ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 239 แข่งรถกลางอากาศ
บทที่ 239 แข่งรถกลางอากาศ
“หึ ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของคุณแล้ว” ฉิงเทียนพูดและบิดคันเร่งจนสุด แล้วอาศัยช่วงที่เขากำลังพูดคุยอยู่ ขับมอเตอร์ไซค์พุ่งผ่านระหว่างรถทั้งสองคันขณะที่กำลังถูกล้อมอยู่
ชายชุดทำก็ได้ทำเสียงออกทางจมูก “หึ ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา คิดเหรอว่าจะหนีพ้น?” ก่อนที่เขาจะได้พูดจบ รถลอยฟ้าทั้ง 4 คนก็ได้ออกแล่นไล่ตามฉิงเทียนด้วยความเร็วสูงสุด
ส่วนฉิงเทียนที่อยู่หน้าพวกเขานั้น ก็หันหน้าเหลียวมามองหลังแล้วพูดในใจ: แบบนี้ไม่ดีแน่ พวกนั้นคงไล่ตามมาทันไม่เร็วก็ช้าแน่ๆ
มองไปที่ตึกระฟ้าที่อยู่ระหว่างสองข้างทางแล้ว ฉิงเทียนก็พลันมีความขึ้นมา แล้วจึงหักเลี้ยวรถอย่างรวดเร็วแล้วควบมอเตอร์ไซค์รอดไปที่ช่องระหว่างตึกทันที
ถึงแม้ว่าจะเป็นโลกจินตนาการที่รถสามารถแล่นบนท้องฟ้าได้ แต่ก็ไม่สามารถที่ไปไหนมาไหนได้ดั่งใจอยู่ดี เพราะท้องฟ้านั้นถูกแยกออกจากกันด้วยตึกระฟ้ามากมาย นี่ยังไม่ต้องพูดถึงรถไฟลอยฟ้า จึงได้มีการออกกฎสำหรับการขับรถลอยฟ้าในโลกนี้ขึ้นมา
ในเวลานี้ฉิงเทียนได้ทำการเปลี่ยนเส้นทางกะทันหัน จากตอนแรกที่กว้างราวกับถนนหลวงก็ได้ย้ายไปวิ่งเส้นที่แคบราวกับถนนเข้าหมู่บ้าน ทำให้รถไม่สามารถเลี้ยวเข้าไปได้!
“จะคอยดูว่าพวกคุณจะไล่ตามเข้ายังไง?” ฉิงเทียนคิดอย่างภาคภูมิใจ แต่พอเขาหันไปเหลียวมองข้างหลัง เขารู้สึกว่าเขาคิดตื้นเกินไป รถของสำนักงานวางแผนก็ได้เปลี่ยนร่างได้ราวกับหุ่นยนต์ในเรื่องทรานฟอเมอร์ยังไงอย่างงั้น
หลังคารถได้เปิดออก แล้วด้านหน้าและหลังของรถก็ได้เข้าหากัน ยางหน้าและยางหลังก็ได้เข้าหากันจาก 4 ล้อกลายเป็น 2 ล้อ แล้วรถลอยฟ้าก็ได้กลายร่างเป็นมอเตอร์ไซค์ไปแล้ว
“บ้าเอ๊ย ทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ?” ฉิงเทียนตะโกนออกมา รถคันนั้นสามารถแปลงร่างได้ด้วย แล้วจะยิงอาวุธได้ด้วยไหมเนี่ย? ฉิงเทียนคิดอย่างสงสัย จู่ๆเขาก็พบว่ารถที่ตามหลังทั้งสี่คันนั้น แต่ละคันมีอุปกรณ์ขนาดเท่าดินสอ ท่ามกลางความมืดก็ได้มีแสงไฟแวบออกมาและยิงมาทางฉิงเทียนด้วยความเร็วสูง!
