ราชินีพลิกสวรรค์ - ตอนที่ 268 เผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ!
เขาฝึกฝนอยู่ในเมืองเทียนตี้มาสามปีแล้ว คนที่ไม่เคยมีประสบการณ์จะสัมผัสไม่ได้
“ข้าติงเฮ่า ศิษย์สำนักเฟิงเหลยจง” หลังจากติงเฮ่าบีบบังคับเรื่องบุญคุณแล้ว ก็ได้แนะนำตัวกับเจียงหลี
เฟิงเหลยจง? เจียงหลีไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน
ซึ่งไม่น่าจะใช่เจ็ดกลุ่มอำนาจระดับสูงสุดอย่างแน่นอน แต่มีคุณสมบัติเข้ามาที่แห่งนี้ได้ แสดงว่าสำนักเฟิงเหลยจงคงเป็นกลุ่มอำนาจระดับกลางที่แข็งแกร่งไม่น้อย
เจียงหลียิ้มมุมปากที่เหมือนไม่ยิ้มและจ้องมองไปที่ติงเฮ่าโดยไม่พูด
นางมองออกว่าคนผู้นี้ต้องการอะไร
แต่ติงเฮ่ากลับแสร้งทำเป็นว่ารังเกียจในใจ และยังคงแสร้งทำเป็นบุรุษผู้สง่างาม
เจียงหลีไม่พูด ติงเฮ่าก็ไม่ได้ใส่ใจ เขายังคงจ้องมองไปที่เจียงหลีอย่างเปิดเผย ขณะเดียวกันเขาก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยขึ้น “ชั่วครู่บังเอิญพบเจอกับแม่นาง กลับมีคนร้ายลอบโจมตี แม้ข้าจะช่วยเหลือในสถานการณ์คับขันด้วยอารมณ์ชั่ววูบ แต่ทุกคนล้วนคือผู้ฝึกฝน พวกเราทั้งสองต่างรู้ดีว่าบุญคุณต้องทดแทน ทดแทนยิ่งเร็วก็ยิ่งดี จะได้ไม่เป็นอุปสรรคและขัดขวางการฝึกฝนในภายภาคหน้า”
เจียงหลียิ้มเยาะในใจ
ช่างข่มอารมณ์ไว้ไม่อยู่เสียจริงเชียว เพียงไม่กี่ประโยคก็ ก็แทบจะรอเข้าประเด็นไม่ไหวเสียแล้ว
ติงเฮ่าเดินเข้าใกล้นางหลายก้าว กลิ่นหอมบนตัวของเจียงหลีลอยไปแตะปลายจมูกของเขา ทำให้เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ และปรากฏความเคลิบเคลิ้มบนใบหน้า
หากอยู่ข้างนอก แม้เจียงหลีจะงดงามและมีเสน่ห์น่าหลงใหลเพียงใด เขาก็คงจะไม่ร้อนใจถึงเพียงนี้ แต่เขาติดอยู่ในเมืองแห่งนี้มาสามปี ระยะเวลาสามปี เขาเดินทางจากชายขอบเข้าใกล้ใจกลางเมือง พบเจอผู้คนมากมาย แต่กลับไม่ค่อยพบเจอสตรีมากนัก
โดยเฉพาะสตรีที่มีใบหน้าอย่างเจียงหลี เขายิ่งไม่เคยพบเจอมาก่อน
ไฟอันชั่วร้ายในใจ มิอาจยับยั้งได้อีกต่อไป
“เอาล่ะ ทดแทนบุญคุณเสียวันนี้เลย วันนี้เป็นอย่างไร ข้าไม่ขออะไรมาก ข้าช่วยชีวิตเจ้า เจ้าก็อยู่กับข้าหนึ่งวันและตามใจข้าก็พอ” ติงเฮ่าพูดอย่างเร่งรีบ
“ข้าขอให้เจ้าช่วยหรือ” ในที่สุดเจียงหลีก็เอ่ยขึ้น และพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
หากติงเฮ่าพยายามช่วยนางโดยไม่มีความคิดใดแอบแฝง ไม่ว่านางจะต้องการให้ช่วยหรือไม่ นางคงจำบุญคุณครั้งนี้ขึ้นใจ แต่เห็นได้ชัดว่าติงเฮ่าช่วยนางเพราะมีจุดประสงค์อื่น นางจะยอมรับมันได้อย่างไร
คำพูดของเจียงหลีทำให้ดวงตาของติงเฮ่าเย็นเยือก ใบหน้าเต็มไปด้วยความเกลียดชัง “หึ ในเมื่อพูดด้วยดีๆ ไม่ยอมทำตาม ก็คงต้องใช้กำลังบังคับแล้ว”
“เหอะ” เจียงหลียิ้มเยาะ
“ข้าเห็นว่าเจ้าก็ดูมีเสน่ห์อยู่บ้าง เลยไม่อยากใช้กำลังจึงพูดด้วยดีๆ อย่ามาทำให้ข้าโมโหนะ” ติงเฮ่าเดินไปหาเจียงหลีทีละก้าว
“อย่างไรเสีย ในเมืองเทียนตี้แห่งนี้ ทั้งเจ้าและข้าล้วนไม่ใช่ร่างจริง เจ้ามีความสุขกับข้าสักคืน เพื่อตอบแทนบุญคุณ จากนี้ไปเราสองคนเลิกแล้วต่อกัน เจ้าก็ไม่ถือว่าเสียเปรียบ เจ้าจะคิดอะไรให้มากความ” ติงเฮ่ายิ้มเยาะเอ่ย
เจียงหลีมองดูเขาอย่างเหยียดหยาม “ไร้ยางอายสิ้นดี”
ปัง!
