ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 105 เหล็กลึกลับ
บทที่ 105 เหล็กลึกลับ
“เยอะมาก” มองดูฝูงสัตว์ประหลาดที่หนาแน่นที่กำลังมุ่งหน้ามาหาฉิงเทียน ฉิงเทียนจึงรู้สึกตัวชาไปชั่วขณะหนึ่งอย่างช่วยไม่ได้
เจ้าผีชาวญี่ปุ่นที่ยืนดูอยู่ห่างๆก็หัวเราะขึ้นมา “ไอ้หนู เป็นเหยื่อของข้าซะดีๆอย่าขัดขืน”
สัตว์ประหลาดทุกตัวที่มีได้เคลื่อนทัพมาด้านหน้าและยื่นกรงเล็บที่ยาวของมันออกมาและเปิดปากส่งกลิ่นเหม็น
“เฮ้อ สงสัยต้องตัดแตงโมอีกแล้วเรา” ฉิงเทียนพูดอย่างช่วยไม่ได้ แล้วจากนั้นเขาก็บุกฝ่าเข้าไปในฝูงสัตว์ประหลาดด้วยดาบวิญญาณในมือของเขา
“บ้าเอ๊ย พ่นออกมาอีกแล้ว” ในขณะที่ฉิงเทียนบุกเข้าไป แน่นอนว่าเจ้าผีชาวญี่ปุ่นนั้นจะเรียนรู้จากบทเรียนในคราวที่แล้วและเห็นว่ามันพ่นบางอย่างออกมาจากปากของมัน
ของเหลวสีเขียวพุ่งออกมาจากปากของพวกมัน ทำให้ฉิงเทียนไม่สามารถเข้าใกล้ได้
“คิดว่าลูกไม้แบบนี้จะได้ผลกับฉันงั้นเหรอ?” ฉิงเทียนยิ้มอย่างดูถูก แล้วเขาก็ได้ทำท่าขว้างบางอย่างออกไปในฝูงสัตว์ประหลาด ดาบวิญญาณในมือของเขาได้พุ่งไปหาสัตว์ประหลาดทันที
“พลั่กๆๆ……” เพราะฉิงเทียนขว้างออกไปตอนที่เจ้าผีชาวญี่ปุ่นไม่ทันตั้งตัวและฝูงสัตว์ประหลาดก็อยู่กันเป็นหมู่มาก ทำให้พวกมันไม่สามารถหนีได้ทัน
หัวของเจ้าตัวประหลาดแถวหน้าก็ได้ถูกตัดขาดในทันที “บากะ บาก๊า…”
เมื่อเห็นลูกน้องของเขานั้นถูกตัดหัวขาดโดยฉิงเทียน เจ้าผีชาวญี่ปุ่นก็ตะโกนขึ้นมา
ส่วนฉิงเทียนนั้นก็เริ่มรู้สึกไม่ค่อยดี “แฮ่กๆ….” เขาเสียพลังวิญญาณไปอย่างมาก โชคยังดีที่การฝึกวิชาของฉิงเทียนนั้นทำให้เขาสามารถรวบรวมพลังวิญญาณจากภายนอกร่างกายของเขาได้ แต่ในเวลานี้เขาได้ใช้พลังวิญญาณเป็นอาวุธ ซึ่งถ้าใครได้เห็นก็รู้ได้ว่าฉิงเทียนนั้นเสียพลังวิญญาณไปมากแค่ไหน
โดยไม่ต้องคิดมาก ฉิงเทียนหยิบเอายาลูกกลอนออกมาจากกระเป๋าแล้วใส่เข้าไปในปากของเขา ทันทีที่เขากลืนยาลูกกลอนลงไป พลังวิญญาณของเขาที่แห้งเหือดไปแล้วนั้น ก็ได้กลับฟื้นคืนมาอีกครั้ง
