ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 247 ทะเลาะกัน
บทที่ 247 ทะเลาะกัน
“ได้ เจ้าวางใจได้เลยในเมื่อเฉียงเวยนั้นมีตัวต้นแบบในโลกความจริง ข้าก็จะเก็บรักษาความทรงจำของเธอในโลกจินตนาการนี้เอาไว้ให้” องค์เง็กเซียนพูดอย่างตื่นเต้น
“งั้นเราก็มาเริ่มการแสดงกันเถอะ!” องค์เง็กเซียนพูดกับฉิงเทียน แล้วทั้งสองคนกลับมาจากห้องประชุมลับ!
ในห้องรับรอง องค์เง็กเซียนพูดกับฉิงเทียนด้วยความโกรธ “ฉิงเทียน เจ้าคิดจะแต่งงานกับลูกสาวของข้างั้นเหรอ? ฝันไปเถอะที่คนงานอย่างเจ้าจะมาแต่งงานกับลูกสาวของข้า เจ้าอย่าคิดนะว่าข้าจะไม่ได้ตามสืบทุกเรื่องของเจ้าเอาไว้? เป็นแค่คางคกแต่อยากจะกินเนื้อห่านงั้นเหรอ ทั้งชีวิตนี้เจ้าไม่มีทางที่จะเป็นลูกเขยข้าได้หรอก”
เมื่อฉิงเทียนเห็นองค์เง็กเซียนเข้าถึงบทบาทได้เร็วเช่นนี้ เขาก็ไม่ได้ถอยหลังแล้วพูดโต้กลับไป “ผมไม่กลัวคุณหรอกรู้ไว้ด้วย ตอนนี้ผมได้จดทะเบียนสมรสกับลูกสาวของคุณแล้วด้วย คุณจะยอมรับผมหรือไม่นั่นก็เรื่องของคุณ แต่ผมจะแต่งงานกับลูกสาวของคุณ” เพื่อให้ดูเป็นการปะทะที่รุนแรงมากขึ้น ฉิงเทียนจึงได้หยิบแก้วบนโต๊ะขึ้นมาแล้วขว้างลงไปที่พื้น
เสียง “เพล้ง” ดังสนั่นไปทั่วทั้งห้องรับรอง
อย่างที่คาดเอาไว้ เสียงทะเลาะกันของฉิงเทียนกับองค์เง็กเซียนได้ดึงดูดความสนใจของเฉียงเวย, เหล่าน้องสาวทั้งแปดของเธอและคนรับใช้ให้เข้ามาดูทีละคน
เมื่อเห็นว่าพ่อของเธอกับฉิงเทียนทะเลาะกัน เฉียงเวยก็ได้รีบเข้ามาอย่างกระวนกระวายถามขึ้น “คุณพูดแบบนั้นกับพ่อของฉันได้ยังไงฉิงเทียน?” จากนั้นเธอก็ได้หันไปพูดกับองค์เง็กเซียนอย่างออดอ้อน “พ่อคะ เกิดอะไรขึ้นกันคะเนี่ย หนูยังไม่ได้แนะนำคุณพ่อให้รู้จักกับเขาเลยนะคะ เขาเป็นแฟนของหนูนะคะ”
เมื่อเห็นท่าทางที่น่ารักของเฉียงเวยแล้ว องค์เง็กเซียนก็แทบจะทนไม่ไหว แต่เพื่อที่จะจัดการกับเจ้าปีศาจจิตใจแล้ว หัวใจของเขาก็รู้สึกผิดขึ้นมา แต่ก็ได้ปัดมือของเฉียงเวยออกแล้วพูดขึ้น “จางเฉียงเวย เจ้าบอกว่าเจ้าคนงานคนนี้เป็นแฟนของเจ้า เจ้าคิดดีแล้วงั้นเหรอ? ทั้งๆที่เจ้าเองก็มีคู่หมั้นอยู่แล้วแท้ๆ แล้วเจ้าจะให้ข้าไปบอกกับตระกูลซื่อยังไง? ทำไมเจ้าถึงได้ไร้ยางอายเช่นนี้” ว่าแล้วเขาก็ทำสีหน้าหดหู่ออกมา
