ราชินีพลิกสวรรค์ - ตอนที่ 218 ลอยขึ้นฟ้าด้วยฝ่ามือเดียว
“อย่าฆ่าเขาเลย”
บนเวทีประลอง จากผู้เฝ้าเวที คำพูดที่เกียจคร้านของเจียงหลีลอยออกมา ดูเหมือนว่านางเพียงแค่สั่งสัตว์เลี้ยงของนางตามต้องการ ไม่ใช่เพราะกังวลใจเกี่ยวกับชีวิตหรือความตายของสุ่ยชิ งหยาง
โฮกกก! เสียงคำรามจากลำคอของหลิวหลี
คำพูดของหญิงสาวทำให้ดวงตาของเขามืดลงชั่วขณะหนึ่ง กรงเล็บแหลมคมที่เหยียบบนร่างของสุ่ยชิงหยางไม่คลายออก แต่ก็ไม่ได้จิกลงอีก
“สัตว์…ประหลาด!”
หลิงหวังแห่งไท่อีเหมินกล่าวด้วยความสยดสยอง
ไม่เพียงแค่เขาเท่านั้น ทุกคนต่างตกตะลึงกับการเปลี่ยนแปลงของหลิวหลี
ปีศาจ!
ปีศาจบรรพกาล ได้ปรากฏขึ้นที่นี่แล้ว
เพราะเขตแดนระหว่างสามเผ่าพันธุ์ มักจะรู้กันถึงการมีอยู่ของกันและกัน แต่ยากนักที่จะเห็นเผ่าพันธุ์อื่นปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขา โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มอำนาจระดับต่ำเหล่านี้จะไม่ ค่อยได้เห็นปีศาจ
ปีศาจ! เผ่าปีศาจจริงๆ ด้วย!
ข้างกายประมุขเซียนแห่งจยาเซียน ยังมีเผ่าปีศาจอยู่ด้วย! ดูเหมือนว่ามันจะเป็นสัตว์เลี้ยงปีศาจของนาง!
“จริงๆ แล้วเป็นเผ่าปีศาจ!”
“เป็นเผ่าปีศาจจริงๆ หรือ”
“สวรรค์! ข้าโตขนาดนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้เห็นเผ่าปีศาจ!”
“อย่าว่าแต่เจ้าเลย ผู้เฒ่าอย่างข้าอยู่มานานกว่าร้อยปีแล้ว นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ข้าได้เห็นเผ่าปีศาจ”
“…”
นอกเวทีประลอง มีเสียงอุทานด้วยความตกใจดังขึ้นมาเป็นพักๆ บนเวทีประลองจยาเซียน เรื่องของเผ่าปีศาจที่น่าตกตะลึงนี้ กระจายออกไปไกลขึ้นเรื่อยๆ ดึงดูดผู้คนให้มาที่นี่มากขึ้น
บนเวทีประลอง มีแต่ความเงียบสงัด
ทุกคนที่อยู่ด้านข้างของจยาเซียน มองหลิวหลีด้วยความตกใจ
ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังพยายามอย่างหนักที่จะเชื่อมโยงสิ่งมีชีวิตน่ารักที่มีขนปุยข้างกายเจียงหลี กับสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ที่อยู่ข้างหน้าพวกเขาในตอนนี้
สุ่ยชิงหยางถูกกดลงบนเวทีประลอง จ้องเขม็งไปที่ดวงตาเย็นเยียบของหลิวหลีอดีตเดรัจฉานตัวน้อยนี้ ความกลัวที่ไม่สามารถบรรยายได้ปรากฏขึ้นเองตามธรรมชาติ
ทันใดนั้น สัตว์ร้ายตัวนั้นยกอุ้งเท้าขึ้นจากบนหน้าอกของเขา
เมื่อสุ่ยชิงหยางถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก็มีลมแรงพัดเข้ามาหาเขา
อ้ากก... สุ่ยชิงหยางกรีดร้อง ร่างรอยขึ้นจากพื้นด้วยหนึ่งฝ่ามือของเดรัจฉานบางตัว สุ่ยชิงหยางลอยลิ่วขึ้นฟ้ากลายเป็นจุดสว่างบนขอบฟ้าและหายไป
“นายน้อยยยยย!”
“เชี่ยยยไรเนี่ย!”
ความตื่นตระหนกของทุกคนในไท่อีเหมิน ความตกใจของทุกคนที่อยู่รอบๆ ถักทอเข้าด้วยกัน
เผ่าปีศาจนี่ช่างน่ากลัวเหลือเกิน!
