ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 153 แขกไม่ได้รับเชิญ
บทที่ 153 แขกไม่ได้รับเชิญ
ถึงแม้ทั้งสองคนนั้นอาจจะยากสักหน่อย แต่ท่านไท่ไป๋จินซิงยังคงมีความมั่นใจอยู่มาก อย่างไรก็เสียนี่ก็เพื่อการเตรียมงานเลี้ยงลูกท้อ เพื่อเป็นหน้าเป็นตาของสวรรค์และเพื่อเง็กเซียนฮ่องเต้ เขาเชื่อว่าเจ้าแม่หวังหมู่และเอ้อหลางเสินจะต้องยอมแน่
“แล้วจะให้ใครมาเต้นฮิป-ฮอป และแสดงละครกับเล่นตลก?” ตือโป๊ยก่ายถามอย่างสงสัย
“ฮิป-ฮอปน่าจะให้เหล่าเทพน้อยเต้นก็ได้ครับ” เขาพูดแล้วชี้ไปที่เทพน้อยเสี่ยวเยว่ที่ยืนอยู่ข้างๆเขา จริงๆแล้วเขาทำเพื่อเหล่าเทพน้อยและเพื่อเอาใจไท่ไป๋จินซิง
เมื่อได้ยินที่ฉิงเทียนแนะนำตัวเขา เทพน้อยที่อยู่ข้างๆเขาก็รู้สึกตกใจ หลังจากที่หายตกใจแล้วเขาก็มองไปที่ฉิงเทียนอย่างขอบคุณและมองไปที่ไท่ไป๋จินซิงอย่างคาดหวัง
งานเลี้ยงลูกท้อนั้นคืองานเลี้ยงที่เป็นที่สนใจทั่วทั้งโลกเซียน มันจะเป็นเกียรติอย่างมากหากได้ไปขึ้นแสดงที่นั่น
“โฮ่, เจ้าแนะนำเขาอย่างนั้นเหรอ?” ไท่ไป๋จินซิงแม้จะไม่ได้เห็นด้วยแต่ก็ยังไม่ได้ปฏิเสธ และถามเขากลับ “ทำไมกันล่ะ?”
“ที่ผมแนะนำให้เต้นฮิป-ฮอปนั้นแสดงโดยเทพน้อยนั้น อย่างแรกเลยมันจะเป็นการดีกว่าที่จะให้เด็กมาเต้นฮิป-ฮอปน่ะครับ แล้วอีกอย่างผมไม่ได้บอกให้เทพน้อยเต้นคนเดียวด้วย แต่ให้หามาอีกสักประมาณ 10 คนให้มาเต้นด้วยกัน แล้วจะเยี่ยมเลยครับ”
หลังจากที่ได้ยินที่ฉิงเทียนอธิบายแล้ว ไท่ไป๋จินซิงก็คิดอยู่พักหนึ่งแล้วผงกหัว “ดี, ข้าจะให้เสี่ยวเยว่พาเจ้าไปเลือกดูเทพน้อยคนอื่นๆ”
เมื่อได้ยินที่ไท่ไป๋จินซิงเห็นด้วยแล้ว เทพน้อยเสี่ยวเยว่ก็ได้พูดอย่างตื่นเต้น “น้อมรับคำสั่งนายท่านขอรับ” แล้วมองไปที่ฉิงเทียนอย่างขอบคุณ ซึ่งฉิงเทียนเองก็ได้ยิ้มตอบกลับมา เทพน้อยนั้นยังรู้สึกตื่นเต้นมาก ที่เขาจะได้ไปงานเลี้ยงลูกท้อ
“แล้วอีกสองอย่างที่เหลือล่ะ?”
“เรื่องของละครเวที ผมคิดว่าจะให้ลูกพี่หมูรับบทเป็นคนที่ถูกหลอก ส่วนคู่สามีภรรยาที่หลอกขายไม้ค้ำยันก็ให้ท่านลุ่ยกงกับเตียนบ๊อแสดงร่วมกันครับ”
ตือโป๊ยก่ายรู้สึกตื่นเต้นแต่ก็ยังกังวล “ให้ข้ารับบทเป็นคนซื่อที่ถูกหลอกงั้นเหรอ? ข้าจะแสดงได้ดีไหมนะ?”
