ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 212 ดูถูกหลิวเอี้ยน
บทที่ 212 ดูถูกหลิวเอี้ยน
“ช่างพูดได้หน้าไม่อายเลยนะ” หลิวเอี้ยนพูดสวนกลับอย่างดูถูก แล้วเร่งความเร็วมากขึ้นไปอีก ในสายตาของคนภายนอกจะเห็นเพียงแค่เงาเท่านั้น ซึ่งการที่มีเงาในความมืดได้นั้นเป็นอะไรที่แปลกมาก!
แต่ในสายตาของฉิงเทียนแล้ว เห็นได้ชัดว่าหลิวเอี้ยนนั้นกำลังเคลื่อนที่ไปทางขวามือของเขาอย่างรวดเร็ว แล้วจากนั้นก็ได้ถีบเข้ามาที่ท้องของเขา
“ความเร็วเท่านี้ยังเร็วไม่พอหรอก!” ฉิงเทียนยื่นมือขวาออกไปอย่างช้าๆ และจับไปที่ขาขวาของหลิวเอี้ยน แล้วจากนั้นก็เผยรอยยิ้มยิงฟันสองแถวออกมาแล้วพูดขึ้น “กลับไปที่เดิมซะ!” หลังจากนั้นเขาก็ได้เหวี่ยงมือขวาของเขาออกไปข้างหน้า และหลิวเอี้ยนก็พบว่าร่างกายตัวเองนั้นไม่ได้อยู่ในการควบคุมของเขาเองแล้ว
ด้วยแรงเหวี่ยงมหาศาล ตัวของเขาได้ลอยออกไปโดยไม่สามารถควบคุมการทรงตัวของตัวเองได้ หลังจากที่หมุนไปหลายรอบกลางอากาศ เขาก็ได้ลงยืนอยู่ที่พื้นอย่างนิ่มนวล
หลิวเอี้ยนมองไปที่ฉิงเทียน ผู้ยืนอยู่อย่างสงบตรงอีกด้าน ตอนนี้เขารู้สึกดุเดือดเลือดพล่านขึ้นมา ถึงแม้ว่าเมื่อสักครู่เขาจะยังไม่ได้เอาจริง แต่เขาก็ใช้พลังไปถึง 70-80% ของที่เขามีแล้ว
แม้แต่กล้องที่ดีที่สุดก็ยังไม่สามารถจับภาพการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วของเขาได้ แล้วฉิงเทียนสามารถเห็นได้อย่างไร แถมยังยืนอยู่ที่เดิมอีกต่างหาก หลิวเอี้ยนไม่อยากจะเชื่อว่าฉิงเทียนจะแข็งแรงพอที่จะหยุดเท้าของเขาได้ ด้วยความรุนแรงของขาเขาเมื่อสักครู่นั้น ต่อให้เป็นต้นไม้อายุ 100 ปีเขาก็สามารถโค่นลงได้ในพริบตาด้วยพลังของเขา
แต่ฉิงเทียนยังคงกลับยืนนิ่งๆอยู่ได้โดยที่ไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร และยังจับขาของเขาแล้วเหวี่ยงออกมาโดยไม่ได้เสียแรงอะไรมากเลย
ด้วยเหตุนี้ได้ทำให้หัวใจของหลิวเอี้ยนได้ระเบิดความไม่พอใจออกมา เพราะนี่มันเหมือนกับกำลังดูถูกเขาอยู่เลยไม่ใช่เหรอ? หลิวเอี้ยนผู้ถูกดูถูกอยู่ก็ได้มองไปที่ฉิงเทียนอย่างจริงจัง หากคนที่รู้จักกับเขามาเห็นเข้าก็รู้ได้ทันทีว่าเขากำลังจะเอาจริงแล้ว
“จะไปล่ะนะ!” หลิวเอี้ยนตะโกนออกมาแล้วก็เป็นอีกครั้งที่เห็นเป็นร่างเงา แล้วพุ่งเข้าหาฉิงเทียนอย่างรวดเร็ว
ความเร็วในครั้งนี้เร็วยิ่งกว่าในตอนแรกมากนัก ซึ่งสามารถมองเห็นบางอย่างที่เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วหมุนเป็นวงกลมโดยมีฉิงเทียนเป็นจุดศูนย์กลาง
แล้วก็มีกระแสลมเกิดขึ้นมาจากการที่หลิวเอี้ยนเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว จนก่อตัวเป็นพายุทอร์นาโดล้อมรอบฉิงเทียนเอาไว้ ดอกไม้และต้นไม้โดยรอบต่างก็เอนไปตามสายลมนั้น กิ่งไม้ก็สั่นไหวอย่างรวดเร็ว
