ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 378 ศึกนองเลือดของคนและปีศาจ!
“ตูม!”
รถศึกสีเงินที่ห้อทะยานมาพลันชนเข้ากับเขตอาคมไร้รูปลักษณ์ ชั้นหนึ่ง ทำให้รถศึกที่แล่นมาด้วยความเร็วหยุดชะงักกะทันหัน
หลิวหลิงหน้าเปลี่ยนสี สังเกตเห็นทันทีว่าปราณปีศาจพลุ่งพล่านเบื้อง หน้ากระเพื่อมเป็นคลื่นลูกใหญ่ยักษ์ แสงปีศาจสีม่วงเข้มราวกับน้ำค่อยๆ ปรากฏออกมา
ตรงยอดเขาเล็กเตี้ยแห่งหนึ่งซึ่งอยู่เบื้องใต้แสงปีศาจที่เป็นเหมือนน้ำ ภูตผีปีศาจระดับสูงเพศชายตนหนึ่งเงยหน้าขึ้นมามองนางด้วยสายตาเย็น ชา
“ลงมาซะ!”
ภูตผีปีศาจตนนั้นแค่นเสียงเย็นหนึ่งครั้ง ก่อนจะยื่นมือออกมา กระชากความว่างเปล่า
รถศึกคันนั้นพลันสูญเสียการควบคุมแล้วถลันเข้าไปหาเขาราวกับลูก กระสุน
เนี่ยเทียนก้มหน้าลงมองก็พบว่าโดยรอบภูเขาลูกนั้นมีผู้ฝึกลมปราณ เผ่ามนุษย์นอนเกลื่อนกลาดอยู่หกคน
ผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ทั้งหกคนนั้นคล้ายถูกแยกร่าง ซากศพกอง ระเกะระกะอยู่ทั่วทุกหนแห่ง เห็นได้ชัดว่าล้วนตายอย่างน่าอนาถด้วย ฝีมือของปีศาจตนนี้
“ภูตผีปีศาจระดับสูงสายเลือดระดับหกอีกตนหนึ่งแล้ว!”
หลิวหลิงแค่มองปราดเดียวก็วิเคราะห์ระดับของสายเลือดจากปราณ บนร่างภูตผีปีศาจตนนั้นได้ทันที
และเวลานี้เนี่ยเทียนเองก็สังเกเห็นว่าภูเขาลูกเตี้ยๆ รอบด้านพลันมี ภูตผีปีศาจระดับต่ำสามตัวที่ร่างกายใหญ่มโหฬารโผล่พรวดออกมา
ดูเหมือนกว่าก่อนหน้านี้ภูตผีปีศาจระดับต่ำสามตัวนั้นจะซ่อนตัวอยู่ ไม่ว่าจะเป็นหลิวหลิงหรือเนี่ยเทียนต่างก็ไม่เห็นวี่แววการดำรงอยู่ของพวก เขา
ตอนนี้ภูตผีปีศาจระดับต่ำทั้งสามตัวที่อยู่ๆ ก็โผล่ออกมาพลันกางเล็บ หมายจะฉีกทึ้งรถศึกคันนั้น
ตอนที่รถศึกร่วงลงมา เนี่ยเทียนมีสีหน้ามืดคล้ำ ตราประทับสะเก็ด ดาวสามดวงตรงหน้าอกของเขาส่งความรู้สึกร้อนลวกมาให้
ความคิดหนึ่งลอยเข้าไปในตราประทับสะเก็ดดาวดวงที่ถูกเขาชุบ หลอมอย่างเงียบเชียบ เขาตรวจสอบดูคร่าวๆ ก็รู้ว่าเจดีย์ดวงดาวในภูเขา ยักษ์ทั้งสามลูกซึ่งพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวจัดวางเอาไว้อยู่ใกล้กับตัว เขามากแล้ว
เขาจึงเข้าใจทันทีว่าหากฝุาวงล้อมครั้งนี้ไปได้ เขาจะไปถึงจุดที่รอย แยกห้วงมิติแตกออกทันที
และก็ด้วยเหตุนี้ เขากับหลิวหลิงถึงได้เจอกับภูตผีปีศาจที่มีสายเลือด แข็งแกร่งอีกตัวหลังจากหลุดพ้นเงื้อมมือของอีลี่มาได้
และเขาเองก็ตระหนักได้อย่างรวดเร็วว่าอีลี่คงใช้เวทลับภูตผีปีศาจ บอกกล่าวกับภูตผีปีศาจตนอื่นๆ ถึงร่องรอยของเขากับหลิวหลิงแล้ว
ขอแค่เขากับหลิวหลิงยังคงโดยสารอยู่บนรถศึกสีเงินวาวที่สะดุดตา คันนั้น เขากับหลิวหลิงก็คือเปูาลูกดอกสำหรับพวกภูตผีปีศาจ
“ใกล้ขนาดนี้แล้วหรือ?”
