ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 193 อดีตเพื่อนร่วมห้อง
บทที่ 193 อดีตเพื่อนร่วมห้อง
“คุณลูกค้าได้จองโต๊ะเอาไว้รึเปล่าครับ?” พนักงานต้อนรับที่ยืนอยู่ตรงทางเข้าได้ถามเขาอย่างสุภาพ สำหรับพนักงานต้อนรับอย่างพวกเขาแล้วเป็นเรื่องเรื่องสำคัญที่จะต้องมีความสามารถในการสังเกตสังกา ไม่เช่นกันคงไม่สามารถที่จะมาเป็นพนักงานที่ภัตตาคารจินไห่ได้แน่ เพราะที่นี่เป็นภัตตาคารที่ดีที่สุดในมณฑลนี้ มีแขกผู้ทรงเกียรติเข้าออกที่นี่ทุกวัน ถ้าพวกเขาไม่เป็นคนช่างสังเกตแล้วล่ะก็ คงไม่รู้ว่าจะได้พักเมื่อไรแน่ๆ
ซึ่งจริงๆแล้วในกรณีของฉิงเทียนนั้น พวกเขาได้ขับรถสปอร์ตเปิดประทุนเข้ามาซึ่งราคาอย่างน้อยๆก็หลายล้านหยวนอยู่ ซึ่งจะต้องรวยมากอย่างแน่นอนถึงจะสามารถซื้อรถคันนี้ได้ จึงแน่นอนว่าพวกเขาจะต้องยิ้มต้อนรับเป็นอย่างดี
“ที่รัก พวกเราได้จองเอาไว้รึเปล่า?” หลิวตันหันหน้ามาหาเขาแล้วถามอย่างนุ่มนวล
ฉิงเทียนรู้สึกตกใจกับพูดราวกับคนรักของหลิวตัน เธอพูดออกมาอย่างสนิทสนมมาก ราวกับเขาและประธานหลิวเป็นคู่รักกันจริงๆ
ในขณะที่เขากำลังจะบอกให้เธอทำตัวไม่เป็นจุดเด่นหน่อย เสียงของหลิวตันก็ได้เข้าหูของเขามาก่อน “วันนี้ฉันจะแสร้งทำเป็นคนรักของคุณไง ดังนั้นฉันเลยทำตัวให้สนิทสนมมากขึ้นหน่อย ไม่อย่างนั้นผู้คนจะสงสัยเอาได้นะ” เธอมองไปที่ฉิงเทียนพร้อมกับยิ้มหวานๆ ทำให้ฉิงเทียนพูดในสิ่งที่คิดจะพูดไม่ออกแล้วกลืนคำนั้นลงไป
การแสดงของหลิวตันและฉิงเทียนนั้นได้ทำให้พนักงานคนนั้นเห็นด้วยตาเปล่าก็รู้ว่าต้องเป็นคนรักกัน และมองไปที่ฉิงเทียนด้วยความอิจฉา ผู้หญิงสวยสุดยอดอย่างเธอกลับพูดกับเขาอย่างเชื่อฟังแบบนั้น แต่ทว่าพนักงานคนนั้นไม่สามารถที่จะแสดงท่าทีที่ไม่สุภาพกับลูกค้าออกไปไม่ได้ แล้วยิ่งเป็นลูกค้าที่สามารถขับรถเช่นนั้นมาด้วยได้แล้วไม่ใช่อะไรที่พนักงานต้อนรับตัวจ้อยอย่างเขาจะไปล่วงเกินได้เลย
จึงได้หยิบโทรศัพท์มือถือของขึ้นมา แล้วฉิงเทียนก็ได้พิมพ์ข้อความไปหาฝานหลินแล้วจึงพูดขึ้น “พวกเรากำลังจะไปที่ห้อง 888 น่ะครับ”
ในลิฟต์ หลิวตันพูดอย่างภาคภูมิใจ “เห็นไหม พาฉันมาไม่มีเสียหน้าแน่นอน”
มองดูท่าทีที่ภูมิใจของหลิวตัน ฉิงเทียนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตกใจกับท่าทีที่ขัดแย้งกันกับบุคลิกของเธอเช่นนี้ แล้วการทำตัวไม่โดดเด่นนั้นเป็นอะไรที่ดีที่สุด มันคงจะไม่ดีแน่ถ้าเขาจะไม่บอกเธอออกไปว่า อย่าเข้าไปเลย
“ท่านประธานหลิวผมว่าพอแค่นี้เถอะ คุณอย่าเข้าไปจะดีกว่า!” แล้วฉิงเทียนก็ได้พูดขึ้นมาอย่างอายๆ หลังจากที่คิดเป็นเวลานานแล้ว อย่างไรเสียเธอก็อุตส่าห์เสนอความช่วยเหลือแล้วก็เดินมาจนจะถึงหน้าประตูแล้ว การจะมาไล่เธอกลับไปมันก็ออกจะมากเกินไปหน่อยก็เถอะ
เมื่อได้ยินที่ฉิงเทียนบอกให้เธอกลับไป หลิวตันก็ไม่เห็นด้วยและส่ายหัวและวิ่งนำหน้าเขาไปราวกับสาวน้อยแล้วบอก “ฉิงเทียนฉันมาถึงที่ประตูแล้วนะ คุณจะบอกให้ฉันไม่เข้าไปจริงๆจะดีเหรอ?”
