ราชินีพลิกสวรรค์ - ตอนที่ 275 บ้าเอ้ย! ไอ้คนสารเลว
“ข้าไม่ได้อยากช่วยเจ้า”
เจียงหลีเอ่ยเสียงเรียบ
นางพูดเช่นนี้ เพียงเพราะนางไม่ต้องการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคั่นเย่ว์เอ๋อร์ศิษย์สำนักอู๋ซั่ง นางยื่นมือช่วยเพียงเพราะชายผู้นั้นคิดร้ายต่อนางและออกอาวุธโจมตีนางก่อน ไม่ใช่เพราะอยากช่วยคั่นเย่ว์เอ๋อร์และไม่ต้องการให้นางทดแทนบุญคุณ
แต่ดูเหมือนคั่นเย่ว์เอ๋อร์จะมั่นใจแล้วว่าเจียงหลีเป็นผู้มีพระคุณ จึงยืนกรานว่า “ไม่ว่าพี่สาวจะยื่นมือช่วยด้วยเหตุผลใด แต่พี่สาวได้ช่วยเย่ว์เอ๋อร์ไว้คือเรื่องจริง ข้าต้องทดแทนบุญคุณของพี่สาว”
“ข้าบอกว่าไม่จำเป็นอย่างไรเล่า” เจียงหลีพูดขึ้นอีกครั้ง
คั่นเย่ว์เอ๋อร์ยังคงมองนางอย่างไม่ละสายตา
เจียงหลีหรี่ตาหยุดพูดกับนาง และเดินผ่านนางไปยังสถานที่อื่นแทน สักพักหลังจากที่นางประสานไส้ตะเกียงของชายหนุ่มผู้นั้น ถ้วยแก้วดูเหมือนจะมีการเคลื่อนไหวที่ผิดแปลกไปเล็กน้อย นางต้องหาสถานที่เงียบสงบสัมผัสมัน
เจียงหลีเดินจากไป โดยไม่สนใจคั้นเย่ว์เอ๋อร์
แต่คั่นเย่ว์เอ๋อร์กลับเดินตามหลังนางทันที โดยรักษาระยะห่าง ไม่ให้ใกล้หรือห่างเกินไป
หลังจากเดินไปได้สักพัก เจียงหลีก็หยุดเดิน
คั่นเย่ว์เอ๋อร์ก็หยุดเดินเช่นกัน
ขณะที่เจียงหลีหันมา นางก็มองนางด้วยใบหน้าเขินอาย
“เจ้าตามข้ามาทำไม” เจียงหลีถามด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึก
“ข้า…ข้าอยากจะตอบแทนพี่” คั่นเย่ว์เอ๋อร์เร้าหรือด้วยมือทั้งสองข้าง ใบหน้าที่งดงามแฝงไปด้วยความดื้อรั้นและไร้เดียงสา
“ข้าไม่ต้องการ” เจียงหลีปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมา
คั่นเย่ว์เอ๋อร์กลับโต้ตอบอย่างดื้อรั้น “พี่อาจไม่ยอมรับมัน แต่ข้าต้องตอบแทนบุญคุณ”
ดวงตาของเจียงหลีหรี่ลงอย่างหมดความอดทน
คั่นเย่ว์เอ๋อร์รีบเอ่ย “พี่สาวไม่ต้องพูดว่าห้ามให้ข้าตามพี่อะไรพวกนี้อีกเลย เพราะทุกคนล้วนเดินผ่านที่แห่งนี้ได้ทั้งนั้น”
เจียงหลีกะพริบตาก่อนจะเบนสายตาออกไป และเดินหน้าต่อโดยไม่สนใจคั่นเย่ว์เอ๋อร์ที่เดินตามหลัง
เมื่อเดินไปยังที่ลับตาคน เจียงหลีมองหาหินก้อนใหญ่และนั่งลง พิงกับต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ด้านหลังเพื่อนอนงีบ ขณะที่คั่นเย่ว์เอ๋อร์ไม่ได้เข้าไปใกล้ แต่ยืนอยู่ในระยะไกลและมองไปที่เจียงหลีชั่วครู่ถึงจะหันหลังเดินจากไป
ทันทีที่นางจากไป เจียงหลีลืมตาทั้งสองข้างขึ้น และได้ปรากฏแสงสลัวแวบเข้ามาในดวงตาของนาง ถึงจะหลับตาลงอีกครั้ง
นางรับรู้ถึงการนำทางของถ้วยแก้ว และปรากฏทิศทางที่เลือนรางขึ้นในใจ
มันคือตำแหน่งที่ตั้งของเจ้าไส้ตะเกียงหรือโอกาสกันแน่ เจียงหลีคาดเดาในใจ ทิศทางนั้นอยู่ไม่ไกลจากตำแหน่งที่นางนั่งอยู่ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม นางล้วนสามารถไปดูได้
ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าลอยมา
เจียงหลีเก็บความคิดนั้นไว้ ลืมตาทั้งสองและมองไปในทิศทางของเสียงฝีเท้านั่น
คั่นเย่ว์เอ๋อร์ถือขวดน้ำไว้ในมือทั้งสองข้างและเดินไปหาเจียงหลีด้วยรอยยิ้มอันแสนหวาน แล้วหยุดอยู่ตรงหน้านางพร้อมกับยื่นขวดน้ำให้ “พี่สาว ดื่มน้ำหน่อยเถิด”
“ไม่ล่ะ” ดวงตาของเจียงหลีกะพริบเบาๆ และยังคงปฏิเสธ
คั่นเย่ว์เอ๋อร์ไม่สามารถเก็บซ่อนความผิดหวังในดวงตาของนางไว้ได้ แต่นางไม่ยอมแพ้ “ถ้าอย่างนั้น…ข้าจะเก็บไว้ให้พี่สาวก่อน หากพี่สาวกระหายน้ำ ก็มาเอาที่ข้าได้”
เจียงหลีนิ่งเงียบ
คั่นเย่ว์เอ๋อร์พยายามหาหัวข้อสนทนาอีกครั้ง “พี่สาวมายังภูเขาลอยฟ้าแห่งนี้เพราะได้รับการนำทางให้มาหาไส้ตะเกียงหรือ”
เจียงหลีเงยหน้ามองนาง
“เป็นเช่นนี้จริงๆ ด้วย!” คั่นเย่ว์เอ๋อร์ยิ้มอย่างสดใสและพูดกับเจียงหลี “ข้าก็เคยได้รับการนำทางเช่นกัน มาที่นี่เพื่อค้นหาไส้ตะเกียง แต่คาดไม่ถึงว่าจะพบเจอกับคนสารเลว โชคดีที่พี่สาวมาพบเจอทัน มิเช่นนั้น นางคงถูกเขาย่ำยีไปแล้ว พี่สาว พวกเราไปหาไส้ตะเกียงด้วยกันเถอะ!”
มีไส้ตะเกียงอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย! เจียงหลีแอบพูดในใจ
ไส้ตะเกียงมีมากเท่าไรก็ดูไม่มากไป และนางเป็นผู้ครอบครองถ้วยแก้วนพเก้าที่มีระดับสูงสุด จึงจำเป็นต้องประสานไส้ตะเกียงจำนวนที่มากขึ้น เพื่อจะได้คู่ควรกับมัน
เพียงแต่การรุกเร้าและความกระตือรือร้นของคั่นเย่ว์เอ๋อร์เช่นนี้ กลับทำให้เจียงหลีรู้สึกถึงความผิดปกติ (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
“พี่สาว ไส้ตะเกียงอยู่ละแวกนี้ หากพี่พักผ่อนเสร็จแล้ว พวกเราไปด้วยกัน หากพี่ยังพักผ่อนไม่เสร็จ พี่ก็พักผ่อนอยู่ที่นี่ก่อน ข้าจะไปดูลาดเลาให้พี่เอง” คั่นเย่ว์เอ๋อร์เสนอตัว
เจียงหลีจ้องมองไปที่นางและหัวเราะอย่างมีเลศนัย “ถ้าอย่างนั้น เจ้าก็ลองไปดูเถิด”
“ได้ พี่สาวคงเหนื่อยจากการต่อสู้เมื่อชั่วครู่ ก็พักอยู่ที่นี่ก่อน ข้าไปสำรวจก่อนแล้วค่อยกลับมาเล่าให้พี่ฟัง” คั่นเย่ว์เอ๋อร์พูดจบก็ได้หันหลังเดินจากไป
ถ้าเป็นเช่นนี้ คงจะไม่มีแผนร้ายใดๆ แอบแฝง
เจียงหลีรอให้นางเดินจากไป แล้วพูดกับเจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินว่า “ตามนางไป แล้วอย่าให้นางมองเห็นเจ้าได้เล่า”
“จิ๊บๆ” เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินขานตอบ แล้วกระพือปีกบินออกจากไหล่ของเจียงหลี
เจียงหลีมองเพ่งไปยังทิศทางที่เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินหายตัวไป แล้วพึมพำในใจ ในเมืองเทียนตี้แห่งนี้ ไม่สามารถใช้พลังจิตในการสำรวจ แต่โชคดีที่มีนกปี้ฟังที่เรียกใช้งานได้
...