สุ่ยชิงหยางอย่างไรก็เป็นหลิงจงระดับสูง ยังโดนเผ่าปีศาจตบลอยขึ้นฟ้าได้เชียวหรือ
หลิงหวังแห่งไท่อีเหมินรีบร้อนอยากเสาะหาสุ่ยชิงหยาง แต่ทันทีที่เขาเคลื่อนไหว เสียงของเจียงหลีก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“กลับไปบอกเจ้าสำนักของพวกเจ้า จยาเซียนไม่เคยแส่หาเรื่องผู้ใด แต่ก็ไม่เคยกลัวว่าจะมีเรื่อง”
กล่าวจบ ความกล้าหาญอันน่าสะพรึงกลัวของหลิงหวังระดับสี่ก็ปรากฏขึ้นบนร่างกายของนาง และดวงตาที่หรี่ลงตลอดก็ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นขอบตาที่แหลมคม
เจียงหลีเป็นเช่นนี้ และเจียงเฮ่าก็ปลดปล่อยพลังทางวิญญาณของตัวเองออกไปทันที
กงเสวี่ยฮวาและฉินเทียนอีก็ร่วมมือในการปล่อยพลังปราณเช่นกัน
แม้ว่ามู่เหยี่ยนฉือจะไม่พูด แต่เขาก็ปลดปล่อยพลังวิญญาณออกมาเช่นกัน
ให้ตายสิ!
คนไม่กี่คนในไท่อีเหมินเบิกตากว้างด้วยความสยดสยอง หลิงหวังทั้งห้า! บวกกับหุ่นเชิดบนเวทีประลองที่มีความแข็งแกร่งยิ่งกว่าหลิงหวัง ความแข็งแกร่งของเจียงหลีน่ากลัวถึงเพียง งนี้เชียวหรือ
ไม่เพียงแต่คนในไท่อีเหมินเท่านั้นที่ตกใจ แต่คนนอกเวทีประลองก็ตกใจตามๆ กัน
บนม้านั่งของผู้ตัดสิน ไหวปี้ถึงกับตาค้าง แอบพูดในใจว่า พวกเจ้าได้เลื่อนขั้นเป็นหลิงหวังแล้ว ดูเหมือนข้าเองก็จะต้องรีบเสียแล้ว
เจียงหลีมองอาการที่แสดงออกของพวกไท่อีเหมิน ขดริมฝีปากและยิ้ม “ข้าได้ยินมาว่าผู้นำของไท่อีเหมิน เป็นผู้ที่ตัดสินเวลาและสถานการณ์ได้ดี และเตรียมพร้อมมีการวางแผนล่วงหน้า า ในเมื่อเขากำลังอยู่ในช่วงเตรียมตัวขึ้นสู่การเป็นหลิงหวง ก็อย่าสร้างปัญหาในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้เลย”
ดวงตาของคนไท่อีเหมินหรี่ลง และเขามองไปที่เจียงหลีด้วยความตกใจ
เรื่องที่ผู้นำของพวกเขาเตรียมพร้อมสู่การเป็นหลิงหวง…คนของจยาเซียนรู้ได้อย่างไร
“ผู้นำไท่อีเหมินกำลังจะขึ้นเป็นหลิงหวงอย่างนั้นหรือ”
นอกเวทีประลอง ผู้คนจำนวนมากจากกลุ่มอำนาจต่างๆ ได้เงียบหายไป หลังจากได้รับข่าวนี้โดยไม่คาดคิด และรีบรายงานกลับไปยังกลุ่มอำนาจของตนอย่างรวดเร็ว
บนเวทีประลอง ดวงตาของหลิงหวังแห่งไท่อีเหมินหรี่ลงสองสามครั้ง และยิ้มอย่างขมขื่นให้กับเจียงหลี “ประมุขเซียนล้ำลึกยิ่งนัก คำพูดของท่านจะถูกบอกกล่าวแก่ท่านเจ้าสำนักอย่า างแน่นอน และข้าต้องขอบคุณประมุขเซียนที่ไม่สังหารนายน้อยของข้าด้วย”
ท้ายที่สุด เขาก็พาคนของไท่อีเหมินแล้วจากไปอย่างรวดเร็ว
เจียงหลีช่างร้ายกาจและเจ้าเล่ห์ คำพูดเมื่อครู่เหล่านั้น แม้ว่าผู้นำของพวกเขาจะอยากมีเรื่องกับจยาเซียน แต่พวกเขาก็ไม่มีเวลาแล้ว ตอนนี้ต้องรับมือกับกลุ่มอำนาจต่างๆ ที่อยากเ เข้าไปท้าประลองกับพวกเขา
