ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 124 การแข่งขัน(6)
บทที่ 124 การแข่งขัน(6)
ท่ามกลางสายตาที่ตกใจของทุกคน หลิวไห่ก็ได้ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆสั่นๆ จงเทาและสหายของเขาก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาบนสีหน้าของพวกเขา ในขณะที่ทุกคนในตระกูลซูนั้นกลับมีสีหน้าเสียใจ
“ตอนนี้ตระกูลซูคงไม่มีอะไรโต้เถียงแล้ว?”
“ใช่ มันจบแล้วล่ะ”
ผู้คนต่างพูดคุยกันด้วยเสียงเบาๆ
“ที่พวกคุณคิดน่ะช่างตื้นเขินกันเสียเหลือเกิน ประตูน้ำที่เราทำเอาไว้นั้นมันแก้ไม่ได้ง่ายๆด้วยยาหรอกนะ” ฉิงเทียนพูดอย่างดูถูก
จากนั้นเขาก็เอามือไปไว้ข้างหลัง ยื่นสองนิ้วออกมาแล้วหมุนตามเข็มนาฬิกาสองรอบแล้วหมุนกลับทวนเข็มนาฬิกาครึ่งรอบ
เมื่อฉิงเทียนทำท่าเสร็จ ก็เกิดเสียงดัง “ปุก” ขึ้นมา หลิวไห่ที่กำลังยืนอยู่เมื่อครู่ก็ได้ตกลงมากองกับพื้นทันที
“เจ็บ, เจ็บ!” มีสีหน้าเจ็บปวดขึ้นที่ใบหน้าของเขา และจับรถเข็นที่อยู่ตรงหน้าเขาด้วยมือทั้งสองข้าง
“เสี่ยวไห่ เสี่ยวไห่ เกิดอะไรขึ้นกับน้อง?” หลิวตันลงไปนั่งยองๆแล้วถามอย่างกระวนกระวาย
การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันเมื่อสักครู่นั้นทำให้จงเทาต้องรีบเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว แล้วใช้สองนิ้วจับชีพจรของหลิวไห่
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
“เมื่อสักครู่ก็ยังดีๆอยู่เลย”
“ดูเหมือนว่ายานั้นจะไม่สามารถรักษาหลิวไห่ ยานั้นไม่ได้มีสรรพคุณที่วิเศษอย่างที่เขาว่าเอาไว้!”
ในขณะที่ทุกคนกำลังถกเถียงกันอยู่นั้น จงเทาก็คิ้วขมวดแล้วคิด: ยาขวดนี้สามารถใช่รักษาได้แม้แต่ผู้ฝึกวิชาที่กระดูกเส้นเอ็นขาดเลยนะ ทำไมถึงไม่สามารถรักษาคนธรรมดาได้ล่ะ อาการบาดเจ็บของมนุษย์คนนี้หนักหนายิ่งกว่าอาการกระดูกหักของผู้ฝึกวิชาอีกงั้นเหรอ?”
อย่างไรก็ตาม เขานั้นไม่รู้เลยว่าทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของฉิงเทียนที่เป็นคนทำ เข็มที่ปักลงไปที่ขาของหลิวไห่นั้นไม่ใช่เข็มธรรมดาๆ แต่เป็นเข็มที่ซื้อมาจากโลกเซียนเลยนะ ถึงแม้ว่าคุณภาพจะไม่ถึงระดับเซียน แต่ก็ยังเป็นของที่ใช้ในโลกเซียนอยู่ดี ยาระดับต่ำเช่นนั้นจะสามารถทำอะไรกับมันได้อย่างไร
ถ้าฉิงเทียนใช้เข็มธรรมดาๆ เข็มนั้นก็คงจะถูกย่อยสลายไปด้วยพลังของยาของจงเทาไปแล้ว แต่เขานั้นไม่คงไม่คิดหรอกว่ามีเข็มเงินที่ทำขึ้นมาโดยเซียนฝังอยู่ในขาของหลิวไห่
“คุณหมอจง, เกิดอะไรขึ้นกับขาของผมกันแน่? เมื่อสักครู่ผมยังดีๆอยู่เลยไม่ใช่เหรอ? ทำไมตอนนี้ผมถึงไม่รู้สึกอะไรที่ขาแล้วล่ะ ผมกำลังจะเป็นอัมพาตอีกครั้งอย่างนั้นเหรอ?” หลิวไห่ถามจงเทาทั้งน้ำตา
ส่วนจงเทานั้นไม่ได้สนใจขาของหลิวไห่แล้วแต่ตบหัวของเขาแล้วคิด ปัญหามันอยู่ตรงไหนกันแน่?
