ร้านขายของชำวันสิ้นโลก: แค่มาม่าก็แลกทองได้แล้ว - บทที่ 129 - คัดทหารใหม่ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ออก!
- Home
- ร้านขายของชำวันสิ้นโลก: แค่มาม่าก็แลกทองได้แล้ว
- บทที่ 129 - คัดทหารใหม่ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ออก!
บทที่ 129 – คัดทหารใหม่ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ออก!
เถี่ยซาน โหวจื่อ และคนอื่นๆ กลับมาถึงค่ายพักชั่วคราว แล้วเป่านกหวีดเรียกแถวฉุกเฉิน
กองกำลังสามร้อยนายรวมพลที่ลานว่างอย่างรวดเร็ว
บนใบหน้าของพวกเขายังคงมีร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้อันดุเดือด แต่ในแววตากลับมีบางอย่างที่ต่างไปจากเดิม
เถี่ยซานยืนอยู่หน้าแถว กวาดสายตามองใบหน้าที่หนุ่มแน่นและกร้านโลกของแต่ละคน
“การต่อสู้เมื่อสักครู่ คุณหลินมองเห็นทั้งหมด”
น้ำเสียงของเขาหนักแน่น กลบเสียงจอแจรอบข้างจนเงียบสนิท
“บางคนทำได้ดี ไม่ทำให้หน่วยองครักษ์ของเราเสียหน้า”
“แต่ก็มีบางคน ที่ไม่คู่ควรจะยืนอยู่ตรงนี้”
เขาเปิดรายชื่อในมือ แล้วเริ่มขานชื่อทีละคน
“จางชิง”
“หลี่อี้คุน”
“หวังจิ้ง”
…
ทุกครั้งที่ขานชื่อ จะเกิดความวุ่นวายเล็กน้อยในหมู่ทหาร
คนที่ถูกเรียกชื่อ ใบหน้าซีดเผือดในทันที
หลังจากขานชื่อครบยี่สิบเจ็ดคน เถี่ยซานก็ปิดรายชื่อลง
“คนที่มีชื่อ ออกมาข้างหน้า!”
คนทั้งยี่สิบเจ็ดคนเดินออกจากแถวอย่างอิดออด ก้มหน้าไม่กล้าสบตาใคร
“ทะ…ทำไมล่ะครับพี่ซาน?” ชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยปากถามเสียงสั่น “ผะ…ผมก็ยิงปืน ผมก็ฆ่าซอมบี้ไปแล้วนะ!”
“งั้นเหรอ?”
เถี่ยซานเดินไปอยู่ตรงหน้าเขา ร่างสูงใหญ่บดบังจนมิด
“ตอนที่ตัวกลายพันธุ์ปีนกำแพง นายทิ้งปืนแล้วหันหลังจะวิ่งหนี ฉันพูดไม่ผิดใช่ไหม?”
ริมฝีปากของชายหนุ่มคนนั้นสั่นระริก พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
“แล้วก็นาย”
สายตาของเถี่ยซานหันไปทางอีกคน
“หันปากกระบอกปืนใส่พวกเดียวกัน ถ้าฉันไม่ไปปลดปืนนายซะก่อน นายคงกะจะยิงเพื่อนร่วมรบให้ตายก่อนใช่ไหม?”
“พวกเขาไม่ตายด้วยน้ำมือของตัวกลายพันธุ์ แต่กลับต้องมาตายเพราะคนโง่ๆ แบบนี้ นายคิดว่าพวกเขาจะตายตาหลับไหม!”
ชายคนนั้นเข่าอ่อน ทรุดลงนั่งกับพื้นทันที
เถี่ยซานไม่มองพวกเขาอีก แต่หันหน้าไปหาทหารทั้งหมด
“คุณหลินบอกแล้วว่าหน่วยองครักษ์ไม่เลี้ยงคนไร้ค่า และก็ไม่เลี้ยงคนขี้ขลาด!”
“ปืนของพวกนาย กระสุนของพวกนาย ชุดทหารบนตัวพวกนาย ทั้งหมดเป็นของคุณหลิน!”
“คุณหลินให้พวกนายกินอิ่มอยู่สบาย เพื่อให้พวกนายออกไปสู้กับศัตรู ไม่ใช่ให้มายืนตัวสั่นฉี่ราดกางเกงอยู่ข้างหลัง!”
