ร้านขายของชำวันสิ้นโลก: แค่มาม่าก็แลกทองได้แล้ว - บทที่ 80 - ทัศนคติของถังเหล่า
บทที่ 80 – ทัศนคติของถังเหล่า
ถังเหล่าชงชาให้หลินโม่ด้วยตัวเอง กลิ่นหอมของชาลอยอวลอยู่ในบรรยากาศที่เคร่งขรึม
“คุณหลิน ของที่คุณต้องการมีจำนวนไม่น้อย แถมยังกระจัดกระจายอีกด้วย” ถังเหล่าเลื่อนถ้วยชาไปตรงหน้าหลินโม่ด้วยท่าทีไม่เร่งรีบ “ผมต้องใช้เส้นสายส่วนตัวนิดหน่อย ถึงจะรวบรวมให้คุณได้ในเวลาสั้นๆ”
หลินโม่ยกถ้วยชาขึ้น แต่ไม่ได้ดื่ม เพียงแค่มองใบชาที่ลอยขึ้นลงในถ้วย
“รบกวนถังเหล่าแล้ว”
“เป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้ว เพราะทองคำจำนวนมากขนาดนี้ ผมเองก็ได้ส่วนแบ่งไปด้วย” ถังเหล่าหัวเราะพลางเอนหลังพิงเก้าอี้เอนหลัง สองมือประสานกันไว้ที่หน้าท้อง “เพียงแต่ผมสงสัยมากว่า คุณหลินต้องการวัสดุก่อสร้างกับอุปกรณ์วิศวกรรมมากมายขนาดนี้ไปทำอะไร เตรียมจะก่อสร้างอะไรใหญ่โตที่ไหนเหรอครับ?”
น้ำเสียงของเขาฟังดูสบายๆ เหมือนกำลังคุยเรื่องทั่วไป
หลินโม่วางถ้วยชาลง แล้วเงยหน้ามองเขา
“พอดีมีเพื่อนคนหนึ่งไปซื้อที่ดินที่ต่างประเทศ เลยกะว่าจะสร้างคฤหาสน์เล่นๆ สักหลัง”
คำอธิบายนี้มีช่องโหว่เต็มไปหมด ใครกันจะสร้างคฤหาสน์ที่ต่างประเทศแล้วมาซื้อวัสดุก่อสร้างในประเทศ
แต่ถังเหล่ากลับปรบมือหัวเราะราวกับพอใจกับคำตอบนี้มาก
“ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง คนหนุ่มไฟแรง ถือเป็นเรื่องดี”
เขาเปลี่ยนเรื่องทันที
“คุณหลิน ทองคำรอบนี้มีทั้งหมด 800 กิโลกรัม ตามราคาที่เราตกลงกันไว้ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 656 ล้านหยวน”
“ส่วนอุปกรณ์และวัสดุก่อสร้างที่คุณต้องการ ผมคิดให้ในราคาต้นทุน รวมทั้งหมดเป็น 180 ล้านหยวน”
“นอกจากนี้ ผมได้ยินมาว่าทางบริษัท เทียนเหิง เอเนอร์จี้ เงินค่าซื้อกิจการงวดแรกคือ 300 ล้าน ผมก็ได้ให้เสี่ยวซูเตรียมพร้อมไว้แล้ว สามารถโอนให้ได้ทุกเมื่อ”
ซูหว่านที่ยืนอยู่ข้างๆ ได้ยินตัวเลขเหล่านี้แล้วหัวใจก็เต้นรัว ในเวลาเพียงไม่กี่ประโยค ก็มีการหมุนเวียนของเงินทุนหลายร้อยล้าน
ถังเหล่ามองหลินโม่แล้วพูดต่อ: “หักลบค่าใช้จ่ายเหล่านี้แล้ว จะยังเหลือเงินอีก 176 ล้านหยวน ซึ่งจะโอนเข้าบัญชีของคุณพร้อมกับเงินครั้งก่อนที่คุณฝากไว้ที่ผม นอกจากนี้ เพื่อเป็นการฉลองที่งานแถลงข่าวของคุณหลินผ่านพ้นไปด้วยดี ผมขอควักเงินส่วนตัว 5 ล้านหยวนมอบให้คุณหลิน หวังว่าคุณหลินจะไม่ปฏิเสธนะครับ”
