ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 142 ฟังเสียงระเบิดนั่นสิ
บทที่ 142 ฟังเสียงระเบิดนั่นสิ
ด้วยแสงสีเหลืองที่โดนเข้าไปที่หัวของเมดจิ้งจอก จิ้งจอกน้อยก็มีอาการคล้ายคนเมา และตาของเธอก็หมุนไปมา
ฉิงเทียนจึงได้เดินมาจับเธอเอาไว้แล้วจากนั้นก็วางเธอไว้บนเตียง
“หึหึ, คิดจะสู้กับผมเหรอ?” ฉิงเทียนปัดมืออย่างภูมิใจ ก่อนจะหยิบเอาขวดยาสีชมพูออกมาจากแหวน
“คราวนี้ต้องขอใช้งานแกบ้างล่ะนะ” พูดจบ ฉิงเทียนก็ได้กลายร่างเป็นยุงโลหิตทันที และควันสีชมพูจากขวดเล็กๆนั้นก็ได้ลอยไปยังที่ต่างๆที่ฉิงเทียนบินผ่านไปในอาคารนั้น
ควันสีชมพูนั้นได้ลอยฟุ้งไปทั่วทุกที่ในอาคาร และผู้คนในอาคารที่ได้สูดดมเอาควันนี้เข้าไป ก็จะดูเหมือนอยู่ภายใต้มนต์สะกด
ฉิงเทียนที่เห็นภาพนี้ก็ต้องอุทานออกมา “มันใช้การได้จริงๆด้วย! สมกับที่เป็นเผ่าจิ้งจอกที่เชี่ยวชาญเรื่องภาพลวงตาจริงๆ”
ซึ่งปรากฏว่าฉิงเทียนนั้นได้ใช้ยาลวงฝันที่เขาซื้อมาจากถาวเป่าสวรรค์ ยาชนิดนี้เป็นยาสูตรเฉพาะของเผ่าจิ้งจอก ซึ่งยานี้ทำให้เซียนนั้นสามารถเห็นฝันต่างๆกัน และยังทำให้ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ใช้ด้วย
แต่ที่ฉิงเทียนซื้อมานั้นเป็นยาลวงฝันระดับธรรมดา ซึ่งส่งผลกับเซียนแค่เวลาแป๊บเดียว แต่กับมนุษย์แล้วจะส่งผลนานถึง 30 นาที
เวลาแปลงร่างใกล้จะหมดแล้ว ฉิงเทียนจึงได้รีบไปที่ชั้นสอง! ขณะที่กำลังการคำนวณเวลาอยู่ในหัว เมื่อบินขึ้นมาที่ชั้นสองแล้ว ฉิงเทียนก็รู้สึกได้ถึงความแตกต่างระหว่างชั้นแรกกับชั้นสอง
ซึ่งชั้นแรกนั้นจะเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ ในขณะที่ชั้นสองนั้นมีเอาไว้เพื่อดื่มกิน และห้องที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดคือในส่วนของการประมูลที่ฉิงเทียนเคยมาในคราวก่อน
และแต่ละห้องจะมีป้ายเขียนไว้ด้วย เช่นห้องข้อมูล, ห้องของรางวัล, ห้องยา……ซึ่งในขณะที่ฉิงเทียนยังไม่คืนร่างเดิม เขาก็ได้บินรอบๆด้านในเพื่อปล่อยยาลวงฝันไปให้ทั่วในอากาศ
“เอาล่ะ, เรียบร้อยแล้ว” ฉิงเทียนที่บินกลับไปที่ห้องในตอนแรก มองหน้าจิ้งจอกน้อยที่กำลังหลับอยู่บนเตียงก่อนจะโปรยยาลวงฝันใส่เธอ
จากนั้นเขาก็หลับตา และทำท่าต่างๆด้วยมือทั้งสองข้างที่ด้านหน้าอกเขาอย่างรวดเร็ว มือของเขานั้นขยับอย่างรวดเร็วมากขึ้นเรื่อยๆจนเห็นเป็นภาพติดตา
“ปัง” ทันใดนั้นเองผู้คนในอาคารนี้ก็ได้ทำตามท่าทางมือของฉิงเทียนราวกับถูกวิญญาณร้ายเข้าสิง แล้วก็พากันตะโกนออกมา “ไฟไหม้, ไฟไหม้”
แล้วผู้คนก็ได้พากันวิ่งออกไปจากอาคารนี้ทีละคนอย่างรวดเร็ว แม้แต่จิ้งจอกน้อยที่อยู่บนเตียงจู่ๆก็ลุกขึ้นยืนและวิ่งออกไปข้างนอกอาคารด้วย ฉิงเทียนเองก็แกล้งทำเป็นตกใจกลัวและวิ่งออกไปข้างนอกอาคารอย่างรวดเร็ว