สิ่งที่ฉิงเทียนทำไปทั้งหมดถูกเห็นโดยเจ้าผีชาวญี่ปุ่นแล้ว “เหะๆ เจ้าหนูนั้นมีพลังวิญญาณไม่พอใช้สินะ” เจ้าผีชาวญี่ปุ่นจึงคิด: ไอ้หนู ข้าจะผลาญพลังวิญญาณของเจ้าอย่างช้าๆ เขาได้ท่องคาถาอะไรบางอย่างแล้วลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง จากนั้นฝูงสัตว์ประหลาดก็ได้บุกเข้าโจมตีฉิงเทียนอีกรอบ
“*น้องมึงสิ” ฉิงเทียนตะโกนคำด่าออกมา ซึ่งในตอนนี้เขาอยู่ในสภาพที่ลำบากมาก (*น้องมึงเป็นคำด่าที่คนจีนในอินเทอร์เน็ตนิยม คล้ายๆกับ แม่มึง นั่นแหละ)
ถึงแม้ว่าสัตว์ประหลาดเหล่านี้จะไม่ทรงพลังเท่ากับสองตัวที่ฉิงเทียนเจอที่บนพื้นดิน แต่จำนวนของสัตว์ประหลาดเหล่านี้มันมากเกินไป
พวกมันมาอย่างไม่หยุดหย่อน ทำให้เขาต้องเสียพลังวิญญาณไปเรื่อยๆ และที่ยิ่งน่าเกลียดมากขึ้นไปอีกคือสัตว์ประหลาดเหล่านี้เริ่มที่จะระวังหัวตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆหลังจากที่ฉิงเทียนไล่ตัดหัวไป ตอนนี้พวกมันเริ่มฉลาดมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว
ทุกครั้งที่เขาสู้ มันก็จะปกป้องหัวของตัวเองอย่างมาก มีผลทำให้อัตราการฟันโดนของฉิงเทียนลดลงไป
จากเดิมที่เขาสามารถฆ่าได้เป็นโหลด้วยดาบเดียว ตอนนี้เขาฆ่าได้แค่ 2-3 ตัวในดาบเดียวเท่านั้น
ยิ่งผ่านไปนานเท่าไร พลังวิญญาณของเขาก็ร่อยหรอลงเรื่อยๆ และยาลูกกลอนในกระเป๋าของเขาก็เริ่มร่อยหรอเรื่อยๆเช่นกัน
ดังนั้นฉิงเทียนจึงได้ไม่หยิบเอายาลูกกลอนออกมาจนกว่าพลังวิญญาณในร่างกายของเขาจะเกือบหมดเกลี้ยงจริงๆเท่านั้น ส่วนพวกสัตว์ประหลาดก็มีจำนวนลดลงไปมากเช่นกัน จากเดิมที่มีจำนวนแออัดในตอนนี้มีช่องว่างระหว่างกันกว้างมากแล้ว
ส่วนเจ้าผีชาวญี่ปุ่นที่เห็นว่าจำนวนลูกของเขาลดน้อยลงไปเรื่อย สีหน้าของเขาก็แย่มากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน แต่เมื่อเขาเห็นฉิงเทียนที่หน้าซีด และการเคลื่อนไหวของฉิงเทียนก็เริ่มที่ทื่อลงเรื่อยๆเช่นกัน เขาจึงได้พูดในใจ: ดูเหมือนแกจะกำจัดลูกน้องของข้าไปมากทีเดียว ข้าจะคอยดูว่าแกจะสามารถทนได้อีกสักกี่น้ำ”
ฉิงเทียนโดดหลบมาทางขวาเพื่อหลบกรงเล็บของสัตว์ประหลาดทางซ้ายและฆ่าสัตว์ประหลาดที่อยู่ทางซ้ายด้วยมือขวา แต่ก็ความบ้าคลั่งยังมาไม่หยุด แล้วศัตรูก็มาจากทางขวา แล้วกัดเข้าที่แขนของฉิงเทียน
