ร้านขายของชำวันสิ้นโลก: แค่มาม่าก็แลกทองได้แล้ว - บทที่ 43 - วิธีการเปิดตัวที่ไม่ธรรมดา
- Home
- ร้านขายของชำวันสิ้นโลก: แค่มาม่าก็แลกทองได้แล้ว
- บทที่ 43 - วิธีการเปิดตัวที่ไม่ธรรมดา
บทที่ 43 – วิธีการเปิดตัวที่ไม่ธรรมดา
เซ็นเสร็จ หลินโม่ก็โยนปากกาทิ้งบนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจ
“ตอนนี้ ผมคือเจ้าของบริษัทนี้แล้ว”
เขามองไปที่ทนายหวังที่อยู่ข้างๆ แววตาสงบนิ่งไร้ระลอกคลื่น
“ให้เวลาคุณสองชั่วโมง”
“หนึ่ง ผมต้องการรายชื่อพนักงานที่ยังทำงานอยู่ทั้งหมดของหย่วนซิง เทคโนโลยี ตั้งแต่ผู้บริหารไปจนถึงภารโรง แนบตำแหน่ง, เงินเดือน และประวัติการให้รางวัลลงโทษทั้งหมดตั้งแต่เริ่มทำงาน”
“สอง อายัดบัญชีทั้งหมดของบริษัททันที ยึดทรัพย์สินที่เป็นรูปธรรมทั้งหมด ถ้าไม่มีคำสั่งของผม เงินสักสลึง, กระดาษสักแผ่นก็ห้ามหลุดออกจากบริษัท”
“สาม แจ้งทุกคน พรุ่งนี้เก้าโมงเช้า ประชุมใหญ่ที่โรงงานชานเมือง”
น้ำเสียงของหลินโม่ไม่มีความสูงต่ำใดๆ แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกของคำสั่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้
“ใครมาสาย, ใครขาด ถือว่าลาออกโดยอัตโนมัติ”
สมองของทนายหวังว่างเปล่าไปชั่วขณะ
เขาเคยทำงานกับเจ้านายใหญ่ที่มีทรัพย์สินเป็นหมื่นล้านมานับไม่ถ้วน จัดการคดีควบรวมกิจการที่น่าตื่นเต้นมามากมาย แต่ไม่เคยเจอคนที่ทำอะไรแบบนี้มาก่อน
ไม่มีช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน
ไม่มีงานเลี้ยงเพื่อปลอบใจคน
ไม่มีคำพูดเกรงใจจอมปลอม
มีแต่คำสั่ง
เย็นชา, แข็งกร้าว, ไม่เหลือที่ว่างให้ต่อรอง
“…ครับ, คุณหลิน ผมจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้”
ทนายหวังยืนตรงตอบโดยไม่รู้ตัว หน้าผากมีเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
พูดจบ เขาก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้
ตัวเองเป็นคนของถังเหล่านะ ทำไมถึงถูกออร่าของหนุ่มคนนี้ข่มจนอยู่หมัดได้?
เขามองไปที่ถังเหล่าโดยไม่รู้ตัว เพื่อขอคำชี้แนะ
แต่ถังเหล่ากลับโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ ราวกับทุกอย่างเป็นเรื่องปกติ “ในเมื่อคุณหลินสั่งแล้ว นายก็ไปทำตามที่เขาพูดเถอะ”
“ครับ, ถังเหล่า”
ทนายหวังเหมือนได้รับอภัยโทษครั้งใหญ่ โค้งคำนับแล้วจากไป แทบจะวิ่งออกจากห้องหนังสือ
“ถังเหล่า, คุณหลิน ดิฉันขอไปช่วยทนายหวังนะคะ” ซูหว่านก็รู้กาละเทศะอย่างยิ่ง โค้งคำนับแล้วจากไป ปล่อยให้พื้นที่เป็นของสองผู้ยิ่งใหญ่ตัวจริง
“คุณหลิน” ในที่สุดถังเหล่าก็เปิดปาก “ราคาซื้อหย่วนซิง เทคโนโลยีคือหนึ่งร้อยแปดสิบล้าน ทองคำที่เหลือ นายจะจัดการยังไง”
หลินโม่ยื่นกระดาษโน้ตที่เตรียมไว้แล้วให้ “ผมต้องการเงินสดห้าล้าน ส่วนที่เหลือ รบกวนถังเหล่าช่วยเก็บไว้ก่อน รอผมจัดการเรื่องภายในของหย่วนซิง เทคโนโลยีเสร็จแล้ว ค่อยโอนเข้าบัญชีบริษัท”
ถังเหล้ามองหลินโม่ ยิ้มอย่างมีความหมาย “คุณหลิน ได้เงินมาแล้ว ไม่คิดจะเปลี่ยนรถที่เหมาะสมสักคันก่อนเหรอ?”
