ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 376 สายเลือดสัตว์ปีศาจดึกดำบรรพ์
อีลี่มาจากตระกูลปาตุ้นอันเก่าแก่ของอาณาจักรปีศาจที่ห้า
คราวนี้พวกภูตผีปีศาจที่ข้ามผ่านรอยแยกห้วงมิติของอาณาจักรเชียน แจว๋มายังที่แห่งนี้ก็มีตระกูลปาตุ้นเป็นผู้นำทัพ
อีลี่ที่สายเลือดแปรสภาพมาถึงระดับหกถึงแม้จะไม่ใช่แม่ทัพนำรบใน ครั้งนี้ ทว่าเนื่องจากนางสืบสายเลือดโดยตรงจากตระกูลปาตุ้น สายเลือด อันสูงส่งของนางจึงทำให้นางสามารถระดมพลภูตผีปีศาจจำนวนมากที่อยู่ ในบริเวณใกล้เคียงได้
ก่อนหน้าที่จะเข้ามาในอาณาจักรเชียนแจว๋ อีลี่ก็ได้รับข่าวและรู้ว่า ตราประทับสะเก็ดดาวสามดวงของดินแดนดาวตกถูกรวบรวมครบโดยคน ผู้หนึ่ง
และก็ด้วยเหตุนี้ ตระกูลอาซือข่าเท่อของอาณาจักรปีศาจที่หกจึง ล้มเลิกการยกทัพไปโจมตีอาณาจักรหลีเทียน
ทว่าอีลี่และตระกูลปาตุ้นด้านหลังของนางกลับไม่ได้หยุดยั้งแผนการ การรุกรานอาณาจักรเชียนแจว๋เพียงเพราะการล้มเลิกแผนการของ ตระกูลอาซือข่าเท่อ
เมื่อรู้ว่าเผ่ามนุษย์คนหนึ่งที่ได้รับตราประทับสะเก็ดดาวสามดวง จะต้องมาปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติที่นี่ อีลี่จึงให้การระวังเป็นพิเศษ
รถศึกสีเงินวาวที่หลิวหลิงขับเคลื่อนมาปรากฏอยู่ในเส้นสายตาของ นาง เมื่อนางมองเห็นและใช้เวทลับทางสายเลือดของภูตผีปีศาจไป
ตรวจสอบ นางก็แน่ใจในตัวตนของเนี่ยเทียนทันที—ผู้สืบทอดที่ ครอบครองตราประทับสะเก็ดดาว!
ดังนั้นนางจึงแผดเสียงร้องเรียกภูตผีปีศาจที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง
ภูตผีปีศาจมากมายละทิ้งคู่ต่อสู้ของตัวเอง ก่อนที่จะพากันมารวมตัว จากแปดทิศตามเสียงหวีดแหลมของนาง
“หลิวหลิง เจ้าพาเนี่ยเทียนไปก่อน”
ฮวางฝานแห่งวิมานสวรรค์เป็นฝุายบินออกไปจากรถศึกเงินวาวคันนั้น ทั้งยังเรียกเอาธงปลายแหลมออกมา
ธงปลายแหลมบินพรวดออกมาในทันที พริบตาเดียวก็รวมตัวกัน กลายมาเป็นม่านกระโจมพลังวิญญาณที่เป็นเอกลักษณ์หลังหนึ่งซึ่งปก คลุมไปทั่วด้าน
ฮวางฝานมีตบะเขตลี้ลับช่วงท้าย เมื่อเทียบกับหลิวหลิงที่มีตบะช่วง ต้น ศักยภาพจึงแข็งแกร่งกว่าเยอะมาก เขามองออกถึงความร้ายกาจของ อีลี่ ดังนั้นจึงคิดจะใช้กำลังของตัวเองมาขัดขวางอีลี่เอาไว้
ธงปลายแหลมสะบัดพรึ่บพรั่บรับลม ม่านกระโจมพลังวิญญาณที่ ค่อยๆ ขยายอาณาเขตออกไปนั้นมีพลังวิญญาณกระเพื่อมเป็นลูกคลื่นแผ่ ไปหาอีลี่อย่างรวดเร็ว
หลิวหลิงเองก็ตัดสินใจได้อย่างเฉียบขาด เห็นว่าฮวางฝานพูดขนาด นั้นแล้ว ในดวงตาของนางก็เผยความซาบซึ้งใจ ก่อนจะกล่าวว่า “สำนัก ในอาณาจักรเชียนแจว๋จะจดจำการช่วยเหลือของวิมานสวรรค์!”
