ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 989 กระจ่างแจ้งอย่างลึกซึ้ง
บทสนาทระหว่างมังกรยักษ์และภูตผีปีศาจดังก้องกังวาน ทุกคำล้วน เปล่งดังไปไกลเป็นพันลี้
ที่ทำให้เนี่ยเทียนแปลกใจก็คือวิธีการสื่อสารของมังกรยักษ์กับภูตผี ปีศาจกลับเป็นภาษาเผ่ามนุษย์
เมื่อเผ่ามนุษย์แข็งแกร่งและลุกผงาดขึ้นมา เผ่ามนุษย์ก็กระจายตัวอยู่ ทั่วทุกมุมในทางช้างเผือก ภาษาเผ่ามนุษย์จึงค่อยๆ เข้ามาแทนที่ภาษาของ ชนต่างเผ่าและสัตว์โบราณ กลายมาเป็นภาษากลางที่ใช้กันทั่วไปของแต่ละ ชนเผ่า
และในเวลานี้มังกรยักษ์กับภูตผีปีศาจก็สื่อสารกันด้วยภาษาเผ่ามนุษย์
ดูจากจุดนี้ ตำแหน่งของเผ่ามนุษย์ในชนเผ่ามากมายของทางช้างเผือก ถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่พลิกฟูาพลิกดินแล้ว
เพียงแต่ที่ทำให้เนี่ยเทียนอัดอั้นตันใจก็คือการต่อสู้เช่นนี้ทำให้เขาไม่มี คุณสมบัติในการยื่นมือเข้าแทรก
ยังไม่ต้องพูดถึงมังกรยักษ์และภูตผีปีศาจระดับเก้า แค่การต่อสู้ระหว่าง แดนว่างเปล่าและชนต่างเผ่าระดับแปดพวกนั้นก็ทำให้เขาไร้เรี่ยวแรง ได้มากพอแล้ว
หากเขาคิดจะเข้าร่วมการต่อสู้มีเพียงวิธีเดียว—ใช้ท่อนกระดูกของสัตว์ ยักษ์มวลดารา
ทว่ากระดูกของสัตว์ยักษ์มวลดาราเผาผลาญจิงชี่เลือดเนื้อมาก มหาศาลเกินไป
การโจมตีหนึ่งครั้งของท่อนกระดูกก็ดึงเอาจิงชี่เลือดเนื้อที่เขารวบรวม ขึ้นมาอย่างยากลำบากไปจนหมด ทำให้เขาไม่สามารถใช้จิงชี่เลือดเนื้อ มาร่วมต่อสู้ได้อีก
เรือดาราบินขยับเข้าไปใกล้สนามต่อสู้ของแดนว่างเปล่าและชนต่างเผ่า ระดับแปดอย่างเงียบเชียบ
เขามองอยู่นานจึงมองออกตั้งนานแล้วว่าแม้จำนวนของชนต่างเผ่า ระดับแปดจะน้อยกว่าเผ่ามนุษย์เล็กน้อย แต่พลังการต่อสู้ที่แท้จริงกลับไม่ ต่างกันเท่าใดนัก
หากไม่มีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น การต่อสู้ระหว่างเผ่ามนุษย์กับชนต่าง เผ่าระดับแปดนี้จะต้องดำเนินไปอีกนานมาก
“หากไม่ใช้ท่อนกระดูกของสัตว์ยักษ์มวลดารา ข้าต้องใช้วิธีการใดถึง จะเข้าร่วมการต่อสู้ระดับนี้ได้?” เนี่ยเทียนครุ่นคิดอยู่นาน
“อู้!”
เกราะมังกรเพลิงพลันลดตัวลงมาครอบศีรษะแล้วสวมลงบนร่างของ เขา
เกราะมังกรเพลิงที่ก่อนหน้านี้เขารู้สึกว่ามันหนักอึ้ง ตอนนี้พอมาอยู่บน ร่างกลับเบาสบายกว่าเดิมเยอะมาก
“ไม่ใช่เกราะมังกรเพลิงเบาขึ้น แต่เป็นเพราะเรือนกายของข้าผ่านการ ฝึกกระดูกผลึกใส อวัยวะซ่อนแฝง เอ็นทนทานและเริ่มฝึกเนื้อหล่อหลอม
จึงเกิดการแปรสภาพหลายครั้งติดต่อกัน กลายมาเป็นแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม จนเริ่มแบกรับน้ำหนักของเกราะมังกรเพลิงเอาไว้ได้!”