“ไม่รีบ”
หลินโม่ยิ้ม พูดขัดเขา
“รถตู้คันนั้นใช้ดีมาก ขนของก็ได้ ขนคนก็ได้”
“รอให้ผมทำให้หย่วนซิง เทคโนโลยียืนขึ้นมาได้อย่างแท้จริงก่อน ค่อยเปลี่ยนรถก็ยังไม่สาย”
แววตาของถังเหล่าพลันลึกล้ำขึ้นมาทันที
คนที่สามารถหยิบทองคำมูลค่าหลายร้อยล้านออกมาได้ง่ายๆ แต่กลับหลงใหลรถตู้เก่าๆ คันหนึ่ง
คนแบบนี้ ไม่เป็นคนบ้าโดยสมบูรณ์
ก็คือวิสัยทัศน์และมุมมองของเขา ได้ก้าวข้ามขอบเขตความเข้าใจของคนธรรมดาไปไกลแล้ว
ที่สำคัญที่สุดคือ เขามั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอ ว่าจะทำให้บริษัทกลวงๆ ที่ใกล้จะล้มละลายฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้?
ถังเหล่ายิ่งรู้สึกว่า ชายหนุ่มตรงหน้า เหมือนบ่อน้ำโบราณที่ลึกจนหยั่งไม่ถึง
ไม่นาน ซูหว่านก็เข็นรถเข็นคันเล็กเข้ามา บนนั้นมีกล่องสีดำไม่มีสัญลักษณ์สองใบ วางลงข้างเท้าหลินโม่อย่างนอบน้อม
“คุณหลิน นี่คือเงินสดห้าล้านที่คุณต้องการค่ะ”
“อืม”
หลินโม่พยักหน้า ลุกขึ้นยืน พยักหน้าให้ถังเหล่าเล็กน้อยถือเป็นการแสดงความเคารพ แล้วก็หิ้วกล่องหันหลังเดินจากไป ไม่มีคำพูดเกรงใจแม้แต่น้อย
“คุณหลิน เดินทางโดยสวัสดิภาพนะครับ”
เสียงของถังเหล่าดังมาจากข้างหลัง
ซูหว่านรีบเดินตามไปส่งหลินโม่ถึงหน้าประตูโรงน้ำชา มองดูเขาโยนกล่องสองใบที่เต็มไปด้วยเงินสดห้าล้านเข้าไปที่เบาะข้างคนขับอย่างไม่ใส่ใจเหมือนโยนตะกร้าผัก
จากนั้นก็ปิดประตู สตาร์ทรถตู้สีขาวที่ไม่เข้ากับบรรยากาศรถหรูรอบข้างเลยแม้แต่น้อย
เสียงคำรามของเครื่องยนต์ค่อยๆ ห่างไกลออกไป ซูหว่านถึงได้ถอนหายใจยาว
เธอรีบกลับไปที่ห้องหนังสือ ถังเหล่ากำลังยืนกอดอกอยู่ริมหน้าต่าง มองดูต้นไทรโบราณในสวน ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
“ถังเหล่า คุณหลินคนนี้… เราต้องร่วมมือกับเขาอย่างลึกซึ้งจริงๆ เหรอคะ?”
เสียงของซูหว่านเจือความกังวล
“ที่มาของเขาลึกลับเกินไป สไตล์การทำงานก็… เผด็จการจนไร้มนุษยธรรม”
“ฉันเคยตรวจสอบข้อมูลของเขา ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ประวัติชีวิตของเขาก็ธรรมดามาก แต่จู่ๆ ก็เอาทรัพย์สินที่เราคาดไม่ถึงออกมาได้”
“ดิฉันกังวลว่า…”
“กังวลอะไร?”
