ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 205 ช็อก
บทที่ 205 ช็อก
“ถึงแม้ว่าฝานหลินกับเหล่าชายร่างโตอยากที่จะทำร้ายแฟนของผมน่ะเหรอ? ผมมีสิทธิ์ที่จะปกป้องแฟนของผมไม่ใช่เหรอครับ?” ฉิงเทียนตอบ
“ฉันไม่ทราบหรอกนะว่าพวกเขาจะทำร้ายแกก่อนรึเปล่า? แต่แกทำพวกเขาก่อนใช่ไหม?” ตำรวจไว้หนวดถามเขาด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย
“ก็ใช่…..” ฉิงเทียนเป็นฝ่ายเปิดก่อนจริงๆ
“แต่ผมก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นความผิดของผม ผมขอฟ้องร้องในชั้นศาล” ฉิงเทียนพูดอย่างไม่สนใจ
“ยังจะคิดฟ้องร้องอีกเหรอ…” ตำรวจอีกคนบ่นพึมพำอย่างถากถาง หยิบเอาเอกสารใบหนึ่งออกมาแล้วชี้ไปที่ตรงให้กรอกลายเซ็น “เขียนชื่อคุณตรงนี้และเขียนคำสารภาพลงไปด้วย แล้วจากนั้นก็จ่ายค่าเสียหายมาตามความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย”
ฉิงเทียนจ้องไปที่เอกสารใบนั้นและคิดอย่างดูถูก ถ้าเขาต้องเซ็นเอกสารแบบนี้แล้วจบเขาก็คงต้องเขียนไปตลอดชีพแน่ ฉิงเทียนจึงได้เผยยิ้มขำๆออกมาแล้วพูดอย่างดูถูก “เจ้าหน้าที่ครับ ผมไม่ได้ทำในสิ่งที่เขียนในเอกสารฉบับนี้เลย “มันจะไม่เป็นการบังคับกันมากไปหน่อยเหรอ ที่จะให้ผมเซ็นลงในเอกสารแบบนี้?”
แล้วตำรวจหนวดก็ได้ตบลงไปที่โต๊ะอย่างแรกแล้วตะโกนออกมา “แกคิดว่าแกอยู่ที่ไหนกัน? กล้าต่อปากต่อคำตำรวจเรอะ?”
“ผมถามคุณนี่แหละ ผมไม่ได้ทำอย่างที่อยู่ในเอกสารนี่สักหน่อย” ฉิงเทียนเองก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เขารู้ดีว่าตำรวจทั้งสองคนนี้ได้รับคำสั่งมาจากเฝิงเกา ให้ทำทุกวิถีทางเพื่อเอาเขาเข้าคุกให้ได้
สายตาของฉิงเทียนก็มองไปที่กล้องที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแล้วก็นึกดูถูกในใจ มันก็แค่ของตกแต่งห้องเท่านั้น ถ้าในเวลานี้เกิดเขาลงมือทำอะไรลงไป ก็จะกลายเป็นหลักฐานทำร้ายผู้อื่นในกล้องนี้ แต่ถ้าพวกเขาเป็นฝ่ายทำกล้องนี้ก็จะใช้การไม่ได้ทันที
ในหลายปีมานี้ แม้จะมีคนที่ตายที่สถานีตำรวจไม่บ่อยนัก แต่พอถ้าจะขอตรวจเช็กกล้องขึ้นมา ก็จะตอบมาทันทีว่ากล้องมีปัญหา”ขัดข้อง”ขึ้นมาในวันนั้นพอดี แล้วก็ไม่มีใครที่รู้ไปตลอด
ตำรวจทั้งสองคนก็รู้อยู่แล้วว่าฉิงเทียนจะต้องไม่ยอมเซ็น และหากว่ามีคนไม่ยอม พวกเขาก็จะได้ใช้ข้ออ้างนี้บอกว่าฉิงเทียนนั้นใช้อารมณ์และขัดขืนเจ้าหน้าที่ได้
มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่พวกเขาจะสามารถสั่งสอนฉิงเทียนและทำตามคำสั่งของเฝิงเกาให้เรียบร้อย
“คุณจะไม่ยอมเซ็นจริงๆใช่ไหม?” ตำรวจที่ผอมสูงเริ่มฟิวส์ขาด
“ผมไม่เซ็น” ฉิงเทียนนั่งหันหลังอย่างเงียบๆ
“ไอ้หนู แกไม่ยอมให้ความร่วมมือกับตำรวจในการสืบสวนเช่นนี้ แกรู้ใช่ไหมว่าจะต้องเจอกับอะไร?” แล้วตำรวจไว้หนวดของลุกขึ้นยืนแล้วเดินมาทางด้านหลังของฉิงเทียนอย่างช้าๆ เขาเค้นหมัดของตัวเองแน่น จนมีเสียงกร็อบๆดังออกมาและสายตาของเขาก็เผยความเย็นชาออกมา