“แค่คิดเองนะโว้ย” ฉิงเทียนจึงได้รีบเร่งความเร็วบิดหนีแล้วทะยานมอเตอร์ไซค์ลอยฟ้าราวกับเครื่องบินรบ แล้วพุ่งทะยานขึ้นสูงไปอีก 10 เมตร
เมื่อมอเตอร์ไซค์ของฉิงเทียนเหินขึ้นมา มิสไซล์ขนาดเท่าดินสอที่ตามหลังเขามาก็ได้เชิดหัวตามเขาไปติดๆ ซึ่งความเร็วของมันก็ไม่ได้ช้าไปกว่าฉิงเทียนเลยด้วย
“ฉิงเทียนเลิกคิดที่จะหนี ถ้าคุณยอมตามไปกับพวกเราดีๆ พวกเราจะยกเลิกมิสไซล์ที่ไล่ตามคุณทันที” เสียงของผู้ชายชุดดำที่ขับมอเตอร์ไซค์ตามหลังเขามาพูดขึ้นมาอีกครั้ง
“พวกคุณเป็นใครกันแน่เนี่ยและทำไมถึงต้องจับกุมผมด้วย?” ฉิงเทียนก็ได้ก้มหัวลงแล้วหักเลี้ยวอย่างกะทันหันผ่านอีกตึกหนึ่งไป
“คนที่หัวหน้าของพวกเราต้องการตัวไม่มีทางที่จะหนีรอดไปได้หรอก!” ชายชุดดำพูดโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า
“ถ้าอย่างนั้นผมจะทำให้ดูเอง!” ฉิงเทียนตอบอย่างใจเย็นและคิดหาแผนตอบโต้
ไม่ช้าหรือเร็วเขาคงได้ถูกจับกลางท้องฟ้าแน่ และมิสไซล์ก็ไล่ตามหลังเขามาเรื่อยๆแล้ว
“เอายังไงดีนะ?” ฉิงเทียนคิดอย่างกระวนกระวาย ถึงแม้ว่านี่จะเป็นโลกจินตนาการ แต่เขาก็ไม่รู้ว่าถ้าเขาตายที่นี่ขึ้นมา เขาจะหมดสิทธิ์ตื่นไปตลอดการหรือไม่ ฉิงเทียนนั้นไม่คิดที่จะเสี่ยงขนาดนั้น
“จริงด้วย” ฉิงเทียนพลันไปเห็นรถไฟความเร็วสูงที่กำลังแล่นผ่านหน้าอยู่ เขาจึงได้บิดคันเร่งอย่างรวดเร็ว
ด้านหลังของรถไฟ ฉิงเทียนได้ยืนบนรถมอเตอร์ไซค์และพยายามรักษาการทรงตัวเอาไว้ แล้วมองไปที่มิสไซล์ที่กำลังพุ่งมาหาเขา ฉิงเทียนก็ได้กระโดดโผไปที่รถไฟความเร็วสูงคันนั้น มือทั้งสองข้างของเขาเกาะไว้ที่มุมหลังคารถไฟเอาไว้ได้ทันท่วงที
“ตูม” การระเบิดขนาดใหญ่เกิดขึ้น และหมอกควันสีดำที่หนาได้ลอยขึ้นมา
หลังจากสักพักก็ได้มีเสียงสัญญาณตามหลังเขามา ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากการระเบิดผ่านไปทำให้ชายชุดดำที่อยู่ข้างหลังเขายืนนิ่งอยู่ชั่วขณะ รถไฟที่วิ่งผ่านมาอย่างรวดเร็ว ชายชุดดำก็ได้มองไปที่รถไฟที่กำลังวิ่งห่างจากเขาไปเรื่อยๆ ซึ่งเขาก็รู้ได้ทันทีว่าปฏิบัติการจับกุมนั้นล้มเหลวแล้ว
“หัวหน้าครับ ตำรวจมาล้อมพวกเราแล้วครับ!” ชายชุดดำหันไปมองดูก็พบว่าพวกเขาถูกล้อมโดยรถตำรวจแล้ว และรีบมาเผชิญหน้ากับชายชุดดำอย่างรวดเร็ว
“วางอาวุธลงเดี๋ยว พวกคุณถูกล้อมแล้ว ออกจากน่านฟ้าแล้วลงมาที่พื้นเดี๋ยวนี้” รถตำรวจได้ทำการพูดเตือนอย่างต่อเนื่อง
“หึ คนพวกนี้กล้าขัดขวางงานของพวกเราอย่างนั้นรึ” คนในชุดดำพูดอย่างดูถูก จากนั้นเขาก็หันไปบอกกับลูกน้อง “เปลี่ยนรูปร่างของรถกลับไปเป็นรูปร่างเดิมเสีย ดูสิว่าจะมีใครที่จะกล้าหยุดเราอีกไหม?”