ดวงตาเนี่ยเทียนเป็นประกาย
และเวลานี้เอง คู่ต่อสู้ของอู๋อวิ๋นจากสำนักทองไพศาลก็ถูกทวนยาวสี ทองในมือนางแทงทะลุหน้าท้อง
ทวนยาวสีทองที่อยู่ตรงหน้าท้องของภูตผีปีศาจระดับแปดเหมือนกลาย มาเป็นงูวิเศษสีทองตัวหนึ่ง
งูแสงเลื้อยขยุกขยิกแล้วจมลึกเข้าไปกลางหน้าท้องของภูตผีปีศาจ พร้อมๆ กับที่แสงสีทองเจิดจ้าสาดกระเซ็นออกมาคล้ายสายฟูาหลายเส้น
ภูตผีปีศาจสายเลือดระดับแปดตนนั้นก็คือภูตผีปีศาจระดับสูง แรกเริ่ม เรือนกายของมันสูงใหญ่บึกบึน สูงเกือบสามเมตร แต่เมื่อร่ายใช้เรือนกาย ภูตผีปีศาจไม่ดับสลายก็กลายมาเป็นภูตผีปีศาจอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งภูตผี ปีศาจระดับแปดนั้นสูงเกือบสิบเมตร!
ภูตผีปีศาจที่สูงสิบเมตรตรงใต้รักแร้มีเกล็ดสีม่วงแข็งทนทานงอกขึ้นมา เกล็ดนั้นแผ่ขยายกลายมาเป็นเหมือนปีกของนกตัวหนึ่ง
ภูตผีปีศาจที่จำแลงร่างปีศาจแล้วสายเลือดจะหวนคืนสู่บรรพบุรุษ กลายมามีสภาพคล้ายคลึงกับภูตผีปีศาจระดับต่ำ
กระดูกสันหลังตรงหลังของมันคล้ายจะงอกทะลุออกมาจากผิวหนัง มองดูเหมอืนหนามประหลาดแหลมคมที่ส่องประกายแสงเย็นเยียบราว โลหะ!
“สายเลือด! แก่นเลือดกรอกเท!”
ภูตผีปีศาจระดับแปดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด แก่นเลือดของ ภูตผีปีศาจแต่ละหยดบินจากหัวใจไปยังหน้าท้อง
แก่นเลือดเหล่านั้นเหมือนอัญมณีสีม่วงที่สาดประกายแสงแห่งความ ลึกลับออกมา
ทวนยาวสีทองที่เป็นเหมือนงูแสงซึ่งพอถูกแก่นเลือดของภูตผีปีศาจ กรอกเทเข้าใส่ก็เหมือนเปลวเพลิงที่ถูกน้ำเย็นราดรด แสงทองเป็นจุดๆ ไม่ ส่องประกายอีกต่อไป
พลังเลือดลมที่พลุ่งพล่านระเบิดตูมออกมาจากในแก่นเลือดคล้าย เทือกเขาที่พังถล่ม คล้ายเขื่อนที่พังทลาย!
“ฟิ้ว!”
แสงทองหดกลับไป ทวนยาวหดเล็กลงแล้วย้อนกลับคืนสู่มือของอู๋อวิ๋ นอีกครั้ง
จุดลึกในแดนว่างเปล่าของอู๋อวิ๋นมีภาพมายาของสัตว์วิเศษธาตุทอง อย่างสัตว์หินทอง สัตว์เขาทอง แรดหินทอง ฯลฯ ลอยตัวขึ้นมา สัตว์วิเศษ แต่ละตัวที่มีธาตุทองคล้ายจะผสานรวมเป็นหนึ่งกับแดนว่างเปล่าสีทอง ของอู๋อวิ๋น
“พลังสัตว์ทอง!”