แต่ในชั่วขณะนั้นเอง เมื่อปากของสัตว์ประหลาดห่างจากแขนของฉิงเทียนเพียงแค่เซนเดียว ฉิงเทียนก็ได้หมุนตัวแล้วเตะเข้าที่หัวของสัตว์ประหลาดด้วยขาขวา
อาศัยแรงสะท้อนแล้วถอยออกไปหลายเมตร เขาเริ่มหอบเหมือนกับคนที่เพิ่งจมน้ำและคลานขึ้นมาจากชายหาด
“จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้!” ฉิงเทียนหยิบเอายาลูกกลอนเม็ดสุดท้ายออกมาไว้ในมือ แล้วโยนเอาเข้าปากทานอีกครั้ง
“ไอ้หนู แกเลิกขัดขืนจะดีกว่า! ให้ข้ากินเจ้าซะดีๆ” ผีชาวญี่ปุ่นพูดขึ้นมา
แต่จริงๆแล้ว เจ้าผีชาวญี่ปุ่นนั้นเห็นว่าฉิงเทียนได้ขัดขืนมานานมาแล้วและฆ่าลูกน้องของเขาตายไปครึ่งหนึ่งแล้วด้วย ทำให้ตัวเขาเองก็รู้สึกกลัวขึ้นมา
“แกคิดมากเกินไปแล้วไอ้ปีศาจ และบอกไว้ก่อนเลยว่าฉันไม่สนใจปีศาจอย่างพวกแกหรอก” ถึงแม้ว่าจริงๆแล้วฉิงเทียนนั้นจะลำบากมาก แต่ฉิงเทียนก็ไม่ยอมเสียหน้าต่อปีศาจ
“ข้าจะรอดูว่าเจ้าจะทำเป็นเย่อหยิ่งแบบนั้นได้สักเท่าไรเชียว” เจ้าผีชาวญี่ปุ่นเองก็ไม่ยอมเช่นกัน
แล้วฝูงสัตว์ประหลาดก็ไล่ฆ่าฉิงเทียน
“ไม่ได้การ สัตว์ประหลาดพวกนี้มากันไม่หยุดหย่อน จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้” ฉิงเทียนคิดกับตัวเอง
ทันใดนั้นเองเขาก็เห็นเจ้าผีชาวญี่ปุ่นนั้นยืนอยู่ตรงกลางของกองทัพ จนกระทั่งถึงตอนนี้ทำไมมันถึงไม่ลงมือเองนะ ทั้งๆที่เขาเป็นหัวหน้าของพวกสัตว์ประหลาดพวกนี้ ความแข็งแกร่งของเขาก็น่าจะสูงกว่าตัวอื่นๆ และฉิงเทียนเองก็รู้สึกได้ว่าพลังวิญญาณของเขานั้นแข็งแกร่งมากกว่าตัวของฉิงเทียนเองเสียอีก
แล้วทำไมเจ้าปีศาจชาวญี่ปุ่นนี้ถึงได้ไม่ลงมือเองเสียทีและคงยืนอยู่ท่ามกลางฝูงสัตว์ประหลาดเหล่านี้แบบนั้น
ฉิงเทียนมองดูด้วยความสงสัยมากขึ้นเรื่อยๆ และพบว่าจุดที่เจ้าผีชาวญี่ปุ่นยืนอยู่นั้นดูเหมือนว่าจะเป็นจุดที่ป้องกันโดยสัตว์ประหลาดที่อยู่รอบๆ ตั้งแต่แรกจนกระทั่งถึงตอนนี้เขานั้นได้ออกคำสั่งเพียงอย่างเดียวโดยไม่ทำอย่างอื่นเลย
มันจะต้องมีอะไรแปลกๆอยู่ที่นั่นแน่! เมื่อคิดได้เช่นนี้ ฉิงเทียนก็ได้มุ่งหน้าไปหมายฆ่าเจ้าผีชาวญี่ปุ่น
ด้วยการเคลื่อนที่อย่างต่อเนื่องของฉิงเทียน ทำให้เขาเข้าใกล้จุดตรงกลางที่ที่เจ้าผีชาวญี่ปุ่นอยู่เรื่อยๆ และกลิ่นเลือดของเจ้าผีร้ายก็แรงมากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน จนทำให้คิ้วของฉิงเทียนต้องขมวดเข้าหากัน