เถี่ยซานชี้ไปที่คนทั้งยี่สิบเจ็ดคน
“นับจากนี้เป็นต้นไป พวกนายถูกปลดออกแล้ว”
“ถอดเสื้อผ้าของพวกนายออก ส่งปืนของพวกนายคืนมา แล้วไสหัวไปรายงานตัวที่หน่วยก่อสร้างซะ!”
“ไม่!” ทหารที่ถูกปลดคนหนึ่งตะโกนลั่นขึ้นมาอย่างฉุนเฉียว “ผมไม่ไป! ทำไมล่ะ! ผมไม่อยากไปขุดดิน!”
“ทำไมเหรอ?”
โหวจื่อพุ่งออกมาจากข้างๆ เตะเข้าที่ท้องของชายคนนั้นเต็มแรง จนเขางอตัวเป็นกุ้ง
“ก็เพราะแกเกือบจะฆ่าคนข้างๆ แกตายยังไงล่ะ!”
โหวจื่อชี้หน้าด่าเขา
“ข้าเห็นกับตาเลย พอสัตว์ประหลาดตัวนั้นขึ้นมา แกแม่งเป็นคนแรกที่เบียดไปตรงทางเข้า จนทางถูกปิดหมด!”
“ถ้าตัวกลายพันธุ์มันบุกเข้ามาจริงๆ แกจะทำให้คนตายไปกี่คน แกเคยคิดบ้างไหม!”
“ที่ไม่ตั้งข้อหาหนีทัพให้แกก็บุญหัวเท่าไหร่แล้ว ถ้ากล้าพูดอีกคำเดียว ข้าจะยิงแกทิ้งเดี๋ยวนี้แหละ!”
ท่าทางดุร้ายของโหวจื่อทำให้ทุกคนที่คิดจะขอความเมตตาหรือโต้เถียงต้องเงียบกริบ
คนทั้งยี่สิบเจ็ดคน ในท่ามกลางความเงียบสงัด ค่อยๆ ถอดชุดฝึกบนตัวออก วางปืนไรเฟิลในมือลง แล้วเดินออกจากค่ายพักไปอย่างสิ้นหวัง
ทหารที่เหลือมองภาพนั้น
มีความสงสาร มีความเวทนา และมีความโล่งใจอยู่บ้าง
เพราะการออกรบต้องเอาชีวิตเข้าแลก ใครก็ไม่อยากฝากชีวิตไว้กับคนที่ไม่น่าเชื่อถือ
…
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
ทหารที่เหลือกลับมารวมพลอีกครั้ง
ครั้งนี้ ในแถวเงียบสงัดจนน่ากลัว
ทุกคนยืนตัวตรงแน่ว ใบหน้าจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เย่อิงเดินเข้ามาพร้อมกับสมาชิกทีมคมมีดราตรีสองสามคน
“คุณหลินมีคำสั่ง! เปลี่ยนแปลงเนื้อหาการฝึก!”
“ทั้งหมด… หันขวา! เป้าหมาย ลานว่างฝั่งตะวันตกของโรงงานสรรพาวุธ! วิ่งไป!”
เหล่าทหารก้าวเท้าอย่างพร้อมเพรียง ตามเย่อิงไปยังจุดหมาย
เมื่อพวกเขาเดินอ้อมบ้านสำเร็จรูปแถวหนึ่งไป และได้เห็นสิ่งที่จอดอยู่บนลานว่าง ฝีเท้าของทุกคนก็ชะลอลงโดยไม่รู้ตัว
อสูรเหล็กน่าเกรงขามหลายคันจอดนิ่งอยู่ตรงนั้น
มันคือรถบรรทุกหนักที่ถูกดัดแปลงจนกลายเป็นอสูรกาย
หัวรถเสริมกันชนเหล็กรูปตัว V หนาหนัก หน้าต่างถูกเชื่อมด้วยตะแกรงเหล็ก
กระบะท้ายถูกดัดแปลงเป็นป้อมปราการเหล็กปิดทึบ ด้านข้างเจาะช่องยิงปืนแคบยาวเรียงเป็นแถว
บนหลังคายังมีแท่นปืนกลที่หมุนได้สามร้อยหกสิบองศา
สีดำด้านทำให้รถหลายคันนี้ดูเหมือนรถศึกที่ขับออกมาจากนรก
ลมหายใจของเหล่าทหารหนักหน่วงขึ้น
ความกลัว ความตึงเครียด และความตื่นเต้นที่ยากจะระงับ ปะปนกันอยู่ในใจของพวกเขา
“เชี่ย…” ทหารคนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะสบถออกมาเบาๆ “ขับเจ้านี่ออกไป คงได้เดินกร่างไปทั่วแน่”
“อย่ามัวยืนบื้อกันอยู่!” โหวจื่อตะโกนลั่น “ตามหน่วยที่แบ่งไว้ก่อนหน้านี้ ขึ้นรถ! ทำความคุ้นเคยกับตำแหน่งรบของตัวเอง!”