เจียงหลี ไม่ได้ฉวยโอกาสในระหว่างที่คั่นเย่ว์เอ๋อร์จากไปแล้วหลบหนี ประการแรก เพราะนางอยากได้ไส้ตะเกียง ประการที่สอง นางอยากรู้ว่าคั่นเย่ว์เอ๋อร์มีแผนการอะไรกันแน่
คั่นเย่ว์เอ๋อร์ไปที่นั่นสองถึงสามชั่วยาม แต่เจียงหลีก็อดทนนั่งนิ่งอยู่กับที่และไม่ได้จากไป
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง มีเงาสีน้ำเขียวส่องผ่านท้องฟ้าและตกลงบนไหล่ของเจียงหลี
“นางกลับมาแล้วหรือ” เจียงหลีถาม
เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินจิกปาก “จิ๊บๆ”
สวบสาบ...
เสียงฝีเท้าดังมาแต่ไกล เจียงหลีเงยหน้าขึ้นและมองเห็นคั่นเย่ว์เอ๋อร์เดินเข้ามาใกล้ด้วยสภาพสะบักสะบอม แต่สายตาของเจียงหลีไม่ได้จับจ้องไปที่นางนานเท่าไรนัก แล้วเบนสายตาไปยังสิ่งของในมือนาง
แง! แง! แง!
เสียงร้องราวกับเด็กน้อยลอยมา
ดวงตาของเจียงหลีหรี่ลงเล็กน้อย เจ้าไส้ตะเกียง!
คั่นเย่ว์เอ๋อร์ถือเจ้าไส้ตะเกียงห้าหกเล่มไว้ในมือ
“พี่สาว ข้ากลับมาแล้ว! พี่ดูสิ ข้าจับเจ้าไส้ตะเกียงได้จำนวนหนึ่ง ข้ามอบให้พี่” คั่นเย่ว์เอ๋อร์รีบเดินไปข้างหน้าและยิ้มให้กับเจียงหลีอย่างบริสุทธิ์
มอบให้นางรึ!
เจียงหลีค่อนข้างรู้สึกประหลาดใจ และมองเห็นความตั้งใจในการได้มาซึ่งเจ้าไส้ตะเกียงเหล่านี้ว่ามันไม่ง่ายเลยภายใต้ความสะบักสะบอมบนร่างกายของคั่นเย่ว์เอ๋อร์ ขณะที่นางกลับมอบไส้ตะเกียงทั้งหมดให้ตนหรือ
เจียงหลีไม่ใช่คนเดียวที่ต้องการไส้ตะเกียง คั่นเย่ว์เอ๋อร์จะใจดีขนาดนี้เลยหรือ
คั่นเย่ว์เอ๋อร์เดินเข้าไปหาเจียงหลี ยื่นมือที่ถือไส้ตะเกียงตัวน้อยให้กับเจียงหลี “พี่สาว รับไว้”
สายตาที่จริงใจเช่นนี้ เจียงหลีกลับไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ
อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกที่ไร้ที่ตินี้เอง ทำให้นางรู้สึกถึงความแปลกประหลาด
ไส้ตะเกียงที่ส่งถึงหน้าตน ไม่รับไว้คงไม่ได้ เจียงหลีเอื้อมมือออกไปรับเจ้าไว้เทียนตัวน้อยอย่างเงียบๆ จากมือของคั่นเย่ว์เอ๋อร์
หลังจากที่เจียงหลีรับไว้ คั่นเย่ว์เอ๋อร์ดึงมือกลับและมองนางด้วยรอยยิ้ม
พรึ่บ!
ประกายแวววาวเก้าสีจากหัวใจของเจียงหลีตกลงบนเจ้าไส้ตะเกียงตัวน้อย และเปลี่ยนเป็นไส้ตะเกียงในทันที
“นพเก้า!” คั่นเย่ว์เอ๋อเอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจ
“พี่สาวเก่งมากจริงๆ!” คั่นเย่ว์เอ๋อร์ยิ้มอย่างบริสุทธิ์ใจด้วยใบหน้าที่ปราศจากพิษภัย
เจียงหลีเหลือบมองนางโดยไม่พูด และพร้อมที่จะประสานเข้ากับไส้ตะเกียง
หลังจากนั้น เมื่อไส้ตะเกียงประสานเข้ากับหัวใจของเจียงหลี พลังอันแข็งแกร่งก็ระเบิดขึ้นในทันใด และแฝงด้วยพลังอำนาจแห่งการทำลายล้าง และเล็งไปที่หัวใจของเจียงหลีอย่างแม่นยำ…