และเมื่อผู้คนทั้งหมดในอาคารได้พากันวิ่งออกมาข้างนอกแล้ว ก็มีเสียงดังลั่นตามมา
มีแสงสีขาวสว่างไสวมาจากในอาคารนั้นส่องแสงจนทำให้กลางคืนกลายเป็นกลางวันเลยทีเดียว ทำให้ผู้คนไม่สามารถลืมตาขึ้นมาดูได้ แล้วเมื่อแสงนั้นได้หายไปก็ได้มีเสียงดัง “ตูม” ตามมา อาคารที่ไม่เคยพังทลายมาหลายทศวรรษบัดนี้อาคารนั้นได้กลายเป็นซากไปแล้ว
ในเวลานี้เองผู้คนได้ตื่นจากมนต์สะกดแล้ว และมองดูภาพที่อยู่ตรงหน้า แต่ละคนต่างก็เอามือลูบอกของพวกเขา และโล่งอกที่พวกเขาหนีออกมาได้ก่อน
ในความจำของพวกเขานั้น พวกเขายังคงวุ่นอยู่กับธุระของตัวเองอยู่เมื่อสักครู่ แล้วไม่รู้ว่ามีใครที่ตะโกนคำว่าไฟออกมาก่อน แล้วเสียงนี้ก็ไม่ได้ทำให้ผู้คนเกิดความสงสัยแม้แต่น้อย ทุกคนต่างพากันวิ่งหนีสุดชีวิต แล้วอาคารก็เกิดระเบิดตามมาโดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บใดๆ ซึ่งเหล่านี้เป็นผลมาจากยาลวงฝันที่ฉิงเทียนใช้สร้างภาพขึ้นมา
ในเวลานี้ฉิงเทียนกำลังหอบตัวโยนมาก การควบคุมผู้อื่นด้วยยาลวงฝันนั้นเขาต้องใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของตัวเองเข้าช่วยด้วย ถึงแม้ว่าคนที่ฉิงเทียนควบคุมนั้นจะเป็นเพียงคนธรรมดา แต่อย่างไรก็ตามการควบคุมคนจำนวนมากเช่นนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะระดับขั้นของฉิงเทียนที่สูงมากขึ้นกว่าเดิมแล้ว เขาคงไม่สามารถควบคุมคนจำนวนมากขนาดนี้ได้แน่
และระเบิดที่เกิดขึ้นนี้ก็เป็นผลของสายฟ้าที่เขาซื้อมาจากถาวเป่าสวรรค์ สายฟ้าชนิดนี้เกิดจากการบีบอัดเอาฟ้าแลบและฟ้าผ่าในท้องฟ้ามาบีบอัดจนเป็นลูกบอลกลมๆ จนมีพลังทำลายมหาศาลซึ่งฉิงเทียนซื้อมาด้วยราคาที่ถูกที่สุด ซึ่งอาคารนี้แค่ถูกแรงระเบิดทำลายเฉยๆเท่านั้น ต่อให้มีคนมีตรวจสอบที่นี่ ก็จะพบว่าเป็นแค่เหตุการณ์ทางธรรมชาติเท่านั้น และการระเบิดที่เกิดขึ้นเกิดมาจากฟ้าผ่ามาที่อาคารนี้
หลังจากที่เรียบร้อยแล้วฉิงเทียนก็ได้เดินกลับบ้าน ซึ่งหลังจากที่ฉิงเทียนเดินออกไปแล้ว ก็ได้มีเสียง “วี๊หว่อ” จากรถดับเพลิงและรถตำรวจแล่นมาด่วนจี๋ แล้วไฟก็ได้ถูกดับลงหลังจากที่เหล่าพนักงานดับเพลิงช่วยกันดับตลอดคืนนั้น
หลังจากที่ดับไฟเรียบร้อยแล้ว ทุกคนต่างก็มองดูซากอาคารด้วยเต็มสองตา พานเหล่ย, บอดดำ, เหลียนเหวินทั้งสามคนต่างก็มีสีหน้าที่มืดมนและในใจก็เต็มไปด้วยความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
แล้วมองหน้ากันเองอย่างสงสัย จนกระทั่งมีตำรวจนายหนึ่งได้มาหาพวกเขาแล้วถาม “ใครเป็นเจ้าของอาคารหลังนี้เหรอครับ?”
“ทั้งสามคนต่างก็มองหน้ากันเองแล้วพูดขึ้น “ผม/ข้าเอง”
เมื่อตำรวจได้ยินพวกเขาที่ตอบพร้อมกัน เขาจึงอดไม่ได้ที่จะถามอีกครั้ง “ใครกันแน่ครับ?”