เขารู้สึกขึ้นมาว่ามันออกจะเสียมารยาทมากเกินไปหน่อย เมื่อสักครู่เขาฉุนเฉียวเกินไปจึงได้เปลี่ยนไปพูดอย่างอ่อนโยน “ผมพูดเกินไปหน่อย” ขณะที่เขากำลังพูดอยู่ หลิวตันก็ได้ดึงแขนของเขาไป แล้วฉิงเทียนก็รู้สึกได้ถึงหน้าอกที่แน่นของหลิวตัน ความรู้สึกนุ่มๆนั้นได้ทำให้ฉิงเทียนถึงกับเคลิบเคลิ้ม
ฉิงเทียนจึงได้ส่ายหัวของเขาเพื่อสลัดความคิดเมื่อสักครู่ออกไปแล้วพูดขึ้น “งานเลี้ยงรุ่นน่ะก็แค่ทุกๆคนมาทานอาหารร่วมกันและพูดถึงเรื่องในอดีตเท่านั้นเอง มันไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก เอาเป็นว่าถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ ผมจะมาเรียกสาวงามอย่างคุณมาช่วยเหลือผมก็แล้วกัน” ฉิงเทียนพูดหลอกล่อและชมเธอไปพร้อมกัน
“มันจะเป็นอย่างนั้นได้อย่างไร ถึงแม้ฉันจะไม่เคยไปงานเลี้ยงรุ่นก็เถอะ แต่ถ้ามีคนรวยล่ะก็ พวกคนรวยน่ะชอบอวดรวยกันจะตายไป” หลิวตันมองจ้องมาที่เขา เหมือนรู้ว่าเขาไม่อยากให้เธอไปงานเลี้ยงรุ่น
จริงๆแล้วที่ฉิงเทียนปฏิเสธไม่ให้หลิวตันเข้าร่วมงานเลี้ยงรุ่นนั้น ไม่ใช่เพราะนิสัยไปชอบทำตัวโดดเด่นของเขาอย่างเดียว แต่เป็นเพราะแฟนเก่าเขาก็อยู่ที่นั่นด้วย
หลิวตันมองไปที่ฉิงเทียนที่ไม่ยอมให้เธอเข้าไป และรู้สึกเสียใจทั้งๆที่เธออุตส่าห์แต่งตัวเป็นพิเศษเพื่อเขาแท้ๆ เธอนั้นอุตส่าห์ทำเพื่อเขาไม่ใช่รึไง? แต่เขากลับไม่อยากให้เธอเข้าแบบนี้ เธอยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกเสียใจแล้วตาของเธอก็แดงขึ้นมา!