มีกิ่งไม้บางกิ่งได้พุ่งเข้าหาฉิงเทียน เพราะแรงเหวี่ยงที่หมุนเข้าหาจุดศูนย์กลาง
หลิวตันเริ่มรู้สึกเป็นกังวลฉิงเทียนขึ้นมา พี่ชายของเธอนั้นได้เอาจริงแล้ว และเธอก็รู้ดีว่าพี่ชายของเธอนั้นแข็งแกร่งเพียงใด
ฉิงเทียนที่ยังคงยืนอยู่เฉยๆนั้น ก็ได้ปล่อยให้สายลมพาดผ่านเขาไป แต่เสื้อผ้าของฉิงเทียนกลับไม่ได้พลิ้วไหว ฉิงเทียนพูดด้วยอย่างดูถูก “ไม่เลว ถึงแม้ความจะเร็วมากขึ้นกว่าเมื่อกี้นิดหน่อย แต่ก็ยังไม่พอหรอกนะ” พูดจบเขาก็ยื่นแขนขวาออกไป
เป็นอีกครั้งที่เขาป้องกันการโจมตีของหลิวเอี้ยนด้วยแขนขวา “ไม่ใช่แค่นี้หรอกนะ!” ฉิงเทียนไม่รอให้หลิวเอี้ยนได้ทันตั้งตัว ขาขวาของเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วมาก เร็วเสียจนหลิวเอี้ยนไม่สามารถตอบสนองได้ทันแล้วเตะเข้าท้องของหลิวเอี้ยนไปเต็มๆ!
ด้วยเสียงดัง “ตุ๊บ” หลิวเอี้ยนได้กระเด็นออกไปไกลถึง 100 เมตร แล้วลงมานั่งคุกเข่าเกิดเป็นรอยทางยาวไปบนพื้น และพายุรอบๆตัวของฉิงเทียนก็ค่อยๆสงบลงอย่างช้าๆเพราะการหายไปของกระแสลม!
หลิวตันมองดูพี่ชายของเธอที่ถูกจับและถูกทำร้ายโดยฉิงเทียนอย่างตกใจ เธอรู้ถึงความแข็งแกร่งของพี่ชายของเธอดี ในตอนที่เขาได้แสดงวิทยายุทธของเขาให้เธอดู เธอยังพูดบอกเองให้หลิวเอี้ยนใจเย็นๆและปล่อยฉิงเทียนไป
แต่เธอก็ไม่คิดว่าฉิงเทียนนั้นจะทรงพลังได้มากขนาดนี้ หลิวเอี้ยนนั้นทรงพลังมาก เขาเป็นอัจฉริยะในรอบ 100 ปีของตระกูล แต่กลับเป็นฝ่ายถูกอัดเสียเอง แต่เธอก็แอบรู้สึกภูมิใจขึ้นมาผู้ชายที่หลิวตันเป็นคนเลือกนั้นจะแย่ได้อย่างไร
แต่ทว่าเธอเองก็ปล่อยให้ฉิงเทียนทำร้ายพี่ชายของเธอแบบนั้นไม่ได้ จึงได้ตะโกนบอกเขา “ฉิงเทียน คุณช่วยปล่อยพี่ชายไปเถอะนะ”
ฉิงเทียนยักไหล่ของเขาแล้วตอบกลับมา “เป็นเขาต่างหากนะที่อยากจะสู้กับผมน่ะ แต่ก็ได้ผมจะเบามือลงให้ก็แล้วกัน”
กระเด็นไปไกลเป็น 100 เมตร หลิวเอี้ยนรู้สึกเจ็บปวดที่ท้องของเขา เหงื่อเริ่มออกบนหน้าของเขาเหมือนเม็ดฝน
ผู้อาวุโสของตระกูลเองก็แข็งแกร่งเช่นนี้! หลิวเอี้ยนลุกขึ้นมาอย่างช้าๆ ชุดเครื่องแบบของเขาสีเขียวก็ได้เปลี่ยนไปเป็นสีเหลือง เสื้อผ้าเปื้อนเต็มไปด้วยโคลนและดอกไม้ใบไม้เต็มไปหมด
ใบหน้าที่หล่อเหลาของเขา ในเวลานี้ก็เต็มไปด้วยฝุ่น ผมก็เต็มไปด้วยเศษดิน หากมีใครได้มาเห็นสภาพเขาตอนนี้ ได้เปลี่ยนจากผู้การทหารกล้ากลายเป็นขอทานยาจกไปเรียบร้อยแล้ว
“ไม่อยากจะเชื่อหรอกว่า วันนี้นายจะสามารถหยุดการโจมตีทั้งหมดของฉันได้” ด้วยการยื่นทั้งสองมือมายังข้างหน้า จู่ๆก็เกิดแรงลมที่รุนแรงพัดขึ้นมา และได้พัดเอาก้อนหินและดินลอยขึ้นมาด้วย
แล้วสิ่งที่อยู่รอบๆหลิวเอี้ยนก็ได้พุ่งเข้าไปหาฝ่ามือทั้งสองข้างของเขา มองดูท่าทางของหลิวเอี้ยนแล้ว ฉิงเทียนก็ยิ้มและพูดขึ้นมา “ในที่สุดก็ใช้พลังวิญญาณแล้วสินะ! แต่แค่นี้ก็ยังไม่พอหรอก!”