แล้วทั้งสามคนก็หันหน้ามามองกันอีกครั้ง แล้วทีนี้เหลียนเหว่ยก็ได้พูดขึ้นมา “ผมเองครับ”
ส่วนอีกสองคนไม่ได้ตอบแล้ว อย่างไรเสียเหลียนเหวินก็ยังคงเป็นผู้บริหารในช่วงนี้อยู่
“คุณช่วยมากับพวกเราในการสืบสวนทีครับ”
ซึ่งเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่ฉิงเทียนต้องสนใจแล้ว เมื่อฉิงเทียนกลับมาถึงบ้านเขาก็ได้เปิดโทรศัพท์ของเขาแล้วโทรหาจ้าวเลี่ยง
ทันทีที่ได้รับสาย ก็ได้มีเสียงดังมาจากโทรศัพท์ของเขา “หลานฉิง, นั่นฝีมือของนายสินะ”
เมื่อได้ยินที่จ้าวเลี่ยงพูดขึ้นมา ฉิงเทียนก็ไม่ได้ตอบกลับไปแต่พูดขึ้นมาแทน “ในตอนนี้ฐานของตลาดมืดก็ได้พังลงไปแล้ว ต่อไปเป็นตาของพวกคุณบ้างแล้ว ในอีกไม่กี่วันผมจะให้ฉิงหยูไปช่วยคุณในการประมูลครั้งแรกของพวกคุณนะ”
เมื่อพูดจบเขาก็ได้วางสายไป และการฉิงเทียนที่ไม่ตอบคำถามนั้นได้ทำให้จ้าวเลี่ยงรู้สึกสับสนขึ้นมา
และอย่างที่ฉิงเทียนคาดเอาไว้ คนในตระกูลจ้าว จ้าวเลี่ยงและจ้าวก่างต่างก็รู้สึกตะลึงงัน
ในวันหลังจากที่ฉิงเทียนได้บอกว่าเขาจะจัดการกับตลาดมืด จ้าวเลี่ยงก็ได้ส่งคนเข้าไปในตลาดมืดด้วยเพื่อคอยจับตาดูการเคลื่อนไหวของฉิงเทียน
แต่ก็ไม่พบข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากลูกน้องของเขาเลย พวกเขาต่างบอกว่าอาคารนั้นระเบิดขึ้นมาเพราะไฟ
แต่จ้าวเลี่ยงนั้นไม่อยากจะเชื่อเท่าไร ทันทีที่ฉิงเทียนบอกว่าเขาจะจัดการกับตลาดมืด แล้วอาคารนั้นก็ได้ระเบิดขึ้นมาเช่นนี้ มันจะเป็นเรื่องบังเอิญไปได้อย่างไร จะต้องเป็นฝีมือของฉิงเทียนแน่ๆ
จ้าวเลี่ยงจึงได้เริ่มเชื่อขึ้นมา และพูดกับจ้าวก่างอย่างกลัวๆ “ก่างเอ๋อ น้องชายของลูกไม่ใช่คนธรรมดาจริงๆ จากนี้ไปดูเหมือนว่าพวกเราจะต้องทำอะไรที่ไม่ให้เขาโกรธขึ้นมาแล้วล่ะ”
ถึงแม้ว่าจ่าวก่างจะรู้สึกตกใจกับวิธีการของฉิงเทียน แต่เขาก็โล่งอกเพราะเขารู้ว่าฉิงเทียนนั้นเป็นผู้ฝึกวิชา จึงได้ตอบพ่อของเขาไป “พ่อครับ, น้องสี่นั้นเป็นคนที่รู้จักผิดชอบชั่วดีมากครับ หากว่าพวกเรายังคงร่วมมือกับเขา เขาก็จะยังดีตอบกับพวกเราครับ”
“อืม!” จ้าวเลี่ยงได้ผงกหัวอย่างแรง แล้วเขาก็พูดขึ้นมาอย่างยินดี “ในตอนนี้สำนักงานใหญ่ของตลาดมืดก็ได้พังทลายลงไปแล้ว ตอนนี้ชื่อเสียงของพวกเขาก็ได้เสียหายแล้ว คงไม่มีใครคิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นในวันนี้แน่นอน”
“ก่างเอ๋อ รีบไปจัดการเปิดตลาดมืดของพวกเราขึ้นมา พวกเราจะใช้โอกาสนี้เข้ายึดครองตลาดในโม๋ตู”
“ได้ครับท่านพ่อ ผมจะรีบไปสั่งการให้ทุกคนเริ่มงานเดี๋ยวนี้ครับ!” จ้างก่างพูดอย่างตื่นเต้น ด้วยตลาดมืดที่เปิดขึ้นมาใหม่จะทำให้อำนาจของตระกูลจ้าวขึ้นมามีอำนาจอีกครั้ง