คำพูดขององค์เง็กเซียนทำให้เฉียงเวยต้องตกใจ เธอไม่รู้เลยว่าพ่อของเธอเป็นอะไรไป ในตอนที่เธอต่อต้านการหมั้นของเธอแล้วหนีไปนั้น เธอคิดว่าพ่อของเธอนั้นปล่อยวางเรื่องนี้ไปแล้วแน่ๆ ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่สามารถหนีไปจากการควบคุมของเขาได้นานขนาดนี้หรอก
ดังนั้นเฉียงเวยจึงได้คิดที่จะพาฉิงเทียนกลับมาที่นี่ด้วยก็เพียงเพื่อจะให้ตระกูลซื่อนั้นยอมเลิกราที่จะหมั้นหมายกับเธอไป ถึงแม้ว่าท่านพ่อของเธอจะไม่สนับสนุนเธอก็ตาม แต่เขาก็จะไม่คัดค้านเธอเช่นกัน
แต่ปฏิกิริยาขององค์เง็กเซียนในวันนี้นั้นได้เหนือความคาดหมายของเธอไปโดยสิ้นเชิง ตั้งแต่เด็กพ่อของเธอไม่เคยพูดกับเธอด้วยคำพูดที่ดุดันเช่นนี้กับเธอมาก่อน มันเป็นความจริงเหรอที่พ่อของเธอนั้นจะเมินเฉยต่อความสุขของเธอแล้วเห็นแก่ประโยชน์ของตระกูล! เฉียงเวยรู้สึกเศร้ากับเรื่องนี้มากและเสียใจอย่างสุดซึ้ง จึงได้ก้มหน้าและไม่ได้พูดอะไรออกมา!
ส่วนน้องสาวทั้ง 8 คนของเฉียงเวยนั้นต่างก็แอบกันอยู่ชั้นบนและมองลงมาดูพ่อของพวกเธอด้วยความหวาดกลัว พวกเธอไม่เคยเห็นคุณพ่อนั้นเดือดดาลและดุพี่สาวคนโตเช่นนี้มาก่อนเลยตั้งแต่ตอนที่พวกเธอยังเด็ก
เหล่าคนรับใช้เองต่างก็หลบซ่อนด้วยความกลัวและแกล้งทำเป็นไม่สนใจ แต่ทว่าแต่ละคนต่างก็พยายามเงี่ยหูฟังกลัวว่าตัวเองจะพลาดอะไรไป และในบรรดานั้นมีคนรับใช้บางคนที่กำลังทำความสะอาดสวนก็ได้หันมามองในห้องรับรองเป็นช่วงๆ และคอยจับตาดูทุกการเคลื่อนไหวของที่นี่อยู่
องค์เง็กเซียนก็ได้หันไปมองสีหน้าของเฉียงเวย เขาเองก็รู้สึกเสียใจมากแต่เพื่อทำให้แผนการสัมฤทธิ์ผลแล้วองค์เง็กเซียนจำต้องทำต่อไป
องค์เง็กเซียนแกล้งทำเป็นมองไปที่เฉียงเวยโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า แล้วพูดขึ้น “ข้าได้ยินว่าเจ้าจดทะเบียนสมรสกับไอ้คนชั้นต่ำนี่แล้ว จากนี้ไปเจ้าไม่ใช่ลูกสาวของข้า” หลังจากที่พูดเช่นนี้ออกไป หัวใจขององค์เง็กเซียนก็แทบจะหยุดเต้น เขารู้สึกเสียใจมากและแอบพูดในใจ: เฉียงเวยได้โปรดอย่าโกรธพ่อเลยนะ พ่อไม่มีทางเลือกจริงๆ
แล้วเมื่อเฉียงเวยได้ยินที่องค์เง็กเซียนพูด เธอก็ได้ร่วงลงไปนั่งกับพื้นแล้วเงยหน้าขึ้นมามององค์เง็กเซียนด้วยความเจ็บปวด แล้วพูดซ้ำไปซ้ำมา “ท่านพ่อจะตัดความสัมพันธ์กับหนูจริงๆเหรอ? ท่านพ่อจะตัดความสัมพันธ์กับหนูจริงๆเหรอ?”