ใคร่ครวญอยู่ชั่วครู่เขาก็สูดลมหายใจเข้าลึก แล้วหันไปพูดกับหลิวหลิง กะทันหันว่า “หลังจากนี้ไม่จำเป็นต้องให้ท่านพาข้าไปส่งแล้ว ข้ารู้แล้วว่า ทิศที่ตั้งของรอยแยกห้วงมิตินั้นอยู่ตรงไหน ข้าจะไปเองก็แล้วกัน”
“เจ้า เจ้าทำได้หรือ?” หลิวหลิงถามด้วยความร้อนใจ
สะเก็ดดาวหลายดวงทยอยกันเปล่งแสงวาบขึ้นมาในลูกตาดำของเนี่ย เทียน
เขายิ้มกว้าง ก่อนจะกล่าวว่า “ในเมื่อข้าได้รับการสืบทอดจาก พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว แน่นอนว่าย่อมต้องมีวิธีการบางอย่าง ภูตผี ปีศาจสายเลือดระดับหกที่อยู่ด้านล่างนั้นท่านหาวิธีรับมือเอาก็แล้วกัน ขอให้ท่านโชคดี!”
กล่าวจบเขาก็กระตุ้นใช้น้ำวนดวงดาวในมหาสมุทรจิตวิญญาณ ดึง เอาพลังงานดวงดาวบริสุทธิ์ให้แผ่ซ่านไปทั่วร่าง
“ดาวเปล่งประกาย!”
เนี่ยเทียนที่ยืนอยู่บนรถศึกกลายร่างเป็นดวงดาวพร่างพราวดวงหนึ่ง ในชั่วพริบตา
ทว่าเพียงแค่แผล็บเดียวนี้ ดวงดาวที่กลายร่างมาจากเนี่ยเทียนก็หาย ตัวไปอย่างน่าพิศวง
หลิวหลิงอ้าปากกว้าง เมื่อเห็นว่าอยู่ๆ เนี่ยเทียนก็หายตัวไปต่อหน้า ต่อตา สีหน้าของนางก็เผยความงุนงง
“โฮก!” เมื่อเห็นว่าเนี่ยเทียนหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ภูตผีปีศาจ สายเลือดระดับหกที่อยู่ด้านล่างก็ร้องคำรามเดือดดาลก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงใช้ภาษาภูตผีปีศาจกำชับภูตผีปีศาจระดับสามตัวนั้น “ฉีกร่าง ผู้หญิงคนนี้ให้เป็นชิ้นๆ!”
ส่วนตัวเขาเองกลับละทิ้งหลิวหลิงไปอย่างเด็ดขาด ก่อนจะแล่นฉิวไป ยังพื้นที่รอยแยกห้วงมิติราวกับลูกธนูลูกหนึ่ง
พื้นที่ที่มีปราณปีศาจหนาแน่นของอาณาจักรเชียนแจว๋ ด้านหลังภูเขา หินใหญ่มหึมาแห่งหนึ่ง ห้วงมิติบิดเบือนอย่างเงียบเชียบ
“ฟิ้ว!”