ไท่ไป๋จินซิงก็ได้พูดเสริม “ให้ตือโป๊ยก่ายรับบทนี้เหมาะสมจริงๆนั่นแหละ”
“ผมเชื่อในตัวลูกพี่นะครับ” ฉิงเทียนเองก็พูดเชียร์ด้วย แต่จริงๆแล้วด้วยใบหน้าที่เป็นคนซื่อตรงของตือโป๊ยก่ายนั้นช่างเหมาะสมอย่างมากกับบทถูกหลอกขายมาก
“ได้, ในเมื่อพวกเจ้าต่างก็เชื่อในตัวข้า, ข้าก็จะลองดู!” อย่างไรเสียเรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นเกียรติมากสำหรับตือโป๊ยก่ายที่จะได้แสดงในงานเลี้ยงลูกท้อ ถึงแม้ว่าตัวละครที่เขารับบทนั้นจะไม่ค่อยดีก็ตาม
แล้วตอนที่ตือโป๊ยก่ายคิดว่าฉางเอ๋อเองก็ได้มาร้องในงานเลี้ยงลูกท้อแล้ว เขาเองก็อยากที่จะขึ้นแสดงในงานเลี้ยงลูกท้อด้วยเช่นกัน เมื่อคิดถึงเรื่องนี้แล้วตือโป๊ยก่ายก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมา”
“ส่วนเรื่องของตลกดูโอ้รอดจากปากเสือนั้น ผมว่าหาคนจากเผ่าพยัคฆ์มาสักคนและเซียนที่พอมีวาทศิลป์มาอีกสักคนก็โอเคครับ การแสดงตลกดูโอ้นี้จำเป็นต้องใช้ศิลปะของการพูดก็จริง ตอนนี้มีบทพูดก็มีอยู่แล้วดังนั้นมันจะเห็นผลอยู่แล้วตราบเท่าที่มีคนมาพูดตามบทได้ครับ”
“เอาล่ะ, ในเมื่อได้ว่าที่นักแสดงแล้ว, พวกเราก็ไปเชิญนักแสดงมากันเถอะ เสี่ยวเยว่เจ้าพาน้องฉิงไปหาคนและฝึกเต้น” ไท่ไป๋จินซิงสั่งการ
“ขอรับนายท่าน!” เสี่ยวเยว่ตอบ
แล้วในตอนที่ฉิงเทียนและคนอื่นๆกำลังจะลุกขึ้นยืนไปลุยงานอยู่นั้นเอง จู่ๆก็มีเมฆลอยมายังที่ที่พวกเขาอยู่
“ศิษย์พี่ใหญ่คุณมาทำอะไรที่นี่เหรอครับ?” ตือโป๊ยก่ายพูดอย่างประหลาดใจตอนที่เขาเห็นคนที่โดดลงมาจากก้อนเมฆก้อนนั้น
“ว่ายังไงศิษย์น้องรอง ข้ามาที่นี่เพื่อดูว่าการแสดงของของพวกเจ้าเตรียมไปถึงไหนแล้ว?”
“นั่นท่านฉีเทียนต้าเซิ่น!” ฉิงเทียนรู้สึกตกใจ เขานั้นหลุดปากออกมาและมีสายตาที่เป็นประกาย เพราะเขานั้นดูแล้วช่างคล้ายกับซุนหงอคงที่เห็นในทีวีซีรีย์ไซอิ๋วมาก!
ฉิงเทียนจึงก้มหัวคำนับแล้วพูดขึ้น “สวัสดีครับ ท่านมหาเซียน!”
“เจ้าคือฉิงเทียนสินะ” ซุนหงอคงมองมาที่ฉิงเทียนอย่างสงสัย อย่างไรก็ตามนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับมนุษย์ธรรมดาหลังจากที่ผ่านไปแล้ว 10,000 ปีได้ และเขาเองก็เป็นมนุษย์คนเดียวที่เคยขายของให้เขามาก่อนด้วย!