สัตว์วิเศษธาตุทองแต่ละตัวพุ่งมาผสานรวมกับทวนยาวสีทองที่อยู่ใน แดนว่างเปล่า
ทวนยาวจึงเปล่งประกายแสงสีทองอีกครั้ง
“แดนของผู้แข็งแกร่งเขตดินแดนทุกคนที่สร้างขึ้นมามีความแตกต่าง กันไป ต่อให้เป็นคนที่ฝึกวิชาธาตุทองคมกริบเหมือนกัน ยามที่ดินแดนก่อ ตัวได้สำเร็จก็ยังมีความมหัศจรรย์กันคนละอย่าง” เนี่ยเทียนสังเกตดินแดน ของอู๋อวิ๋นอย่างละเอียด ใจเกิดความกระจ่างแจ้ง นัยน์ตาก็มีประกายแห่ง การครุ่นคิดวาบผ่าน
ฉวีหมิงเต๋อเจ้าสำนักที่มาจากสำนักทองไพศาลเหมือนกัน ตอนนี้แดน ว่างเปล่าของเขากลายมาเป็นแดนเอตทัคคะแล้ว จึงเปลี่ยนจากภาพมายา มาเป็นของจริง
แดนเอตทัคคะของฉวีหมิงเต๋อมีเทือกเขาสีทองตั้งตระหง่าน เทือกเขาสี ทองพวกนั้นรวมเป็นหนึ่งเดียวกับจิงชี่เสินของฉวีหมิงเต๋อ ภูเขาทุกลูกล้วน มาจากภูเขามหัศจรรย์สีทองที่ฉวีหมิงเต๋อหามาจากในอาณาจักรใหญ่ๆ ของดินแดนพงฟูาแล้วขุดออกมาจากแผ่นดิน เมื่อผ่านการชุบหลอมหลาย ปีจึงกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนเขา
เทือกเขาสีทองถูกโอสถวิญญาณของเขาหล่อเลี้ยงจึงได้รับพลังงาน เพิ่มเติม
ตอนที่ต่อสู้ เทือกเขาสีทองเหล่านั้นไม่เพียงแต่มอบพลังงานมากกว่า เดิมให้แก่เขา ยังสามารถบินออกมาจากแดนเอตทัคคะแล้วสังหารศัตรูได้ โดยตรง หรือไม่ก็สร้างสนามรบตัดสินเป็นตายกักตัวศัตรูไว้ภายในฟูาดินที่ มีแต่สีทองมหัศจรรย์
ดินแดนของอู๋อวิ๋นเก็บรวบรวมสัตว์วิเศษธาตุทองระดับสูงเอามาไว้ข้าง ใน นั่นคือวิธีการฝึกพลังธาตุทองอีกชนิดหนึ่ง
เนี่ยเทียนที่มีตบะเพียงแค่เขตลี้ลับ เมื่อสังเกตการต่อสู้ระหว่างอู๋อวิ๋น และภูตผีปีศาจระดับแปดตนนั้นจึงมีความรู้ความเข้าใจใหม่ๆ ต่อความ มหัศจรรย์ในการสร้างดินแดน
“ตาย!”
ขณะที่เขากำลังนิ่งคิด ภูตผีปีศาจที่เลือดตรงหน้าท้องหยุดไหล เส้นใย เลือดเนื้อเลื้อยขยุกขยิก บาดแผลตรงหน้าท้องประสานเข้าหากันกลับพ่น ภาษาเผ่ามนุษย์ที่ชัดเจนพลางพุ่งพรวดเข้ามาหาเขา
ปีกที่เกิดจากเกล็ดสีม่วงใต้รักแร้ของภูตผีปีศาจกระพือไว ทำให้ ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นจากเดิมหนึ่งเท่าตัว!
ภูตผีปีศาจเหมือนสายฟูาสีม่วงเส้นหนึ่งที่แหวกอากาศเข้ามา
“เนี่ยเทียนระวัง!”
อู๋อวิ๋นที่กำลังรวบรวมพลังให้กับทวนยาวสีทองใหม่พลันหน้าเปลี่ยนสี แดนว่างเปล่าสีทองของนางบิดเบือนอย่างรุนแรงคล้ายต้องการจะแหวก อากาศเข้ามา
“ครืนๆๆ!”
คลื่นเลือดเนื้อของภูตผีปีศาจระดับแปดเหมือนอสนีบาตที่ต่อให้อยู่กัน ไกลมากก็ยังสั่นสะเทือนให้เยื่อแก้วหูของเนี่ยเทียนแทบจะระเบิดแตก
“ฟิ้ว!”
ลำแสงเจิดจ้าบาดตาเส้นหนึ่งสาดยิงออกมาจากหัวเรือของเรือดารา
หินดวงดาวหลายร้อยก้อนที่ปูไว้บนพื้นของเรือดาราพลันกลายมาเป็น ฝุนผง
วินาทีนี้พลังดวงดาวของหินดวงดาวหลายร้อยก้อนถูกค่ายกลการโจมตี ที่แข็งแกร่งซึ่งสลักไว้กลางเรือดาราดึงเอาไปจนเกลี้ยง
“สายเลือด! โล่เมฆปีศาจ!”
