ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 251 การแสดง
บทที่ 251 การแสดง
ในตอนนี้องค์เง็กเซียน, ไท่ชิง, อวี้ชิง, ซั่งชิงและพระยูไล ทั้ง 5 คนเดินมาอย่างช้าๆพร้อมกับผู้คน
ฉิงเทียนมองไปที่พวกเขาด้วยความโล่งอกที่ในที่สุดก็มากัน และเฉียงเวยก็ได้ทำเป็นตกใจและหลบไปที่ด้านหลังของฉิงเทียนแล้วพูดเบาๆ “ท่านพ่อ พวกเขามาได้ยังไงกัน?” แล้วทำสีหน้าที่หวาดกลัวมาก
ในใจของฉิงเทียนนั้นรู้สึกชื่นชมการแสดงของเธอขึ้นมา แต่องค์เง็กเซียนนั้นน่าจะยังไม่ทราบว่าเฉียงเวยนั้นล่วงรู้แผนการของพวกเขาแล้ว และมองมาที่สีหน้าหวาดกลัวของลูกสาวแล้ว เขารู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมาก!
แต่เพื่อแผนการของเขาแล้ว องค์เง็กเซียนได้เก็บความรู้สึกผิดต่อเฉียงเวยเอาไว้ในใจ และทำสายตาที่เย็นชาแล้วพูดขึ้น “ใครคือพ่อของเจ้า ข้าบอกไปตั้งแต่เมื่อวันก่อนแล้วว่าข้าไม่มีลูกไม่รักดีอย่างเจ้า”
ในเวลานี้องค์ยูไลที่อยู่ข้างๆก็ได้เดินออกมาพร้อมกับมีดของเขาแล้วมองไปที่เฉียงเวยแล้วพูดด้วยวาจาเสียดสี “น้องจาง คนนี้น่ะเหรอลูกสาวตัวดีของตระกูลจางคนที่เจ้าบอกจะยกเป็นลูกสะใภ้ให้ตระกูลของเรา? แต่กลับปล่อยให้ไปแต่งงานกับชายอื่นเช่นนี้ คุณจะให้พวกเราเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?”
“หึ คุณคิดว่าทางเราจะไม่สามารถหาลูกสะใภ้ดีๆได้อย่างนั้นเหรอ?” องค์ยูไลกล่าว
คำพูดขององค์ยูไลได้ทำให้องค์เง็กเซียนมีสีหน้าตกใจขึ้นมาแล้วกล่าว “พี่ซือได้โปรดใจเย็นก่อน ข้าจะพาลูกอกตัญญูคนนี้กลับไป และยกให้เป็นของพี่ซือแน่นอน!”
“ข้าหวังว่าเจ้าจะทำได้อย่างที่พูด!” องค์ยูไลพูดอย่างเย็นชา
แล้วในเวลานี้เองที่ฉิงเทียนก็ได้เผชิญหน้ากับองค์เง็กเซียนด้วยความโกรธแล้วพูดขึ้น “ท่านผู้นำตระกูลจางครับ ผมและเฉียงเวยพวกเรารักกัน ทำไมคุณถึงได้ข่มเหงพวกเราสองคนซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วย
แล้วองค์เง็กเซียนก็ได้มองมาที่ฉิงเทียนด้วยสีหน้าที่ดูถูก “แกมันก็แค่ชนชั้นต่ำ โดนแบบนี้ก็สมควรแล้ว!”
ฉิงเทียนก็ได้จ้องไปที่องค์เง็กเซียนด้วยความโกรธ มือของเขากำหมัดแน่น แสดงให้เห็นถึงความโกรธสุดขีดของเขา
ส่วนเจ้าปีศาจจิตใจที่หลบอยู่ในมุมมืดนั้นก็รู้สึกยินดีอย่างมากเมื่อเขาได้เห็นเหตุการณ์นี้เข้า “รีบสู้กันเร็วๆเข้า มันคงจะดีถ้าพวกแกทั้งคู่พ่ายแพ้ แล้วข้าก็จะได้จัดการพวกเข้าอย่างง่ายดาย!”
“จัดการเขาเดี๋ยวนี้!” องค์เง็กเซียนชี้ไปที่ฉิงเทียนอย่างดูหมิ่น
“ครับ!” เหล่าคนที่อยู่ด้านหลังองค์เง็กเซียนก็ได้เข้าล้อมฉิงเทียนกับเฉียงเวยเอาไว้!
แล้วหัวหน้ากลุ่มคนที่เข้ามาล้อมก็ได้พูดกับเฉียงเวย “คุณหนู ได้โปรดอย่าทำให้พวกเราต้องลำบากเลย คุณหนูช่วยออกไปก่อนไม่อย่างนั้นพวกเราอาจทำให้คุณหนูบาดเจ็บได้!”