ฉิงเทียนนั้นไม่คิดว่าหลิวตันนั้นจะร้องไห้เพราะคำพูดของเขา เขาจึงได้จับมือของเขาแล้วพูดขึ้น “เอ่อ…หลิวตันอย่าร้องนะ” ฉิงเทียนนั้นทนต่อน้ำตาของหญิงสาวไม่ได้เป็นที่สุด
เมื่อยังไม่ได้ยินว่าฉิงเทียนตอบตกลง จากเมื่อสักครู่ตาที่แดงๆก็ได้มีน้ำตาร่วงไหลออกมา
“หลิวตัน ไม่สิ คุณหลิวสุดสวย คุณช่วยรอผมอยู่ที่ห้องข้างๆก่อนสักครู่นะแล้วเดี๋ยวผมจะมาพาคุณเข้าไปข้างในเอง” ฉิงเทียนยอมแพ้
หลิวตันจึงเงยหน้าขึ้นมามองมาที่สีหน้าที่สับสนของฉิงเทียน เธอที่ไม่เคยเห็นเขาเป็นเช่นนี้มาก่อน จึงได้เช็ดน้ำตาแล้วยิ้ม และผงกหัวตอบ “ก็ได้ค่ะ, ฉันจะรออยู่ที่ห้องข้างๆแล้วรอคุณมารับฉันนะ” มองมาที่หลิวตันที่ในที่สุดก็ยอมแล้ว ฉิงเทียนก็รู้สึกโล่งอกขึ้นมา จากนั้นเขาก็จัดชุดให้เข้าที่เข้าทาง แล้วเปิดประตูห้อง 888 เข้าไป ในเวลานี้ทั้งห้องนั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้นแล้ว
มองไปที่ใบหน้าของผู้คนที่ทั้งคุ้นหน้าและไม่คุ้นหน้าที่อยู่ในห้องนั้น ฉิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื้นตันขึ้นมาหน่อยๆ ตอนนี้ทุกคนนั้นกำลังอยู่ในบรรยากาศของความสนุกในการพบเพื่อนเก่า แต่ไม่มีใครที่รู้สึกตัวเลยกับการมาถึงของฉิงเทียน
ฉิงเทียนเดินเข้ามาข้างใน เขากำลังคิดที่จะมองหาที่สงบๆนั่งลง แล้วในตอนนั้นเองที่มือหนึ่งยื่นมาจับเขา ฉิงเทียนจึงได้หันไปมองแล้วพบว่าเป็นฝานหลินที่ดึงเขาให้ลุกขึ้นมาอย่างกระตือรือร้น “เหลือแค่คุณเท่านั้นเองนะ” จากนั้นเขาก็ได้ดึงฉิงเทียนไปที่กลางเวทีด้วยอารมณ์ที่ยิ้มแย้ม ถ้าคนไม่รู้ก็คงจะคิดว่าสองคนนี้สนิทสนมกันมากแน่ๆ แต่ฉิงเทียนรู้ดีว่ามันจะต้องมีอะไรไม่ดีแน่เขาถึงได้ตามหาตัวเขาเช่นนี้
อย่างที่คาดฝานหลินได้ปรบมือแล้วตะโกน “เพื่อนๆทุกคน หัวหน้าห้องของพวกเรามาแล้ว ทุกคนปรบมือต้อนรับอย่างอบอุ่นหน่อยเร็ว”
“แปะๆๆ…….” หลังจากที่เสียงปรบมือจบไปรอบหนึ่ง ฝานหลินก็คิดอย่างผู้มีชัยว่า: ฮ่าๆ มีความสุขไปก่อนเถอะ อีกเดี๋ยวแกก็จะรู้สึกดีมากขึ้นไปอีก”
“หัวหน้าห้อง พูดอะไรบางอย่างให้พวกเราหน่อยสิ” ผู้คนต่างก็พูดเชียร์ขึ้นมา
ฉิงเทียนจึงโบกมือแล้วพูดพร้อมกับยิ้ม “พวกเราไม่ได้เจอกันมานานหลายปีแล้ว เชิญพูดคุยกันต่อไปเถอะ ผมไม่กล้าที่จะพูดอะไรหรอก”