“ฉิงเทียน! ฉันไม่เชื่อหรอกว่า วันนี้ฉันจะเอาชนะนายไม่ได้” หลิวเอี้ยนคำราม แล้วขว้างพลังลูกบอลขนาดใหญ่ที่เหมือนกับวิชาสำนักเต่าใส่ฉิงเทียน และหลังจากที่ขว้างออกมา เขาก็ได้ถอยไปข้างหลังอย่างรวดเร็ว
“ลำพังแค่พลังวิญญาณของคุณมันไม่พอหรอกนะ” ฉิงเทียนพูดอย่างสบายๆ และยังคงยืนอยู่ตรงนั้นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เมื่อเห็นฉิงเทียนดูถูกเขามากขนาดนั้น เขาก็ได้พูดอย่างดุดัน “ฉิงเทียน ถ้านายประเมินฉันต่ำไป แล้วนายจะต้องเสียใจ”
“โอ้ งั้นเหรอ?” ฉิงเทียนยังคงพูดอย่างดูถูกอยู่
หลิวตันที่ยืนดูอยู่ห่างๆนั้น ในเวลานี้ก็รู้สึกกระวนกระวายขึ้นมา เธอรู้ว่าพี่ชายของเธอนั้นกำลังใช้อะไรอยู่ เธอจึงโกรธขึ้นมา!
เธอไม่คิดว่าพี่ชายของเธอนั้นก็ใช้วิชาลับนี้ได้ด้วยทั้งๆที่อายุแค่นั้น ครั้งสุดท้ายที่เธอได้เห็นวิชาลับนี้ก็ตอนที่พ่อของเธอยังไม่ออกไปจากตระกูลหลิวพร้อมกับพี่น้องของเขา ซึ่งคุณปู่ของเธอเป็นคนใช้!
“ฉิงเทียน คุณระวังเอาไว้ให้ดี นั่นคือวิชาลับของตระกูลหลิว วิชาลับนี้สามารถล้มได้แม้กระทั่งช้าง!” หลิวตันพูดเตือนเสียงดัง และมองดูฉิงเทียนที่ยังคงมองดูอย่างเฉยๆ
ท่ามกลางความตกใจของเธอ ฉิงเทียนไม่ได้ขยับไปไหนแล้วพูดอย่างดูถูก “ไม่เป็นไรหรอก ผมสามารถจัดการได้ด้วยมือเดียวด้วยซ้ำ” จากนั้นเขาก็มองดูลูกบอลลูกใหญ่ที่กำลังเข้าใกล้มือของเขา
แล้วฉิงเทียนก็ได้ยื่นนิ้วของเขาออกไปอย่างช้าๆ และชี้ไปที่ลูกบอลนั้นอย่างนุ่มนวล แล้วก็มีแสงสีขาวพุ่งออกมาทันที แล้วมุ่งหน้าเข้าไปหาลูกบอลขนาดใหญ่ลูกนั้น
จากนั้นก็เห็นลูกบอลลูกใหญ่นั้นก็ได้เปลี่ยนทิศทางจากเดิม แล้วพุ่งย้อนกลับไปอย่างรวดเร็ว
“มันเป็นไปได้อย่างไร?” หลิวเอี้ยนคำรามออกมา แต่มันก็ไม่มีผลอะไร ลูกบอลลูกใหญ่ก็ได้พาเขาลอยไปไกลหลายพันลี้แล้ว
“ดูเหมือนจะเผลอใช้พลังวิญญาณเยอะไปนิดหน่อยแฮะ!” ฉิงเทียนมองไปที่รอยทางยาวที่หลิวเอี้ยนลอยออกไป
หลิวตันมองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างตรงหน้าของเธออย่างตาค้าง พี่ชายของเธอแพ้แล้วด้วยเพียงนิ้วเดียวด้วย
ต้องใช้เวลาพักใหญ่ถึงจะรู้สึกตัว แล้วเธอก็เดินกระทืบพื้นแล้วพูดขึ้น “ฉิงเทียนนั่นพี่ชายของฉันนะ”
