ราชินีพลิกสวรรค์ - ตอนที่ 267 เจ้าจะขอบคุณข้าอย่างไร
ตู้ม!
เสียงดังสนั่น คล้ายกับดังขึ้นจากส่วนลึกของทะเลเมฆใต้เท้าของเจียงหลี
นางก้มศีรษะ จ้องมองไปยังทะเลเมฆที่ปั่นป่วน แล้วค่อยๆ มีเรือแบนลำเล็กปรากฏขึ้นตรงหน้านาง
ดวงตาของเจียงหลีและเจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินต่างแสดงอารมณ์เดียวกันและแฝงไปด้วยความประหลาดใจ เรือแบนตรงหน้าราวกับถูกสร้างด้วยหมอกควัน จริงบ้าง ลวงบ้าง และคล้ายกับทำมาจากวัสดุโปร่งใสที่พิเศษ ด้านบนสลักลวดลายที่ประณีตไว้
เรือแบนมีขนาดเล็กมากและสามารถนั่งได้เพียงคนเดียว
เจียงหลีหันศีรษะมาเย้าแหย่เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงิน “โชคดีที่เจ้าตัวเล็ก แค่ยืนบนไหล่ข้าก็ได้แล้ว มิฉะนั้น เจ้าอาจถูกข้าทิ้งไว้ที่นี่จริงๆ ก็เป็นได้”
“จิ๊บๆ!”
เจียงหลีเลิกคิ้วมองเจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงิน แล้วถามกลับ “เจ้าพูดว่าข้าไม่ทำเช่นนั้นหรอกใช่ไหม”
นางหัวเราะอย่างมีเลศนัย “เหตุใดเจ้าถึงมั่นใจนักว่าข้าจะไม่ทิ้งเจ้า”
“จิ๊บบบๆ!”
เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงิน โต้กลับเสียงยาว เจียงหลีไม่รู้ความหมายนั่น นางอาศัยเพียงความเข้าใจด้วยตัวเอง “เพราะเจ้าคือนกที่เขามอบไว้ให้ ข้าเลยจะไม่ทิ้งเจ้าใช่ไหม”
“จิ๊บๆ!” เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินผงกหัว
“ก็ไม่แน่นะ” เจียงหลีหัวเราะอย่างขี้เล่น แต่ในสายตาที่ขี้เล่นของนาง เก็บซ่อนความคิดถึงไว้ข้างใน
ลู่เจี้ย เจ้าอยู่ที่ดินแดนปีศาจ อยู่ตงหลีแห่งเป่ยฮวงสบายดีหรือไม่ เจียงหลีถามขึ้นในใจ ทันใดนั้น ก็ผุดความคิดที่จะไปตงหลีแห่งเป่ยฮวงเพื่อหาใครสักคนอย่างร้อนใจทันที
ทันใดนั้น นางได้พูดกับเจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงิน อย่างจริงจังว่า “ทันทีที่งานปาฐกถาเจ้าครองนครสิ้นสุดลง ข้าจะไปยืนยันสิทธิ์ที่หอคอยจิ่วฮวง แล้วให้เจ้าพาข้าไปที่ตงหลีแห่งเป่ยฮวง”
เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงิน ตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง และส่งเสียงร้องอย่างมีความสุข “จิ๊บๆ!”