“ข้าได้ยินมาว่าในเวลานี้ไท่ไป๋จินซิงได้ไปล่วงเกินหั่วเต๋อซิงจวินก็เพื่อเจ้าเลยนะ!” ซุนหงอคงพูดขึ้นมา
แสดงว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องที่น่าจะลือกันไปทั่วทั้งสวรรค์แล้ว ซึ่งคนจำนวนมากต่างก็คิดว่าไท่ไป๋จินซิงคงล้อเล่น อย่างไรเสียก็ไม่มีใครที่เชื่อว่ามนุษย์ธรรมดาจะมาจัดงานเลี้ยงที่สำคัญๆเช่นนี้ได้!
“ไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นเลยศิษย์พี่ใหญ่ การแสดงของพวกเราจะต้องทำให้ศิษย์พี่อึ้งได้แน่ๆ!” ตือโป๊ยก่ายพูดอย่างมั่นใจ
“โฮ่ ช่างมั่นใจจริงนะ!” เมื่อซุนหงอคงเห็นตือโป๊ยก่ายและไท่ไป๋จินซิงที่ดูมั่นใจไร้กังวลแล้ว เขาก็รู้สึกสงสัยขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ว่ามีการแสดงอะไรบ้าง?
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เขาจึงไม่อาจซ่อนความสงสัยของเขาไว้ได้และเอนตัวไปหาไท่ไป๋จินซิงแล้วพูดขึ้น “ไท่ไป๋เจ้าช่วยเอารายการแสดงให้ข้าดูหน่อยได้ไหม?”
“ได้สิท่านมหาเซียน แต่เจ้าช่วยอย่าเอาไปแพร่งพรายให้คนภายนอกรู้นะ รายการของพวกเราเพิ่งอยู่ในขั้นจัดเตรียมเท่านั้น!” ไท่ไป๋จินซิงผงกหัวแล้วหยิบเอารายการแสดงขึ้นมา!
“ก็ได้ เฒ่าซุนรู้อยู่แล้วน่า!” ซุนหงอคงก็รับรายการแสดงมา ตอนแรกซูนหงอคงก็รู้สึกแปลกตาอยู่ แต่พอเขาเหลือบไปเห็นเอ้อหลางเสินที่ได้ร้องเพลงดาบดั่งความฝันแล้ว ใจของเขาก็ระเบิดความโกรธขึ้นมาทันที และหน้าของเขาก็ก้มลงไปเรื่อยๆ
ส่วนฉิงเทียนที่มองดูซุนหงอคงที่กำลังดูรายการแสดงอยู่ข้างๆนั้น ในตอนแรกซุนหงอคงก็รู้สึกสงสัยมากอยู่ แต่ต่อมาหน้าของเขาก็ได้ก้มหน้าจ้องมันอย่างใกล้มาก
แล้วจู่ๆก็รู้สึกได้ว่าอากาศรอบๆรู้สึกเย็นขึ้นมาทันที และเมฆรอบๆตัวเขาก็ดูเหมือนจะถูกเป่าออกไปด้วยสายลมแรง!
เมื่อเห็นภาพเช่นนี้แล้ว “รายการของผมมีอะไรไม่ดีอย่างนั้นเหรอครับ? อันที่จริงๆท่านตือโป๊ยก่ายและไท่ไป๋จินซิงต่างก็เห็นดีด้วยนะครับ!” ฉิงเทียนพูดอย่างไม่เข้าใจ
ในเวลานี้เองที่ไท่ไป๋จินซิงก็ได้ทำสีหน้ายุ่งยากใจขึ้นมาและพูดกับซุนหงอคง “ท่านมหาเซียน ตอนนี้ข้ามีธุระยุ่งมาก ข้าคงต้องขอตัวก่อน!” หลังจากที่พูดจบโดยที่ซุนหงอคงยังไม่ทันได้ตอบเขาก็ได้รีบขี่เมฆบินไปทันที
“ศิษย์พี่ใหญ่ ข้าเองก็ต้องไปหาน้องฉางเอ่อเช่นกัน ข้าคงต้องขอตัวก่อนเช่นกัน” แล้วตือโป๊ยก่ายก็รีบไปทันทีหลังจากที่พูดจบ
“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมทุกคนถึงได้หนีไปกันหมด?” ฉิงเทียนรู้สึกสงสัยขึ้นมา แล้วซุนหงอคงก็ได้ละสายตาไปจากรายการแสดง แล้วหันมามองที่ฉิงเทียนด้วยสายตาที่มืดมนและถามเขาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยดี “ฉิงเทียน รายการแสดงพวกนี้เจ้าเป็นคนเลือกอย่างนั้นเหรอ?”