ในเวลาเฉียงเวยไม่หลบหลังฉิงเทียนอีก แล้วเดินออกมาด้านหน้าฉิงเทียน แล้วจ้องไปที่องค์เง็กเซียนด้วยสายตาที่แดงและบวมเพราะร้องไห้แล้วพูดกับเขาอย่างเสียใจ “คุณคิดที่จะจัดการกับพวกเราทั้งสองจริงๆเหรอ หนูไม่มีสิทธิ์ที่จะเลือกคนรักเองบ้างเลยอย่างนั้นเหรอ?”
“ฮึ่ม พวกเจ้ามัวทำอะไรกันอยู่? องค์เง็กเซียนมองไปที่เฉียงเวยโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า แล้วสั่งการลูกน้องของเขา
“ครับ!” แล้วกลุ่มคนที่ล้อมฉิงเทียนอยู่ก็ได้เดินเข้าหาฉิงเทียนอย่างช้าๆแล้วกรอบที่ล้อมเขาเอาไว้ก็ได้เริ่มเล็กลงเรื่อยๆ
ฉิงเทียนก็ได้ดึงมือของเฉียงเวยแล้วพูดอย่างมีอารมณ์ร่วม “เว่ยเอ๋อวางใจได้พวกเราจะต้องหนีไปด้วยกัน!”
แต่ก่อนฉิงเทียนจะได้พูดจบ กลุ่มคนก็ได้พากันรุมเขา ฉิงเทียนจึงได้หยิบโต๊ะขึ้นมาด้วยมือของเขาแล้วฟาดใส่ผู้คน จากนั้นก็จูงมือของเฉียงเวยรีบวิ่งไปที่ประตูทางออกอย่างรวดเร็ว แล้วจากนั้นก็รีบไปที่รถที่เตรียมเอาไว้เพื่อหนีออกไปจากที่นี่
แน่นอนว่าฉิงเทียนนั้นกำลังเล่นละครให้เจ้าปีศาจจิตใจดูอยู่ เขารู้อยู่แล้วว่าองค์เง็กเซียนกับคนอื่นๆนั้นกำลังทำการปิดล้อมมิติที่นี่เอาไว้กันอยู่ ตอนนี้ก็เหลือแค่รอให้เจ้าปีศาจจิตใจปรากฏตัวออกมา แล้วก็จะได้ทำการขังมันเอาไว้ที่นี่ และป้องกันไม่ได้มันจมหายไปในช่องว่างของมิติได้อีก
องค์เง็กเซียนก็ได้แกล้งทำลมขึ้นจมูก “หึ คราวนี้ข้าไม่มีทางปล่อยให้พวกเจ้าหนีไปได้อีก” จากนั้นเขาเดินตามคนอื่นๆไปที่ประตู แต่จริงๆแล้วในหัวของเขานั้นกำลังทำการร่ายคาถาปิดล้อมที่นี่เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าปีศาจจิตใจหนีไปได้
ตามที่ตกลงกันเอาไว้ เมื่อฉิงเทียนออกมาด้านนอก เขาก็พบวงอาคมขนาดใหญ่อยู่บนท้องฟ้าเพื่อทำการปิดกั้นเขตนี้เอาไว้
เจ้าปีศาจจิตใจที่เห็นวงอาคมปิดกั้นนี้ก็ได้พูดกับตัวเองขึ้นมา “พวกเขาได้สร้างอาคมปิดกั้นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไรกัน รู้สึกได้เลยว่าอาคมนี้กล้าแกร่งมาก แม้แต่เรายังฝ่าออกไปไม่ได้ง่ายๆ คราวนี้พวกเขาคงโดนกำจัดแน่ หากดูจากความเร็วของสถานการณ์นี้แล้ว ฉิงเทียนคงไม่ทันได้ทำลายโลกจินตนาการก่อน แต่คงโดนพวกคนในโลกจินตนาการจัดการก่อนซะแล้วล่ะ”
ฉิงเทียนได้หยุดอยู่กลางทางและพบว่ากลุ่มคนได้ตามมาล้อมฉิงเทียนอีกรอบ
“ฉิงเทียนคุณจะต้องกลับไปกับพวกเรา!” หัวหน้ากลุ่มคนกล่าว
“ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของพวกแกแล้ว” ฉิงเทียนตอบอย่างเย็นชา “คราวนี้ดูเหมือนว่าพวกแกจะต้อนฉันมาจนมุมจนได้! เฉียงเวยถอยออกไปก่อน”
“ฉิงเทียน ฉันไม่อยากที่จะแยกจากคุณ!” เฉียงเวยพูดอย่างมีอารมณ์ร่วมและจับมือของฉิงเทียนเอาไว้แล้วทำสีหน้าลังเลที่จะแยกจากฉิงเทียน
ฉิงเทียนก็ได้ลูบหัวของเฉียงเวยแล้วพูดขึ้น “ไม่เป็นไร พวกเราจะไม่มีวันแยกจากกันแน่นอน”
