ราชินีพลิกสวรรค์ - ตอนที่ 202 สายเลือดจู๋อินที่น่าสะพรึงกลัว
ใครก็มิอาจรู้ได้ว่า คนที่ ‘น่าสงสัย’ นั้นเป็นอย่างไร
แต่ทว่า ภายใต้ความโกรธของหลิงหวงทั้งสอง ก็ทำให้หลิงหวังทั้งห้าไม่กล้าถามมาก
คนที่ ‘น่าสงสัย’ นี้ ก็คงต้องอาศัยความรู้สึกแล้ว
…
อีกด้านหนึ่ง เจียงหลีกับคุนอู๋ย้อนคิดอย่างละเอียดว่าวีรกรรมความกล้าหาญเมื่อสักครู่นี้ไม่ได้ทิ้งร่องรอยเอาไว้ ถึงวางใจกล้าเตร็ดเตร่ในอาณาเขตหลิงอู่ต่อไป
ถึงอย่างไร การตามล่าวิญญาณยุทธ์ของคุนอู๋ยังไม่ได้ยุติลง
“ศิษย์พี่สาม หากพวกเขาตามทันล่ะ จะรู้ว่าเป็นศาสตร์ลับหรือไม่”
คุนอู๋ยิ้มบางๆ “ศาสตร์ลับเดิมทีก็แยกออกง่าย โดยเฉพาะเป็นศาสตร์ลับที่สิ่งของมาแทนเช่นนี้ ยิ่งจะดูออกได้ง่าย”
“เช่นนั้น พวกเขาคงจะไม่สงสัยฮวงเสินหรอกหรือ” เจียงหลีเอ่ยอย่างกังวล
คุนอู๋กลับกลับไม่สนใจแล้วยิ้มออกมา “จะกลัวอะไร ทั้งจิ่วฮวง คนที่รู้จักศาสตร์ลับ ไม่ได้มีแค่ฮวงเสินที่เดียว สกุลหลิ่วเซียงแห่งตงฮวงของพวกเขาน่ะรู้จักศาสตร์ลับเป็นอย่าง ดี”
“สกุลหลิ่วเซียง!” เจียงหลีรู้สึกประหลาดใจ
คุนอู๋พยักหน้า “อืม หากภายภาคหน้าเจ้ามีโอกาสได้ไปตงฮวง ก็ไปเดินเล่นในอาณาเขตสกุลหลิ่วเซียงได้ น่าจะทำให้การฝึกฝนศาสตร์ลับของเจ้ามีแรงบันดาลใจใหม่ๆ เกิดขึ้น”
“จะว่าไปแล้ว ข้าว่าศาสตร์ลับของฮวงเสินของพวกเรารอบด้านกว่า” น้ำเสียงของเจียงหลีเต็มไปด้วยความภูมิใจ
คุนอู๋ยิ้มโดยไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมา
ผ่านไปสักครู่จึงเอ่ยขึ้น “ความจริงแล้ว หนทางมีมากมาย เส้นทางสู่ความสำเร็จไม่ได้มีแค่เส้นทางเดียว เพียงแค่แต่ละตระกูลมีความสามารถไม่เหมือนกันเท่านั้น ถึงแม้พบคนที่เดินเส้นทางเดีย ยวกัน ในสามคนที่เดินผ่านมานั้นอาจจะมีอาจารย์เราอยู่หนึ่งคนก็เป็นได้ เจ้าไม่ต้องทะนงตนว่ามีวรยุทธ์สูงส่ง ต้องถ่อมตนน้อมรับคำชี้แนะ ถึงจะทำให้ตนเองก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป”
“ทราบแล้วเจ้าค่ะ” เจียงหลีแสดงสีหน้าท่าทางเอือมระอา “ศิษย์พี่สาม พอท่านเอ่ยปากสั่งสอนข้า ก็เผยอายุท่านออกมาจนหมดแล้ว”
คุนอู๋ตะลึง แล้วหัวเราะเสียงดังลั่น
…
“เอ๊ะ ทางนั้นมีเสียงหัวเราะดังขึ้นมา”
หลิงหวังสกุลจงซานกำลังค้นหาคน น่าสงสัย อยู่นั้น จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงหัวเราะของคุนอู๋ ทั้งสองคนจึงประสานสายตากันทันที ตัดสินใจข้ามไปดูเสียหน่อย
พวกเขาค้นหาในอาณาเขตหลิงอู่มาตั้งนาน กลับไม่พบคน น่าสงสัย
…
“ศิษย์พี่สาม พวกเรา…”
ทันใดนั้นคุนอู๋คว้าข้อมือเจียงหลีเอาไว้ ในขณะที่นางยังพูดไม่จบ นางมองดูที่ข้อมือ แล้วจึงมองคุนอู๋
พลังจิตที่คุนอู๋ฝึกฝนมานั้น เหนือชั้นกว่านางมาก
“ศิษย์พี่สาม” เจียงหลีเอ่ยเสียงหนักแน่นอย่างระมัดระวัง
คุนอู๋หรี่ตาทั้งสองข้าง สีหน้าวางใจเปลี่ยนไป พลางเอ่ยกับเจียงหลี “พวกเขาตามมาทันแล้ว”
!