แสงดาวกลุ่มหนึ่งพลันโผล่พรวดออกมา
ตอนที่แสงดาวสาดส่อง เรือนกายที่สภาพกระเซอะกระเซิงเล็กน้อย ของเนี่ยเทียนก็ร่วงตุ้บลงมาในชั่วพริบตา
เขาเช็ดคราบเลือดตรงมุมปากออกลวกๆ ก่อนจะนั่งลงไปโดยไม่เอ่ย คำดแล้วเรียกใช้พรสวรรค์แห่งการอำพรางชีวิตของสายเลือดตัวเองทันที
ปราณแห่งชีวิต คลื่นเลือดเนื้อ พลังวิญญาณในร่างที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อย ของเขาพลันถูกซุกซ่อนตัว
เขาที่อยู่ด้านหลังก้อนหินใหญ่มองประเมินไปรอบด้านด้วยความ ระมัดระวัง แล้วจึงยื่นหน้าออกไปเงียบๆ เพื่อมองไปยังหุบเขาที่อยู่เบื้อง ล่างภูเขาลูกใหญ่
ไม่ค่อยเหมือนกับอาณาจักรหลีเทียนและอาณาจักรเสวียนเทียน เท่าไหร่นัก ตรงจุดศูนย์กลางของภูเขาที่บริเวณโดยรอบมีภูเขาสูงต่ำไม่ เท่ากันมีหุบเขาขนาดใหญ่โตมโหฬารอย่างถึงที่สุด
รอยแยกห้วงมิติที่ปริออกนั้นอยู่ในหุบเขาซึ่งกำลังปลดปล่อยปราณ ปีศาจตลบอบอวล
ตรงกลางของหุบเขามีผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์นับร้อยคนที่ต่างก็ร่าย เวทลับ ขับเคลื่อนอาวุธวิเศษ ร้องตวาดคำราม ประหัตประหารกับพวก ภูตผีปีศาจ
หุบเขาที่กว้างใหญ่เดิมทีมืดมิดเพราะถูกปราณปีศาจกลบทับ ทว่าแสง จากอาวุธวิเศษหลายชิ้น สะเก็ดสายฟูาและเปลวเพลิงที่เกิดจากเวทคาถา กลับทำให้หุบเขาแห่งนี้สว่างไสว
ที่สะดุดตาเนี่ยเทียนมากที่สุดก็คือตรงพื้นที่ว่างโล่งของหุบเขามีวงล้อ หมุนรูปพระจันทร์สีดำขนาดใหญ่ยักษ์ กับวงล้อหมุนรูปดวงอาทิตย์ ร้อนแรงแผดเผา อาวุธวิเศษทั้งสองชิ้นนี้คืออาวุธวิเศษสยบสำนักของ สำนักหยินและสำนักหยาง ฤทธานุภาพเลิศล้ำ
วงล้อพระจันทร์ที่เป็นรูปจันทร์เสี้ยวและวงล้อพระอาทิตย์ร้อนแรงนั้น เป็นเหมือนดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ที่เพิ่มเติมเข้ามาในม่านรัตติกาล แสงวิเศษแวววาวเป็นประกายระยับ
เมื่อมองอย่างละเอียดถึงจะพบว่าสิ่งที่ส่องให้หุบเขาสว่างไสวราวกับ เป็นเวลากลางวันอย่างแท้จริงก็คือวงล้อพระจันทร์และวงล้อพระอาทิตย์ นั่น!