ถังเหล่าค่อยๆ หันกลับมา นั่งลงหลังโต๊ะหนังสือที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งอำนาจอีกครั้ง สีหน้าเรียบเฉย
“ข้อมูลทั้งหมดที่หามาได้ ทำลายทิ้งให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่ไบต์เดียว”
“แล้วก็ บอกคนของเราต่อไปนี้ ห้ามใช้วิธีใดๆ ไปสืบเรื่องของคุณหลินคนนั้นอีก ใครฝ่าฝืน ให้ลงโทษตามกฎของตระกูล”
“ค่ะ!” ซูหว่านใจหายวาบ
“ฉันเคยสอนเธอแล้ว”
ถังเหล่าจิบชาที่เย็นชืดไปแล้วคำหนึ่ง เสียงก็เย็นชาเหมือนน้ำชาเช่นกัน
“เป็นนายหน้า ก็ต้องมีจิตสำนึกของนายหน้า รู้มากเกินไป ไม่ดีกับตัวเอง”
“เขาเลือกหย่วนซิง ไม่ใช่เพื่อปั่นราคาหุ้น ยิ่งไม่ใช่เพื่อที่ดินผืนนั้น เขามีของของเขาเอง ต้องการยืม ‘เปลือก’ ของหย่วนซิง เพื่อเปิดตัวอย่างสง่างามต่อหน้าชาวโลก”
“คนที่สามารถเอา ‘ของ’ แบบนั้นออกมาได้ พลังที่อยู่เบื้องหลังเขาก็เพียงพอที่จะบดขยี้เราได้อย่างง่ายดาย”
“เพราะฉะนั้น จัดการเรื่องทองคำให้เรียบร้อย ถ้าคุณหลินคนนั้นมีความต้องการอะไร ให้ตอบสนองโดยไม่คิดราคา ที่เหลือไม่ต้องถาม ไม่ต้องยุ่ง”
“ค่ะ ดิฉันเข้าใจแล้ว”
…
วันต่อมา แปดโมงสี่สิบห้านาที
โรงงานของบริษัท หย่วนซิง เทคโนโลยี ที่ตั้งอยู่ชานเมือง บรรยากาศอึดอัดเหมือนทะเลก่อนพายุจะเข้า
พนักงานหลายร้อยคนถูกเรียกมารวมตัวกันในโรงผลิตหมายเลขหนึ่งที่ใหญ่ที่สุด จับกลุ่มคุยกันเป็นหย่อมๆ ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความไม่สบายใจและการคาดเดา
“ได้ยินข่าวรึยัง? บริษัทถูกเศรษฐีลึกลับซื้อไปทั้งบริษัทเลย!”
“ไม่ใช่แค่นั้นนะ! ฉันได้ยินเพื่อนที่อยู่ฝ่ายธุรการบอกว่า เมื่อคืนนี้ ห้องทำงานของฝ่ายการเงินกับผู้บริหารทั้งหมด ถูกทีมทนายมายึดทางกายภาพเลยนะ! ที่ประตูติดแถบผนึกไว้ด้วย!”
“เจ้านายใหม่นี่เป็นใครกันแน่? วันนี้เล่นใหญ่ขนาดนี้ จะไม่ไล่คนออกขนานใหญ่ใช่ไหม? ค่าผ่อนบ้านฉันจะถึงกำหนดเดือนหน้าแล้วนะ…”
แถวหน้าสุดของฝูงชน ยืนอยู่ด้วยกลุ่มผู้บริหารของบริษัท นำโดย CEO จ้าวคุนต๋า
จ้าวคุนต๋าแอ่นพุงกลมๆ ของเขา จัดเนคไทเฮอร์เมสที่เบี้ยวอยู่ให้ตรง พยายามทำใจให้สงบ แต่ปลายนิ้วที่สั่นเทาเล็กน้อย ก็ยังคงเผยให้เห็นความวิตกกังวลในใจ
“ตื่นตระหนกอะไรกัน! ทำตัวให้มันดีๆ หน่อย!”
เขาหันกลับไป ตะคอกใส่พนักงานที่กำลังซุบซิบกันอยู่ข้างหลังเสียงดัง
“ฉันคุยโทรศัพท์กับทนายหวังที่ถังเหล่าส่งมาแล้ว ก็แค่การโอนหุ้นปกติ! เจ้านายใหม่มา ก็ต้องพึ่งพาพวกเราที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบริษัทที่รู้เรื่องเทคโนโลยี, รู้เรื่องการจัดการ, รู้เรื่องตลาด!”
“ยืดอกกันให้ตรงๆ! อย่าให้คนมาใหม่ดูถูกคนของหย่วนซิงได้!”