ผู้เฒ่าซูที่ยืนอยู่ด้านหลังฉิงเทียนก็ได้พูดกับฉิงเทียน “ศิษย์พี่ครับ, เกิดอะไรขึ้นกับขาของหลิวไห่เหรอครับ ข้าเพิ่งจะเห็นเมื่อสักครู่จากตรงประตู
หลังจากที่ได้ยินที่ผู้เฒ่าซูถาม ผู้คนที่อยู่ใกล้ๆต่างก็เงี่ยหูฟังและรอคำตอบของฉิงเทียน
เดิมที่คนเหล่านี้คิดว่าจงเทาน่าจะเป็นผู้ชนะแล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่พบว่าจงเทานั้นรักษาอาการของหลิวไห่ได้แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
แต่ฉิงเทียนนั้นพูดว่าเขาสามารถที่จะรักษาขาของเขาได้ ในเวลานี้ผู้คนจึงอยากรู้ว่าฉิงเทียนนั้นคิดอย่างไรกับอาการของหลิวไห่ในตอนนี้
“ขาของหลิวไห่นั้นถูกบีบด้วยอะไรบางอย่างตรงเส้นประสาท ซึ่งทำให้ร่างกายช่วงล่างของเขาไร้การตอบสนอง, ยาของคุณหมอจงที่ให้หลิวไห่ไปนั้นได้ไปทำให้ขยายเส้นประสาทที่ถูกบีบ แต่เขาคงไม่คาดคิดว่าเส้นประสาทที่ถูกบีบของหลิวไห่นั้นจะคลายตัวได้ยากแบบสุดๆ”
“ยานั้นก็เหมือนกับกระแสของน้ำที่ทำให้เส้นประสาทที่ถูกบีบอยู่ของหลิวไห่เกิดความเคลื่อนไหว แต่พอเมื่อฤทธิ์ของยาหายไปก็เหมือนไม่มีน้ำไปหล่อเลี้ยงเส้นประสาทที่ถูกบีบ มันก็เลยกลับมาบีบเหมือนเดิม นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมหลิวไห่ที่พอเดินได้เมื่อสักครู่ ตอนนี้กลับกลายเป็นช่วงล่างไม่ตอบสนองซะแล้ว
“เข้าใจละ” หลังจากที่ได้ยินที่ฉิงเทียนวิเคราะห์ เหล่าหมอแผนจีนที่อยู่รอบๆเขานั้นก็ได้เข้าใจขึ้นมาทันที
“ไม่คิดเลยว่าคุณหมอฉิงนั้นจะมองออกได้อย่างชัดเจนขนาดนี้” มีเสียงพูดชื่นชมดังขึ้นมา
“มิได้ครับ มิได้” ฉิงเทียนพูดอย่างถ่อมตัว
ส่วนตาอ้วนหานที่อยู่ด้านหลังนั้นก็มีสีหน้าที่ไม่ดีมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่ได้ยินที่ฉิงเทียนอธิบาย
เพราะเขานั้นเริ่มที่จะเชื่อฉิงเทียนมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะอาการของหลิวไห่นั้นก็ตรงตามที่ฉิงเทียนวินิจฉัยมากขึ้นเรื่อยๆ
“หรือว่าเขาจะสามารถรักษาขาของหลิวไห่ได้จริงๆ? นี่เราจะเสียทรัพย์สินของเราทั้งหมดไปจริงๆเหรอ?” ยิ่งเขาคิดมากเท่าไร เขาก็ยิ่งกังวลมากขึ้นเท่านั้น
เขามองไปที่จงเทาที่กำลังก้มหน้าดูอาการของหลิวไห่ ในเวลานี้จงเทานั้นหมดหนทางที่จะรักษาหลิวไห่แล้ว
ถึงแม้ว่าเขานั้นจะมียาที่ให้ผลดีมากกว่านี้อยู่ในตัวของเขา เขาเองก็รู้ว่ามันทรงมาก แต่หลิวไห่นั้นเป็นแค่คนธรรมดา ที่จะตัวระเบิดตายไปทันทีหากได้รับพลังมากเกินไป”
มองมาที่จงเทาที่กำลังส่ายหัว สีหน้าของหลิวไห่ก็กระวนกระวายมากขึ้นเรื่อยๆ “ขาของผมจะยังรักษาให้หายได้ใช่ไหม?” เขาถามอย่างหงุดหงิด