เจียงหลีแววตาเปลี่ยนไปทันที เอ่ยขึ้นในใจ จับได้เร็วเช่นนี้เลยหรือ
“อย่าเพิ่งตกใจ ที่ตามมาเป็นเพียงแค่หลิงหวังสองคน น่าจะแค่บังเอิญมากกว่า” คุนอู๋แววตาเป็นประกาย ปลอบโยนเจียงหลี
หลิงหวังสองคนหรือ ค่อยยังชั่ว! ค่อยยังชั่ว!
เจียวหลีหรี่ตาทั้งสองข้าง มุมปากยกยิ้มเยือกเย็น
“พวกเราอย่าเพิ่งตกใจไป ค่อยๆ เดิน ดูสิว่าพวกเขาจะทำอะไร” คุนอู๋เอ่ยกับเจียงหลี
เจียงหลีพยักหน้า
นางเข้าใจในทันที เวลานี้หากหนีเตลิดในทันที ไม่ต้องเดาก็รู้ได้ว่าหลิงหวังที่ตามมาต้องคิดว่าพวกเขาเป็นหัวขโมยแน่นอน
เจียงหลีกับคุนอู๋มีความเชื่อมั่นอย่างมากต่อศาสตร์ลับของตน นอกจากนี้ ทั้งสองก็มั่นใจว่าไม่ได้ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ เปลือกวิญญาณก็ถูกเจียงหลีใส่เข้าไปในช่องว่างแล้ว ดังนั้น เว วลานี้พวกเขาก็แสดงออกอย่างใจเย็น
มาแล้ว
คุนอู๋ใช้สายตาสื่อสารกับเจียงหลี
หลังจากนั้นไม่นาน เงาร่างสองคนก็ขวางทางที่จะไปต่อหรือถอยกลับของพวกเขาทั้งสองคนไว้ทั้งข้างหน้าข้างหลัง
หลิงหวังที่ลงมาตรงหน้า มองอย่างจดจ้อง แววตาแสดงออกถึงความตกตะลึงทันที
รูปลักษณ์ของคุนอู๋กับเจียงหลี ช่างแตกต่างจากคนธรรมดามากมายนัก คุนอู๋สง่างามจนคนตกตะลึง เจียงหลีมีเสน่ห์ชวนหลงใหล ชายหญิงสองคนนี้ เป็นความงามบนโลกที่หาที่เปรียบมิได้
“ช่างเป็นคู่ที่งดงามเหลือเกิน!” หลิงหวังสกุลจงซานเมื่อเห็นรูปโฉมของทั้งสองคนก็ชื่นชมขึ้นมา
น้ำเสียงไม่จริงจัง ทำให้คุนอู๋กับเจียงหลีรู้สึกไม่ยินดีนัก
ส่วนหลิงหวังอีกคนที่อยู่ด้านหลัง ได้ยินคนข้างหน้าเอ่ยขึ้น ก็รู้สึกแปลกใจจึงอ้อมมา พอมองเห็นรูปโฉมของคุนอู๋กับเจียงหลี ก็ไม่รู้ว่าเป็นความโชคร้ายของคุนอู๋ หรือว่าความโ โชคร้ายของหลิงหวังคนนั้นกันแน่
หลิงหวังที่เดินอ้อมมาด้านหน้า ก็นับว่าเป็นศิษย์ผู้ชายที่หน้าตาดี เมื่อเขาเห็นรูปโฉมของคุนอู๋ชัดเจนแล้ว ตาคู่นั้นก็ไม่สามารถละไปจากเขาได้ มองจ้องหน้าของคุนอู๋อย่างน นิ่งค้าง
ส่วนอีกคนหนึ่งกลับมีแววตาไม่ดีนัก มองสำรวจไปทั่วร่างของเจียงหลีอย่างไม่ละสายตา
“ท่านทั้งสองเสียมารยาทเกินไปหรือไม่” คุนอู๋แววตาเยือกเย็นลง
น้อยครั้งที่เจียงหลีจะเห็นเขาโกรธ เวลานี้เห็นแววตาของเขาเย็นยะเยือก รู้สึกว่าอุณหภูมิรอบด้านลดต่ำลงมาก
“คือว่า… พวกข้าเพียงแค่กำลังตามหาไอ้หัวขโมยที่น่ารังเกียจอยู่ หากมีที่ใดหยาบคาย ขอคุณชายอย่าได้ถือสา” หลิงหวังที่ทรงสง่า ยิ้มเหยียดๆ พลางเข้าใกล้คุนอู๋
“ไอ้หัวขโมยหรือ” เจียงหลีเอ่ยอย่างยิ้มเยาะ
ท่าทางทรงอำนาจ ดูเหมือนกำลังยิ้มเยาะพวกเขา เพียงแค่หาข้ออ้างเข้าใกล้