เจียงหลียิ้ม ละสายตาออกจากนางและมองลงไปยังเรือเมฆ นางก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว เท้าข้างหนึ่งเหยียบไว้ข้างบน
อืม มั่นคงมาก
เจียงหลีพยักหน้าด้วยความพึงใจและยืนบนเรือเมฆ
พลังวิญญาณค่อยๆ ปรากฏออกมาจากร่างกายของนาง แล้วผลักเรือเมฆไปข้างหน้าอย่างช้าๆ
ร่างกายของเจียงหลีค่อยๆ ปกคลุมไปด้วยหมอกควัน ภูเขาที่ลอยอยู่ด้านหลังได้หายไปแล้ว
“ข้าควรไปที่ไหน แล้วไส้ตะเกียงอยู่ที่ไหนหรือ” เจียงหลีรู้สึกสับสน
ทันใดนั้น ถ้วยแก้วนพเก้าที่ซ่อนอยู่ในหัวใจก็เปล่งแสงอันเจิดจ้าคล้ายกับนำทางให้กับเจียงหลีทันที
เมื่อรู้สึกถึงการนำทางนี้ ดวงตาของเจียงหลีเป็นประกาย ปรับทิศทางของเรือเมฆและเพิ่มความเร็วในการแล่นด้วยพลังวิญญาณ
ความเร็วของเรือเมฆเร็วขึ้น เข้าใกล้ทิศทางที่ถ้วยแก้วนำทาง
ภูเขาที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าผ่านด้านข้างของเจียงหลีไป นางไม่รู้ว่าถ้วยแก้วจะพานางไปยังที่แห่งหนใด และรู้สึกคล้ายกับว่าตนอยู่ห่างจากภูเขาลูกเดิมออกไปไกลแล้ว
ห้ามพาข้าออกจากใจกลางเมือง! เจียงหลีเอ่ยในใจ ถ้วยแก้วนพเก้าคงจะไม่หลอกกันนะ
หากคุณสมบัติของถ้วยแก้วนพเก้ายังเป็นหลุมพราง นางคงอยากร้องไห้แต่ร้องไม่ออกจริงๆ เป็นแน่
…
บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยหมอกขาว มีภูเขาขนาดเล็กลอยสูงต่ำสลับทับซ้อนเป็นชั้นๆ
ทันใดนั้น เจียงหลีก็มองเห็นเรือเมฆอยู่ด้านหน้า และดูเหมือนมีคนๆ หนึ่งยืนอยู่บนนั้นด้วย
สิ่งนี้ทำให้เจียงหลีมีความสุข
เข้ามาได้ครึ่งค่อนปี ในที่สุดก็พบเจอคนเป็นๆ แล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะเดียวกัน นางก็ได้แอบเฝ้าระวัง นางจำคำพูดของใบหน้าสีทองได้อย่างขึ้นใจ
ทิศทางของเรือเมฆอยู่ตรงนั้นพอดี และใกล้เข้ามา แต่เมื่อนางมองเห็นสถานการณ์บนเรือลำนั้นได้อย่างชัดเจน ใบหน้าของนางก็เปลี่ยนไป
บนเรือเมฆที่แล่นผ่านนางไป มีคนยืนอยู่จริงๆ แต่กลับไร้ชีวิต ดวงตาถูกปิดลงอย่างสงบ ผิวพรรณออกสีขาวอมเทา และลมปราณแห่งความตายเข้มข้นเป็นที่สุด
ดวงตาของเจียงหลีหดลงเล็กน้อย และลองเชิงด้วยการปลดปล่อยพลังวิญญาณในมือไปยังบุคคลในเรือเมฆ
ปัง!
หลังจากถูกโจมตี ร่างกายของบุคคลนั้นก็ระเบิด กลายเป็นผงธุลีและหายวับไปต่อหน้าต่อตาของ เจียงหลี และเรือเมฆที่เขากำลังแล่นอยู่นั้นก็ค่อยๆ จมลงไปในทะเลเมฆอย่างช้าๆ
ช่างแปลกสิ้นดี!
เจียงหลีรู้สึกตกใจในใจ
คนแรกที่นางพบเจอคือคนตาย
“หรือว่านี่คือสิ่งที่ใบหน้าสีทองพูดถึง หลังจากใช้พลังวิญญาณจนหมด แต่ยังไปไม่ถึงจุดหมาย คนก็จะลอยอยู่บนทะเลเมฆไปตลอดกาลใช่หรือไม่” เจียงหลีพึมพำเสียงเบา
นางเข้าใจในทันที
ทันใดนั้น ดวงตาของนางเบิกกว้างขึ้นในทันใด ดวงตาคู่นั้นตกตะลึง “ในทะเลเมฆแห่งนี้ ไม่สามารถดูดซับพลังวิญญาณ!” ถึงว่า ถึงว่าพลังวิญญาณคนพวกนี้ถูกใช้จนหมด
ที่แท้ ณ ทะเลเมฆแห่งนี้ได้ซ่อนสิ่งที่แปลกประหลาดเอาไว้
ใบหน้าอันทรงเสน่ห์และงดงามของเจียงหลีเผยความเคร่งขรึมขึ้น นางไม่อยากจะเชื่อว่าหลังจากพลังวิญญาณหมดลง จะหลงเหลือเพียงการล่องลอยบนทะเลเมฆอย่างไร้จุดหมาย ซึ่งคนเหล่านี้จะโดดเดี่ยวและถูกทรมานมากถึงเพียงใด
“เมืองเทียนตี้!” เจียงหลีพึมพำชื่อเรียกนี้
ใบหน้าสีทองบอกกับนางว่าต้องคอยระวังชาวเมืองเทียนตี้มากที่สุด แต่ประสบการณ์ที่นางเพิ่งประสบ ก็ทำให้เจียงหลีได้เข้าใจบทลงโทษของเมืองเทียนตี้ บางทีนี่อาจไม่ใช่สิ่งที่น่าสลดใจที่สุด แต่เป็นเรื่องที่ทรมานที่สุดก็เป็นได้
ฟิ้ววว!
