรด้านั้น อาณาจักรเสวียนเทียน อาณาจักรปิงเฟิง และอาณาจักรต้าฮวางได้้รับการยอมรับว่าเป็นสามอาณาจักรใหญ่ที่ แขมงแกร่งที่สุด้
อาณาจักรเชียนแจว๋ อาณาจักรป่ายจั้นและอาณาจักรเฮย เจ๋ออยู่อันด้ับรองลงมา อาณาจักรคุนหลัว อาณาจักรอั้นหมิงและ อาณาจักรหลีเทียนอยู่ในอันด้ับท้ายสุด้
แต่ไหนแต่ไรมาอาณาจักเสวียนเทียนขึ้นชื่อว่าเป็น อาณาจักรแขมงแกร่งที่ทรงอิทธิพลในด้ินแด้นด้าวตก มีศักยภาพมาก พอที่จะอยู่สามอันด้ับแรกของเก้าอาณาจักร หรืออาจเป็นอันด้ับหนึ่ง ด้้วยซ้ำา!
และวิมานสวรรค์กมคือสำานักผู้ฝึกลมปราณที่แขมงแกร่งที่สุด้ สมคำาร่ำาลือของอาณาจักรเสวียนเทียน ตำาแหน่งของวิมานสวรรค์ใน
อาณาจักรเสวียนเทียนมั่นคงยิ่งว่าวังยมบาลของอาณาจักรหลีเทียน เสียอีก
วังยมบาลและหอหลิงเป่าที่เป็นผู้นำาของอีกสี่สำานักต่างกมไม่ เคยพึงพอใจในตำาแหน่งของพวกเขาเอง
ทว่าทุกสำานักในอาณาจักรเสวียนเทียนล้วนให้การยอมรับ ว่าวิมารสวรรค์คือตำาแหน่งหนึ่งเด้ียวไม่มีสอง วิมานสวรรค์คือผู้พิชิต ที่แท้จริงของอาณาจักรเสวียนเทียน แค่ออกคำาสั่งคำาเด้ียว สำานัก อื่นๆ ที่เหลือกมต้องยอมเชื่อฟังอย่างว่าง่าย!
ในเมื่อซูหลินมาจากวิมารสวรรค์ของอาณาจักรเสวียน เทียน นางเก่งกาจถึงเพียงนี้ ได้้รับแสงสวรรค์ยี่สิบจุด้…กมใช่ว่าจะเป็น เรื่องที่รับไม่ได้้
ภายใต้การแอบสังเกตเงียบๆ ของเนี่ยเทียน หลังจากที่ซู หลินแห่งวิมารสวรรค์ชักจูงภาพลึกลับอีกภาพหนึ่งเข้ามาหลอมรวม ในแสงสวรรค์แล้ว สายตาของนางถึงได้้หยุด้นิ่ง
มาถึงเวลานี้ ต่อให้เป็นนางเอง พลังจิตกมยังไหลหายไป เยอะมาก และจำาเป็นต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว
นางไม่ได้้มองพวกเนี่ยเทียนสามคน แต่นั่งเงียบๆ ใช้เวท ลับที่พิเศษบางอย่างมาชักนำาปราณวิญญาณที่เข้มข้น คล้ายต้องการ ใช้ปราณวิญญาณมาฟื้นฟูพลังจิต
เนี่ยเทียนแปลกใจอย่างเหมนได้้ชัด้ ทว่าเหมนนางทำาเช่นนี้ เนี่ยเทียนกมทำาตามไปด้้วย
ก่อนหน้านี้พลังจิตที่เนี่ยเทียนใช้ไปล้วนจำาเป็นต้องผ่าน การนอนหลับยาวๆ สักตื่นถึงจะค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นมาทีละนิด้
ลำาพังเพียงแค่ดู้ด้ซับเอาปราณวิญญาณมานั้นไม่สามารถ บำารุงให้พลังจิตที่สูญเสียไปกลับคืนมาได้้
ทว่าเมื่อเขาใช้คาถาหลอมลมปราณมาชักนำาปราณ วิญญาณตามซูหลิน เขากลับสัมผัสได้้อย่างชัด้เจนว่าท่ามกลาง ปราณวิญญาณของพระราชวังโบราณสะเกมด้ด้าวแฝงเร้นไว้ด้้วยพลัง แปลกประหลาด้ที่น้อยนิด้อย่างถึงที่สุด้ แต่กลับสามารถบำารุงพลังจิต ได้้จริงๆ
ซึ่งดู้เหมือนว่าพลังประหลาด้นั้นจะมีเพียงหนึ่งในหลายสิบ ส่วนของปราณวิญญาณเท่านั้น
ทว่าต่อให้เป็นเช่นนี้ พลังประหลาด้ที่ซ่อนอยู่ในปราณ วิญญาณซึ่งสามารถฟื้นคืนพลังจิตได้้กมทำาให้เนี่ยเทียนตื่นตะลึงอย่าง มาก รู้สึกตื่นเต้นไปกับความมหัศจรรย์ของพระราชวังโบราณสะเกมด้ ด้าว
“ท่ามกลางปราณวิญญาณ ซุกซ่อนพลังแปลกประหลาด้ น้อยนิด้เอาไว้ นี่หมายความว่ายิ่งดู้ด้ซับปราณวิญญาณไปมาก
เท่านั้น กมยิ่งได้้รับพลังแปลกประหลาด้ที่ช่วยบำารุงพลังจิตได้้มาก เท่านั้น…”
เนี่ยเทียนหรี่ตา ใคร่ครวญอยู่ชั่วครู่ ในใจกมพลันกระตุกวาบ
เขานึกถึงเวทลับรูปแบบหนึ่งที่บรรลุมาจากมือข้างหนึ่ง ของยักษ์ค้ำาฟอาในด้ินแด้นลึกลับ
เวทลับนั้นเป็นท่านิ้วทั้งห้ากางขึ้นฟอา คล้ายต้องการจะ คว้านภากาศเอาไว้แล้วกระชากลงมา
ตอนนั้นที่เขาร่ายเวทนี้ ปราณวิญญาณที่ค่อนข้างเข้มข้น ในด้ินแด้นลึกลับต่างกมถูกชักจูงมายังร่างของเขา ทำาให้การฝึก บำาเพมญตบะของเขาก้าวหน้าขึ้นหลายเท่าอย่างรวด้เรมว
เวทลับรูปแบบนั้นจำาเป็นต้องอยู่ในสภาพแวด้ล้อมที่มี ปราณวิญญาณเข้มข้นมากอย่างถึงที่สุด้ แม้แต่สำานักหลิงอวิ๋นเองกม ยังมีปราณวิญญาณไม่มากพอ เขาจึงไม่เคยทด้ลองทำามาก่อน
เวลานี้อยู่ในพระราชวังโบราณสะเกมด้ด้าว ปราณวิญญาณ มีทั่วทุกหนแห่ง อีกทั้งยังบริสุทธิ์และหนาแน่นยิ่งกว่าด้ินแด้นลึกลับที่ แกนเลือด้พาเขาเข้าไปเสียอีก!
“ไม่มีที่ใด้จะเหมาะสมไปกว่าที่แห่งนี้อีกแล้ว!”
เขายิ้มสด้ใส สงบใจตัวเองลงแล้วเริ่มร่ายเวทลับรวม ปราณวิญญาณที่เขาบรรลุมาในครั้งนั้น