แม้ปากจะพูดอย่างนั้น แต่ในใจเขากลับไม่มีความมั่นใจเลยสักนิด
เมื่อคืนทนายที่ชื่อหวังเจิงคนนั้น ทำตัวเหมือนหุ่นยนต์ ไม่ว่าจะพูดอะไรก็ไม่เข้าหู ไม่เปิดโอกาสให้เขาตีสนิทเลยแม้แต่น้อย แค่แจ้งด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า: วันนี้เก้าโมง เจ้านายใหม่จะขอพบทุกคน
ในขณะนั้นเอง เสียงคำรามของเครื่องยนต์ก็ดังใกล้เข้ามา
ทุกสายตาจับจ้องไปยังประตูใหญ่ของโรงผลิตที่เปิดกว้างพร้อมกัน
พวกเขาจินตนาการภาพการปรากฏตัวของเจ้านายใหม่ไว้นับไม่ถ้วน
อาจจะเป็นรถโรลส์-รอยซ์ แฟนธอม ที่มีบอดี้การ์ดชุดดำล้อมรอบ
อาจจะเป็นรถมายบัคที่ดูเรียบง่ายแต่หรูหรา
อย่างน้อยที่สุด ก็น่าจะเป็นเฟอร์รารี่หรือลัมโบร์กินีที่ดูโดดเด่นสักคัน
แล้วจากนั้น รถตู้สีขาวที่ตัวถังยังมีคราบโคลนติดอยู่คันหนึ่ง ก็ดริฟต์อย่างสวยงาม จอดเทียบหน้าประตูโรงผลิตอย่างแม่นยำ ฝุ่นตลบอบอวล
ประตูรถเปิดออก
ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเทาเข้มที่ตัดเย็บอย่างดี เดินลงมาจากที่นั่งคนขับ
ทั้งโรงงาน, เงียบกริบ
ทุกคนตะลึง
นี่มันอะไรกัน?
ศิลปะการแสดงของมหาเศรษฐี?
หรือคนส่งของมาผิดที่?
หลินโม่ไม่สนใจสายตาที่ตกตะลึง, งุนงง และไม่น่าเชื่อเหล่านั้น
ในมือของเขาถือแฟ้มเอกสาร เดินตรงเข้าไปในฝูงชน
ไม่ได้เดินไปหา CEO จ้าวคุนต๋าที่เตรียมสุนทรพจน์ไว้แล้ว และยิ่งไม่ได้เดินขึ้นไปบนเวทีชั่วคราวที่เป็นสัญลักษณ์ของการส่งมอบอำนาจ
เขาก็แค่ยืนอยู่กลางวงพนักงานทุกคนอย่างสบายๆ
หลินโม่กวาดสายตามองไปรอบๆ ที่ใดที่สายตาของเขาไปถึง เสียงซุบซิบก็เงียบลงทันที
จากนั้น เขาก็เปิดแฟ้มในมือ
ทั้งโรงผลิตเงียบจนได้ยินเสียงเข็มตก มีเพียงเสียงกระดาษที่ถูกลมพัดเบาๆ “พรึบพรับ”
“จ้าวคุนต๋า”
หลินโม่เอ่ยชื่อแรก
จ้าวคุนต๋าใจหายวาบ แต่ก็รีบปั้นยิ้มที่กระตือรือร้นที่สุด จัดสูทไปพลางรีบเดินไปข้างหน้า
“ท่าน… ท่านประธานหลิน! สวัสดีครับ สวัสดีครับ! ผมคือจ้าวคุนต๋า ผู้ก่อตั้งและ CEO ของหย่วนซิง เทคโนโลยี! ผมรู้เรื่องบริษัทดีทุกซอกทุกมุม ตั้งแต่สกรูตัวเดียวไปจนถึงลูกค้าทุกคน ผม…”
เขายังพูดไม่ทันจบ
“ห้องทำงานของคุณอยู่ที่ไหน?”
หลินโม่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาเลย พูดตัดบทเขาอย่างเย็นชา
รอยยิ้มของจ้าวคุนต๋าแข็งค้างบนใบหน้า คำพูดที่เหลือติดอยู่ในลำคอ เขาอึ้งไป แล้วก็ชี้นิ้วไปยังอาคารสำนักงานที่แยกออกไปอยู่ไม่ไกลโดยไม่รู้ตัว
“ชั้น… ชั้นสามครับ ห้องที่วิวดีที่สุดนั่นแหละครับ”
ในที่สุดหลินโม่ก็เงยหน้าขึ้น มองเขาแวบหนึ่ง
ในแววตานั้น ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ
“ให้เวลาคุณสิบนาที”
ทั้งโรงผลิตเงียบจนได้ยินเสียงเข็มตก
“เก็บของใช้ส่วนตัวของคุณ”
เสียงของหลินโม่หยุดไปชั่วครู่ แล้วก็เอ่ยคำสุดท้ายออกมา
“ไสหัวไป”