เดิมทีจงเทานั้นก็อารมณ์ไม่ดีอยู่แล้ว แต่กลับถูกว่าโดยคนธรรมดาอีก ทันใดนั้นสีหน้าของเขาก็ได้ไม่ดีแบบสุดๆแล้วพูดขึ้น “ผมรักษาไม่ได้ พอใจไหม?” เขาตอบ
เมื่อได้ยินที่จงเทาพูด หลิวไห่ก็อดไม่ได้ที่จะด่าเขา “อย่างแกยังจะกล้าเรียกตัวเองว่าหมอเทวดาอีกงั้นเหรอ? ฉันคิดว่าอย่างแกเป็นได้แค่หมอเก๊มากกว่า”
เมื่อถูกด่าโดยหลิวไห่ จงเทาก็ได้มองหน้าหลิวไห่ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ทันใดนั้นเองรังสีอาฆาตก็ได้แผ่ออกมาจากจงเทา ฉิงเทียนเชื่อว่าถ้าไม่มีคนอยู่กันเยอะมากที่นี่ล่ะก็ และกลัวว่าพลังของเขาจะถูกเปิดเผยนั้น เขาไม่รู้เลยว่าหลิวไห่นั้นได้ตายไปไม่รู้กี่รอบแล้ว
คุณหมออาวุโสที่เป็นกรรมการก็ได้ออกมาหยุดปากของหลิวไห่ที่เต็มไปได้ถ้อยคำหยาบคาย “พ่อหนุ่ม ช่วยถนอมน้ำใจกันด้วย คุณหมอจงนั้นได้ทำอย่างสุดความสามารถแล้ว”
หลังจากที่ได้ยินที่หมออาวุโสพูด หลิวไห่ที่ดูเหมือนกำลังมองหาที่ระบายก็ได้พูดขึ้นมา “ฉันไม่สนหรอกว่าเขาจะทำดีที่สุดแล้วรึเปล่า? แต่ถ้าเขาไม่สามารถรักษาฉันได้ เขาก็เป็นได้แค่หมอเก๊ แกเองก็เป็นหมอเก๊ด้วยเช่นกัน มีปัญหาอะไรรึเปล่า?”
“เจ้า เจ้า…ช่างเป็นไม้แก่ดัดยากเสียจริง” คุณหมออาวุโสสั่นด้วยความโกรธ
ฉิงเทียนที่อยู่ใกล้ๆก็ไม่ได้ดูถูกอะไรจงเทา ถึงแม้ว่าเขาและจงเทาจะเป็นคู่แข่งกัน และถึงแม้จงเทาจะดูถูกคนธรรมดาก็จริง แต่เขาก็ยุติธรรมและแข่งอย่างตรงไปตรงมา เขานั้นทำดีที่สุดแล้ว แต่ทว่าเขากลับถูกหลิวไห่พูดด่ากลับมา ฉิงเทียนจึงได้พูดกับจงเทาที่กำลังสั่นด้วยความโกรธ “จงเทา ผมขอยอมแพ้”
ทันทีที่ฉิงเทียนพูดว่ายอมแพ้ ก็ได้เกิดเสียงฝูงชนถกเถียงกันขึ้นมาทันที
“พี่ครับ ทำไมพี่ถึงยอมแพ้เหรอครับ?” ฉิงหยูถามอย่างสงสัย ทรัพย์สินตั้ง 1หมื่นล้านหยวนเลยนะ และเขาก็ได้ยินที่ฉิงเทียนอธิบายด้วย ฉิงหยูนั้นรู้ดีว่าพี่ชายของเขานั้นมีวิธีที่จะรักษาหลิวไห่แล้วแท้ๆ แต่ฉิงหยูนั้นไม่คิดว่าพี่ชายของเขานั้นจะยอมแพ้แบบนี้
คนอื่นๆเองก็มีคำถามแบบเดียวกันกับฉิงหยู
หลังจากที่ได้ยินคำถามของฉิงหยู ฉิงเทียนก็ได้พูดออกมาเบาๆ “พี่ไม่อยากที่จะรักษาให้ไอ้สารเลวนี่ ต่อให้พี่จะได้เงิน 1หมื่นล้านหยวนก็ตาม”
หลังจากที่ฉิงเทียนได้ให้เหตุผลมา ทุกคนต่างก็อดไม่ได้ที่จะตบมือ
จริงๆแล้วพวกเขาต่างก็ไม่พอใจท่าทีของหลิวไห่นัก แต่พวกเขาต่างก็อดทนมาโดยตลอดเพราะอยากที่จะเห็นฉิงเทียนแข่งกับจงเทา
แต่ในเวลานี้หลิวไห่ทำมากเกินไปแล้ว และคำพูดของฉิงเทียนก็ได้ทำให้ทุกคนรู้สึกโกรธขึ้นมา
ส่วนจงเทาก็ได้มองมาที่ฉิงเทียนเมื่อเขาได้ยินที่ฉิงเทียนพูด จากนั้นเขาก็ก้มหัวให้แล้วพูด “ขอบคุณมาก”
ฉิงเทียนจึงได้ตอบกลับไป “ไม่ต้องขอบคุณหรอก”