“ผมไม่รู้หรอกนะว่าต่อจากนี้ผมจะโดนอะไร แต่ผมรู้ว่าต่อจากนี้คุณน่ะโชคไม่ดีแล้ว” ฉิงเทียนพูดอย่างไม่สนใจและไม่มองข้างหลังด้วย
“หึ, ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา วันนี้ข้าสั่งสอนเจ้าเอง” พูดจบตำรวจไว้หนวด ก็ได้ใช้หมัดใหญ่ๆของเขาต่อยเข้าไปที่หลังของฉิงเทียนราวกับต่อยกระสอบทราย
แต่ในขณะนั้นเอง ฉิงเทียนที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ก็ได้หายตัวไป แล้วนั่นอยู่ที่เก้าอี้กฝั่งตรงข้าม ส่วนตำรวจที่ไว้หนวดก็ใช้แรงไปอย่างมาก พอเขาเห็นว่าฉิงเทียนหายไปแล้ว เขาก็ยั้งมือตัวเองไม่ทันแล้ว และมือของเขาก็ได้กระแทกเข้ากับเก้าอี้อย่างจัง
ด้วยเสียงดัก “ปั๊ก” ดังลั่น ตำรวจไว้หนวดก็ได้ลงไปกลิ้งกับพื้นทันที
“แกกล้าล้อเล่นกับข้าเหรอ?” ตำรวจไว้หนวดก็ได้รีบลุกจากพื้นและมองมาที่ฉิงเทียนด้วยความโกรธ แล้วจากนั้นก็ได้พุ่งเข้ามาต่อยฉิงเทียนอีกครั้ง
“พวกคุณบังคับให้ผมต้องทำเองนะ ผมทำเพื่อป้องกันตัวเองเท่านั้น” ฉิงเทียนพูดอย่างใจเย็น เขาไม่ได้กลัวตำรวจไว้หนวดเลยแม้แต่น้อย
“หมับ” จู่ๆตำรวจไว้หนวดก็รู้สึกเหมือนแขนของเขาถูกจับเอาไว้ด้วยแรงที่มหาศาล ทำให้เขาไม่สามารถขยับตัวได้
“ทำไมไอ้หนูนี่ถึงได้ทรงพลังขนาดนี้? หรือว่าเขาจะเป็นอดีตทหารหน่วยพิเศษ” แต่ฉิงเทียนกลับไม่ได้รอให้เขาทันได้คิด
“คุณทำให้ผมทำแบบนี้เองนะ…..” ฉิงเทียนเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา
เมื่อสักครู่ฉิงเทียนได้จับมือที่กำลังต่อยของตำรวจไว้หนวดเอาไว้ แล้วจากนั้นเขาก็จับที่ปกคอเสื้อของตำรวจไว้หนวดด้วยความเร็วที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ แล้วจากนั้นก็ได้ต่อยเข้าไปที่ท้องด้วยหมัดเสย! ทำให้ความเจ็บปวดสะท้านไปทั้งตัวของตำรวจไว้หนวด จนต้องลงไปห่อตัวกลิ้งไปมาอยู่ที่พื้น
ในเวลานี้เองที่ตำรวจผอมสูงก็ได้ยืนขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ดุดัน “คุณกล้าทำร้ายตำรวจรึ?” ขณะที่พูดอยู่เขาก็หยิบปืนพกออกมาจากเอวของเขาและเล็งมาที่ฉิงเทียน
แต่ฉิงเทียนไม่ได้สนใจรูปากกระบอกปืนสีดำนั่นเลยแม้แต่น้อย มีแสงโปร่งใสออกมาจากมือของเขา พุ่งออกไปดุจสายฟ้าไปยังมือที่ถือปืนอยู่ของตำรวจผอม แล้วมือนั้นของเขาก็ราวกับถูกไฟช็อต
ทำให้เขาทำปืนหล่นลงพื้นทันที
ขาทั้งสองข้างเริ่มอ่อนแรงขึ้นมา แล้วทรุดลงไปนั่งกองกับพื้น
มองดูฉิงเทียนด้วยความกลัว และพูดคำเดิมซ้ำไปซ้ำมา “อย่าเข้ามานะ อย่าเข้ามา ถ้าคุณทำร้ายตำรวจล่ะก็ คุณได้ติดคุกแน่”
“งั้นเหรอ?” ฉิงเทียนเดินไปหาเขาอย่างช้าๆ ในขณะที่ตำรวจผอมก็ถอยอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะพูดออกมาด้วยเสียงที่แผ่วเบา “ที่พวกคุณถูกสั่งมาไม่ใช่บังคับสอบปากคำ แต่เป็นทำร้ายร่างกายใช่ไหม?”