เสียงทะลุผ่านท้องฟ้าปรากฏขึ้นพร้อมกับลมปราณที่แหลมคมและอันตรายพุ่งเข้าหาเจียงหลีอย่างรวดเร็ว ความอันตรายเช่นนี้ทำให้ชั้นผิวของเจียงหลีสั่นสะท้าน และเมื่อโน้มตัวไปด้านหลัง ก็มองเห็นลูกศรโปร่งใสเฉียดฉิวผ่านจมูกนางไป
หากนางตอบสนองช้ากว่านี้ นางอาจถูกยิงที่ศีรษะไปแล้ว
ใครกัน
ความเย็นเยือกปรากฏขึ้นในดวงตาที่สดใสของเจียงหลี
ฟิ้ววว!
เสียงทะลุผ่านท้องฟ้าดังขึ้นอีกครั้ง เจียงหลีหันไปมองลูกศรโปร่งใสที่หมุนวนเปลี่ยนทิศในอากาศและพุ่งเข้าหานางอีกครั้ง
ปัง!
แน่นอนว่าครั้งนี้มันไม่สามารถเข้าใกล้เจียงหลีได้แล้ว แต่ในระหว่างนั้นร่างหนึ่งก็บินออกมาจากด้านข้างแล้วคว้าลูกศรโปร่งใสแล้วบีบมันทิ้งอย่างกะทันหัน
ดวงตาของเจียงหลีเป็นประกายเล็กน้อย และมองไปยังบุคคลที่ปรากฏตัวขึ้นทันที
ชายผู้นั้นบีบลูกศรจนแตกสลายและตกลงมาจากท้องฟ้าอย่างสง่างาม เมื่อเขากำลังจะตกลงสู่ทะเลเมฆ เรือเมฆก็ปรากฏตัวขึ้นใต้ฝ่าเท้าของเขาและรับเขาไว้
“มากับข้า!” ทันทีที่เขายืนหยัดอย่างมั่นคง ก็หันศีรษะพูดกับเจียงหลี แล้วบังคับเรือเมฆไปด้านหน้า
ดวงตาของเจียงหลีกะพริบเล็กน้อย จิตใจคล้อยตาม จึงเดินตามไป
นางไม่รู้จักคนผู้นี้
แต่ทว่า ด้วยความชำนาญของการบังคับเรือเมฆในทะเลเมฆ เจียงหลีก็ตัดสินได้ว่าบุคคลนี้เข้าสู่เมืองเทียนตี้มาก่อนนาง
ชายผู้นี้พาเจียงหลีไปที่ภูเขาลอยฟ้าแห่งนี้ เขาออกจากเรือเมฆและลงยืนบนภูเขาลอยก่อน และทันทีที่เขาขึ้นฝั่ง เรือเมฆของเขาก็จมลงไปในทะเลเมฆ
เจียงหลีเดินขึ้นภูเขาลอยฟ้าตาม และเรือเมฆของนางก็จมลงเช่นกัน
ชายผู้นั้นยังคงเดินไปข้างหน้า เจียงหลีเดินตามหลังเขาอย่างเงียบๆ เมื่อทั้งสองก้าวเข้าไปในตำหนักบนภูเขาลอยฟ้าทีละคน เจียงหลีก็หยุดเดินและมองไปยังแผ่นหลังของชายผู้นั้นอย่างนิ่งสงบ
เมื่อรับรู้ด้านหลังมีการเคลื่อนไหว ชายผู้นั้นก็หยุดเดินและหันกลับมามอง ใบหน้าของเขาถือว่ามีสัดส่วนงดงาม แต่กลับปรากฏร่องรอยของความชั่วร้ายในดวงตาคู่นั้น
เขาจ้องเขม็งไปที่ใบหน้าอันทรงเสน่ห์และงดงามของเจียงหลี แล้วใช้หางตามองสำรวจรูปร่างที่สง่างามของนางอย่างต่อเนื่อง
“สหายผู้นี้ เจ้าต้องการจะทำอะไรหรือ” เจียงหลีถามอย่างใจเย็น
เขายิ้มอย่างประสงค์ร้าย “ข้าช่วยเจ้าแล้ว เจ้าจะขอบคุณข้าอย่างไรดีล่ะ”