ปราณปีศาจไหลกรากออกมาจากรูขุมขนเล็กละเอียดของภูตผีปีศาจ มองดูเหมือนเมฆสีม่วงเข้มที่พอพรสวรรค์ทางสายเลือดถูกชุบหลอมถึงขีด สุดก็ก่อตัวขึ้นมาเป็นโล่สีม่วงเข้มชิ้นหนึ่งกลางอากาศ
โล่นั้นเหมือนบานประตูที่ขยายใหญ่จากเดิมหลายสิบเท่า นาบ ประทับตราผนึกทางสายเลือดและมีลวดลายซับซ้อนนับไม่ถ้วน
“ตูม!”
ลำแสงดวงดาวของเรือดาราโจมตีเข้าไปยังโล่เมฆปีศาจ ลวดลายสีม่วง บนโล่ถูกแสงดาวทำลายไปอย่างเงียบเชียบ โล่ขนาดใหญ่ยักษ์พลันระเบิด กระจัดกระจาย
“เวทลับสายเลือด! คำสาปวิญญาณปีศาจ!”
โล่เมฆปีศาจพังทลาย แต่เศษชิ้นส่วนแต่ละชิ้นของโล่กลับถูกกรอกเท ด้วยแก่นเลือดหลายหยด
พอแก่นเลือดหายเข้าไปในเศษซากของโล่ก็กลายมาเป็นดวงตา ประหลาดหลายข้าง
ดวงตาสีม่วงเข้มหลายสิบข้างจ้องเขม็งมาที่เนี่ยเทียน และเวลานี้เนี่ย เทียนก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าจุดลึกของมหาสมุทรจิตวิญญาณเขามี
วิญญาณปีศาจกำลังกู่ร้องอะไรบางอย่าง คล้ายเรียกขานภูตผีปีศาจที่ เก่าแก่โบราณ หรือไม่ก็กำลังเซ่นสังเวยบรรพบุรุษในชนเผ่าที่ตายไป ท่วงทำนองการขับร้องนั้นดังขึ้นไม่หยุด
วิธีการสาปแช่งกำลังส่งผลอยู่ในมหาสมุทรจิตวิญญาณของเขา
จิตวิญญาณที่แท้จริงของเขารู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวราวกับมีภูตผีปีศาจ บรรพกาลจำนวนนับไม่ถ้วนฉวยโอกาสมุดลอดเข้ามาหมายจะกลืนกินจิต วิญญาณของเขา
เนี่ยเทียนตกใจอย่างหนัก
จิตวิญญาณแห่งดวงดาวเก้าดวงก็พลันปล่อยแสงเจิดจ้า
ขณะเดียวกันวิญญาณร้ายห้าดวงที่หลับสนิทอยู่ในไข่มุกวิญญาณมืดก็ พากันเคลื่อนไหว
ไข่มุกวิญญาณมืดบินออกมา แล้วจู่ๆ ไข่มุกก็พุ่งมาแนบติดที่หว่างคิ้ว ของเขา
เงาร่างเล็กๆ ห้าเงาที่หดเล็กลงกว่าเดิมหลายต่อหลายเท่าพากันพุ่งเข้า มายังมหาสมุทรจิตวิญญาณของเขา
ปราณของอารมณ์เชิงลบอย่างความสิ้นหวัง หวาดกลัว กระหายเลือด เคียดแค้นและเดือดดาลแผ่มามืดฟูามัวดิน เติมเต็มทั่วทุกมุมในมหาสมุทร จิตวิญญาณของเขา
จิตวิญญาณแห่งดวงดาวเก้าดวงพลันหุบแสงเข้ามา
ตัวอักษรเก่าแก่จำนวนมากของเผ่าภูตผีปีศาจที่สลักไว้ในพื้นที่มากมาย กลางมหาสมุทรจิตวิญญาณของเขาพลันเผยตัวขึ้นมา
วิญญาณร้ายห้าดวงแยกย้ายกันเคลื่อนไหว พวกมันกัดทึ้งตัวอักษร เก่าแก่ของเผ่าภูตผีปีศาจที่ก่อนหน้านี้ถูกอำพรางให้มองไม่เห็น อักษรสีม่วง เข้มที่นาบประทับความลี้ลับทางจิตวิญญาณเอาไว้คล้ายผลึกใสสีม่วงที่ ระเบิดกระจายไปทีละชิ้น
ความเจ็บปวด ความไม่สบายตัว ความหวาดกลัวที่ถูกกัดกินของจิต วิญญาณที่แท้จริงหายวับไปในพริบตา
“ไข่มุกวิญญาณมืด! อาวุธล้ำค่าของเผ่าอสูรกาย ไข่มุกวิญญาณมืดที่มี เพียงแค่สามเม็ด!”