เหล่าทหารเคลื่อนไหวทันที
พวกเขาปีนเข้าไปในกระบะเหล็กอันเย็นเยียบ ลูบไล้แผ่นเหล็กที่แนวเชื่อมดูหยาบแต่แข็งแกร่งอย่างไม่ต้องสงสัย ความรู้สึกปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนพลุ่งพล่านขึ้นในใจ
ของสิ่งนี้ สัมผัสแล้วให้ความรู้สึกมั่นคงกว่ากำแพงคอนกรีตเสียอีก
ห้องคนขับของรถศึกแต่ละคัน มีสมาชิกทีมคมมีดราตรีสองคนประจำการอยู่
พวกเขาสวมชุดรบสีดำ ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก
เถี่ยซานยืนอยู่ข้างรถคันหน้า สวมหูฟังสื่อสาร
เสียงของหลินโม่ดังออกมาจากข้างในอย่างชัดเจน
“พร้อมหรือยัง?”
“รายงานคุณหลิน! พร้อมแล้วครับ!” เถี่ยซานตอบเสียงดังฟังชัด
“เป้าหมาย ที่ตั้งเดิมของถนนการค้า ห่างออกไปสองกิโลเมตร ตลอดเส้นทางให้กวาดล้างซอมบี้ทุกตัวที่เจอ”
“จำไว้ พวกนายคือหน่วยเดียวกัน ขบวนรถคือที่มั่นของพวกนาย เพื่อนร่วมรบคือหลังของพวกนาย”
“เข้าใจแล้วครับ!”
“ออกเดินทาง”
ครืน—
เครื่องยนต์ของอสูรเหล็กหลายคันคำรามขึ้นพร้อมกัน พื้นดินสั่นสะเทือนเล็กน้อย
ประตูเมืองขนาดใหญ่ทางตอนเหนือของค่ายที่เพิ่งผ่านการต่อสู้นองเลือดมาหมาดๆ ค่อยๆ เปิดออกสองข้างท่ามกลางเสียงเสียดสีอันแสบแก้วหู
รถค่อยๆ ขับออกจากประตูเมือง
เหล่าทหารนั่งอยู่ในกระบะที่โคลงเคลง มองดูทิวทัศน์ที่ถอยหลังอย่างรวดเร็วผ่านช่องยิงปืน
กำแพงเมืองสูงใหญ่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อนผุดขึ้นในใจของพวกเขา
ก่อนหน้านี้ พวกเขาคือลูกแกะที่หลบอยู่หลังกำแพง
ตอนนี้ พวกเขาคือนายพรานที่นั่งอยู่ในป้อมปราการเหล็ก
ขบวนรถเข้าสู่ขอบของซากเมือง
ตึกสูงที่พังทลาย รถที่ถูกทิ้งร้าง ประกอบกันเป็นโลกที่เงียบสงัดแห่งนี้
“ทุกหน่วยเตรียมพร้อม ระวังตัวตลอดเวลา พร้อมรบได้ทุกเมื่อ!”
คำสั่งของเถี่ยซานทำให้ทุกคนตึงเครียดขึ้นมาทันที
ไม่นาน ซอมบี้ประปรายก็ปรากฏขึ้นบนถนน
พวกมันถูกดึงดูดด้วยเสียงคำรามของเครื่องยนต์ โงนเงนเข้ามาล้อม
“โหมด single shot ยิงสลับกัน! กำจัดซอมบี้ทั้งหมดที่อยู่ในสายตา! หน่วยไหนยิงโดนน้อยที่สุด กลับไปฝึกพิเศษวิ่งสิบกิโล!”