แล้วองค์เง็กเซียนที่ยืนอยู่กลางอาคม ก็ได้ด่าฉิงเทียนในใจ และมองดูฉิงเทียนที่กำลังแต๊ะอั๋งลูกสาวของเขาต่อหน้าเช่นนี้แล้วเขาก็พูดด้วยความโกรธ “พวกเจ้ารู้สึกอย่างไรกับแผนการนี้ ข้าต้องกลายมาเป็นคนไม่ดี แล้วปล่อยให้เจ้าเด็กนั่นได้ความดีความชอบไป คอยดูนะกลับไปที่โลกเซียนเมื่อไรข้าจะไม่มีวันยอมปล่อยเขาไปง่ายๆแน่”
เหล่าเซียนคนอื่นๆต่างก็เงียบ แล้วหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อเห็นสีหน้าขององค์เง็กเซียนที่เดือดเป็นฟืนเป็นไฟเช่นนี้ แล้วก็ได้แอบชื่นชมศิษย์น้องของพวกเขา ที่สามารถทำให้จ้าวแห่งโลกเซียนนั้นเดือดเป็นฟืนเป็นไฟได้ขนาดนี้ เขาคงจะเป็นคนเดียวในโลกนี้แล้วที่สามารถทำเช่นนี้ได้นับตั้งแต่โบราณกาล
ในเวลานี้ฉิงเทียนก็รู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูก เดิมทีเขานั้นต้องการที่จะให้เฉียงเวยหลบออกไปก่อนแล้วจากนั้นเขาจะได้แกล้งทำเป็นบาดเจ็บเพื่อล่อให้เจ้าปีศาจจิตใจออกมา แต่เขาไม่คิดว่าเฉียงเวยกลับเล่นละครแบบนี้ออกมา ในเวลานี้เขาคงต้องเล่นละครตามน้ำไปกับเธอเสียแล้ว
ส่วนเจ้าปีศาจจิตใจที่หลบอยู่ในมุมมืดเองก็เริ่มกระวนกระวาย เมื่อไรจะได้สู้กันเสียที? ตอนนี้มันเริ่มจะกลายเป็นละครรักน้ำเน่าเข้าไปทุกทีแล้ว! เมื่อไรพวกแกจะสู้กัน!
หลังจากที่ฉิงเทียนปล่อยให้เฉียงเวยแสดงจนพอใจแล้ว เฉียงเวยก็ได้ถอนตัวไปอยู่ข้างๆและมองดูเขาด้วยสายตาเสน่หา
ส่วนฉิงเทียนก็ได้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมา แล้วหันไปมองรอบๆและเตรียมที่จะต่อสู้อย่างดุเดือด อย่างไรก็ตามผู้คนรอบๆเขากลับมองมาที่ฉิงเทียนด้วยตาแดงๆ ปราศจากความตั้งใจที่จะลงมือ
“สวรรค์ นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย? ทำไมถึงได้ยากเย็นนักที่จะสู้เนี่ย!” ฉิงเทียนรู้สึกอยากที่จะร้องไห้ขึ้นมาในใจ
องค์เง็กเซียนที่เห็นสถานการณ์นี้แล้ว สีหน้าในตอนนี้ก็โกรธจัดขึ้นมาแล้วพูดด้วยเสียงกึกก้อง “ดูละครกันเสร็จรึยัง? เมื่อไรพวกแกจะบุกเข้าไปสักที?”
แล้วในเวลานี้เองที่หัวหน้ากลุ่มก็ได้ฟื้นจากละครโศกของฉิงเทียนกับเฉียงเวย แต่ละคนต่างก็รู้สึกลังเลที่จะบุก ในตอนนี้พวกเขารู้สึกเหมือนพวกเขาเป็นเหมือนนักเชือดที่ถูกส่งมาตัดความสุขของคุณหนูมาก
แต่พวกเขาก็ไม่สามารถขัดคำสั่งของท่านผู้นำตระกูลได้ ดังนั้นแต่ละคนจึงได้คิดที่จะไม่ใช้กำลังมากนัก
“นี่เราแสดงอะไรให้เจ้าคนพวกนี้ดูเนี่ย?” ฉิงเทียนพูดอย่างตกใจ เขาไล่เตะกลุ่มคนที่อยู่รอบๆลงไปกองกับพื้นด้วยเวลาอันสั้น ราวกับเตะลูกบอล แต่ละคนต่างก็ลงไปแกล้งนอนกองกับพื้นด้วยความเจ็บปวด!”
“นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย จางจื้อหยานเอาพวกไม่ได้เรื่องพวกนี้จากที่ไหนมาเนี่ย?” เจ้าปีศาจพูดด่าองค์เง็กเซียน ลูกน้องเหล่านี้ของเขานั้นลงไปร่วงก่อนที่เรื่องจะได้เข้าเนื้อเรื่องหลักด้วยซ้ำ ราวกับกระดาษก็มิปาน