ภูตผีปีศาจระดับแปดที่โจมตีเขาพลันหยุดชะงัก ยกมือทั้งคู่ขึ้นกุมหัว เปล่งเสียงร้องโวยวายที่ทั้งเดือดดาลและทั้งไม่อยากเชื่อ ทั้งยังมีไข่มุกเลือด เม็ดเล็กๆ ผุดออกมาจากในรูขุมขนที่หนาใหญ่ของภูตผีปีศาจตนนั้น
ในไข่มุกเลือดมีเงาวิญญาณของเนี่ยเทียนให้เห็นได้รำไร
ทว่าพอไข่มุกเลือดบินออกไปจากตัวเขาก็ระเบิดกระจาย เงาวิญญาณ ของเนี่ยเทียนเหมือนควันบางๆ กลุ่มหนึ่งที่ได้รับการดึงดูดและชักนำจาก ไข่มุกวิญญาณมืดจึงพลันลอยหายเข้าไปกลางหน้าผากของเนี่ยเทียน
ความรู้สึกที่ทำให้เนี่ยเทียนอ่อนล้าก็ค่อยๆ หายไปพร้อมการกลับคืนมา ของควันบางๆ กลุ่มนั้น
มองเห็นไข่มุกเลือดที่ผุดออกมาจากรูขุมขนของภูตผีปีศาจ ทั้งในไข่มุก ยังมีเงาร่างของตัวเอง เนี่ยเทียนก็รู้สึกขนลุกขนชัน
เขาพลันตระหนักได้ว่าความรู้สึกที่ถูกกลืนกินจิตวิญญาณเมื่อครู่นี้ไม่ใช่ ความรู้สึกที่เขาคิดไปเอง แต่มันเกิดขึ้นอย่างแท้จริง!
ควันบางๆ ที่ลอยกลับมาจากไข่มุกเลือดก็คือเสี้ยววิญญาณของเขาที่ ได้รับผลกระทบจากคำสาปวิญญาณปีศาจ ถูกภูตผีปีศาจระดับกลืนกินเข้า ไป
หากไม่เพราะความช่วยเหลือจากไข่มุกวิญญาณมืดและการเข้ามาของ วิญญาณร้ายทั้งห้า เชื่อว่าในเวลาไม่นานจิตวิญญาณที่แท้จริงของเขาคง สลายหายไปจากฟูาดินเพราะคำสาปวิญญาณปีศาจแน่นอน
เมื่อวิญญาณดับสลายก็หมายความว่าตายไปแล้ว ทั้งยังเป็นวิธีการตาย ที่สมบูรณ์แบบที่สุดด้วย
“ภูตผีปีศาจระดับแปดแข็งแกร่งกว่าเผ่ากิ้งก่าระดับเดียวกันไม่รู้ตั้งกี่ เท่า!”
นาทีนี้เขาถึงเพิ่งจะเข้าใจว่าหากไม่มีท่อนกระดูกของสัตว์ยักษ์มวล ดารา เมื่อเขาเผชิญหน้ากับอสูรกายหรือภูตผีปีศาจระดับแปด เกรงว่าคง ไม่มีความเป็นไปได้ที่จะชนะ
เมื่อลองนึกไปถึงภาพเหตุการณ์ตอนที่เขาเผาผลาญเลือดลมทั้งร่างเพื่อ ใช้กระดูกของสัตว์ยักษ์มวลดาราแทงร่างโหยวน่าสายเลือดระดับแปดขั้น สูงสุด เขาก็ยิ่งกระจ่างแจ้งอย่างลึกซึ้งว่าพลังการทำลายล้างของกระดูก ท่อนนั้นน่ากลัวผิดปกติมากแค่ไหน!
เพราะว่าโหยวน่าย่อมต้องแข็งแกร่งกว่าภูตผีปีศาจระดับแปดที่อยู่ ตรงหน้าเขานี้มากมายหลายเท่าตัว!
——