ติงเฮ่าหยุดนิ่ง พลังอันน่าสะพรึงกลัวปะทุออกจากร่างกายของเขา แล้วพุ่งเข้าใส่เจียงหลี
หลิงหวังขั้นเจ็ด!
เมื่อลมปราณของติงเฮ่าปะทุขึ้น เจียงหลีก็รับรู้ได้ถึงระดับการฝึกฝนของเขา
“เหอะ เจ้าเป็นแค่หลังหวังขั้นห้า เจ้าคิดว่าจะหนีข้าพ้นรึ เดิมทีข้าไม่คิดจะใช้กำลัง เราทั้งสองใช้เวลาหนึ่งวันให้มีความสุขไม่ดีกว่าหรือ แต่เจ้ากลับมองข้ามความหวังดีจากข้า ต้องให้ข้าใช้กำลังกับสตรี! แล้วยิ่งต้องลงมือกับหญิงงามเช่นเจ้าอีก” ใบหน้าของติงเฮ่าค่อยๆ หยิ่งผยองขึ้น
คล้ายกับเจียงหลีถูกกำหนดให้เป็นของเล่นในมือของเขา และหลีกหนีไม่พ้นจากฝ่ามือของเขา
การท้าทายที่หอคอย เจียงหลีเอาชนะหลิงหวังขั้นเจ็ดมาได้ แต่นั่นเป็นเพียงการท้าทาย มิใช่การต่อสู้ที่แท้จริง
ติงเฮ่าที่อยู่ตรงหน้าคือการต่อสู้ที่แท้จริง
“หลิงหวังขั้นเจ็ดเก่งกาจหนักรึ” ริมฝีปากของเจียงหลีโค้งขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความเย้าแหย่
“เจ้าพูดอะไร” คำพูดของเจียงหลีทำให้ติงเฮ่าโมโห “หยิ่งยโสโอหัง คุยโอ้อวดอย่างไร้ยางอาย!”
“ข้าคิดว่าคำพูดนี้เหมาะกับเจ้ามากกว่า”
หลังจากเจียงหลีพูดจบ ได้เดินก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเช่นเดียวกัน
ตูม!
พลังอันน่าสะพรึงกลัวปะทุออกจากร่างกายของนาง และพุ่งเข้าใส่ติงเฮ่าเช่นกัน แม้นางจะพูดถากถางติงเฮ่า แต่นางก็ไม่ประมาท
เจียงหลีรู้ดีแก่ใจว่าคนที่เข้ามาที่นี่ได้ล้วนมิใช่คนธรรมดา
“ในเมื่อเจ้าดึงดันเช่นนี้ ข้าคงต้องปราบเจ้าก่อน แล้วค่อยสอนหลักการใช้ชีวิตให้กับเจ้า!” พอติงเฮ่าพูดจบ วิญญาณยุทธ์ที่อยู่ด้านหลังก็ปรากฏขึ้นทั้งหมด พลังอำนาจแข็งแกร่งถึงจุดสูงสุดทันที และระเบิดฝ่ามือโจมตีเจียงหลี
ฝ่ามือนั้นผสมกับพลังลมและสายฟ้าฟาด ทำให้เกิดฟ้าร้องเป็นระยะๆ และความเร็วนั้นก็ทวีคูณขึ้น
เจียงหลีไม่ได้ถอยหนี ดวงตาส่องประกายจิตวิญญาณแห่งนักสู้ ดาบขนาดเล็กที่ไม่ยอมแพ้ยังคงหมุนอยู่ในดวงตาของนาง
หัตถ์เทพเด็ดดารา!
เจียงหลีออกอาวุธด้วยฝ่ามือเช่นเดียวกัน และรวบรวมเป็นฝ่ามือขนาดใหญ่บนท้องฟ้า ขาวใสไร้ที่ติและบริสุทธิ์หาเปรียบไม่ได้ เผชิญหน้ากับการโจมตีของติงเฮ่า
โครม!