คำพูดดังจบ กลุ่มแสงพลังวิญญาณที่เจิดจ้ากลุ่มหนึ่งในมือของนาง พลันถูกกรอกเข้าไปยังรถศึกที่อยู่ด้านล่าง
หินวิเศษที่ถูกปูไว้เต็มพรืดตรงพื้นของรถศึกสีเงินล้วนถูกกระตุ้น พลังงานออกมาในชั่วพริบตา
รถศึกแล่นทะยานราวสายฟูาเข้าไปยังจุดลึกของปราณปีศาจ หนาแน่นด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิมถึงสามเท่า
ขณะที่ภูตผีปีศาจสองหัวซึ่งสยายปีกบินเข้ามาใกล้และยื่นกรงเล็บ แหลมคมสีดำออกมาหมายจะคว้ารถศึก กลับมีแสงพลังวิญญาณเปล่ง ประกายพุ่งฉิวออกมาจากปลายนิ้วของหลิวหลิง
“สวบ!”
กรงเล็บของภูตผีปีศาจสัตว์ปีกสองหัวที่กางออกมาคล้ายถูกอาวุธ แหลมคมแทงผ่าน เลือดสดจึงสาดกระเซ็นในชั่วพริบตา
เนี่ยเทียนสัมผัสได้อย่างเฉียบไวว่าตอนที่หลิวหลิงใช้แสงพลังวิญญาณ ไปโจมตีภูตผีปีศาจสองหัวตัวนั้น พระจันทร์เสี้ยวที่อยู่บนท้องฟูาเหมือน จะเปล่งวาบขึ้นหนึ่งครั้ง
ปราณแห่งดวงจันทร์ที่เย็นกระจ่างระลอกหนึ่งถูกปลดปล่อยออกมา จากในร่างของหลิวหลิง ทั้งดุดันทั้งเย็นเยียบ
“สำนักหยิน!”
เนี่ยเทียนเงยหน้าขึ้นมองจันทร์เสี้ยวก็พลันบังเกิดความรู้สึกมหัศจรรย์ เหมือนหลิวหลิงกำลังใช้พลังของดวงจันทร์มาผสานรวมเข้ากับพลัง วิญญาณในร่างกายนางเอง
เขาจึงเริ่มจับสังเกตทันที แล้วก็มองเห็นอย่างรวดเร็วว่าบนมุมอาภรณ์ และชายแขนเสื้อของเหล่าผู้ฝึกลมปราณที่ตามภูตผีปีศาจมารวมตัวกันอยู่ ที่นี่ล้วนปักสัญลักษณ์พระจันทร์เสี้ยวเอาไว้
และบนลำคอที่ขาวราวหิมะของหลิวหลิงก็แขวนจี้ที่เป็นผลึกใสไว้ชิ้น หนึ่ง
จี้นั้นก็เป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวที่คล้ายแกะสลักมาจากผลึกที่พิเศษ ทำ ให้ด้านในมีแสงจันทร์เปล่งประกายระยิบระยับ
เขากลอกตาหนึ่งครั้งก็ตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่าง ในใจจึงแอบตก ตะลึง
ดูเหมือนว่าคาถาวิเศษที่สำนักหยินของอาณาจักรเชียนแจว๋ฝึกฝนจะมี ความเชื่อมโยงที่ลึกลับกับพระจันทร์บนท้องฟูา
หลิวหลิงที่เป็นผู้ฝึกลมปราณของสำนักหยิน จี้รูปจันทร์เสี้ยวที่แขวน อยู่บนคอก็คล้ายจะช่วยนางชักนำแสงจันทร์กระจ่างให้กรอกเทเข้ามาใน ร่างกาย ช่วยในการต่อสู้ของนาง
แล้วก็ไม่รู้ว่าทำไม ตอนที่หลิวหลิงกระตุ้นใช้เวทลับของสำนักหยิน เขาที่ถูกแสงจันทร์และแสงดาวบนท้องฟูาสาดส่องลงมาถึงได้มีความรู้สึก เหมือนสติกระจ่างแจ้ง จิตใจพลันสงบสุข
“สำนักหยินสามารถยืมใช้แสงจันทร์บนท้องฟูาได้ ถ้าเป็นเช่นนี้อีก สำนักหนึ่งของอาณาจักรเชียนแจว๋ที่ชื่อว่าสำนักหยางก็น่าจะใช้ แสงอาทิตย์ได้ใช่หรือไม่?”