ทางด้านของผีชาวญี่ปุ่นเองก็รู้ถึงความตั้งใจของฉิงเทียนจึงได้สั่งให้สัตว์ประหลาดถอยเข้ามาใกล้ตัวเขา เมื่อเห็นเช่นนี้ ฉิงเทียนก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้นว่าจะต้องมีอะไรบางอย่างอยู่ตรงเจ้าผีชาวญี่ปุ่นแน่ๆ
ฉิงเทียนจึงได้รวบรวมพลังวิญญาณในร่างกายของเขาแล้วสร้างเป็นลูกบอลแสงขนาดใหญ่ด้วยทั้งสองมือของเขา ในขณะที่ลูกบอลแสงในมือของเขามีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆนั้น เขาก็รู้สึกได้ถึงพลังงานมหาศาล
ท่านี้เป็นท่าเฉพาะตัวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฉิงเทียน แต่ก็จัดเป็นท่าสุดท้ายของฉิงเทียนด้วยเช่นกัน แล้วก็ได้ขว้างออกไปยังตรงที่ที่เจ้าผีชาวญี่ปุ่นอยู่
หลังจากที่ขว้างบอลแสงออกไปจากในมือของเขาแล้ว ฉิงเทียนก็ทรุดลงไปนั่งกับพื้น ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อที่ไหลออกมา จนทำให้เสื้อผ้าด้านหลังเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อของเขาเอง
“นั่นมันอะไรกัน? ทำไมถึงทำให้เรารู้สึกได้ถึงอันตรายขนาดนี้?” เจ้าผีชาวญี่ปุ่นมองดูลูกบอลแสงที่เข้าใกล้เขามากขึ้นเรื่อยๆมากขึ้นเท่าไร ร่างกายของเขาเองก็รู้สึกได้ถึงอันตรายมากขึ้นเรื่อยๆเท่านั้น
จึงได้รวบรวมสัตว์ประหลาดมารวมกันอยู่ตรงหน้าเขา แต่ก็ไร้ประโยชน์ สัตว์ประหลาดที่ถูกบอลแสงของฉิงเทียนนั้นถ้าไม่ถูกกระแทกก็สลายหายไปทันทีโดยที่ไม่อาจต่อต้านได้
“มันเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร” เมื่อลูกบอลแสงนั้นเข้ามาใกล้เขามากขึ้นเรื่อยๆเจ้าผีชาวญี่ปุ่นก็ตะโกนออกมา “อ๊าก…”
ทันใดนั้นเอง ก็พบว่ามีแผ่นเหล็กที่ดูธรรมดาจำนวนมากปรากฏอยู่บนหัวของเจ้าผี แล้วก็มีม่านแสงสีเลือดห่อหุ้มตัวเขาเอาไว้
ในตอนนี้เอง ที่บอลแสงของฉิงเทียนได้กระทบกับเป้าหมาย ลูกบอลแสงสีขาวปะทะเขากับม่านแสงสีแดงนั้น
แล้วเสียงก็ “ตูม” ดังขึ้นมา พร้อมด้วยแรงลมขนาดมหาศาล ฉิงเทียนที่นั่งอยู่ที่พื้น ก็ได้ถูกเป่าไปตามพื้น และสัตว์ประหลาดตัวอื่นๆที่อยู่ในนั้นก็ถูกกระแทกจนกลายเป็นฝุ่นผงและลอยไปตามอากาศ