“การกระทำของถังเหล่า ไม่เหมือนกับการทำธุรกิจเลยนะครับ” น้ำเสียงของหลินโม่เรียบเฉย
“ฮ่าๆๆๆ” ถังเหล่าหัวเราะออกมาอย่างสดใส “คุณหลินเป็นคนตรงไปตรงมา งั้นผมก็จะไม่ปิดบังอะไรแล้ว”
เขาลุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าหายไป เปลี่ยนเป็นสีหน้าที่จริงจัง
“คุณหลิน นี่ไม่ใช่ธุรกิจ”
“นี่คือการเลือกข้าง”
อากาศในห้องหนังสือราวกับแข็งตัวในบัดดล
ซูหว่านกลั้นหายใจ เธอรู้สึกได้ว่าทุกคำพูดต่อจากนี้ของถังเหล่า จะเป็นตัวกำหนดทิศทางในอนาคตของตระกูลถัง
“ตั้งแต่ที่คุณนำ ‘หย่วนซิง 1’ ออกมา ผมก็รู้แล้วว่าคนอย่างคุณไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป” เสียงของถังเหล่าหนักแน่นและทรงพลัง “บริษัท เทียนเหิง เอเนอร์จี้ เทียบไม่ติดเมื่ออยู่ต่อหน้าคุณ และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ในอนาคต คลื่นลมที่คุณจะก่อขึ้น จะใหญ่กว่านี้ร้อยเท่า พันเท่า”
“ผมแก่แล้ว ไม่มีไฟทะเยอทะยานอะไรแล้ว แต่ตระกูลถังยังต้องสืบทอดต่อไป”
“ผมพนันว่าคุณจะชนะ”
“ดังนั้น ขอเพียงเป็นสิ่งที่คุณต้องการ ตราบใดที่ผมทำได้ ผมจะไม่มีวันปฏิเสธ”
คำพูดเหล่านี้หนักแน่นดั่งภูผา นี่ไม่ใช่การลงทุนธรรมดา แต่เป็นการเดิมพันครั้งยิ่งใหญ่ที่เอาอนาคตของทั้งตระกูลเป็นเดิมพัน
หลินโม่มองชายชราตรงหน้า นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
“คนจากกระทรวงพลังงานจะมาหาผมพรุ่งนี้” จู่ๆ เขาก็พูดขึ้นมา
ถังเหล่าได้ยินดังนั้นก็ไม่แปลกใจ เพียงแค่พยักหน้า
“สิ่งที่ควรจะมาก็ต้องมา อธิบดีจางคนนั้น ผมเคยติดต่อด้วย เขาเป็นพวกปฏิบัตินิยม ไม่ใช่คนที่มาหาเรื่องแน่ สิ่งที่เขาสนใจมากกว่าคือ กำลังการผลิตของ ‘หย่วนซิง 1’ และความสำคัญของเทคโนโลยีนี้ต่อยุทธศาสตร์พลังงานของประเทศ”
“ขอเพียงคุณหลินแสดงท่าทีให้ความร่วมมือ และสามารถนำเสนอแผนกำลังการผลิตที่น่าพอใจให้พวกเขาได้ พวกเขาไม่เพียงจะไม่สร้างปัญหาให้คุณ แต่ยังจะช่วยขจัดอุปสรรคมากมายให้คุณอีกด้วย”
คำพูดของถังเหล่าตรงกับที่หลินโม่คาดการณ์ไว้
“ผมเข้าใจแล้ว” หลินโม่ลุกขึ้น “ขอบคุณถังเหล่าที่เตือน”
“ของอยู่ที่ไหน?”