ผู้ฝึกลมปราณสำนักหยินและสำนักหยางที่อยู่เบื้องใต้วงล้อพระจันทร์ และวงล้อพระอาทิตย์ เมื่อถูกอาวุธวิเศษเชื่อมโยงวิญญาณทั้งสองชิ้นสาด ส่องลงมา แต่ละคนก็คล้ายได้รับพลังในการต่อสู้เพิ่มเติม
เนี่ยเทียนก้มหน้าลงมองก็เห็นว่าพวกผู้ฝึกลมปราณของอาณาจักร เชียนแจว๋ต่างก็ลงมือต่อสู้ด้วยดวงตาแดงก่ำ
ภูตผีปีศาจหลายตนที่หากไม่ขี่อยู่บนหลังภูตผีปีศาจระดับต่ำ ก็ ลอยตัวอยู่กลางอากาศโบกสะบัดอาวุธปีศาจ พยายามระบายพลังของ ปีศาจในร่างตัวเองออกมาให้หมด
ในหุบเขา ศพของผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์และภูตผีปีศาจมีให้เห็นทั่ว ทุกหนแห่ง
ในรอยแยกห้วงมิติที่แตกออกนั้นก็ยังคงมีภูตผีปีศาจไหลทะลักออกมา อย่างต่อเนื่อง
ภูตผีปีศาจที่โผล่ออกมาใหม่ร้องคำรามเสียงแหบโหยแล้วกระโจนเข้า ร่วมการต่อสู้ทันที
เนี่ยเทียนมองไปรอบด้านถึงได้พบว่าผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์และภูตผี ปีศาจส่วนใหญ่ล้วนเลือกที่จะเข่นฆ่ากันรอบๆ หุบเขา
ผู้แข็งแกร่งที่ขอบเขตสูงล้ำจนถึงเขตลี้ลับจะต่อสู้อยู่กับภูตผีปีศาจ สายเลือดระดับสูงอยู่กลางอากาศ
สายรุ้งยาวและสายฟูาตัดสลับกันชุลมุน คลื่นพลังสายฟูาซัดกระจาย ไปรอบด้าน มีดห้วงมิติลอยละล่องอยู่ทั่วทุกแห่ง และยังมีกรงเล็บแหลม คมของภูตผีปีศาจที่ปั่นปุวนให้พื้นที่แห่งนี้ถูกพลิกฟูาตลบแผ่นดิน
พลังงานที่สาดกระจายออกมากระเด็นไปโดยภูเขาเล็กเตี้ยที่อยู่ ใกล้เคียง ทำให้ภูเขาเหล่านั้นพากันแตกทลาย
ภูเขาเตี้ยๆ หลายแห่งมีหินใหญ่ยักษ์กลิ้งหลุนๆ ลงมา เมื่อโดนพลัง วิญญาณที่กระเด็นใส่ก็จะระเบิดกระจาย เมื่อภูตผีปีศาจที่แข็งแกร่งชน เข้ากับภูเขาเตี้ยๆ เหล่านั้น ภูเขาลูกเตี้ยก็จะส่ายไหว ก่อนจะพังครืนลงมา เหมือนหอเรือนหินที่ถล่มตอนแผ่ดินไหว
เขาสังเกตอยู่ครู่หนึ่งก็พบว่ามีเพียงภูเขาที่สูงใหญ่ที่สุดสามลูกเท่านั้น ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีอย่างกำเริบเสิบสานของพลังวิญญาณ และแสงปีศาจ ยังคงตั้งตระหง่านไม่ขยับไหว
ตอนที่ภูเขาใหญ่ทั้งสามนั้นถูกพลังงานน่าหวาดกลัวโจมตีก็แค่ทิ้ง ร่องรอยตื้นจางไว้เท่านั้น ไม่สั่นคลอนแม้แต่นิดเดียว
และภูเขาใต้ฝุาเท้าเขาก็เป็นหนึ่งในภูเขาเหล่านั้น!”