“ครับ พี่ไท่ไป๋และพี่ตือก็ช่วยเหลือด้วยครับ!” ฉิงเทียนผงกหัว
มองไปที่ใบหน้าที่มืดมนและสายตาอาฆาตของซุนหงอคง ฉิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะบอกว่าผมไม่ได้ทำอะไรล่วงเกินคุณเสียหน่อย
แล้วเพ่าฝูที่อยู่ในทะเลความรู้ที่เห็นซุนหงอคงที่กำลังพูดไม่ดีกับฉิงเทียนก็ได้พูดขึ้นมาด้วยความโกรธ “ข้าจะผ่าเจ้า!”
ฉิงเทียนจึงได้รีบห้ามเธอ แล้วเขาก็ได้ถามอย่างระวัง “มันมีอะไรอย่างนั้นเหรอครับท่านมหาเซียน?”
“ก็มีน่ะสิ ปัญหาใหญ่มากเลยด้วย!” ซุนหงอคงจับฉิงเทียนแล้วพูดขึ้น “ทำไมถึงมีชื่อของเจ้าเด็กน้อยหยางมาอยู่ในนี้ด้วย?”
“เจ้าหลานชาย หมอนั่นคือคนที่ข้าไม่ถูกด้วยมากที่สุด เจ้าจะต้องรีบกำจัดชื่อมันออกจากรายการเดี๋ยวนี้!”
“คือว่า……” ฉิงเทียนไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี ซุนหงอคงนั้นไม่พอใจที่*หยางเจี่ยนมาร้องเพลง และฉิงเทียนในที่สุดก็เข้าใจเหตุผลนั้น ตือโป๊ยก่ายและไท่ไป๋จินซิงที่รู้เหตุผลก็ได้รีบชิ่งหนีไปก่อนแล้ว เพราะดูเหมือนว่าความแค้นของพวกเขานั้นจะไม่ใช่เรื่องที่แก้ไขได้ง่ายๆ แต่จะมาปล่อยเขาทิ้งไว้ไม่ได้นะ
“เราจะต้องหาทางทำให้ซุนหงอคงใจเย็นก่อน!” ฉิงเทียนคิดในใจ
“เจ้าได้ยินข้าหรือไม่ เจ้าหลานชาย?”
“ท่านมหาเซียนครับ ไท่ไป๋จินซิงเป็นคนเชิญเขามานะครับ ผมเป็นแค่เจ้าหน้าที่ระดับ 9 ผมไม่มีอำนาจตัดสินใจหรอกครับ” ฉิงเทียนกล่าว
เขาปล่อยให้เราต้องเผชิญกับซุนหงอคง เราก็จะลากเขาให้มาโดนด้วยกัน! ฉิงเทียนรู้สึกแค้นกับการกระทำของไท่ไป๋จินซิงและตือโป๊ยก่ายนี้เอาไว้ในใจเขา
อย่างที่คาดเอาไว้ หลังจากที่ฉิงเทียนได้ปัดความรับผิดชอบไปให้ไท่ไป๋จินซิงแล้ว ซุนหงอคงก็ได้ละสายตาจากเขาแล้วถามขึ้นมา “ไท่ไป๋จินซิงไปไหนแล้ว?”