เมื่อเห็นว่าฉิงเทียนไปยอมที่จะเปิดปากพูดออกมา ฝานหลินจึงคิดว่าฉิงเทียนนั้นคงไม่กล้าที่จะพูดต่อหน้าผู้คนเป็นแน่แท้ เขาจึงได้พูดแทน “ในเมื่อหัวหน้าห้องไม่พูดอะไร งั้นผมที่เป็นรองหัวหน้าห้องพูดแทนละกัน”
“เอาเลย เอาเลย” มีเสียงดังมาจากกลุ่มคน ฉิงเทียนจึงได้อาศัยจังหวะนี้หลบไปนั่งที่มุมห้อง
เขานั้นไม่สนใจว่าฝานหลินนั้นจะพูดอะไรอยู่บนเวที ฉิงเทียนมาที่นี่วันนี้ก็เพื่อพบกับคนสองคน หนึ่งคืออาจารย์ประจำชั้นของเขาและอีกหนึ่งคือแฟนเก่าครั้งยังเยาว์วัยของเขา แต่หลังจากที่เขามองกวาดไปมาเขานั้นไม่พบอาจารย์ประจำชั้นของเขาเลย
แต่เขาก็พบเธอคนนั้น อยู่ในชุดสีน้ำเงินซึ่งอยู่ในกลุ่มผู้หญิงนั้น มีเพียงเธอที่แตกต่างออกไป
“ไม่เจอกันนาน หัวหน้าห้องฉิง” ในขณะที่ฉิงเทียนกำลังเหม่อลอยอยู่นั้น ก็มีเสียงผู้หญิงที่เย้ายวนดังเข้าหูของเขา
ฉิงเทียนจึงหันหน้าไปก็พบกับตาของหญิงสาวที่แต่งหน้ามาหนาเตอะกำลังจ้องมาที่เขา สวมชุดที่สั้นสุดกู่ ราวกับต้องการที่จะโชว์ร่างกายของเธอ ช่างเป็นชุดที่ยั่วยวนมาก ซึ่งกำลังทำสีหน้ายั่วยวนมองมาที่ฉิงเทียน
“คนคนนี้เป็นใครน่ะ? มีคนคนนี้อยู่ในห้องของเราด้วยเหรอ?” ฉิงเทียนพูดอยู่ในหัวของฉิงเทียน เขานั้นนึกหน้าคนคนนี้ไม่ออกจริงๆ
เมื่อเห็นว่าฉิงเทียนนั้นไม่ตอบอะไรกลับมาสักพักใหญ่ หญิงสาวสุดเย้ายวนคนนี้ก็ได้ก็รู้ว่าฉิงเทียนนั้นจำเธอไม่ได้แน่ๆ สีหน้าของเธอที่ยิ้มให้เมื่อสักครู่ก็ได้เปลี่ยนไปเป็นมืดครึ้มทันทีแล้วพูดขึ้นมา “ไม่คิดเลยว่าหัวหน้าห้องฉิงจะเป็นคนลืมง่ายเช่นนี้ แม้แต่อดีตเพื่อนร่วมห้องของตัวเองก็ลืมหมดเสียแล้ว”
ฉิงเทียนก็ได้ยิ้มตอบอย่างฝืนๆ ถึงแม้ว่าเขาค่อนข้างจะไม่พอใจสิ่งที่ผู้หญิงคนนี้พูด แต่เขาก็ผิดเองด้วยที่จำหน้าเพื่อนร่วมชั้นของตัวเองไม่ได้ จึงได้คิดที่จะขอโทษ
แต่ในตอนนี้เองที่เขารู้สึกคุ้นหูกับเสียงของเธอแล้วพูดขึ้นในใจ: เธอคือเจิ้งหยงนี่เอง เป็นหนึ่งในคนที่เคยสารภาพรักกับเขาแล้วถูกปฏิเสธมาก่อน หลังจากนั้นก็พูดเสียๆหายๆใส่เขาในโรงเรียน
“ที่แท้ก็เป็นเธอนี่เอง” ฉิงเทียนนึกในใจ ในตอนนั้นเขาเองก็ถือได้ว่าเป็นผู้ชายของทั้งโรงเรียนมัธยม ซึ่งในตอนนั้นเขาทั้งหล่อเหลาแล้วยังคะแนนเรียนดี และที่สำคัญในตอนที่พ่อแม่เขายังอยู่นั้นฐานะก็ค่อนข้างดีด้วย ตัวตนของเขาในโรงเรียนนั้นเรียกได้ว่ามีชื่อเสียงมาก ดังนั้นจึงมีผู้หญิงมากมายที่หมายปองเขา และเจิ้งหยงก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย
แต่ทว่าหลังจากที่เขาได้ปฏิเสธเจิ้งหยงไป เธอก็ได้เริ่มพูดในโรงเรียนว่าเขานั้นได้ความบริสุทธิ์ของเธอไปแล้วและก็ทิ้งเธอ จนในที่สุดทั่วทั้งโรงเรียนก็ได้รู้เรื่องนี้และพ่อแม่ของเธอก็ได้โทรเรียกตำรวจ ซึ่งหลังจากที่ตำรวจมาก็พบว่าเธอนั้นแต่งเรื่องขึ้นมาเอง แล้วจากนั้นมาเจิ้งหยงนั้นก็ได้เกลียดเขาอย่างมาก โดยเฉพาะหลังจากที่พ่อแม่ของเขาตายไป เธอก็ได้เยาะเย้ยเขาหนักขึ้นเรื่อย แล้วเธอนั้นยังไปข้องเกี่ยวกับพวกแก๊งอันธพาลให้มาที่โรงเรียนเพื่อทำร้ายเขาอีกด้วย ถึงแม้ว่าตอนนั้นเธอจะเป็นคนน่ารักพอประมาณ แต่เขาก็คิดว่าเธอดูดีกว่าตอนนี้ซัก 100 เท่าได้
“ที่แท้ก็เป็นเจิ้งหยงนี่เอง” ฉิงเทียนตอบแบบขอไปที เขาไม่คิดที่จะไว้หน้าเธออยู่แล้ว หลังจากที่พูดจบเขาก็ได้ทำเป็นไม่สนใจเธอและหันหน้าหนีไป และโบกมือให้กับคนอื่นแล้วพูดขึ้น “ไงเพื่อนเก่า ไม่เจอกันตั้งนานเลยนะ”
เจิ้งหยงที่เห็นว่าฉิงเทียนนั้นทำเป็นเมินเธอ ใบหน้าของเธอที่เดิมทีขาวเหมือนหิมะก็ได้แดงเต็มไปด้วยเลือดขึ้นมา แล้วพูดด่าเขาในใจ: ไอ้ยาจกนี่ ทำกับฉันเหมือนกับตอนอยู่ที่โรงเรียนไม่มีผิด
“ไม่เจอกันตั้งนานเลยคุณหัวหน้าห้อง ทำไมนายถึงไม่เคยมาที่งานเลี้ยงรุ่นมาก่อนเลยล่ะ” ชายอ้วนคนหนึ่งถามอย่างตื่นเต้น
ฉิงเทียนจำชายอ้วนคนนี้ได้ทันทีที่เห็น “ช่างโชคดีจริงๆที่ได้เจอกันอีก จูเฟย” ฉิงเทียนยิ้มและจับมือของจูเฟยแล้วพูดอย่างจริงใจ
จูเฟยนั้นถือเป็นเพื่อนร่วมชั้นเพียงคนเดียวของเขาที่สนิทสนมกับเขาจริงๆตอนอยู่มัธยม
“ฉิงเทียนนายต่างหากที่ไม่สนใจฉัน นายไม่เคยติดต่อมาหาฉันอีกเลยตั้งแต่ตอนที่นายจบชั้นมัธยมไป” จูเฟยพูดด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยดี
ฉิงเทียนนั้นรู้ว่าเขาได้ทำผิดไปจริงๆ จึงได้รีบพูดแล้วยิ้ม “เจ้าอ้วน อยากโกรธฉันเลยน่า ตอนนั้นมันสถานการณ์จำเป็นจริงๆ เอาเป็นว่าฉันจะเป็นเพื่อนร่วมดื่มกับนายเป็นการขอโทษก็แล้วกัน”
“นายพูดแล้วนะ!” จูเฟยจับพุงตัวเองแล้วพูดพร้อมกับหัวเราะ “วันนี้ถ้าฉันทำให้นายเมาไม่ได้ เนื้อของฉันก็คงโตมาเสียเปล่าแล้วล่ะ”
“ได้เลย คืนนี้เรามีเวลาอีกทั้งคืน” ฉิงเทียนพูดเสียงดัง ซึ่งเป็นเรื่องยากมากที่เขาจะได้พบกับเพื่อนที่ดีที่สุดของเขาในชั้นมัธยม ฉิงเทียนเองก็รู้สึกยินดีอย่างมาก