“ใช่ ตัดความสัมพันธ์พ่อลูกกันไปเลย” องค์เง็กเซียนพูดอย่างโหดร้าย “ตั้งแต่ตอนที่เจ้าแต่งกับเจ้าชนชั้นต่ำนี่ เจ้าก็น่าจะรู้แล้วว่าเจ้าไม่สามารถเป็นลูกสาวของข้าได้อีก”
หลังจากที่ได้ยินที่องค์เง็กเซียนพูดซ้ำอีกครั้ง เฉียงเวยก็ได้จ้องไปที่องค์เง็กเซียนด้วยสีหน้าที่ไร้ความรู้สึก เธอไม่อยากจะเชื่อว่านี่เป็นพ่อของเธอที่เคยรักเธอมาก่อน?
ส่วนน้องสาวทั้งแปดคนที่ได้ยินที่องค์เง็กเซียนพูดอย่างโหดร้ายนั้น แต่ละคนก็ได้รีบลงมาจากชั้นบน แล้วพากันคุกเข่าลงต่อหน้าองค์เง็กเซียนแล้วขอร้อง “ไม่นะท่านพ่อ ท่านพ่อจะทำแบบนี้กับพี่ใหญ่ไม่ได้นะคะ อย่าตัดความสัมพันธ์กับพี่ใหญ่เลยค่ะ!”
“ท่านพ่อ มันผิดอะไรที่พี่ใหญ่จะใช้ชีวิตร่วมกับผู้ชายที่เธอรักล่ะคะ หรือว่าท่านพ่อเองก็จะใช้พวกเราเป็นเครื่องมือด้วย?” น้องเก้าจ้องไปที่พ่อของเธอแล้วพูดขึ้น
องค์เง็กเซียนก็ได้มองไปที่ลูกสาวทั้ง 9 คนที่กำลังคุกเข่าลงต่อหน้าเขา แล้วเกือบรู้สึกผิดขึ้นมาที่คิดใช้แผนนี้ในใจ แต่มาถึงจุดนี้แล้ว องค์เง็กเซียนก็ไม่มีทางเลือกอื่นจึงได้หันหน้าไปหาพ่อบ้านไท่ไป๋ที่กำลังตกใจอยู่ที่ประตู “ไท่ไป๋รีบพาทั้ง 8 คนขึ้นไปชั้นบนก่อน แล้วห้ามไม่ให้ใครลงมาจนกว่าข้าจะสั่ง”
พ่อบ้านไท่ไป๋ก็ไม่คิดว่านายท่านที่รักครอบครัวของเขานั้นจู่ๆจะโหดร้ายกับคุณหนูใหญ่ได้ถึงขนาดนี้ ผู้ซึ่งเป็นเหมือนกับลูกสาวคนโปรดแท้ๆ แต่ถึงแม้ว่าเขาจะสงสัย แต่เขาก็ต้องเชื่อฟังตามคำสั่งของนายท่าน แล้วหันหน้าไปหากลุ่มคนที่คอยดูอยู่ข้างหลังเขา แล้วชี้ไปที่คนกลุ่มนึงแล้วพูดขึ้น “พวกเธอไปพาเหล่าคุณหนูกลับไปที่ห้อง ส่วนคนอื่นๆตามผมมา ไม่มีอะไรให้ดูที่นี่!”