“ที่นิคมอุตสาหกรรมร้างทางตะวันออกของเมือง เดี๋ยวเสี่ยวซูจะพาคุณไป” ถังเหล่าก็ลุกขึ้นเช่นกัน พร้อมเสริมว่า “สำหรับธุรกิจในอนาคต ผมจะให้คนรุ่นหลังของตระกูลถังเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น หวังว่าคุณหลินจะช่วยชี้แนะด้วย”
นี่คือการแสดงจุดยืน
หลินโม่ไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแค่พยักหน้า แล้วหันหลังเดินออกจากห้องหนังสือไป
ซูหว่านรีบเดินตามไป นำทางหลินโม่ออกไปด้านนอก
หลังจากทั้งสองคนจากไป ถังเหล่ายืนอยู่ริมหน้าต่างเพียงลำพัง มองดูรถตู้สีขาวคันนั้นขับออกจากโรงน้ำชาไป เขานิ่งเงียบอยู่นาน เขารู้ดีว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เรือที่ชื่อว่าตระกูลถัง ได้ผูกติดอยู่กับเรือยักษ์ที่มองไม่เห็นรูปลักษณ์ทั้งหมดของหลินโม่โดยสมบูรณ์แล้ว
…
นิคมอุตสาหกรรมร้างทางตะวันออกของเมือง
ที่นี่เคยเป็นหัวใจของอุตสาหกรรมในเมือง แต่บัดนี้เหลือเพียงโรงงานที่เต็มไปด้วยสนิมและวัชพืชที่ขึ้นรก
ซูหว่านจอดรถบนลานกว้างขนาดใหญ่ แล้วชี้ไปข้างหน้า
“คุณหลิน ของที่คุณต้องการอยู่ที่นี่ทั้งหมดแล้วค่ะ”
หลินโม่ลงจากรถ ภาพตรงหน้าทำให้เขาประหลาดใจเล็กน้อย
รถขุด, รถปราบดิน, เครนยกของหลายสิบคันจอดเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ราวกับฝูงอสูรเหล็กที่หลับใหล ข้างๆ กันยังมีกองปูนซีเมนต์และเหล็กเส้นสูงเป็นภูเขาเลากา และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซลขนาดใหญ่อีกสิบกว่าเครื่อง
แม้ว่าเครื่องจักรเหล่านี้จะดูเก่าไปบ้าง แต่ก็ได้รับการบำรุงรักษาเป็นอย่างดี พร้อมใช้งานได้ทุกเมื่อ
“รบกวนถังเหล่าแล้ว” หลินโม่พูดจากใจจริง
“เป็นหน้าที่ของพวกเราค่ะ” ซูหว่านตอบอย่างนอบน้อม จากนั้นก็พูดอย่างรู้กาละเทศะว่า “คุณหลินคะ ฉันไม่รบกวนแล้วนะคะ ถ้ามีปัญหาอะไรค่อยติดต่อมาอีกทีค่ะ”
“ได้”
หลินโม่พยักหน้า
หลังจากซูหว่านจากไป นิคมอุตสาหกรรมที่ว่างเปล่าก็เหลือเพียงหลินโม่กับฝูงอสูรเหล็กที่หลับใหล
สายลมพัดผ่าน ม้วนฝุ่นดินบนพื้นขึ้นมา
หลินโม่ไม่รอช้า เขาเดินไปยังรถปราบดินที่อยู่ใกล้ที่สุด
เครื่องจักรสีเหลืองหนักหลายสิบตันคันนั้น เพียงแค่เขาโบกมือ มันก็หายวับไปในอากาศ
บนพื้นเหลือเพียงรอยล้อที่ชัดเจน
จากนั้นก็เป็นคันที่สอง คันที่สาม
รถขุด, เครนยกของ, เครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดใหญ่
เขาเหมือนผู้เก็บเกี่ยวที่เงียบขรึม เดินผ่านป่าเหล็กแห่งนี้ ทุกที่ที่เขาผ่านไป เหลือไว้เพียงพื้นปูนซีเมนต์ที่ว่างเปล่า
สุดท้าย คือกองปูนซีเมนต์และเหล็กเส้นที่สูงเป็นภูเขา
พวกมันก็เหมือนภาพลวงตา ถูกลบหายไปจนหมดสิ้น
ใช้เวลาเพียงสิบนาที นิคมอุตสาหกรรมทั้งหมดก็กลับสู่ความเงียบสงัดเหมือนที่เคยร้างมานานหลายปี
หลินโม่เหลือบดูโทรศัพท์มือถือ เหลือเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็จะครบแปดชั่วโมงตามที่นัดไว้
เขากลับขึ้นรถตู้สีขาวคันนั้น ขับออกจากนิคมอุตสาหกรรม กลับไปที่ร้านขายของชำ เวลาพอดีเป๊ะ
เมื่อดึงประตูม้วนลง หลินโม่ก็รำพึงในใจ
“เดินทางข้ามมิติ!”