อย่างไรก็ตาม ในบรรดากลุ่มอำนาจระดับต่ำ หากมีหลิงหวงเกิดขึ้นในกลุ่มอำนาจใดก็จะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างของกลุ่มอำนาจทั้งหมด
“หลิวหลี กลับมาเถอะ” เจียงหลีเรียกสัตว์ร้ายตัวนั้นหลังจากที่คนของไท่อีเหมินจากไป
น้ำเสียงที่อ่อนโยนโดยไม่รู้ตัวนั้น แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากคนก่อนหน้านี้ที่ต่อสู้กับพวกไท่อีเหมิน ราวไม่ใช่คนเดียวกัน
นับตั้งแต่ตระกูลเจียงประสบภัยครานั้น แม้แต่เจียงเฮ่าก็ไม่ค่อยเห็นน้องสาวของเขาแสดงความอ่อนโยนเช่นนี้มากนัก
เมื่อได้ยินเสียงของเจียงหลี ปีศาจใหญ่หลิวหลีที่ดุร้ายและน่าสะพรึงกลัว ก็ลดความเป็นศัตรูลงทันที ร่างของมันหดตัวลงอย่างกะทันหัน กลับสู่สภาพที่นุ่มฟู พลิกตัวและกระโดดเข้าไ ไปในอ้อมแขนของเจียงหลีทันที
แน่นอนว่า ณ เวลานี้ ไม่มีใครดูถูกเจ้าเปี๊ยกแสนน่ารักตัวนี้อีกต่อไป
ทุกคนที่ได้เห็นภาพสุ่ยชิงหยางลอยในอากาศ ต่างก็รู้ดีถึงพลังของเจ้าเปี๊ยก
เจียงหลีมีสัตว์ร้ายตัวนี้นอนอยู่บนขาทั้งสองข้างของนาง ดมกลิ่นตัวของนาง เมื่อปล่อยมันออกมาแล้ว นางไม่ได้คิดจะเก็บมันกลับเข้าไปในกระเป๋าวิเศษอีก
“มาต่อกันเถอะ” เจียงหลีพูดอย่างเกียจคร้าน ลูบขนเจ้าเปี๊ยก
ความท้าทายบนเวทีประลองจยาเซียน ยังคงเริ่มต้นขึ้น
การแสดงคั่นฉากเล็กๆ นี้ ไม่ได้ส่งผลต่อแผนการของเจียงหลี แม้ว่าเรื่องนี้จะแพร่ออกไปด้วยความเพลิดเพลินของผู้คนแล้วก็ตาม
มีอัศวินเกราะทองอยู่ห้าตัวคอยต่อสู้อยู่เวทีประลอง มีหลิวหลีปีศาจที่ดุร้ายดั่งเสืออยู่ตรงนั้น จยาเซียนจึงได้ชัยชนะมาโดยปริยาย
หลังจากวันนั้น ก็ไม่มีใครจากไท่อีเหมินปรากฏตัวอีก
ในวันที่ยี่สิบของงานเลี้ยงเหล่าเซียน ข้อความที่มาจากไท่อีเหมินถูกส่งไปยังเจียงหลี มันเป็นเทียบเชิญที่เขียนโดยเจ้าสำนักไท่อีเหมินเอง เนื้อหากล่าวขออภัยเหตุเพราะลูกชายข ของเขาไม่รู้จักประมาณตน และขอเชิญเจียงหลีไปเยี่ยมสำนักไท่อีเหมินหลังจากงานเลี้ยงเหล่าเซียนสิ้นสุดลง
“ส่งเทียบเชิญมาในตอนนี้ ดูเหมือนว่าเขาจะมั่นใจในการขึ้นเป็นหลิงหวงอย่างมาก” เจียงหลีโบกเทียบเชิญในมือไปมา กล่าวขึ้นอย่างเฉยเมยกับคนที่อยู่ข้างกาย
“เขาต้องการจะทำอะไรกันแน่ หรือเขายังมีแผนจะลอบสังหารเจ้า…” กงเสี่ยฮวาคาดเดา
ทันทีที่คำพูดของเขาสิ้นสุดลง ดวงตาของเจียงเฮ่าก็แหลมคมทันที แต่สัตว์ร้ายตัวนั้นในอ้อมแขนของเจียงหลีเงยหน้าขึ้นอย่างเกียจคร้าน แล้วเหลือบมองกงเสวี่ยฮวา
ฉินเทียนอีดึงจดหมายจากมือเจียงหลี อ่านอย่างละเอียด แล้วหัวเราะขึ้นมา และเสนอการเดาที่แตกต่างจากกงเสวี่ยฮวา “ข้าคิดว่าหลายวันมานี้เขาคงสืบหาตื้นลึกหนาบางของจยาเซียนอ อย่างดีแล้ว เทียบเชิญนี้ส่งมาอย่างเป็นมิตรเสียมากกว่า”
เจียงหลีพยักหน้า “ข้าเห็นด้วยกับการคาดเดาของฉินเทียนอี”
“อาหลีจะไปหรือ” เจียงเฮ่ามองไปที่น้องสาวของเขา