“ไม่ผิด คนสวย พวกข้ากำลังตามหาไอ้หัวขโมย เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าใจผิด ถ้าเช่นนั้น เจ้าก็ลองให้ข้าค้นตัวดูเสียหน่อยสิ” หลิงหวังอีกคนก็ค่อยๆ เข้าใกล้เจียงหลี
เจียงหลีแววตาเยือกเย็น “เจ้ามีสิทธิ์อะไรจะมาค้นตัวข้า”
ฝ่ายตรงข้ามเป็นถึงหลิงหวัง กลับถูกหลิงจงคนหนึ่งประณาม ณ ขณะนั้นสีหน้าก็เยือกเย็นลง “หึ! เจ้าช่างไม่รู้ดีรู้ชั่ว ข้าเห็นว่าเจ้ารูปร่างหน้าตางดงาม ถึงพูดดีกับเจ้า ข้าขอเตือนเจ จ้า ให้ความร่วมมือดีๆ มิเช่นนั้น ก็อย่ามาโทษข้าว่าไม่ปรานีล่ะ”
“บังอาจ!” คุนอู๋คำรามเสียงต่ำ
กระแสพลังที่แข็งแกร่งสั่นสะเทือนออกมาจากร่างเขา โจมตีไปที่ร่างของหลิงหวังสกุลจงซานทั้งสองนั่น
หลิงหวังสกุลจงซานทั้งสองนั่นก็โกรธเกรี้ยวขึ้นมา สีหน้าเปลี่ยนไปทันที
“ข้าว่าเจ้าสองคนนั่นแหละคือไอ้หัวขโมยที่ขโมยเปลือกวิญญาณของพวกข้าไป ข้าจะจับพวกเจ้ากลับไป จะดูว่าพวกเจ้ายังจะกล้าขัดขืนอีกหรือไม่!”
เจียงหลีกับคุนอู๋มองตากันอย่างเงียบๆ
ถึงแม้ทั้งสองคนมีเจตนาบิดเบือนใส่ร้ายป้ายสี กลับไม่คิดว่าจะมั่วถูกเสียนี่…
เจียงหลีเบนสายตาไป ยิ้มเยือกเย็น “ที่แท้ก็แค่ใส่ร้ายป้ายสี”
คุนอู๋ก็เอ่ยขึ้น “ข้ออ้างทุเรศๆ มาต่อสู้ให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลยดีกว่า”
“ได้! ถือว่าเจ้ากล้าหาญมาก”
หลิงหวังสกุลจงซานทั้งสอง ต่างมองตาสื่อสารกันไม่พูดจา
ในสายตาของพวกเขา คุนอู๋กับเจียงหลีเป็นแค่หลิงหวังกับหลิงจงเท่านั้น จะมาเป็นคู่ต่อสู้ของพวกเขาได้หรือ แต่ทว่า พวกเขาลืมไปว่า หลิงหวังกับหลิงหวังนั้นก็มีความแตกต่างอย ยู่เช่นกัน หลิงจงก็มิใช่ว่าจะสังหารหลิงหวังไม่ได้
ทันใดนั้น หลิงหวังสกุลจงซานก็ตะโกนเสียงต่ำขึ้นมา กระแสพลังแห่งความเหน็บหนาวที่น่ากลัว ก็แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ราวกับจะทำให้รอบๆ นั้นถูกแช่แข็งทั้งหมด
“พลังจู๋อิน!” คุนอู๋เอ่ยเสียงเบาขึ้นมา
“ไม่ผิดหรอก! พวกข้าคือสกุลจงซานแห่งตงฮวง พลังที่สืบทอดมาก็คือพลังความเหน็บหนาวของมหาเทพจู๋อิ๋น” หลิงหวังสกุลจงซานเอ่ยพลางหัวเราะเสียงดัง ท่าทางโหดเหี้ยมจองหองมาก
“พลังแห่งความหนาวเย็น!” เจียงหลีตื่นตระหนกในใจ
แคว่กๆ !
ในพลังวิญญาณของหลิงหวังทั้งสองของสกุลจงซาน เหมือนว่าแทรกซึมผ่านความเหน็บหนาวโดยธรรมชาติ เจียงหลีก็พบว่ารอบๆ กลายเป็นเขตที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นพื้นหรือว่าต้นไม้ล้วนถูกความหนาวเย็นปกคลุม นางรู้สึกว่าแม้กระทั่งพลังวิญญาณภายในก็ยังเคลื่อนไหวช้าลง เพราะความหนาวเหน็บที่ทำให้เจ็บเข้ากระดูกนี้……