หลังจากนั้นโดยที่ไม่รอให้เขาได้ตอบ ฉิงเทียนจึงได้เตะเข้าไปที่หลังของตำรวจผอม
ตำรวจผอมนั้นไม่ได้ตอบสนองอะไร เขานั้นรู้สึกเจ็บที่ด้านหลังอย่างแรงจนกระทั่งเขาสลบไป
ฉิงเทียนได้หยิบเอาเอกสารปลอมแปลงจากบนโต๊ะนี้ขึ้นมาและพูดพร้อมกับยิ้มแบบแปลกๆ “มุกแบบนี้ดูเหมือนพวกคุณจะใช้กันโดยทั่วไปดีนะ น่าจะใช้จัดการคนมาเยอะแล้วล่ะสิ ไม่รู้เลยว่าจะเป็นอย่างไรถ้าเอกสารพวกนี้ถูกเผยแพร่ออกไป”
เมื่อได้ยินฉิงเทียนบอกว่าจะเผยแพร่เอกสารพวกนี้ ตำรวจไว้หนวดที่นอนอยู่ที่พื้นนั้นก็ได้มีเหงื่อไหลออกมาทันที ถ้าเกิดเอกสารพวกนี้หลุดออกไปล่ะก็ ไม่เพียงแต่เขาจะถูกปลดออกจากตำรวจแล้ว แต่ยังติดคุกอีกด้วยแน่ๆ
เมื่อคิดได้เช่นนี้ตำรวจหนวดก็ได้พยายามลุกขึ้นมา แต่ความเจ็บปวดนั้นมันมากเกินกว่าที่เขาจะยืนได้ไหว “แกรู้ไหมว่าพวกแกกำลังยุ่งอยู่กับใคร? แกกำลังยุ่งอยู่กับผู้กองเฝิงเกาผู้ที่มีอิทธิพลเทียบเท่ากับผู้กำกับของอำเภอนี้เลยนะ” ตำรวจไว้หนวดก็ได้ทำปากเก่งขึ้นมาขณะที่กำลังนอนกลิ้งอยู่กับพื้น
“ผมไม่สนใจเขาหรอก” ฉิงเทียนพูดพร้อมกับยิ้ม จากนั้นก็ได้เตะตำรวจหนวดที่ท้องของเขา จนตำรวจหนวดสลบไป
“ปัง!”
จู่ๆประตูเหล็กนั้นก็ได้ถูกถีบเปิดออกมา
“พอได้แล้ว”
มีเสียงเข้มดังขึ้นมา จากนั้นเขาก็พบหลิวตันที่รีบวิ่งเข้ามาหาฉิงเทียนแล้วถามเขา “ฉิงเทียน คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” พูดจบเธอก็มองดูที่ตัวฉิงเทียนอย่างต่อเนื่องเพื่อดูว่าฉิงเทียนมีรอยแผลเป็นอยู่ตามตัวบ้างหรือไม่
“เขาคงจะบาดเจ็บนิดหน่อย แต่ดูตำรวจสองคนนั้นสิ”
ฉิงเทียนเงยหน้าขึ้นมาและพบชายวัยกลางคนในชุดตำรวจอายุราวๆ 40 ปี
“เขาจะต้องเป็นคนที่ตะโกนเมื่อสักครู่นี้แน่ๆ” ฉิงเทียนพูดกับตัวเอง
ก่อนหน้านี้จูไห่รู้สึกอารมณ์เสียอย่างมาก จากการประชุมก่อนหน้านี้เขาได้ถูกทางเลขาธิการพรรคประจำอำเภอเตือน ซึ่งดูเหมือนว่าเขาคงจะไม่ไกลจากการเกษียณมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว และหลังจากนั้นเขาก็ได้ยินลูกชายของเขามาขอร้องให้ช่วยเพื่อนร่วมห้องตอนมัธยมของเขา
เขาจึงได้ดุลูกชายไป เพราะตำแหน่งของเขาในเวลานี้ก็สั่นคลอนเต็มทนแล้ว จะให้เขาไปยุ่งเรื่องของคนอื่นแบบสุ่มสี่สุ่มห้าได้อย่างไร?
แต่ทว่าทันทีที่เขาวางสายไป เขาก็ได้รับรายงานเข้ามาว่ามีประธานสาวสวยเข้ามาที่สถานีตำรวจและบอกว่ามีการใช้อำนาจเกินกว่าเหตุในสถานีตำรวจ และคนที่ว่าก็ยังเป็นเฝิงเกาอีกด้วย
ถึงจะเป็นลูกน้องของเขา แต่เฝิงเกาก็ไม่เคยเห็นเขาอยู่ในสายตาเลย แต่นี่ก็เป็นความรับผิดชอบของเขาอย่างชัดเจน ถึงแม้ว่าเขานั้นจะมีอำนาจที่อ่อนแอ แต่เขาก็ไม่สามารถปล่อยให้มีลูกน้องเช่นนั้นอยู่ได้ ถึงแม้ว่าเขาจะมีพี่เขยเป็นถึงเลขาธิการพรรคประจำอำเภอก็ตาม
นอกจากนี้ตัวตนของหลิวนั้นก็ไม่ใช่อะไรที่จะเมินเฉยได้ เธอเป็นถึงประธานบริษัทระดับท็อป 500 ในโลกมาที่อำเภอเล็กๆแห่งนี้!
เขาจึงเร่งรุดมายังที่เกิดเหตุและก็รู้สึกโล่งอก
“โชคดีไปที่เขาไม่เป็นไร ไม่อย่างนั้นเราคงจะไม่รู้ว่าจะอธิบายประธานหลิวยังไง?”