ฉิงเทียนก็ได้ลูบจมูกของเขาแล้วพูดอย่างเขินๆ “แหะๆ ดูเหมือนว่าคุณคงจะต้องรอสักหน่อยกว่าเขาจะกลับมาถึงล่ะนะ”
หลิวตันมองไปที่ระยะทางที่เขาลอยออกไปอย่างกังวล ซึ่งมองไม่เห็นแม้แต่เงา หลิวตันจึงได้ล้มเลิกแล้วหันหน้ามาหาฉิงเทียนแล้วถามอย่างสงสัย “คุณเป็นใครกันแน่? ไม่เพียงแต่มีวิชาการแพทย์ที่สุดยอดแล้ว วิทยายุทธก็ยังสุดยอดด้วย”
“เพราะผมคือฉิงเทียน!” ฉิงเทียนตอบอย่างไม่สนใจ ตระกูลของหลิวตันนั้นจะต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ ถึงขนาดที่มีคนที่รู้วิธีใช้พลังวิญญาณเช่นนี้ได้ ถึงจะบอกว่าเป็นวิชาลับประจำตระกูลก็เถอะ แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ตระกูลคนธรรมดาๆจะมีได้
ถึงแม้ว่าความสัมพันธ์ของเธอกับเขาในช่วงนี้จะสนิทกันมากก็เถอะ แต่เขาก็ยังไม่คิดจะบอกเธออยู่ดี ใครจะรู้ถ้าตระกูลที่หนุนหลังเธออยู่อาจจะเป็นศัตรูของเขาก็ได้
“ผมคิดว่าพวกเรากลับไปรอที่รถกันดีกว่า” ฉิงเทียนมองดูไกลๆแล้ว แต่มองไม่เห็นแม้แต่เงาของหลิวเอี้ยน จึงรู้ว่าเขาคงไม่กลับมาในอีกสักพักหรือครึ่งชม.แน่ๆ
อย่างที่คิดหลังจากที่ผ่านไปพักใหญ่ๆ ก็พบเงาคนกำลังเดินอยู่ไกลๆซึ่งกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้
“นั่นใช่พี่ชายรึเปล่า?” หลิวตันถามอย่างกระวนกระวาย เธอนั้นรออยู่ตั้งครึ่งชั่วโมง แต่หลิวเอี้ยนก็ยังไม่มาเสียที
“อืม, ใช่แล้ว!” ด้วยสายตาของฉิงเทียนในปัจจุบัน เขาสามารถมองเห็นได้ชัดแม้อยู่ไกลเป็นกิโลเมตร
หลิวเอี้ยนในเวลานี้ ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง มีแผลขนาดใหญ่เล็กอยู่เต็มตัวเขาไปหมด ไม่ว่าจะดูยังไงถึงจะดูเหมือนคนอยู่ แต่ก็ดูเหมือนหมาจรจัดมากกว่า
“พี่คะ ทำไมพี่ถึงเป็นอย่างนั้นได้คะเนี่ย?” หลิวตันมองไปที่คนที่อยู่ตรงหน้าเธอ ถ้าฉิงเทียนไม่บอกว่าเป็นพี่ชายของเธอ เธอก็คงจะไม่เชื่อ
“ไม่เป็นไร ก็แค่แผลเล็กน้อยเท่านั้น” หลิวเอี้ยนพูดอย่างไม่สนใจ แล้วก็จ้องมองมาที่ฉิงเทียนแล้วพูดขึ้น “นานมากแล้ว ที่ไม่มีใครทำให้ฉันบาดเจ็บได้”
“ฉิงเทียน นายเก่งมากฉันขอยอมรับ แต่ก็อย่าลำพองใจไป ฉันจะเอาชนะนายให้ได้สักวัน!” หลิวเอี้ยนพูดอย่างกล้าหาญ
“บ้าเอ๊ย, หมอนี่มันพวกบ้าการต่อสู้นี่นา!” ฉิงเทียนแอบคิดว่าแย่แล้วในใจ