“หรือว่าคาถาวิเศษที่สำนักหยินและสำนักหยางใช้ฝึกตนมีความ เกี่ยวข้องกับพระอาทิตย์และพระจันทร์?”
“ดูจากหลักการทั่วไป อันที่จริงแล้วพระอาทิตย์และพระจันทร์ต่างก็ เป็นดวงดาวที่พิเศษอย่างหนึ่ง และวิชาของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ก็สามารถรับเอาพลังดวงดาวจากดาวจำนวนมากบนท้องฟูาอันกว้างใหญ่ ไพศาลให้มาช่วยในการต่อสู้”
“แสงของพระอาทิตย์และพระจันทร์ก็น่าจะถือเป็นพลังดวงดาวอย่าง หนึ่งไม่ใช่หรือ?”
“หากเป็นเช่นนี้ สำนักหยินและสำนักหยางจะมีความเกี่ยวข้องกับ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวหรือเปล่า?”
ความคิดเชื่อมโยงกันเป็นทอดๆ แล่นผ่านสมองของเนี่ยเทียน เขารับ สัมผัสกับคลื่นพลังวิญญาณในร่างของหลิวหลิงด้วยสีหน้าซับซ้อน ตกใจ ไปกับการคาดเดาที่เกิดขึ้นในใจของตัวเอง
“โฮก!”
เสียงคำรามของภูตผีปีศาจปลุกเขาให้ตื่นจากภวังค์การคาดเดา เขา หันหน้ากลับไปมองก็เห็นว่าฮวางฝานกำลังควบคุมธงปลายแหลมจำนวน มากให้ล้อมโจมตีพวกภูตผีปีศาจที่พุ่งเข้ามา
ทว่าภูตผีปีศาจระดับสูงที่เรือนกายเย้ายวนตนนั้นกลับขี่สัตว์ปีศาจฝุา ออกมาจากในวงล้อมธงปลายแหลมของฮวางฝาน และกำลังเข้ามาใกล้ อย่างรวดเร็ว
“ข้าคืออีลี่แห่งตระกูลปาตุ้นของอาณาจักรปีศาจที่ห้า” ภูตผีปีศาจ ระดับสูงตนนั้นขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ ดาบปีศาจหน้ากว้างที่ถืออยู่ ในมือเปล่งแสงปีศาจ นางบอกชื่อแซ่ของตัวเองก่อนแล้วจึงพูดว่า “อาณาจักรเชียนแจว๋ถูกกำหนดมาแล้วว่าต้องเสียดินแดน พวกเจ้าไม่ต้อง พยายามดิ้นรนอีกแล้ว ในเมื่อตระกูลปาตุ้นของพวกข้าพาทัพใหญ่บุกเข้า มาก็ย่อมไม่มีทางถอยไปง่ายๆ!”
“ฟูุว!”
กล่าวจบเส้นผลึกสีม่วงจำนวนมากที่ถูกนางดูดเข้าไปในร่างก่อนหน้า นี้ก็พลันบินออกมาอีกครั้ง
“สกัดนางเอาไว้ให้ข้า!” หลิวหลิงตะโกนเสียงดัง
ผู้ฝึกลมปราณระดับต้นสวรรค์หลายคนที่มาจากสำนักหยินต่างก็เรียก ให้อาวุธวิเศษปลดปล่อยแสงจันทร์รวมตัวกันเป็นค่ายกลลับอย่างหนึ่งที่ ล้อมอีลี่เอาไว้
อีลี่แค่นเสียงเย็นหนึ่งครั้ง ก่อนจะตบลงไปบนตัวสัตว์ปีศาจที่นางขี่ เบาๆ
สัตว์ปีศาจที่มีปีกตนนั้นแผดเสียงคำรามแสบแก้วหู จุดลึกในดวงตา ของมันมีแสงปีศาจตัดสลับกันเป็นตาข่าย แล้วทันใดนั้นก็ระเบิดพรสวรรค์ แห่งสายเลือดที่ลึกลับอย่างหนึ่งออกมา
ปราณปีศาจเข้มข้นเข้ามารวมตัวกันอย่างบ้าคลั่ง แล้วบีบตัวเข้าหากัน อย่างรวดเร็ว!