ฝ่ามือทั้งสองปะทะกันกลางท้องฟ้า คลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวแผ่กระจายไปทั่วบริเวณโดยรอบ ทำให้หลังคาของตำหนักพังทลาย
เงาไฟทั้งสองดวงพุ่งเข้าไปในท้องฟ้าและเริ่มเผชิญหน้ากันอย่างน่ากลัว
ในยามที่เจียงหลีท้าทายหอคอยและมุ่งตรงไปยังชั้นที่เก้าก็มิได้ไร้ประโยชน์ ระหว่างปะทะกับนักรบของหอคอย ทักษะการต่อสู้ของนางได้รับการขัดเกลาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และพลังความน่าสะพรึงกลัวก็ทวีคูณมากยิ่งขึ้นไปด้วย
ปัง!
ปัง!
เสียงระเบิดดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง และพลังของการกระแทกก็ผันผวนอยู่เหนือภูเขาลอยฟ้าลูกนั้นอย่างต่อเนื่อง
“ที่แท้ก็มีฝีมือไม่เบา ถึงได้หยิ่งผยองเพียงนี้!” ติงเฮ่ายิ้มเยาะในระหว่างการต่อสู้
เจียงหลีเพิกเฉยต่อการพลิกขาวให้เป็นดำจากคำพูดของเขา ก้าวถอยหลังและออกหมัดอีกครั้ง
หมัดนั้นแฝงไปด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัวและพุ่งเข้าใส่ติงเฮ่า
แต่ติงเฮ่ากลับไม่ได้หลบหลีกและออกหมัดเพิ่มเช่นเดียวกัน แล้วพุ่งเข้าใส่การโจมตีนั้นโดยตรง ร่างของเขากะพริบและโจมตีอีกครั้ง
ท้องฟ้าเต็มไปด้วยแสงสีทอง วิญญาณยุทธ์ส่องแสงแวววาว
พลังต่อสู้ของติงเฮ่าไม่ได้อ่อนแอ แต่แข็งแกร่งกว่าหลิงหวังที่เจียงหลีเคยพบก่อนหน้านี้หลายเท่า
เมืองเทียนตี้ช่างเป็นสถานที่รวบรวมเหล่ายอดฝีมือจริงๆ ถูกเรียกว่างานปาฐกถาย่อยไม่ใช่ว่าไม่มีเหตุผล เจียงหลีตื่นตะลึงในใจ
ติงเฮ่าแข็งแกร่งมาก แต่นางก็ไม่ได้อ่อนแอ!
ดวงตาของเจียงหลีสว่างขึ้น พลังควบคุมจิตแห่งการไม่ยอมแพ้กำลังเคลื่อนไหว
ทันใดนั้น ความสามารถอันน่าสะพรึงกลัวได้แวบเข้ามาในดวงตาของนาง และปรากฏน้ำวนที่น่ากลัวขึ้นที่ด้านหลังของนาง โดยลมปราณของน้ำวนนั้นเปลี่ยนเป็นแหลมคมขึ้น
ลมปราณที่แหลมคมแฝงไปด้วยพลังไร้ขอบเขตที่น่าสะพรึงกลัว พุ่งตรงเข้าใส่ติงเฮ่าและต้องการกำจัดเขาในทันที
อย่างไรก็ตาม ติงเฮ่ากลับโบกมือด้านซ้าย แล้วปรากฏโล่โบราณขึ้นที่แขนซ้ายของเขา ซึ่งดูเหมือนจะเป็นทักษะการต่อสู้ประเภทป้องกัน
เจียงหลีผ่าโล่โบราณบนมือซ้ายของเขาด้วยกระบวนท่าสะท้านฟ้าจนด้านบนปรากฏลำแสงระยิบระยับขึ้น ทำให้การโจมตีหยุดนิ่ง
ตูม!
โล่โบราณแตกสลาย แสงสว่างอันน่าเกรงขามของกระบวนท่าสะท้านฟ้ายังคงพุ่งเข้าใส่ติงเฮ่า
ติงเฮ่าถอยกลับอย่างรวดเร็ว และเร็วมากจนเหลือเพียงร่างอันเลือนรางหลงเหลืออยู่บนท้องฟ้า เมื่อกระบวนท่าสะท้านฟ้าตกลง ก็ได้ผ่าร่างอันเลือนรางนั้น แต่กลับทำอะไรเขาไม่ได้
ทันใดนั้น เจียงหลีรู้สึกเจ็บปวดตรงระหว่างคิ้วของตน และเมื่อเงยหน้าขึ้น ก็มองเห็นติงเฮ่าที่ถอยห่างออกไปถือคันธนูที่โปร่งใสแล้วเล็งมาที่ตน…