“มีเพียงภูเขายักษ์ที่กักเก็บเจดีย์ดวงดาวซึ่งพระราชวังโบราณสะเก็ด ดาวทิ้งเอาไว้เท่านั้นถึงได้แบกรับการโจมตีเช่นนี้ได้โดยไม่เป็นอะไร”
เนี่ยเทียนพึมพำหนึ่งประโยค ไม่สนใจกับการต่อสู้นองเลือดของโลก ภายนอกชั่วคราว แต่รีบฉวยโอกาสที่การอำพรางสายเลือดกำลังทำงาน ร่ายเวทลับที่เขาคุ้นเคยอยู่นานแล้ว ดึงเอาตราประทับสะเก็ดดาวทั้งสาม ดวงให้ออกจากร่างแล้วแยกกันไปผสานรวมอยู่ในเจดีย์ดวงดาวของยอด เขาทั้งสาม
เมื่อตราประทับสะเก็ดดาวสามดวงทยอยกันหายวับเข้าไปในเจดีย์ ดวงดาวแล้วจุดมันให้สว่างไสว ผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ทุกคนรวมไปถึง ภูตผีปีศาจต่างก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ
ภูเขาใหญ่ทั้งสามลูกเดิมทีเป็นสีเทาเหลือบน้ำตาล ไม่มีพืชหญ้าขึ้น แม้แต่ต้นเดียว
ทว่าทันใดนั้นก็มีแสงดาวเป็นจุดๆ เปล่งระยิบระยับขึ้นมาบนตัวภูเขา ทั้งสามอย่างเงียบเชียบ
ตามมาติดๆ ด้วยดวงดาวดารดาษบนม่านรัตติกาลที่คล้ายถูกจุดไฟจน เปลี่ยนมาเป็นสว่างไสวเจิดจ้า
ไม่เพียงเท่านี้ มองด้วยตาเปล่ายังเห็นได้ว่ามีแสงดาวไหลรินลงมาจาก ท้องฟูา ธารแสงดาวเป็นเหมือนน้ำตกที่ร่วงลงสู่พื้นดิน เส้นแล้วเส้นเล่า ไหลมาเชื่อมโยงกันราวกับม่านไข่มุก ก่อนจะทยอยกันบินลงมาตรง ตำแหน่งที่รอยแยกห้วงมิติเปิดออกอย่างแม่นยำ
เมื่อเห็นว่าค่ายกลใหญ่ที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้งเอาไว้เริ่ม โคจรเป็นปกติ เนี่ยเทียนเองก็แอบผ่อนลมหายใจ
นั่นถึงทำให้เขามีเวลาว่างมาสังเกตการณ์การรบนองเลือดระหว่างผู้ ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ของอาณาจักรเชียนแจว๋และภูตผีปีศาจอย่างผ่อน คลายมากขึ้น
“ค่ายกลใหญ่เปิดแล้ว!”
“ค่ายกลใหญ่ที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้งเอาไว้เริ่มโคจรแล้ว!”
“เจ้าเด็กที่ชื่อเนี่ยเทียนนั่นอยู่ที่ไหน?”
“โอกาสมาถึงแล้ว!”
“…”
ตอนที่ผู้ฝึกลมปราณอาณาจักรเชียนแจว๋ที่กำลังต่อสู้กับภูตผีปีศาจ สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ ทุกคนต่างก็มีสีหน้าฮึกเหิม พากันใช้สายตามอง หาไปรอบด้าน
บัดนี้พวกเขาทุกคนต่างก็ซาบซึ้งใจในตัวเนี่ยเทียนอย่างยิ่งยวด
เพราะว่าเมื่อมีภูตผีปีศาจโผล่ออกมาอย่างไม่ขาดสายทำให้พวกเรา เริ่มรู้สึกหมดเรี่ยวแรง มีความรู้สึกเหนื่อยหน่ายเหมือนว่าไม่ว่าจะฆ่า อย่างไรก็ฆ่าภูตผีปีศาจเหล่านั้นได้ไม่หมด
หากรอยแยกห้วงมิติไม่ถูกปิดผนึกเสียที พวกเขาก็คิดว่าไม่ช้าก็เร็ว อาณาจักรเชียนแจว๋ย่อมเสียดินแดน
การมาถึงอย่างเงียบเชียบของเนี่ยเทียนและการที่เขาเปิดใช้ค่ายกล ของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ได้มอบไฟแห่งความหวังครั้งใหม่ให้กับ พวกเขา!