“ครับ”
แล้วรถทั้ง 4 คันก็ได้กลับคืนเป็นร่างของรถสปอร์ต แล้วรถตำรวจที่อยู่รอบๆต่างก็จ้องไปที่ตัวหนังสือ “สำนักงานจัดสรรเวลา” ที่ติดอยู่ที่รถ แล้วรถแต่ตำรวจที่ล้อมอยู่ก็ได้เปิดทางออกราวกับแมวเปิดกรงให้หนูอย่างรวดเร็ว “ไม่ทราบจริงๆว่าเป็นคนของสำนักงานจัดสรรเวลา ได้โปรดอภัยให้พวกเราด้วย”
“หึ” ชายชุดดำก็ได้ทำเสียงที่จมูก แล้วรถทั้ง 4 คันก็ได้ออกไปจากที่นี่อย่างรวดเร็ว
ที่สถานีตำรวจ ชายในชุดตำรวจที่กำลังทำสีหน้าเครียดจัดอยู่ ลงมาจากรถอย่างรวดเร็วแล้วเดินเข้าไปในสถานี
ในสถานีตำรวจ มีชายวัยกลางคนใส่สูทนั่งอยู่เก้าอี้หัวหน้า และตรงหน้าเขาก็มีตำรวจคนก่อนหน้าที่กำลังรายงานด้วยสีหน้าที่จริงจัง “หัวหน้าครับ พวกเราพบรถของสำนักงานจัดสรรเวลาเข้าครับ ดูเหมือนพวกเขาจะไล่ตามจับใครสักคนครับ”
“คนจากสำนักงานจัดสรรเวลาอย่างนั้นรึ?” ผู้กำกับพูดพร้อมกับคิ้วขมวด “ไม่รู้ว่าคนพวกนี้มาเมืองของพวกเราได้อย่างไร คนพวกนี้มีแต่พวกคนบ้า”
“และยังเป็นคนบ้าที่พวกเราทำอะไรมันไม่ได้ด้วย และชีวิตของพวกเราก็อยู่ในมือของคนบ้าพวกนี้ด้วย” ตำรวจพูดอย่างช่วยไม่ได้
“ไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไรที่นี่ พวกเราก็แค่เฝ้าดูพวกเขาอย่างลับๆเท่านั้น และห้ามเข้าไปหยุดพวกเขาไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไรก็ตาม” ผู้กำกับได้ทำการสั่งการออกไป
ในขณะเดียวกัน ชายชุดดำได้พาคนของเขากลับไปที่ตึกระฟ้าที่เขาพบกับหานอี้อีกครั้ง ซึ่งที่แห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นฐานของพวกเขา
“ท่านประธานครับ พวกเราทำภารกิจล้มเหลวปล่อยให้ฉิงเทียนหลุดไปได้ครับ” ชายชุดดำก้มหัวและรายงานให้กับภาพฉายของเจ้าปีศาจจิตใจที่อยู่ตรงหน้าเขา
“โอ้ หนีไปได้อย่างนั้นรึ หรือเจ้าฉิงเทียนจะยังมีความสามารถบางอย่างหลงเหลืออยู่กันนะ?” ปีศาจจิตใจพูดอย่างประหลาดใจ
“ท่านประธานครับ พวกเราจะเอายังไงต่อไปดี ตอนนี้พวกเราไม่ทราบว่าเขาอยู่ไหนแล้ว” ชายชุดดำที่ยังก้มหัวอยู่ก็ได้ขอคำสั่งจากภาพฉายเจ้าปีศาจ เหงื่อที่หัวของเขานั้นไหลออกมาหยุด เขานั้นปล่อยให้คนที่ท่านประธานต้องการหลุดรอดออกไปได้ และเขาก็รู้ถึงความโหดเหี้ยมของท่านประธานดี ตอนนี้ชายชุดดำรู้สึกสั่นกลัว และกลัวว่าท่านประธานนั้นจะเอาเรื่องเขา
แต่เมื่อเขาพบว่าท่านประธานนั้นได้เงียบไป เขาก็ได้ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา
และทันทีที่เขาเงยหน้าขึ้นมา เขาก็ได้ยินของท่านประธานที่พูดด้วยน้ำเสียงกำลังสนุก “ข้าไม่คิดว่าเขาจะหนีไปที่ย่านชนชั้นสูง ชักจะสนุกขึ้นมาแล้ว”
ในเวลานี้ฉิงเทียนผู้ที่เกาะอยู่ที่มุมรถไฟนั้น ผมเผ้าของเขาฟูไปหมด เขานั้นได้สัมผัสกับความเร็วเหนือเสียงเป็นระยะเวลาหนึ่ง ก่อนที่จะกระโดดลงมาจากรถไฟที่จอดที่สถานีแล้ว
“จะไม่กระโดดเกาะรถไฟแบบนี้อีกแล้ว” ฉิงเทียนนั่งอยู่กับพื้นอย่างหมดสภาพ และผู้โดยสารที่ลงมาจากรถไฟก็ได้มองมาที่ฉิงเทียนด้วยสีหน้าแปลกๆ