เมื่อได้ยินเสียงที่ไม่พอใจของพ่อบ้านไท่ไป๋ เหล่าคนใช้ก็ได้พากันหนีไปทีละคน
ในเวลานี้การแสดงนั้นยังไม่ได้จบลง เพื่อให้เจ้าปีศาจจิตใจก็ต้องรู้สึกได้ว่านี่เป็นโอกาส ดังนั้นตอนนี้มันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น การแสดงยังต้องดำเนินต่อไป
ในเวลานี้ฉิงเทียนได้ลงไปนั่งและกอดเฉียงเวยที่ถูกทำร้าย แล้วพูดกับองค์เง็กเซียนด้วยคำพูดถากถาง “ผมรู้ว่าคุณเป็นชนชั้นสูงและผมมันไม่สูงส่งเหมือนกับคุณ แต่คนอย่างผมจะไม่มีวันทำร้ายลูกสาวของตัวเองเด็ดขาด” ฉิงเทียนก้มหัวของเขาแล้วหันไปพูดกับเฉียงเวย “ไปกันเถอะ ในเมื่อพ่อของคุณไม่ยอมรับพวกเรา ทำไมพวกเราจะต้องไว้หน้าเขาด้วย”
เฉียงเวยตัวแนบเข้ากับแขนของฉิงเทียน น้ำตาพรั่งพรูออกมาดั่งสายฝน และมองไปที่พ่อของเธออย่างตัดสินใจเด็ดขาดแล้วจึงผงกหัวอย่างอ่อนโยน แล้วซุกหัวของเธอไปที่อ้อมแขนของฉิงเทียน
แล้วฉิงเทียนก็ได้ลุกขึ้นยืนและอุ้มเธอในท่าเจ้าหญิงแล้วเดินออกไปที่ประตูพลางคิด: เพิ่มเชื้อไฟอีกหน่อยองค์เง็กเซียน เพื่อให้เจ้าปีศาจจิตใจเชื่อ!
ฉิงเทียนก็รู้สึกได้ว่าองค์เง็กเซียนนั้นชะงักอยู่นานมาก แต่แผนการขั้นสุดท้ายนั้นยังไม่เรียบร้อยดี ฉิงเทียนในตอนนี้กลัวว่าองค์เง็กเซียนนั้นจะเจ็บปวดเพราะทำร้ายเฉียงเวยอีกและไม่กล้าที่จะลงมือทำ
ในขณะที่ฉิงเทียนกำลังเดินไปที่ประตูมากขึ้นเรื่อยๆนั้น หัวใจของฉิงเทียนก็เต้นเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ และรอให้องค์เง็กเซียนดำเนินแผนขั้นสุดท้าย ในเวลานี้ฉิงเทียนรู้สึกเหมือนกับว่าเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วมา ทำไมมันถึงไม่ช้ากว่านี้นะ? พูดสิองค์เง็กเซียน!
“ใครบอกให้พวกเจ้าไป?” ด้วยเสียงที่โกรธที่ออกมาจากปากขององค์เง็กเซียน หินในใจของฉิงเทียนก็ได้หล่นลงมา!
“ไปจับพวกเขาทั้งคู่มา ต่อให้จางเฉียงเวยจะไม่ใช่ลูกสาวของข้าแล้วก็ตาม แต่เธอมีสายเลือดของข้าอยู่ในตัวของเธอ และข้าจะไม่ยอมให้เขาแต่งงานกับเธอเด็ดขาด” องค์เง็กเซียนมองไปที่ฉิงเทียนด้วยสายตาที่ดูถูก
แต่เหล่ารปภ.ที่ล้อมเขาอยู่นั้นไม่มีใครกล้าลงมือกับเขาที่อุ้มคุณหนูใหญ่ของตระกูลนี้อยู่
“ไม่ได้ยินที่ข้าพูดหรือไง? ไปพาตัวทั้งสองคนมาให้ข้า!” แล้วองค์เง็กเซียนก็ได้เน้นเสียงของเขาออกไป