ปราณปีศาจที่ก่อตัวเข้าหากันได้รับการกระตุ้นจากพรสวรรค์แห่ง สายเลือดของสัตว์ปีศาจตัวนั้นจึงพลันเปลี่ยนมาเป็นลมพายุที่หมุนคว้าง
อาวุธวิเศษทั้งหมดที่พวกผู้ฝึกลมปราณของสำนักหยินกำลังควบคุม พลันถูกลมพายุสีดำดูดหายเข้าไปด้านในพร้อมเสียงดังเปรี๊ยะๆๆๆ
สัตว์ปีศาจที่อีลี่ควบขี่ร้องคำรามแหบโหย ดวงตาที่มีแสงปีศาจตัด สลับกันหันขวับมามองหลิวหลิง
บนรถศึก หลิวหลิงที่หันกลับไปมองสถานการณ์การต่อสู้ เมื่อ ประสานสายตาเข้ากับสัตว์ปีศาจตนนั้น ร่างที่อ่อนนิ่มของนางพลัน เปลี่ยนมาเป็นแข็งทื่อ
เนี่ยเทียนตะลึงงัน ใช้ทิพย์จักษุสังเกตการณ์อย่างละเอียดจึงมองเห็น ว่าไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ทั่วเรือนกายของหลิวหลิงมีแสงปีศาจถี่ยิบซึ่งมองไม่ เห็นด้วยตาเปล่าปกคลุมไว้จนมิด
แสงปีศาจที่ปรากฏอยู่บนมือของหลิวหลิงนั้นแน่นขนัดมากเป็นพิเศษ!
ผนังหินบางๆ ที่เป็นสีน้ำตาลเทาก่อตัวขึ้นบนแขนของหลิวหลิงอย่าง เงียบเชียบ
“กลายเป็นหินรึ?” เนี่ยเทียนตกตะลึง
“ไม่นึกว่าสัตว์ปีศาจตนนั้นจะมีสายเลือดของเหยี่ยวม่วงสัตว์ปีศาจดึก ดำบรรพ์อยู่ด้วย!” ดวงตาของหลิวหลิงฉายความตะลึงพรึงเพริด ผลึกหิน
จันทร์เสี้ยวบนลำคอของนางก็ถูกแสงปีศาจตัดสลับกันเป็นลวดลายปีศาจ ซึ่งมีเพียงทิพย์จักษุเท่านั้นถึงจะมองเห็น และดูเหมือนว่าแสงปีศาจนั้นจะ แทรกซึมเข้าไปในมหาสมุทรวิญญาณของหลิวหลิงและทำให้มหาสมุทร วิญญาณของนางกลายเป็นหินไปอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
“ถือว่าเจ้ามีความรู้อยู่บ้าง” อีลี่กล่าวเสียงเย็น ดูเหมือนว่านางเองก็ รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่หลิวหลิงรู้ที่มาของสายเลือดของสัตว์ที่นางขี่อยู่
“ฟูุวๆ!”
ระหว่างที่นางพูด เส้นผลึกสีม่วงที่นางปลดปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ก็ บินมาถึงรถศึกสีเงินในที่สุด
“บัดซบ!” หลิวหลิงสบถด่าด้วยใบหน้าสิ้นหวัง
ยามนี้ผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงของสำนักหยินและสำนักหยางต่างก็อยู่ตรง จุดที่รอยแยกห้วงมิติแตกออก นางคาดไม่ถึงว่าเพิ่งจะเหยียเข้ามาในเขตนี้ ก็จะเจอเข้ากับอีลี่ รวมไปถึงสัตว์ปีศาจสายเลือดเหยี่ยวม่วงตัวนั้น
ถูกสัตว์ปีศาจตัวนั้นจับจ้อง นางที่ร่างกายค่อยๆ แข็งเป็นหินเห็นว่า เส้นผลึกสีม่วงลอดทะลุมาถึงตัวเนี่ยเทียน แต่กลับไม่สามารถยื่นมือเข้าไป ช่วยเขาได้
“เกราะมังกรเพลิง!”
เมื่อสายตาของเนี่ยเทียนเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงเขาก็เรียกอาอาวุธ ล้ำค่าเชื่อมโยงวิญญาณชิ้นนั้นออกมาอย่างไร้ซึ่งความลังเล